การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 129 สถานการณ์วิกฤตินัก
ชุนถาวก็ยืนนิ่งสงบและไม่เปล่งวาจาเช่นเดียวกัน
ปั่าบนเขาที่กว้างใหญ่ไพศาล สรรพเสียงรอบด้านพลันเงียบสงัดลง!มีเพียงเสียงสายลมหนาวที่พัดผ่านมา แรงบ้าง
เบาบ้างคล้ายกำลังหยอกล้อกับกิ่งไม้
ทันทีที่ลมอันหนาวปะทะกิ่งไม้ที่มีหิมะปกคลุมจนหนักให้ร่วงหล่นดัง “ตุ้บ” ลงในกองหิมะที่อยู่ด้านข้างกระเด็น
มาโดนใบหน้าและละลายอย่างรวดเร็วราวกับนํ้าตาที่ไหลเป็นสายลงอาบหน้า
ชุนถาวจึงยื่นมือขึ้นมารูปที่แก้มเวลาผ่านไปนานพอสมควรจึงได้ยินเสียงกลืนนํ้าลายและพูดโน้มน้าวอย่างแผ่วเบา
“นายหญิงความแค้นที่รอคอยมาตลอดได้สมปรารถนาแล้วนายหญิงได้แก้แค้นเรียบร้อยจึงควรที่จะดีใจสิเจ้าคะ!”
เดิมทีความรู้สึกของตู้ชิงหลวนทั้งตกใจเสียใจ เวทนา และเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก ในตอนนี้เมื่อได้ยินคำพูดของ
ชุนถาวไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกลับมีนํ้าตาเอ่อไหลออกมาเป็นทางยาวอาบใบหน้า นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
ใช่แล้ว นางได้ชำระแค้นที่ปรารถนามานานหลายปี ทว่าวันนี้เลือดของศัตรูกลับเปรอะเปือนเต็มเสื้อผ้าไปทั่วร่าง
ของศัตรูได้นอนแน่นิ่งอยู่ตรงหน้าเป็นเวลานานมากแล้วที่จะแรงที่พยุงให้นางยังต้องยืนหยัดต่อสู้แต่บัดนี้กลับไม่มีแล้ว!
เป็นเวลาสิบปีแล้ว!
ความแค้นนํ้าเลือดและนํ้าตาตลอดสิบปีมานี้ การไล่ล่าอย่างไม่ย่อท้อตลอดสิบปี ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งที่คอยเติม
เต็มชีวิตของนางในเวลานี้นางเหมือนเดินมาจนสุดทาง จนไม่เหลือเปั้าหมายในชีวิตใดอีก
สิบปีก่อนนางมีปณิธานและเปั้าหมายที่จะสร้างธุรกิจการค้าของนางขึ้นมาเองแต่คาดไม่ถึงว่าการไม่ระมัดระวังใน
วัยสาวของนางจะก่อเรื่องที่เลวร้ายอย่างใหญ่หลวง
คนพวกนั้นจึงมีเปั้าหมายเพื่อแก้แค้นนางทว่านางเข้าไปเมืองหลวงคนพวกนั้นจึงมิอาจตามไปได้จึงไปสืบหาบ้าน
ของท่านพ่อและท่านแม่เป็นเพราะอารมณ์ที่แย่งชิงเปั้าหมายเดียวกันจึงเกิดความแค้นกันขึ้นคนพวกนั้นจึงไปที่จวนของ
นางใช้วิธีที่โหดเหี้ยมและน่าอัปยศที่สุดโดยการฆ่าล้างทั้งตระกูลเป็นเพราะนางจึงทำให้ตระกูลตู้ต้องตายอย่างอนาถ
ไม่นานหลังจากนั้น หญิงสาวก็เหมือนตายไปแล้วทั้งเป็นเหลืออยู่ก็เพียงวิญญาณที่คอยตามล้างแค้น จนวันนี้ได้
จัดการลงมือแก้แค้นกับคนชั่วอย่างกวนซานหลางทว่าใจของนางทำไมยังไม่หลุดพ้นออกจากความแค้นนี้ได้แม้แต่น้อย?
