การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 125 คํ่าคืนเสี่ยงภัย (2)
คนพวกนั้นทำตามที่ชายชุดดำว่าเสียงกัดฟันกรอดที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและเสียงลากอาวุธบนพื้นทำให้คน
หวาดกลัว ยามเมื่อได้ฟังในยามคํ่าคืนที่หิมะโปรยปรายย่อมเกิดความรู้สึกขนหัวลุกไปหมด
ตอนที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้ฟังทั้งร่างก็สั่นจนควบคุมไม่อยู่เด็กสาวจึงรีบกดนางลงละม้ายเป็นการบอกว่าให้นิ่งเงียบเสีย
เด็กสาวที่อยู่ภายใต้หิมะที่ปกคลุมจนใบหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นซีดขาวแม้จะเป็นเช่นนั้นสายตาของเด็กสาวก็ยังคงยืน
หยัดต่อสู้ ครั้นเห็นท่าทางที่สงบนิ่งของนางเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็พลอยสงบลงด้วยช้าๆ พวกนางแอบซุ่มอยู่ใต้กองหิมะ ไม่ส่ง
เสียงใดๆ ออกมา
เมื่อน้องสามได้ฟังสิ่งที่ชายชุดดำพูดนั้นนํ้าเสียงของเขาตอบกลับอย่างเชื่องช้าปนเปกับความร้อนใจ “พี่ใหญ่
วางใจได้ ข้าจะพาคนไปนำตัวมา!”
พูดจบเขาก็โบกมือพาคนจำนวนหนึ่งวิ่งไปอีกทาง
คนที่วิ่งไล่ล่ามาทางนี้มีประมาณสิบกว่าคนโดยที่แต่ละคนถือดาบยาวอยู่ในมือและเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยมน้อง
สามได้พาคนกว่าครึ่งเดินไปอีกทาง ตอนนี้คนที่เหลืออยู่ก็ไม่ถึงสี่ห้าคน ลมหายใจของคนเหล่านี้เบาจนแทบไม่ได้ยินมี
เพียงเสียงรองเท้าที่เดินบนหิมะดัง “ซวบ ซวบ” ฟังแล้วทำให้รู้สึกอกสั่นขวัญแขวน!!!
แม้จะสงสัยว่ามีคนไถลตกจากหน้าผาเพราะว่าคนเหล่านี้ยังไม่ยอมแพ้ ส่วนคนที่เหลืออยู่ก็ยังคงค้นหาทุกซอกทุก
มุมที่สามารถหลบได้โดยรอบโดยไม่ปล่อยที่น่าสงสัยไว้แม้แต่จุดเดียวคนพวกนั้นใช้ดาบลากไปบนพื้นหิมะอยู่หลายครั้ง
จนเกือบจะลากไปโดนตัวของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์และต้วนชิงหมิงแสงสะท้อนของดาบทำให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ตกใจจนฟันกระทบกัน
ด้วยความกลัว
เวลาเดียวกันนี้จู่ๆ คนชุดดำก็ร้องขึ้นมาเหมือนค้นเจออะไรบางอย่าง “พี่ใหญ่รีบมาดู ตรงนี้มีถํ้า!”
เมื่อได้ยินว่าตรงนั้นมีถํ้าชายชุดดำก็รีบวิ่งเข้าไปล้อม ส่วนชายชุดดำที่ลากดาบกับพื้นใกล้กับต้วนชิงหมิงในที่สุดก็
รีบวิ่งไปตรงถํ้า เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จึงถอนหายใจอย่างโล่งอกทว่าเสื้อด้านหลังของต้วนชิงหมิงกลับเปียกชุ่มไปหมดแล้ว
จากนั้นชายชุดดำก็ยืนมองอยู่ตรงหน้าถํ้าเข้าไปในถํ้าที่มืดสนิทอยู่นานจากนั้นก็ส่ายหน้า “ในถํ้านี้ไม่น่าจะมีคน
เข้าไปมาก่อน!”
ชายชุดดำหลายคนถึงกับตกใจหนึ่งในนั้นได้หยิบคบเพลิงส่องเข้าไปในถํ้าให้มากที่สุดมีบางคนพูดอย่างไม่ท้อถอย
ว่า “พี่ใหญ่พี่เคยพูดว่านางสองคนนั้นไม่ใช่คนธรรมดา ถ้าถูกพวกนางวางแผนตลบหลังหนีเข้าไปในถํ้าละก็ พวกเราที่
ค้นหาแต่ด้านนอกก็จะเสียแรงเปล่า… เช่นนั้นให้ข้าพาคนเข้าไปค้นหาหน่อยเถอะ!”
