การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 126 ใต้โคมไฟที่มืดมิด
ได้ยินเสียงหัวหน้าชายชุดดำด่าขึ้นว่า “ปัญญานิ่มเสียจริง!”
ถ้าเดินต่อไปข้างหน้าเพื่อจะข้ามภูเขาลูกนี้ที่ทั้งมืดมิด ทั้งลาดชัน ดีไม่ดีได้ลื่นตกลงมาอีกทั้งยังไม่มีรอยเท้าแม้แต่
รอยเท้าเดียวข้าขอถามหน่อยว่าคนที่บาดเจ็บจะมีแรงมากมายถึงเพียงนี้เลยหรือ
ระหว่างที่พูดกันพลันมีเสียงตะโกนร้องอย่างสุดเสียงจากอีกฝังของภูเขาแว่วเสียงต่อว่าต่อขานของผู้หญิงผสมรวม
กับเสียงประดาบกันที่ชัดเจนหัวหน้าชายชุดดำจึงพูดอย่างรีบร้อนว่า “ข้าฟังออกแล้ว นั่นเป็นเสียงของนางสองคนนั้น…
พวกเรารีบไป อย่าให้พวกนางหนีไปได้!”
นางจำเสียงนั้นได้ว่าเป็นชุนถาวและคุณหนูใหญ่ตู้ยังมีเสียงตะโกนด่าทอขององครักษ์ เสียงร้องอย่างน่าสงสาร
ของเหล่าแม่ชี
เสียงที่ดังผสมปนเปกันด้วยความกลัวนางจึงรู้สึกตกใจอย่างมาก หรือว่าเจอพวกคุณหนูใหญ่ตู้แล้ว?
ยังมีแม่นมหนิงและองครักษ์ที่อยู่ในนั้นต้วนชิงหมิงก็คิดวิธีขึ้นมาได้จึงลากบ่าวคนสนิทวิ่งไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นทว่ามี
เสียงตะโกนขึ้นมาอีกทาง “ใครอยู่ตรงนั้น?”
เด็กสาวผงะเล็กน้อย แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรก็เห็นชายชุดดำคนหนึ่งวิ่งมาทางนาง
แย่แล้ว! ถูกจับได้เสียแล้ว!
ต้วนชิงหมิงกัดฟันใช้แรงผลักเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ให้ล้มไปกับกองหิมะส่วนนางวิ่งกลับที่หน้าผา
น่าเสียดายตรงที่หิมะค่อนข้างหนา ทำให้นางก้าวได้ไม่เร็วเท่าที่ควรจึงถูกชายชุดดำที่สาวเท้าอย่างรวดเร็วจนไล่
ตามทัน
ไม่รู้ว่านางสะดุดอะไรสะดุดข้างหน้าจึงทำให้หมวกที่ใส่ปลิวลอยไปเผยให้เห็นผมยาวสลวยพลิ้วไหวไปตามลมกับ
หน้าผากที่เรียบเนียนสว่างไสว
เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงล้มลงในกองหิมะชายชุดดำคนนั้นที่ถือคบเพลิงก็ไล่ตามมาเขาให้ไฟส่องไปตรงหน้าของนางที่
ขาวบริสุทธิ์เกลี้ยงเกลาและเรียบเนียนจึงพูดอย่างดีใจขึ้น “โอ้ ที่แท้ก็เป็นสาวน้อยนี่เอง… สาวน้อยกลับไปเสพสุขกับข้าดี
หรือไม่?”
พูดไปก็จับมือต้วนชิงหมิงดึงขึ้นมา
“ปล่อยข้า!”
เสียงที่ใสกังวานของสาวน้อยทำให้ชายหนุ่มมีความสุขในชั่วขณะ “อื้ม นิสัยดื้อรั้น อย่างนี้สิข้าชอบ……”
พูดเสร็จก็เอื้อมมือไปคว้าตัวเด็กสาวขึ้นพาดบ่า
ผมที่ยาวได้ไหลมาปิดหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธของต้วนชิงหมิงยิ่งนางมีท่าทีปฏิเสธที่รุนแรงมากเท่าใด ก็ยิ่ง
ทำให้ชายคนนั้นกลืนนํ้าลายแรงขึ้น “ข้าว่าสาวน้อยที่งดงามอย่างเจ้า ไปเสพสุขกับข้าจะดีกว่า!”
ในตอนนี้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้กระโจนเข้าใส่และด่าทอ “ปล่อยคุณหนูของข้านะ!”
เมื่อเห็นเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่กระโจนเข้าใส่ชายคนนั้นก็ใช้แรงสะบัดนางจนกระเด็นและพูดอย่างชั่วร้าย “โห เป็นถึง
นายหญิงเชียวหรือ… มิน่าเล่าผิวพรรณถึงได้ละเอียดนุ่มนิ่มเช่นนี้ครั้งนี้เป็นลาภปากข้าเสียจริง!”