เป็นเพราะความแค้นได้หยั่งรากลึกลงในหัวใจของนางพอถอนรากถอนโคนออกจึงทำให้เหมือนชีวิตขาดที่พึ่ง?
หรือว่าที่จริงในใจของนางโกรธเกลียดตัวนางเองเมื่อชิงซานสือปาหลางตายกันจนหมด แต่นางยังมีชีวิตอยู่จึงไม่
สามารถหลุดพ้นได้หรือ?
ใช่แล้ว คนที่ทำผิดจริงๆ เป็นนางเองคนที่สมควรตายก็ตายแล้ว ส่วนคนที่ไม่สมควรตายก็ตายแล้วเช่นเดียวกัน
เหลือเพียงนางคนเดียวที่อยู่บนโลกนี้อย่างโดดเดี่ยว ไร้ที่พึ่งพิงและเสียใจไปตลอดกาล!
นางค่อยๆหลับตาลงคอยฟังเสียงลมพัดหวีดหวิวข้างหู อยู่ๆ ก็ถอนหายใจ “ชุนถาวคนที่ทำร้ายตระกูลตู้ทั้งหมด
ที่แท้เป็นนางเอง……”
ชุนถาวรับใช้ตู้ชิงหลวนมาหลายปีก็ย่อมเข้าใจความคิดความอ่านของนางนางถอนหายใจช้าๆ ก่อนพูดขึ้น “คุณ
หนูคนตายก็ตายไปแล้ว คุณหนูจะโทษตัวเองอย่างนี้เพื่ออะไรเจ้าคะ?”
ในใจของชุนถาวเศร้าใจจนอธิบายไม่ถูก
นางติดตามตู้ชิงหลวนและเห็นนางทนทุกข์ทรมานมาสิบปีแล้วฝันร้ายกลางดึกจนต้องปลุกนางให้ตื่นขึ้นความ
ทุกข์เศร้าในทุกวันที่เจ็ดเดือนเจ็ดของทุกปีอีกทั้งการไล่ตามฆ่าอย่างไม่ท้อถอยตลอดสิบปีมานี้… ตู้ชิงหลวนไม่เคยยกโทษ
ให้กับตัวเองอย่างแท้จริง!
การพูดโน้มน้าวกลับไร้ผล ปีศาจในใจของคนคนหนึ่งไม่สามารถใช้เวลามาคอยทำให้ดีขึ้นทิฐิของคนคนหนึ่งมีเพียง
การใช้ความรักจะคอยหลอมละลายให้คลายลงตลอดสิบปีมานี้ชุนถาวเข้าใจดีว่าสิ่งที่ตู้ชิงหลวนขาดไม่ใช่พลังจากการแก้
แค้นกลับขาดมือข้างนั้นที่จะฉุดนางให้ขึ้นมาหลุมลึกนี้ขึ้นมาได้!
หญิงสาวขาดความรักจากคนที่รักนางและเอ็นดูนางแท้จริง
เรื่องในตอนนั้นเป็นเพราะความเข้าใจผิดจึงแยกจากต้วนเจิ้ง ไม่รู้ว่าเป็นคนนั้นใช่หรือไม่?
ต้วนเจิ้ง…
ชุนถาวสะดุ้งขึ้นมาวิ่งไปหานางพูดไปด้วยวิ่งไปด้วย “แย่แล้ว… คุณหนูต้วน!”
ต้วนชิงหมิง? เด็กนั่นเป็นอะไป?
ในทันนั้นก็คิดได้ว่าชุนถาวกลับมาที่นี่ หญิงสาวถึงกับสะดุ้งโหยง “ชุนถาว ข้าให้เจ้าไปปกปั้องนางไม่ใช่หรือ?
ตอนนี้นางอยู่ที่ไหน?”
ชุนถาวรีบสาวเท้าออกไปอย่างร้อนใจจนนํ้าตาไหลออกมา “ที่จริงบ่าวไปปกปั้องคุณหนูต้วนแต่ว่าเมื่อได้ยินชิง
ซานสือปาหลางฆ่าคนที่มีเสียงร้องโหยหวนไปทั่ว คุณหนูต้วนจึงให้บ่าวรีบไปช่วยคนก่อนจากนั้นบ่าวเห็นว่านายหญิง
กำลังได้รับอันตรายจึงรีบวิ่งมาโดยไม่ได้สนใจอะไร… จนลืมคุณหนูต้วนไปเลยเจ้าค่ะ!”