ถ้าเกิดคนที่เลือดไหลไม่ได้ตกหน้าผาไปละก็จะต้องเข้ามาหลบในถํ้าอย่างแน่นอน เพราะโดยรอบนี้ไม่มีที่หลบ
ซ่อนใดที่ใหญ่เท่านี้การหลบในถํ้าจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
หัวหน้าชายชุดดำตอบกลับ “อย่างนั้นก็ได้ น้องสี่พาคนเข้าไปค้นหา”
น้องสี่ตอบรับและพาคนอีกจำนวนหนึ่งเข้าไปเริ่มค้นหาอย่างละเอียดในถํ้า
ในถํ้าไม่ได้ใหญ่มากคนที่เข้าไปค้นหาด้านในครู่เดียวก็ถอยออกมาเมื่อเห็นหัวหน้าชายชุดดำจึงรายงานว่า “พี่ใหญ่
ในถํ้าเล็กมากและก็ไม่มีคน!”
ชายชุดดำได้ฟังก็บ่นพึมพำขึ้นมาทันที… ในถํ้าก็ไม่พบโดยรอบก็ไม่เห็น หรือว่าพวกนางจะตกหน้าผาไปแล้วจริงๆ
ทางด้านเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่อยู่ใต้หิมะได้แอบมองไปที่ผู้เป็นนายละม้ายจะชื่นชมที่นางคาดเดาได้ถูกต้องเพราะถ้าเป็น
คนปกติก็จะเข้าไปหลบในถํ้าอย่างแน่นอนและจะหลบเข้าไปให้ลึกที่สุดเพื่อให้ยากต่อการพบเจอแต่คุณหนูกลับทำตรง
กันข้ามทำให้คนพวกนั้นหาพวกนางไม่เจอ
ทว่าในตอนนี้ทั้งสองหลบอยู่ใกล้เนินหิมะที่พวกชายชุดดำนั้นอยู่โดยพวกนางโดนหิมะปกคลุมไว้อย่างหนาเหลือ
ให้เห็นเพียงดวงตาถ้าคนผ่านไปผ่านมาไม่ได้ตั้งใจดูก็จะมองไม่เห็นเป็นแน่
เมื่อรู้สึกว่าชายชุดดำเพิ่มการค้นหาอย่างเข้มข้นต้วนชิงหมิงจึงค่อยๆยื่นมือเพื่อแสดงความหมายให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์
ใช้ปากในการหายใจแทน
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เข้าใจความหมายที่ต้วนชิงหมิงต้องการสื่อนางจึงเลียนแบบคุณหนู โดยใช้มือปั้องปากและผ่อนลม
หายใจให้แผ่วเบาลง
จู่ๆในตอนนี้ก็มีเสียงร้องตกใจของผู้หญิงและเสียงการต่อสู้มาจากที่ห่างไกลเมื่อได้ยินเสียงเหล่านั้นพวกชายชุดดำ
ก็รีบตะโกนเรียกรวมตัว “อาจจะเจอพวกนางแล้ว เรารีบไปดูเดี๋ยวนี้!”
ชายชุดดำเหล่านั้นถึงไม่สนใจค้นหาโดยรอบอีกต่อไปรีบนำคนวิ่งตามไปสมทบ
ด้วยความตกใจเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เผลอยืดเท้าออกไปทำให้หิมะที่ปกคลุมตัวนั้นได้ทลายลงมาในทันทีดังเสียงเบาๆทว่า
คนพวกนั้นหูไวตาไวแม้จะเสียงเบาขนาดนี้ก็ยังได้ยินมีเพียงชายชุดดำที่รั้งท้ายหันขวับกลับมาตะโกนอย่างโมโห “ใครอยู่
ตรงนั้น?”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์รู้ว่าตัวนางก่อเรื่องเข้าแล้วจึงตกใจจนแทบร้องไห้ออกมา
ต้วนชิงหมิงได้ใช้มืออุดปากเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เอาไว้ค่อยๆ กำมือไปจับกิ่งไม้แห้งกิ่งหนึ่งจากนั้นจึงโยนกิ่งไม้แห้งลงไป
ทำให้เกิดเสียงดัง “แกรก” เมื่อกระทบกับพื้นด้านล่าง
ชายชุดดำที่เดินกลับมาได้ยินดังนั้นถึงพูดว่า “อ๋อ ก็แค่กิ่งไม้แห้ง!”