นางไม่ยอม กระโดดเข้าใส่อีกครั้งชายคนนั้นด้วยความโกรธจึงใช้เท้าถีบนางจนตัวปลิวเกลือกกลิ้งไปบนพื้น
ชายคนนั้นใช้แรงถีบอย่างหนักทำให้นางร่างกลิ้งจนลุกขึ้นมาไม่ไหวแล้ว
เด็กสาวตกตะลึงอย่างมากพยายามดิ้นขัดขืนไปด้วยและพูดเสียงดังไปด้วย “เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”
จากตรงนู้นได้ยินเสียงอ่อนระทวยของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์อย่างแผ่วเบา “คุณหนู… บ่าวไม่เป็นอะไร!”
ต้วนชิงหมิงละม้ายมีเลือดสูบฉีดขึ้นหน้าไปหมด……นานเท่าไรแล้วที่ไม่เคยมีคนอย่างเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ยอมเสียสละ
ชีวิตเพื่อช่วยนางนางในชาติที่แล้วถ้ามีบ่าวรับใช้เช่นนี้ก็คงไม่ต้องตกอยู่ในเหตุการณ์ที่น่าสมเพชเช่นนั้น
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่เจ็บจวนจะสลบยังคงพูดพึมพำว่า “ปล่อยคุณหนูข้านะ” ทำให้ชายคนนั้นเกิดบันดาลโทสะขึ้น โยน
ต้วนชิงหมิงลงพื้น จากนั้นชักดาบออกมาเดินตรงไปทางเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์
ดูท่าทางชายคนนั้นเหมือนกำลังจะไปฆ่านางหรือ?
ต้วนชิงหมิงตกใจอย่างมากจึงพรวดขึ้นมาว่า “นางก็เป็นแค่บ่าวรับใช้คนหนึ่งปล่อยนางไปเสียเถอะ……”
ชายคนนั้นได้ยินจึงหันหลังกลับมา “ถ้าเจ้าตกลงไปกับข้า ข้าถึงจะปล่อยนางไป!”
“เจ้าฝันไปเถอะ!”
ได้ฟังคำตอบเช่นนั้นเขาจึงหยิบดาบขึ้นพุ่งไปทางเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์
ดาบสีสะท้อนแสงหิมะได้กระทบไปที่ร่างของต้วนชิงหมิงที่เหงื่อไหลท่วมตัวนางพูดอย่างรวดเร็วขึ้น “หยุดเดี๋ยว
นี้!”
“ทำไม หรือว่าคิดดีแล้ว?” ชายคนนั้นแสยะยิ้ม
นางพยักหน้า “ขาของข้าพลิกแล้วเจ้ารีบมาช่วยประคองข้าก่อน!”
ในมือของเขาข้างหนึ่งถือคบเพลิงอีกมือก็ถือดาบเอาไว้และหันหลังกลับมาประคองต้วนชิงหมิง
ไฟจากคบเพลิงได้กระทบความงามที่สวยหยาดเยิ้มกับใบหน้าที่ขาวหมดจดราวกับหิมะแรก ทำให้ชายที่มีผ่าน
ร้อนผ่านหนาวมามากพลันประหลาดใจขึ้นมา… ดูท่าแล้วคุณหนูใหญ่ผู้นี้นิสัยดื้อรั้น ถ้าเกิดเขาฆ่าบ่าวรับใช้ผู้นี้จริงนางคง
ไม่ยอมเขาเป็นแน่!
ชีวิตคน ในความคิดที่ยอมพลีชีพอย่างพวกเขาช่างเล็กขี้ปะติ๋วทว่าเมื่อครู่ที่ได้สัมผัสผิวพรรณของนางแม้ช่วง
ประเดี๋ยว คล้ายได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ทว่าท่าทีขึงขังที่เหมือนเด็กน้อยช่างถูกใจเขาเป็นยิ่งนัก ในเวลานี้เขามีความคิดเดียวที่
ผุดขึ้นมา… สาวน้อยคนนี้สามารถเติมเต็มความกระหายเยี่ยงสัตว์ปั่าอย่างเขาได้ดังนั้นนำนางกลับไปเสพสุขด้วยจะดีกว่า!
คิดได้เช่นนั้นเขาจึงหันหลังกลับมาพร้อมยิ้มอย่างชั่วร้าย “สาวน้อยคนงาม เจ้าวางใจได้ ข้าจะไปประคองเจ้าเดี๋ยว
นี้เลย!”
“เจ้าเดินเข้ามาใกล้อีกหน่อยข้ายืนไม่ไหว!” เด็กสาวจมอยู่ในกองหิมะ พูดเสียงกระด้าง
ชายคนนั้นเดินเข้าไปใกล้ๆและย่อตัวลง “ไม่ต้องรีบร้อนเดี๋ยวข้าจะไปอุ้มเจ้าเอง!”
พูดจบก็เอื้อมมือไปโอบอุ้มต้วนชิงหมิง
ถึงตอนนี้ต้วนชิงหมิงที่จมอยู่ในกองหิมะกลับเงยหน้าขึ้นมามองแสยะยิ้มให้กับเขา “เจ้ารนหาที่เองนะ!”