ตู้ชิงหลวนได้ฟังก็กระทืบเท้าอย่างใจร้อน “เจ้านี่ช่างสะเพร่าจริง……”
พูดจบนางก็เร่งฝีเท้าตามหลังชุนถาวไปทางที่ต้วนชิงหมิงหลบซ่อนตัวอยู่
เด็กนั่นมีนิสัยและจิตใจที่ดีไม่ว่าอย่างไรก็จะให้นางเกิดเรื่องไม่ได้… อย่างน้อยที่สุดจะให้นางมาเกิดเรื่องตอนอยู่กับ
ตู้ชิงหลวนไม่ได้!
“นายหญิง ตามบ่าวมาทางนี้!” นางชี้มือไปทางที่เดินมาก่อนหน้านี้ เห็นนายหญิงรีบร้อนเช่นนี้ชุนถาวก็เสียใจใน
สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างมาก
คุณหนูต้วน……อย่าเป็นอะไรไปเป็นอันขาดนะเจ้าคะ ถ้าเกิดนางเป็นอะไรไป ชุนถาวก็จะขอชดใช้ด้วยชีวิต!
ในเวลานี้จู่ๆ ก็มีเสียงต้วนชิงหมิงร้องตะโกนมาจากทางด้านโน้น “คุณหนูใหญ่ตู้ พี่สาวชุนถาวไม่ต้องเป็นห่วงข้า
อยู่ที่นี่!”
ตู้ชิงหลวนเงยหน้าขึ้นเห็นสาวน้อยที่ขาวสวยยืนอยู่ใต้ต้นไม้ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะสาวน้อยนั้นใส่ชุดคลุมยาวสีเขียว
เข้มและใบหน้าเปือนรอยยิ้มที่กำลังหันมาโบกมือให้กับพวกนาง
นางเห็นต้วนชิงหมิงไม่เป็นอะไรจึงพูดอย่างดีใจขึ้นไปอีก “สาวน้อยเจ้าไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่?”
เมื่อได้ยินคำว่า ‘สาวน้อย’ในใจของต้วนชิงหมิงก็รู้สึกประหลาดใจจนพูดไม่ออก นางได้แต่ตกใจเล็กน้อยจากนั้นก็
ยิ้มอย่างสดใสพูดตอบว่า “พี่สาวชุนถาวช่วยข้ากับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไว้ พวกเราจึงไม่เป็นอะไร!”
คุณหนูใหญ่ตู้รู้สึกว่าการเรียกแบบนี้อาจทำให้รู้สึกตั้งตัวไม่ได้
ในตอนที่ติงโหรวตั้งท้องอยู่คุณหนูใหญ่ต้วนเคยรับปากไว้ว่าเมื่อเด็กคนนี้เกิดมา นางจะดูแลปกปั้องอย่างเต็ม
กำลังความสามารถเพียงแต่เรื่องความแค้นในการฆ่าล้างตระกูลจึงต้องกลับบ้านเกิด หลังจากนั้นสิบปีนี่ถือว่าเป็นครั้ง
แรกที่ได้พบหน้าต้วนชิงหมิง
ชุนถาวเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเด็กสาวก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากพูดยิ้มๆ “เมื่อครู่พวกเจ้าทำให้ข้าตกใจแทบแย่
ตอนนี้พวกเจ้าไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว!”
นางเงยหน้าขึ้นคลี่ยิ้มตอบ
รอยยิ้มของสาวน้อยทำให้ชุนถาวยิ้มจนหน้าบานขึ้นไปอีกนางจึงเดินไปจับมือต้วนชิงหมิง พูดอย่างเอ็นดู “เจ้า
เป็นแค่สาวน้อยตัวเล็กๆ ทำไมรู้นู่นนี่ไปเสียหมดทุกเรื่องกัน?”
