การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 124 คํ่าคืนเสี่ยงภัย (1)
เมื่อได้ฟังที่คุณหนูใหญ่ตู้ย้อนถามต้วนชิงหมิงที่ได้เตรียมคำตอบไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงมองไปยังสายตาโหดเหี้ยมของ
นางอย่างไม่หวาดกลัว “ในเมืองคนพวกนี้ไล่ตามมาจากที่อื่นย่อมไม่คุ้นเคยกับที่แห่งนี้ ดังนั้นพวกเขาต้องหลบซ่อนหรือ
ถอยกลับก่อนที่ฟั้าจะสางขอเพียงฟั้าสว่างพวกเราย่อมมีโอกาส ยิ่งไปกว่านั้นข้าได้ส่งคนเขียนจดหมายไปแจ้งท่านพ่อแล้ว
พวกเรารอเพียงกลุ่มทหารที่จะมาช่วย เมื่อถึงเวลานั้นก็จะปลอดภัย”
คำพูดที่มีเหตุมีผลของเด็กสาวทำให้คุณหนูใหญ่ตู้หัวเราะลั่นออกมาอีกครั้ง เมื่อครู่นางเพิ่งจะพูดว่าต้วนชิงหมิงไร้
เดียงสาแต่คาดไม่ถึงว่าในเวลานี้นางจะพูดถึงต้วนเจิ้ง
ครั้นได้ยินชื่อ‘ต้วนเจิ้ง’สายตาของคุณหนูใหญ่ตู้ก็เกิดเลิ่กลั่กออกมาให้เห็น จากนั้นนางก็เงียบลงในที
ผินหน้ามองไปยังต้วนชิงหมิงพูดอย่างเยือกเย็น “อย่างนั้นข้าจะบอกเจ้าให้ว่าจะรับมืออย่างไรคนพวกนี้ถ้าพวก
เราไม่เจออาจจะเผาเรือนทิ้ง……ของพวกนั้นของเจ้าจะไม่รู้สึกเสียดายใช่หรือไม่?”
เด็กสาวตอบอย่างฉะฉาน “เงินทองเป็นของนอกกายขอเพียงยังมีชีวิตอยู่ย่อมหากลับมาได้”
คุณหนูใหญ่ตู้ยิ้มเล็กน้อย “เช่นนั้น พวกเราก็ไปกันเถอะ”
ต้วนชิงหมิงยังไม่รู้ว่าประโยคไหนของนางเกิดทำให้คุณหนูใหญ่ตู้เปลี่ยนใจก็เหมือนกับนางไม่รู้ว่าคุณหนูใหญ่ตู้มี
ของลํ้าค่าอะไรซ่อนอยู่ที่นี่
เมื่อรอให้ทุกอย่างเสร็จสิ้นคุณหนูใหญ่ตู้ก็จะนำของเหล่านั้นมาให้ต้วนชิงหมิงดูต่อให้ต้วนชิงหมิงเคยพบเห็น
สิ่งของมามากมายแต่นี่จะเป็นครั้งแรกที่ทำให้นางอึ้งจนปากค้างพูดอะไรไม่ออก
แน่นอนว่าทั้งหมดนี้เป็นเรื่องในกาลข้างหน้า
ก่อนที่จะไปจากที่นี่นางได้หันมามองและถามต้วนชิงหมิงอีกครั้ง “ถ้าเจ้ามีของลํ้าค่าและไม่อยากให้อีกฝั่ายเจอ
เช่นนั้นเจ้าจะนำของนั้นไปซ่อนไว้ที่ไหน?”
ต้วนชิงหมิงได้ฟังถึงกับตกใจและพูดจากจิตใต้สำนึกว่า “ท่านไม่เคยได้ยินโบราณว่าจุดไต้ตำตอหรือไม่……ถ้าเป็น
ข้า ข้าจะเอาไปซ่อนไว้ที่เขาเห็นได้ชัดเจน!”
ได้ฟังที่นางพูดคุณหนูใหญ่ตู้ส่งสายตาและอมยิ้มไปให้ชุนถาว “เจ้าจงไปทำตามที่คุณหนูใหญ่ต้วนพูดเสีย”
ชุนถาวผงะด้วยความตกใจจากนั้นก็เดินออกไปอย่างไร้สุ้มเสียง
ต้วนชิงหมิงและเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ประคองหญิงสาวออกจากเรือนบ่าวรับใช้และแม่ชีที่อยู่ด้านนอกได้เดินทางไปหมด
จนแล้ว
บาดแผลของนางอยู่บริเวณช่วงแขนจึงไม่ส่งผลต่อการเดินทว่าเด็กสาวเป็นคนช่างสังเกต นางได้กลิ่นคาวเลือด
เมื่อมองไปยังด้านหลังของหญิงสาวเห็นเลือดสดๆ ไหลหยดลงตามทาง!