ไม่นานก็รีบวิ่งกลับไปรวมกับกลุ่มชายชุดดำ
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่สั่นไปทั้งตัวยื่นมือเข้ามาสวมกอดต้วนชิงหมิงไว้แนบแน่น
เด็กสาวตบไปที่มือของนางเบาๆเพื่อจะบอกว่าไม่เป็นไรแล้ว
สถานที่ที่ต้วนชิงหมิงซ่อนตัวช่างแยบยลพูดได้ว่านางและเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์แม้จะอยู่ตำตาของชายชุดดำแต่พวกนั้น
กลับหาพวกนางไม่เจอ
เป็นที่รู้กันว่าเมื่อหิมะในฤดูหนาวตกก้อนหินจะมีฝังหนึ่งที่หิมะหนาและอีกฝังที่หิมะบางต้วนชิงหมิงและเซี่ยฉ่าว
เอ๋อร์จึงไปหลบอยู่ใต้หินก้อนใหญ่และใช้หิมะปกคลุมร่างกายถ้าเกิดมองอย่างผ่านๆ ก็จะ ดูไม่ออก
ยิ่งไปกว่านั้นคนพวกนั้นที่ค้นหาก็จ้องหาแต่ที่ที่สามารถซ่อนคนได้และอยู่ห่างไกลออกไปโดยที่ไม่ได้สนใจก็หิมะที่
อยู่ข้างกายว่าจะมีคนมาซ่อนหรือไม่!
เมื่อเห็นชายชุดดำพวกนั้นวิ่งไปแล้วต้วนชิงหมิงก็มองรอยเท้าที่เต็มไปหมดบนพื้นหิมะจากนั้นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึง
บอกให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ถอดรองเท้าและใส่สลับด้านกัน
การใส่รองเท้าสลับด้านจะทำให้ยืนไม่มั่นคงนางจึงฉีกชายเสื้อออกเพื่อมัดกับรองเท้าไว้หลังจากนั้นก็พาเซี่ยฉ่าวเอ๋
อร์เดินกลับไปทางที่วิ่งมา
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก้มหน้าลงไปมองรอยเท้าของนางที่กลับด้านกันโดยหัวเราะออกมาเสียงเบา “คิดไม่ถึงว่าคุณหนูจะ
ใช้ไม้นี้”
อีกฝั่ายมองค้อนไปที่นางหนึ่งที “ข้ามีไม้เด็ดอีกเยอะแต่สู้เจ้าที่คอยก่อเรื่องไม่ได้หรอก… ขอให้ครั้งหน้าเจ้าไม่ก่อ
เรื่อง……ก็เพียงพอแล้ว!”
นางได้ยินที่ต้วนชิงหมิงพูดก็รีบแลบลิ้นปลิ้นตาไม่พูดอะไรอีก
เด็กสาวลากนางไปตามรอยเท้าของคนพวกนั้นที่วิ่งไปผ่านไปไม่นานก็เห็นกลุ่มชายชุดดำกลุ่มหนึ่งวิ่งตามไปสมทบ
ได้ยินคนที่ชื่อน้องสามพูดขึ้นว่า “พี่ใหญ่ด้านล่างหน้าผาข้าไม่พบใครก็แค่ก้อนหินก้อนหนึ่งเท่านั้น!”
มีคนอีกกลุ่มวิ่งไปทางหน้าผาที่ต้วนชิงหมิงโยนก้อนหินลงไปเพื่อไปค้นหาตรงหน้าผาให้ละเอียดอีกครั้ง
ทั้งสองคนหลบอยู่ที่ไกลออกมาในใจพลางคิดว่า ‘อันตรายชะมัด!’
หน้าผานั้นไม่ได้สูงคนพวกนั้นจะไล่ตามรอยเลือดไปโดยไม่ปล่อยให้คลาดสายตาไปอย่างง่ายดายครั้งนี้พวกนั้นไม่
พบใครที่ใต้หน้าผาถึงต้องกลับมาหาที่เดิมอีก
ค้นหาอยู่เป็นเวลานานก็ไม่พบใครอีกทั้งพื้นที่บนเขาก็กว้างใหญ่ ถ้ายังทำเช่นนี้คงต้องใช้เวลาไม่น้อยเมื่อพวกคน
นั้นมองท้องฟั้าจึงรู้ว่าอีกไม่นานก็จะสว่างแล้ว
ถึงตอนนี้ชายชุดดำคนหนึ่งจึงพูดขึ้นว่า “พี่ใหญ่ ที่นี่ไม่มีรอยเท้าที่ใครหนีไปมีเพียงรอยเท้าที่มุ่งหน้ามาทางนี้แสดง
ว่านางสองคนนั้นคงวิ่งไปได้ไม่ไกล พวกเรารีบไล่ตามกันไปเถอะ!”