การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 128 ศัตรูของตู้ชิงหลวน
เนื่องจากเป็นองครักษ์ในวังหลวงหากมีใครรู้เข้าคงสร้างความลำบากไม่น้อยให้กับต้วนชิงหมิงพูดได้ว่าเพราะ
ความยุ่งเหยิงของนางนั้นมีไม่น้อยเขาจึงไม่อยากให้มีเรื่องเพิ่มขึ้นไปอีก
ลั่วสุ่ยรับคำสั่งแล้วรีบไป เหลือเพียงเหยียนหลิ่งอวี๋ที่กำลังหาที่เหมาะเจาะพักสายตาสบายๆ บนต้นไม้
จิ้งจอกน้อย บุญคุณในครั้งนี้เจ้าติดค้างข้าไว้มากทีเดียว!
ลั่วสุ่ยและพวกจิ้งสุ่ยได้นำองครักษ์ที่แอบซุ่มของเหยียนหลิ่งอวี๋บุกเข้าไปกลุ่มชิงซานสือปาเหนียนที่ไม่ทันได้ระวัง
ตัว ก็มีเสียงดาบเข้ามาจากทุกทิศทุกทางจากนั้นพวกชายชุดดำก็ล้มลงภายใต้ดาบ
อีกฝังของหน้าผาหัวหน้ากวนซานหลางของกลุ่มชิงซานสือปาหลางใช้ดาบชี้ไปที่หน้าของคุณหนูใหญ่ตู้พูดอย่าง
โกรธา “เจ้ายังมีคนมาช่วย……เจ้า!”
กวนซานหลางอายุประมาณสี่สิบกว่าร่างกายกำยำมีบาดแผลไปทั่วร่าง สีผิวดำคลํ้า หน้าตาโหดเหี้ยมเขาในตอนนี้
เหลือดวงตาเพียงข้างเดียว เพราะอีกข้างถูกยิงจนทำให้ตาบอด ทว่ากลับไม่ได้ใส่ที่คาดตาสีดำจึงทำให้ดูน่าเกลียดระคน
น่าหวาดกลัวในคราวเดียวกันเขาใช้สายตาที่อาฆาตใช้ดาบจ่อชี้ไป
ตรงหน้ากวนซานหลางเป็นคุณหนูใหญ่ตู้ที่ใบหน้าและแววตาแสดงถึงความกรุ่นโกรธไม่แพ้กันนางถือดาบด้วยมือ
ข้างซ้ายด้วยท่าทางที่อาจหาญ สายลมหนาวยามราตรีอันมืดมิดพัดพามาให้ผมปลิวไหวตามแรงลมนางเหยียบยํ่าไปบน
หิมะราวกับนางมารที่หิวกระหายเลือดก็มิปาน
เมื่อได้ยินที่กวนซานหลางพูดนางก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรได้แต่หัวเราะเย้ยหยันด้วยแววตาที่เปล่งประกาย “ถ้าข้าไม่มี
คนมาช่วยตอนนี้คนที่จะต้องตายในไม่ช้าก็คงเป็นข้าอย่างนั้นใช่หรือไม่?”
พูดจบคุณหนูใหญ่ตู้หยิบดาบเล่มยาวชี้ไปที่กวนซานหลาง พูดอย่างโมโห “กวนซานหลางเมื่อสิบปีที่แล้วเจ้าฆ่า
คนตระกูลตู้ที่ฉงโจวจนไม่เหลือ ไหนเจ้าพูดมาสิว่าใครเป็นคนที่อยู่เบื้องหลัง?”
กวนซานหลางได้ยินที่นางพูดก็ถึงกับตกใจเสียอาการไปชั่วขณะจากนั้นเขาได้แกล้งทำท่าท่างกลบเกลื่อนที่
หัวเราะอย่างไม่สนใจไยดี “เหอะๆ! ตระกูลตู้ของเจ้าล่วงเกินข้าถ้าข้าอยากฆ่าก็จะฆ่า จะพูดอะไรให้มากความ?”