ต้วนชิงหมิงในตอนนี้เจอปัญหาเข้าแล้ว
คุณหนูใหญ่ตู้ออกเดินทางค่อนข้างช้าถ้าตอนนี้ถูกคนไล่ตามจากรอยเลือดอาจจะลำบากขึ้นมาจริงๆ
ประจวบเหมาะกลับที่ชุนถาวตามมาอย่างกระหืดกระหอบนางจึงถือโอกาสส่งคุณหนูใหญ่ตู้ให้ชุนถาวดูแลต่อ
จากนั้นพูดอย่างรีบร้อนว่า “พวกเราควรแยกกันเดิน!”
ชุนถาวถึงกับอึ้งไปชั่วครู่แต่เมื่อเห็นแววตาที่เยือกเย็นของคุณหนูใหญ่ตู้พยักหน้าพร้อมกับมองมาที่นาง “พวกเรา
ไปกันก่อน!”
หรือว่าคุณหนูใหญ่ต้วนที่มีไหวพริบปฏิภาณกลัวว่าบาดแผลของนางจะส่งผลต่อการหนีเอาตัวรอด? เหอะๆ!ก็แค่
เด็กสาวอายุสิบปีคนหนึ่งเมื่อต้องเผชิญกับภยันตรายจึงอยากอยู่ให้ห่างเข้าไว้!
ได้ยินที่คุณหนูใหญ่ตู้พูดชุนถาวก็มองต้วนชิงหมิงด้วยสายตาที่ยังสับสน ภายใต้หิมะที่โปรยปรายลงมาแสงสว่าง
ในแววตาของต้วนชิงหมิงกลับสว่างไสวดุจปีศาจ!เมื่อเห็นแววตาเช่นนั้นชุนถาวก็ตกใจเล็กน้อย รีบตอบอย่างรวดเร็ว
“เช่นนั้น คุณหนูใหญ่ต้วนระวังตัวด้วยพวกเราจะรีบเดินไปก่อน!”
พูดจบก็รีบประคองคุณหนูใหญ่ตู้เดินไปทางขึ้นบนภูเขาอย่างรวดเร็ว
ต้วนชิงหมิงมองจนทั้งสองคนหายไปในความมืดนางจึงกัดฟันหยิบปินปักผมออกมากรีดลงบนข้อมือจากนั้นพา
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์วิ่งไปอีกทางหนึ่ง
เมื่อเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เห็นว่าข้อมือของต้วนชิงหมิงเป็นแผลจึงอุทานด้วยความตกใจอย่างดัง “คุณหนูกำลังทำอะไรลง
ไปเจ้าค่ะ!”
นางรีบเอามือขึ้นมาอุดปากเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไว้พูดอย่างรีบเร่ง “อย่าพูดให้คนอื่นได้ยิน!”
แววตาของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์คลอไปด้วยนํ้าตานางหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเพื่อช่วยพันให้กับต้วนชิงหมิงแต่ต้วนชิงหมิงก
ลับผลักมือของนางออก “ไม่ต้องพันแผล พวกเรารีบเดิน!”
นางถูกต้วนชิงหมิงผลักโซซัดโซเซจนเกือบจะล้มลงไปที่พื้นนางจึงกัดฟันยืดตัวขึ้นและลากต้วนชิงหมิงวิ่งไปข้าง
หน้าด้วยพูดไปด้วย “คุณหนูทำไมต้องทำให้ตัวเองเป็นแผลด้วยเจ้าคะ?”
ระหว่างที่รอคุณหนูใหญ่ตู้ต้วนชิงหมิงก็ได้เปลี่ยนชุดของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์และทำผมเหมือนบ่าวรับใช้เรียบร้อยแล้ว
เวลานี้นางได้บีบข้อมือให้เลือดสดๆ หยดบนพื้นจากนั้นจึงพาเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์วิ่งไปอีกทาง!
คุณหนูใหญ่ตู้ได้รับบาดเจ็บทิศทางที่นางไปก็มีคนไปเยอะข้ากลัวว่าจะถูกคนพวกนั้นพบเข้าจึงต้องทำให้ตัวเองมี
บาดแผล เพื่อจะได้ล่อคนพวกนั้นมาจำนวนหนึ่ง!
ถ้าวิ่งต่อไปข้างหน้าอีกไม่ไกลก็จะเป็นปากเหว
ต้วนชิงหมิงยืนอยู่ตรงปากเหวพูดพึมพำออกมาสั่งให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์หยิบหินขึ้นมาและใช้แรงเขวี้ยงลงไป จนได้ยิน
เสียงดัง “ตูม” ของหินดังขึ้นสนั่น เด็กสาวจึงหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาพันแผลห้ามเลือด แล้วพาเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ช่วยกันจัดการ
รอยเท้าหลังจากเดินไม่นานก็พานางไปหลบใต้โขดหินก้อนใหญ่ตรงถํ้าด้านหลังปากเหว
ในยามคํ่าคืนอันมืดมิดไปทั่วมีเพียงแสงขาวกระจิริดของหิมะที่หล่นโปรยปรายลงมาในความมืด เมื่อเห็นต้วนชิงห
มิงลากเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์หลบอยู่ในความมืดมิดนางจึงถามเสียงแผ่วเบา “คุณหนูพวกเราไปหลบในถํ้าจะปลอดภัยกว่าหรือไม่
เจ้าคะ?”