ใบหน้าของต้วนชิงหมิงเผยให้เห็นใบหน้าที่เยือกเย็นราวกับนํ้าแข็งสายตาที่ดุดันเหี้ยมโหดเหมือนจะกินเลือดกิน
เนื้อทำให้ชายชุดดำคนนั้นตกใจตกตั้งตัวไม่ทัน! จู่ๆเขาก็รู้สึกว่าสาวน้อยผู้สูงศักดิ์ไม่เหมือนกับสาวทั่วไปที่เขาเคยพาตัวไป
ขืนใจ
เพียงแต่มีตรงไหนที่ไม่เหมือนกัน?
ชายชุดดำคนนั้นยังไม่ทันจะได้คิดอย่างถี่ถ้วนก็เห็นเพียงแสงสีเงินแวบผ่าน เข็มเงินเล่มยาวถูกปักไปตรงเส้นเลือด
ใหญ่ที่คอของเขาโดยตรง!
ระยะที่ประชิดเช่นนี้ไม่มีทางที่จะไหวตัวได้ทัน!
ชายคนนั้นถูกต้วนชิงหมิวแทงไปร่างของเขาก็ตะเกียกตะกายล้มลงบนพื้นและขาดใจในที่สุด!
นางผ่านความเป็นความตายอย่างน่าสมเพชมาชาติหนึ่งแล้วต้วนชิงหมิงในชาตินี้จึงได้มีการเตรียมการไว้ล่วงหน้า
โดยออกเงินให้คนไปตีกำไลเป็นพิเศษมาชุดหนึ่ง เพื่อปั้องกันตัวจากคนชั่วคิดไม่ถึงเลยว่าในยามวิกฤติเช่นนี้สามารถช่วย
ชีวิตนางได้!
ต้วนชิงหมิงมองชายคนนั้นที่นอนตายตาไม่หลับก็รู้สึกเข่าอ่อนจนลุกขึ้นไม่ไหวจนผ่านไปสักพักนางจึงผลักร่างที่
หนักอึ้งของเขาออกไปจากนั้นถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกและเดินไปหาบ่าวรับใช้ “เจ้าไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่?”
เห็นคุณหนูฆ่าคนชั่วเพื่อนางเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็ยิ่งพูดอะไรไม่ถูก นางพูดเสียงสั่นเครือว่า “คุณหนู บ่าวไม่เป็นไร
เจ้าค่ะ!”
ต้วนชิงหมิงเดินเข้าไปประคองเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พร้อมตำหนิว่า “ข้าบอกให้เจ้าไม่ต้องลุกขึ้นมาทำไมไม่ฟังตอนนี้โชค
ยังดีที่ไม่ได้เป็นถูกมันฆ่าจนกลายเป็นผี!”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์แต่ไหนแต่ไรเป็นคนหุนหันทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง ดูอย่างครั้งนี้เห็นชัดเลยว่ารอดตายได้อย่าง
หวุดหวิดแต่ถ้านางไม่มีแผนเตรียมไว้ล่วงหน้า กลัวว่าเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ปั่านนี้คงเป็นผีล่องลอยไปแล้ว!
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้ฟังก็นํ้าตาไหลพรั่งพรูออกมา “ถ้าเกิดนายหญิงเป็นอะไรไปบ่าวก็คงอยู่ต่อไปไม่ไหว!”
คำพูดของนางทำให้ต้วนชิงหมิงซาบซึ้งใจเป็นที่สุดจึงโอบกอดไหล่ของนางเอาไว้ พูดอย่างตื้นตันใจ “เอาล่ะ เซี่ย
ฉ่าวเอ๋อร์ไม่ต้องพูดเรื่องนี้แล้ว เจ้าลองลุกขึ้นดูซิว่าเดินไหวหรือไม่?”
ทันทีที่ทั้งสองคนช่วยกันพยุงตัวลุกขึ้นยืนได้ด้านหลังก็มีเสียงตะโกนดังขึ้น “ใครอยู่ตรงนั้น?”
ต้วนชิงหมิงมองไปที่มือของชายที่เพิ่งตายเห็นไฟจากคบเพลิงที่ยังไม่ได้ดับ จึงนึกในใจว่า ‘ซวยแล้ว!’
เมื่อครู่ยังตกใจ จนลืมดับไฟในมือของเขาทว่าตอนนี้จึงเป็นจุดเด่นที่หาตัวได้ง่าย!
ในเวลานี้ชายชุดดำอีกคนถือดาบเดินตรงเข้ามาเมื่อเห็นชายชุดดำที่นอนแน่นิ่งอยู่ในกองหิมะ จึงอุทานอย่างตกใจ
“น้องเจ็ด”
เมื่อเห็นว่าที่คอของชายชุดดำมีเข็มเงินปักอยู่จึงชี้หน้าด่าต้วนชิงหมิง “กล้าดีอย่างไรมาฆ่าน้องเจ็ด……ข้าจะล้าง
แค้นให้น้องเจ็ด!”