พูดจบ ก็หัวเราะเยาะเย้ย “คนอย่างข้าฆ่าคนมานับไม่ถ้วน ถ้าแต่ละคนมาถามเช่นนี้คงไม่มีเวลาไปฆ่าคนอื่น”
คุณหนูใหญ่ตู้ตาแดงกํ่าหลังจากที่ได้ฟังเขาพูดนางฝืนกลั้นนํ้าตาเอาไว้และพูดว่า “นั่นเป็นชีวิตตั้งเจ็ดสิบกว่า
ชีวิต……กวนซานหลางอย่าคิดว่าสิ่งที่เจ้าต้องการนั้น ข้าจะไม่รู้…”
ตอนนี้จิ้งสุ่ยและพรรคพวกได้บุกเข้ามาทำให้โดยรอบเต็มไปด้วยเสียงร้องโหยหวนของชายชุดดำกวนซานหลาง
เกิดความกระวนกระวายใจ……คนชุดดำพวกนี้มาแบบไม่ทันได้ตั้งตัวจะต้องเป็นคนที่มีฝีมือสูงอีกทั้งท่าทางที่คล่องและวิธี
ฆ่าคนที่เด็ดขาด กวนซานหลางรู้ได้ทันว่าคํ่าคืนนี้พวกเขาเจองานใหญ่เข้าแล้ว!
“พี่ใหญ่ พวกเราสู้ไม่ไหวแล้วข้าว่ารีบถอยก่อนเถอะ!”
กวนซานหลางมองไปโดยรอบเห็นว่าตอนนี้ใกล้จะรุ่งสางแล้วอีกทั้งลั่วสุ่ยและพรรคพวกก็ไล่ตามฆ่าทุกทิศทางมา
อย่างช้าๆเขาจึงรู้ว่าอีกฝั่ายจะต้องต้อนให้พวกเขามาอยู่ด้วยกันจากนั้นก็จัดการให้ไม่เหลือแม้แต่คนเดียว
กวนซานหลางที่ทำชั่วมากมาย เข่นฆ่าผู้คนเหมือนผักปลารู้สึกตระหนกหมดหนทางเป็นครั้งแรก!
ดวงตาที่โหดเหี้ยมของเขาเบิกกว้างขึ้นมา “พี่น้องข้าอีกครู่ถ้าใครหนีได้ก็ให้หนีไป ส่วนใครที่หนีไม่ได้ก็ให้สู้มันฆ่า
ได้คนหนึ่งถือว่าเสมอตัว ฆ่าได้สองคนถือว่าเป็นกำไร ได้ยินหรือไม่?”
คนเหล่านั้นปกติฆ่าคนมานับไม่ถ้วนดาบที่มือต่างเปือนเลือดไม่ตํ่ากว่าสิบชีวิตในเวลานี้ต้องเผชิญหน้ากับความ
ตาย แม้จะหวาดกลัวแต่ก็รู้ว่าคนทำชั่วจะต้องชดใช้เมื่อได้ฟังที่กวนซานหลางพูดพวกเขาแต่ละคนก็หัวเราะอย่างเสียสติ
ขึ้นมา
“พี่น้องข้า พี่ใหญ่พูด ถูกฆ่าได้คนหนึ่งถือว่าเสมอตัวฆ่าได้สองคนถือว่าเป็นกำไร อีกประเดี๋ยวสู้ให้เต็มที่!”
คุณหนูใหญ่ตู้ไม่สนใจเสียงหัวเราะที่ไร้สติพวกนั้นนางหันหลังกลับมามองผู้นำลั่วสุ่ย เอ่ยขึ้นว่า “บุญคุณในครั้งนี้ตู้
ชิงหลวนจะไม่ลืม! ขอให้ทุกท่านเหลือหัวหน้ากลุ่มคนนั้นเอาไว้ให้ข้า เพราะข้ากับเขายังมีความแค้นเรื่องฆ่าล้างตระกูล
ตู้!”