ต้วนชิงหมิงส่ายหน้า “ฟั้ามืดเช่นนี้ทางเดินก็ลื่นในถํ้าเป็นอย่างไรพวกเราไม่รู้เลย ข้างในนั้นมีอะไรบ้างพวกเราก็
ไม่รู้อีกทั้งเจ้ายังมองเห็นถํ้า คนพวกนั้นก็ย่อมเห็นเช่นกันถ้าเกิดคนพวกนั้นไล่ตามเข้าไป พวกเราไม่เท่ากับถูกต้อนให้จน
มุมหรอกหรือ!”
เมื่อเห็นสายตาของคุณหนูใหญ่ตู้จึงรู้ได้ทันทีว่าคนพวกนั้นไม่ได้มาดีอย่างแน่นอนถ้าเกิดตกไปอยู่ในมือของพวก
นั้นจะต้องมีจุดจบไม่สวยอย่างแน่นอน ดังนั้นในเวลานี้นางจะต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้นอีก!
“คุณหนูหลักแหลมเสียจริงจุดนี้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์คิดไม่ถึงเลยเจ้าค่ะ!” นางพูดด้วยความเคารพอย่างสุดซึ้ง
ในความมืดมิดต้วนชิงหมิงมองค้อนไปที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์หนึ่งทีจากนั้นจึงลูบไปที่มืออันเย็นเฉียบและตื่นเต้นไปหมด
พูดว่า “อีกสักครู่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเจ้าห้ามส่งเสียงออกมาเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่?”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พยักหน้าตอบรับรีบเอามือปิดปากไม่กล้าพูด!
ผ่านไปไม่นานคนที่ไล่ตามพวกนั้นก็มาถึง ฟังจากเสียงคนที่มาไม่น่าจะมาแค่หนึ่งคน สองคนแต่กลับเป็นสิบกว่า
คนอีกทั้งคนพวกนั้นทำอะไรด้วยความรวดเร็วแม้จะอยู่ในความมืดก็ตาม แม้จะเห็นรอยเท้าบนหิมะที่ถูกลบอย่างมั่วซั่ว
ไปหมดก็ไม่แปลกใจได้แต่มองไปรอบๆทั่วบริเวณ ครู่เดียวก็มีคนพูดขึ้นว่า “เลือด……นางได้รับบาดเจ็บจะต้องหนีไปได้ไม่
ไกล……พวกเราตามไป!”
พูดไปก็หันไล่ตามทางที่มีรอยเลือดได้ยินว่าทิศทางที่จะไปนั้นกลับเป็นทางที่คุณหนูใหญ่ตู้ไป ในใจของต้วนชิงหมิ
งบีบรัดจนบีบมือเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์แน่นไปหมดทั้งคู่ไม่พูดอะไรออกมาสักคำ
จากนั้นได้ยินอีกเสียงหนึ่งพูดขึ้นมาว่า “พี่ใหญ่……ทางนี้ก็มีรอยเลือด……หรือว่านางสองคนนั้นจะได้รับบาดเจ็บ
จึงแยกทางกันหนี?”
ในความมืดมิดสนิทมีคนพูดอย่างลังเลใจว่า “ดูท่าทางนางสองคนจะได้รับบาดเจ็บ……เช่นนั้นพวกเราแยกกันตาม
หา!”
พูดจบจึงแบ่งกันตามหาออกเป็นสองทาง
เมื่อไล่ตามมาถึงปากเหวที่ต้วนชิงหมิงและเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ซ่อนตัวอยู่คนพวกนั้นก็หาจนทั่ว มีคนหนึ่งเห็นรอยเท้า
ตรงปากเหวจึงพูดเสียงดังขึ้นมา “พี่ใหญ่ ทางนี้มีรอยเท้า…”
แต่ดูจากรอยเท้าเหมือนกับว่าจะลื่นจากนั้นจึงไถลลงจากปากเหว!
ในตอนนี้มีเสียงหนึ่งพูดขึ้นอย่างเชื่องช้า “เมื่อครู่นี้ข้าได้ยินเสียงดังลั่นเหมือนกับว่ามีคนตกลงไปจากตรงนี้!”
คนชุดดำพวกนั้นเมื่อได้ยินก็รีบตอบรับ “ใช่แล้ว ข้าก็ได้ยิน!”
หัวหน้าคนชุดดำพวกนั้นเงียบลงอยู่ครู่จึงพูดขึ้นว่า “น้องชายสาม เจ้าพาคนลงไปดูที่เหวด้านล่างไม่ว่าจะเป็นหรือ
ตายจะต้องเอาตัวกลับมาให้ข้าดู!”