ชุนถาวพูดไปก็เหลือบมองตู้ชิงหลวนไปด้วยจนนายหญิงเกิดความสงสัยในที่สุดก็เดินขึ้นจับข้อมือต้วนชิงหมิงยก
ขึ้นดู พูดเสียงเรียบว่า “ผิวของเด็กผู้หญิงนั้นถือว่าลํ้าค่าที่สุด… ทำไมเจ้าถึงกรีดจนเป็นแผล?”
คำพูดนั้นแฝงอารมณ์ตำหนิละม้ายแม่ตำหนิลูกสาวที่ไม่ระมัดระวังจนได้รับบาดเจ็บ
คำพูดที่อ่อนโยนแบบนั้นต้วนชิงหมิงไม่เคยได้ยินมาสิบปีแล้วดวงตาของนางจึงมีนํ้าตาเอ่อไหลออกมา “ข้ามีวิธีที่
จะปกปั้องตัวเอง… ข้าหวังเพียงคุณหนูใหญ่ตู้จะหนีไปได้ไกลกว่านี้อีกเสียหน่อย…”
ตู้ชิงหลวนได้ฟังถึงกับสะอึกผ่านไปสักพักนางถึงจะพูดตำหนิกลายๆ “พูดเพ้อเจ้ออันใด เจ้าเป็นเพียงเด็กสาวตัว
น้อยๆจะมีแรงไปปกปั้องคนอื่นได้อย่างไร…”
ตู้ชิงหลวนหยุดพูดลงแต่เพียงเท่านั้นแล้วมิได้พูดอะไรอีกแต่หันหน้าไปอีกทาง หยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับนํ้าตาที่เอ่อ
ไหลออกมา!
ชุนถาวเข้าใจความรู้สึกของนายหญิงจึงถอนหายใจอย่างช้าๆจากนั้นเดินเข้าไปสองก้าว พูดขึ้น “คุณหนูต้วน
บาดแผลนี้จะต้องพันแผลโดยเร็ว ถ้าเกิดเป็นแผลเป็นจะไม่ดี…”
ตอนนี้เป็นเวลารุ่งสางพอดีพื้นและบรรยากาศต่างขาวโพลนไปหมดต้วนชิงหมิงที่ใส่ชุดสีเขียวเข้มของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์
ขับให้ผิวของนางขาวใสและใบหน้าสะอาดสะอ้าน นางเงยหน้ามองยิ้มๆ ไปที่ชุนถาว “พี่สาวชุนถาวไม่เป็นอะไรหรอก
แผลอยู่ที่ข้อมือ ไม่มีคนอื่นเห็นหรอก!”
ระหว่างที่พูดก็มีแสงสะท้อนแวบไปที่ด้านหลังของตู้ชิงหลวนสีหน้าของต้วนชิงหมิงในเวลานั้นถึงกับเปลี่ยนสีใน
ทันทีนางรู้ว่าถ้าจะเตือนก็ไม่ทันการแล้วจึงผลักชุนถาวออกและโผเข้าใส่ตู้ชิงหลวนแทน “คุณหนูใหญ่ตู้ระวัง!”
ชุนถาวตกใจจนหน้าถอดสีและต้องการจะดึงตัวต้วนชิงหมิงกลับมาแต่ว่าก็ไม่ทันเสียแล้ว
กริชสั้นสะท้อนแสงวาบพุ่งตรงไปที่คนทั้งสอง
ในขณะนั้นสายตาของตู้ชิงหลวนเผยให้เห็นถึงความตกใจนางอยากจะเข้าไปฉุดต้วนชิงหมิงและพุ่งไปตรงที่แสง
สะท้อนพุ่งมาแต่ก็สายไปแล้ว!
กริชสั้นพุ่งทะยานอย่างรวดเร็วปักทางด้านหลังบริเวณหัวใจของต้วนชิงหมิง
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ตกใจจนแทบเสียสติ
ชุนถาวก็ตกใจไม่ต่างกับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์!
นํ้าตาของตู้ชิงหลวนไหลออกมาอย่างร้อนรนใจทว่านางมีบาดแผลทั่วร่างจึงไม่มีแรงเหมือนตอนสภาพปกติรวมทั้ง
ชุนถาวอยู่ห่างออกไปอีกจึงไม่ทันได้ปั้องกัน ตอนนี้จะทำอย่างไรดี? ลูกสาวของจวนต้วนกำลังจะตายแล้ว!