ทางด้านจิ้งสุ่ยเป็นเพียงแค่ผู้นำขององครักษ์และเป็นแขนขาให้กับเหยียนหลิ่งอวี๋ เมื่อได้ฟังที่คุณหนูใหญ่ตู้พูดก็
พยักหน้าตอบรับ “ทำตามที่คุณหนูใหญ่ตู้ว่า!”
จากนั้นพูดเสียงหนักแน่นขึ้นว่า “ฆ่าพวกมันให้หมดทุกคนอย่าให้เหลือรอด!”
องครักษ์อย่างพวกเขาถ้าได้ลงมือแล้วจะไม่เหลือให้มีชีวิตรอดในเวลานี้องครักษ์สิบกว่าฆ่าไปทางที่กวนซานหลา
งอยู่เหตุการณ์นั้นช่างทำให้คนต่างสะพรึงกลัว!
ดาบเล่มยาวของจิ้งสุ่ยได้จ่อไปที่กวนซานหลางเขามองออกว่าคุณหนูใหญ่ตู้ได้รับบาดเจ็บ จะต้องไม่ใช่คู่ต่อสู้ของ
กวนซานหลางเป็นแน่แท้ทว่าเขาได้รับคำสั่งให้ถอยออกมาก่อนฟั้าสาง ตอนนี้เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว!
คนที่ฝีมือสูงย่อมฆ่าคนได้อย่างง่ายดายผ่านไปแวบเดียวก็เหลือเพียงแปดชีวิต จนสุดท้ายเหลือเพียงกวนซานหลา
งและรองหัวหน้าอย่างตงซานหลางยืนอยู่
ลั่วสุ่ยก้าวฝีเท้าเดินก้าวขึ้นไปด้านหน้าชักดาบเล่มยาวขึ้นฟันไปหลายครั้งที่ตงซานหลายจนเลือดสาดกระเซ็นไป
ทั่วพื้น!
และจิ้งสุ่ยมีการลงมือที่เด็ดขาดกว่าโดยไล่ต้อนกวนซานหลางจนไปมุมและฉวยโอกาสจับเขาโดยกดจุดบน
ร่างกายหลังจากนั้นโยนเขาไปไว้หน้าคุณหนูใหญ่ตู้และยกมือคารวะนางจากไป
ชุนถาวที่เลือดไหลทั่วตัวยืนอยู่ด้านหลังของคุณหนูใหญ่ตู้มองไปที่จิ้งสุ่ยที่กำลังเก็บศพและจากไปรวดเร็ว นางจึง
พูดอย่างสงสัยว่า “นายหญิงพวกเขาเป็นใครกัน?”
เป็นที่รู้ว่าจอมยุทธ์ในยุทธภพแต่ละคนต่างทำอะไรเปิดเผยโดยเมื่อมาถึงจะแจ้งชื่อแซ่คนเหล่านี้ที่มาแต่ละคนกลับ
ต่อสู้และฆ่าอย่างเต็มที่เมื่อจัดการฆ่าเสร็จก็จากไปโดยไม่พูดอะไรท่าทางเช่นนี้ทำให้ชุนถาวถึงกับอึ้งปากค้าง
สายตาของตู้ชิงหลวนเกิดความสับสนขึ้นนั่งมองไปยังกวนซานหลางที่โดนกดจุดให้ขยับเขยื้อนไม่ได้ พูดอย่างช้าๆ
“พวกเขาเป็นองครักษ์…”
ครู่เดียวนางก็พูดขึ้นเสริมว่า “องครักษ์เหล่านี้วรยุทธ์แต่ละคนเป็นมือหนึ่งทั้งนั้นและคนที่จะเลี้ยงดูคนเหล่านี้ได้
จะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน!”
คำพูดที่จะพูดต่อตู้ชิงหลวนกลับไม่ได้พูดออกมา……องครักษ์ที่เชื่อฟังคำสั่ง ท่าทางแบบนั้นฝีมือแบบนั้นจะต้อง
เป็นคนที่สูงศักดิ์เป็นแน่ดังนั้นเจ้านายของคนเรานี้ถ้าไม่ใช่ขุนนางระดับสูงก็น่าจะเป็นองครักษ์ของราชวงศ์
ตู้ชิงหลวนถอนหายใจอย่างแผ่วเบาดูถ้าคืนนี้นางเป็นหนี้บุญคุณกับคนที่ไม่ควรจะมีด้วย!
ได้ยินที่นางพูดเช่นนั้นชุนถาวก็เงียบลงอย่างรู้ใจ
ตู้ชิงหลวนชี้ดาบไปที่หน้าของกวนซานหลางตะโกนถามอย่างดุดัน “สรุปแล้วใครใช้ให้เจ้าไปฆ่าล้างตระกูลตู้……
เจ้าจะพูดหรือว่าไม่พูด?”
เขาเงยหน้ามองไปที่นางด้วยสายตาที่แดงกํ่าไปด้วยเลือดอ้าปากระเบิดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “ข้าตกอยู่ในมือ
ของเจ้าถ้าจะฆ่าก็ฆ่าเสียเถอะ ไม่ต้องพูดอะไรให้เปลืองนํ้าลายอีก……”
ได้ฟังเช่นนั้นตู้ชิงหลวนก็ฟันแขนข้างหนึ่งของเขาหลุดจากไหล่อย่างไม่แยแสทันทีกัดฟันพูดขึ้น “ถ้าเจ้ายังไม่ยอม
พูดคอยดูสิว่าแขนขาของเจ้าจะถูกตัดทิ้งเช่นนี้อีกหรือไม่!”
ชีวิตของเขาฆ่าคนมานับไม่ถ้วน ไม่เคยคิดว่าจะตกอยู่ในสภาพเช่นนี้?
เขาร้องโหยหวนไปตะโกนอย่างโกรธแค้นไป “นางคนบ้า ถ้าจะฆ่าก็ให้ตายทีเดียวไปเลย……คำถามของเจ้าต่อให้
ข้าตายก็จะไม่มีทางพูด!”
หญิงสาวหัวเราะเยาะเสียงเบา “ต่อให้ตายก็จะไม่พูดหรือ… เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าข้าจะไม่รู้? ถ้าเกิดเจ้ายอมพูด
ออกมาตรงๆข้าก็จะสงสัยว่าที่เจ้าพูดนั้นจริงหรือไม่ ส่วนตอนนี้ข้ากลับมั่นใจในความคิดที่มีเคยมีไว้ก่อนแล้ว… จะต้อง
เป็นคนนั้นที่มาขอของจากตระกูลข้าแล้วไม่ได้จึงให้เจ้ามาฆ่าตระกูลตู้ให้หมด?”
‘คนคนนั้น’เป็นใครตู้ชิงหลวนก็ยังไม่แน่ชัด ทว่ากวนซานหลางเหมือนเข้าใจแล้วสีหน้าจึงซีดขาวขึ้นไปอีก ได้แต่
ตะโกนพูดแทบเจียนขาดใจ “นางคนบ้า ถ้าเจ้ามีความสามารถก็ฆ่าข้าเลย!”
ตู้ชิงหลวนโกรธจนเลือดขึ้นตา สองมือกระชับดาบไว้แน่นขึ้นอีกจนสุดท้ายนางหัวเราะอย่างน่าสมเพช “ได้สิอย่าง
นั้นข้าจะให้เจ้าได้สมปรารถนา!”
พูดจบดาบในมือก็ได้ปลิดชีวิตของกวนซานหลางให้สิ้นสุดลง
เขาไม่อยากจะเชื่อว่าจะตายในนํ้ามือของอิสตรีดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นและสุดท้ายก็หลับลงอย่างไม่ยอมใจ
เสียงรอบข้างเงียบหูลงได้ยินเพียงเสียงลมหนาวและหิมะไปพัดผ่านตู้ชิงหลวนยืนอยู่บนหิมะที่โพลนขาวและมอง
ไปยังแสงตะวันที่กำลังโผล่ขึ้นจากขอบฟั้าทางทิศตะวันออกด้วยสีหน้าที่หดหู่อยู่นานโดยไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว