การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 130 พระเอกขี่ม้าขาวมาช่วย
ถ้าจะบอกว่าสายไปแล้วทว่าในตอนนั้นมีเงาชุดดำพุ่งเข้ามาดุจสายฟั้าแลบ ผลักตู้ชิงหลวนจนล้มกลิ้งไปกับพื้น
และเข้าไปอุ้มต้วนชิงหมิง
ถึงจะเป็นเช่นนั้นก็สายไปแล้ว
กริชสั้นเล่มนั้นได้ทะลุเข้าไปร่างของต้วนชิงหมิงก่อนที่ชายชุดดำนั้นจะเข้ามา
ได้ยินเสียงถอนหายใจด้วยความโมโหจากคนที่เข้าไปอุ้มต้วนชิงหมิงมาหยุดยืนอยู่หน้าต้นไม่ใหญ่
“จิ้งจอกน้อยข้ามาช่วยเจ้าเป็นครั้งที่สองแล้วนะ!!!”
ต้วนชิงหมิงใบหน้าเต็มไปด้วยหิมะและสะลึมสะลือใกล้จะหมดสติ นางรับรู้ถึงลมหายใจที่รุนแรงของผู้ชายจากนั้น
จิตใต้สำนึกของนางก็ได้ดันเขาออก “ปล่อยข้า!”
เสียงที่น่ารังเกียจเช่นนี้คงเป็นหลิงเหยี่ยนอวี๋ทำไมองค์ชายสามถึงมาอยู่ในที่ห่างไกลและไม่มีผู้คนเช่นนี้ได้?
พอชุนถาวเห็นต้วนชิงหมิงไม่เป็นอะไรมากจึงรีบไล่ล่าคนที่ทำในขณะนี้ทางด้านหลังของต้นไม้ได้มีเสียงร้อง
โหยหวนขึ้นคนที่ลอบทำร้ายเมื่อครู่ได้กลายเป็นซากศพกองอยู่บนพื้นไปแล้ว!
ชุนถาววิ่งไล่ล่าตามไปก็เห็นเพียงแสงสะท้อนของดาบแต่กลับไม่เห็นเงาของคนแม้แต่คนเดียวตอนนี้ต้วนชิงหมิงมี
คนช่วย ตู้ชิงหลวนปลอดภัย นางจึงรีบกลับไปเพื่อดูสถานการณ์
คาดคิดไม่ถึงว่าต้วนชิงหมิงจะถูกชายหนุ่มอุ้มขึ้นนางกำลังดิ้นเพื่อให้หลุดจากมือทางด้านตู้ชิงหลวนจึงรีบเข้าไป
ฉุดรั้งด้วยความรวดเร็ว
ทุกคนต่างรู้ว่าชื่อเสียงของหญิงสาวนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งถ้ามีคนเอาไปพูดกันว่าเห็นต้วนชิงหมิงถูกคน
โอบอุ้มไปมาต้วนชิงหมิงจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ฉะนั้นนางต้องเข้าไปปกปั้องเด็กสาว
ตู้ชิงหลวนเข้าไปฉุดลากต้วนชิงหมิงจากด้านหลังทำให้เหยียนหลิ่งอวี๋ล้มกองไปกับพื้น “ขอบคุณคุณชายที่ช่วย
หลานสาวของข้าไว้!”
“ฮึ!เจ้ามันจิตใจทำด้วยอะไร ทำแบบนี้กับคนที่ช่วยชีวิตเจ้างั้นหรือ?”
เหยียนหลิ่งอวี๋เงยหน้าขึ้นไม่ได้มองไปที่ตู้ชิงหลวนทว่าจ้องไปทางต้วนชิงหมิงด้วยสายตาที่ไม่พอใจ!
ชายหนุ่มที่นั่งลงกับพื้นค่อยๆเงยหน้าขึ้น พอตู้ชิงหลวนได้เห็นก็ถึงกับตกตะลึงไปชั่วขณะทันใดนั้นนางมีความคิด
ขึ้นมาว่า… ในโลกนี้ยังมีชายหนุ่มที่หน้าตา รูปร่างหล่อเหลาถึงเพียงนี้อยู่อีกหรือ?
ชายหนุ่มคนนั้นอายุประมาณสิบสามสิบสี่ปีบนร่างกายมีท่าทางที่สูงศักดิ์หาใครเปรียบอีกทั้งยังแผ่ซ่านความรู้สึก
ที่ทำให้ผู้คนลุ่มหลงอย่างหนึ่งออกมาจนไม่อาจจะละสายตาไปที่อื่นได้
จากมุมที่ตู้ชิงหลวนมองได้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาเหมือนกับภาพวาดยังมีแววตาที่วาววับเปล่งประกายสะท้อน
แสงไปมาเหมือนกับจะทำให้ทุกสิ่งหยุดชะงักลงยิ่งไปกว่านั้นรูปโฉมที่งดงามจนไม่สามารถละสายตา จมูกโด่งเป็นสันริม
ฝีปากกระจับแดงระเรื่อเป็นธรรมชาติ พูดได้ว่าใครเห็นต่างต้องรักใคร่มีใจปฏิพัทธ์
ความหล่อเหลาของชายหนุ่มละม้ายเทพบุตรกลับชาติมาเกิดก็ไม่เกินจริงยามแสงตะวันได้สาดส่องไปที่พื้นหิมะที่
ขาวโพลนยิ่งช่วยขับให้ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้ามีสง่าราศีเพิ่มยิ่งขึ้น
ใบหน้าที่ดุร้ายเผยให้เห็นถึงความเป็นผู้ใหญ่เวลานี้ต้นไม้ถูกกระทบจนหิมะตกกระจายไปโดยรอบตัวเขาหิมะบาง
ส่วนตกลงที่ปินปักผมที่งดงามของเขาจนไม่สามารถบรรยายความหล่อเหลานั้นได้
ต่อให้ตู้ชิงหลวนจะมองคนมามากมายทว่าเมื่อเห็นชายหนุ่มที่รูปงามเช่นนี้จึงอดไม่ได้ที่จะประหม่า… ช่างเป็นชาย
หนุ่มที่ใครเห็นก็ต้องลุ่มหลงหัวปักหัวปา
แต่ต้วนชิงหมิงกลับไม่ได้รู้สึกเช่นนั้นเมื่อนางได้ยินเสียงที่คุ้นเคยในใจก็มีลางสังหรณ์ขึ้นมา นางจึงจ้องมองอีกฝั่าย
ที่แท้ก็เป็นเหยียนหลิ่งอวี๋ที่ตามยุ่งพัวพันกับนางมากที่สุด!
แก้มทั้งสองของนางค่อยๆแดงขึ้นมา แม้เวลาพูดก็ตะกุกตะกัก “เช่นนั้น… องค์ชายสาม ทำไมถึงเป็นท่าน?”
สายตาของเหยียนหลิ่งอวี๋เกิดความไม่พอใจขึ้นอย่างมาก “ถ้าไม่ใช่ข้า เจ้าคิดว่าจะเป็นใคร?”
เจ้ามันจิ้งจอกน้อยที่ลืมบุญคุณตั้งแต่จ้วงจื่อมาถึงที่นี่ ข้าช่วยเจ้าไปหลายครั้งหลายคราแต่ตอนนี้เขาช่วยอย่างเต็ม
ความสามารถกลับแลกได้แค่ประโยคที่ว่า “ทำไมเป็นท่าน?”
สายตาที่ตระหนกและสีหน้าที่หวาดกลัวเช่นนี้ทำให้ใจของเหยียนหลิ่งอวี๋เกิดไม่พอใจเป็นที่สุด
ใบหน้าของเขามีความชั่วร้ายแผ่ซ่านออกมาจนอธิบายไม่ถูก “ระหว่างที่เจ้าเดินทางมามีคนช่วยเจ้ามากมายอย่าง
นั้นหรือ?”
ครั้งนี้แม้ต่อให้ต้วนชิงหมิงเบาปัญญาแค่ไหนก็รู้ว่านางไม่ทันระวังจึงเปิดโอกาสให้เหยียนหลิ่งอวี๋ได้ที นางจึงอด
เศร้าใจไม่ได้… ถ้ารู้ว่าองค์ชายท่านนี้มานางก็ยกไม่กล้าผลักเขาออกไป!
เพียงนึกถึงจิตใจอันคับแคบขององค์ชายสามตรงหน้าในใจของต้วนชิงหมิงก็เริ่มโมโหขึ้นมาทันที!
นางมีสีหน้าซีดขาวเดินมาจากด้านหลังตู้ชิงหลวนไปหยุดทำความเคารพเหยียนหลิ่งอวี๋ “หม่อมฉันต้วนชิงหมิง
ขอบพระทัยที่องค์ชายสามช่วยชีวิตเอาไว้!”
สีหน้าเหยียนหลิ่งอวี๋ที่ไม่สบอารมณ์เริ่มเพิ่มมากขึ้นอีก
จิ้งจอกน้อยที่ไม่รู้จักบุญคุณอย่างเจ้า!เป็นเขาทั้งนั้นที่ช่วยชีวิตนางครั้งแล้วครั้งเล่าดูท่านอกจากจะขอบคุณแล้วก็
คงหวาดกลัว! หรือว่าเขาเหมือนกับปีศาจอย่างนั้นเชียวหรือ?
ตู้ชิงหลวนสัมผัสอย่างรวดเร็วได้ถึงบางอย่างที่แปลกระหว่างทั้งสองคน
นางเคยได้ยินได้ฟังว่าเรื่ององค์ชายสามอยู่บ้างทว่านางคิดไม่ถึงว่าต้วนชิงหมิงจะรู้จักในตอนนี้สายตาของต้วนชิงห
มิงมีแต่ความหวาดกลัวจึงทำให้ตู้ชิงหลวนรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย!
เพียงแต่องค์ชายสามท่านนี้แม้จะมีท่าทางที่โดดเด่นแต่ก็ไม่อาจจะมองข้ามได้พูดกันตามจริงถ้าจะให้พูดแทรกขึ้น
มาในตอนนี้ก็คงจะไม่เหมาะไม่ควรเพียงแต่ตู้ชิงหลวนมองเห็นท่าทางต้วนชิงหมิงที่จะร้องไห้ออกมาจึงอดไม่ได้ที่จะเดิน
ก้าวไปข้างหน้าสองก้าวและพูดยิ้มๆ “หม่อมฉันตู้ชิงหลวน คารวะองค์ชายสาม!”
ตอนนี้เหยียนหลิ่งอวี๋ได้หันหน้ากลับมามองตู้ชิงหลวนอีกทั้งพูดด้วยนํ้าเสียงที่ยังคงนิ่งเฉย “ชื่อเสียงของคุณหนู
ใหญ่ตู้ไม่มีใครไม่รู้จัก!”
นางจึงยิ้มเจื่อนขึ้นมา “ขอบพระทัยองค์ชายสามที่ยื่นมือมาช่วยเมื่อคืนนี้”
เหยียนหลิ่งอวี๋มายืนอยู่ที่นี่ในขณะนี้จึงเดาได้ไม่ยากเลยว่าคนที่มาช่วยเมื่อคืนเป็นคนของใคร!
เขากัดฟันกรอดเหลือบมองจิ้งจอกน้อยที่ไม่รู้จักทดแทนบุญคุณคน… ดูอย่างคุณหนูใหญ่ตู้ยังรู้จักขอบคุณแต่คน
ไม่สำนึกบุญคุณอย่างเจ้ายังแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้!
สีหน้าของต้วนชิงหมิงยิ่งซีดเผือดลงไปอีกเมื่อได้ยินที่คุณหนูใหญ่ตู้พูด……หรือว่าเมื่อคืนนี้องค์ชายสามอยู่ที่นี่และ
ช่วยคุณหนูใหญ่ตัวตู้หรือ? เช่นนั้นที่นางหลบอยู่ในกองหิมะจะต้องถูกเขาเห็นแล้ว?
เมื่อคิดถึงตอนที่นางวิ่งมาตรงนี้ก็เห็นเลือดที่หยดอยู่บนหิมะแสดงว่าจะต้องมีคนคอยกำจัดคนพวกนั้น อย่างนั้น
จะเป็นใครกันที่ตั้งใจไม่บอกนางโดยให้นางหลบซ่อนอยู่ใต้กองหิมะทั้งคืน?
เมื่อคิดถึงตรงนี้ต้วนชิงหมิงก็โมโหขึ้นมานางยิ้มเจื่อนและพูดอย่างเย็นชาเป็นที่สุด “หม่อมฉันต้วนชิงหมิงก็
ขอบคุณองค์ชายสามที่ช่วยชีวิตเอาไว้…”
ต้วนชิงหมิงกัดฟันพูด‘ช่วยชีวิตเอาไว้’ คำนี้ออกมาแม้แต่คุณหนูใหญ่ตู้ไม่รู้เรื่องราวใดๆก็พอจะเดาออกว่าคำพูด
ของนางนั้นเต็มไปด้วยความประชดประชัน!
“พูดได้ดีพูดได้ดี!” เขาได้ฟังที่ต้วนชิงหมิงพูดก็ยิ้มออกมาอย่างเบิกบานใจ
ฮึๆ ในที่สุดตอนนี้จิ้งจอกน้อยก็รู้แล้วว่าเขาช่วยชีวิตนางไว้ ต่อไปจะดูซิว่านางจะตอบแทนบุญคุณเขาอย่างไร?
ต้วนชิงหมิงโกรธเกลียดจนแทบอยากจะจัดการเขากลับถูกเขามองข้ามไป อีกทั้งเมื่อดูที่นางโกรธจนตัวสั่นเขา
กลับทำท่าทางที่ซาบซึ้งใจ เหยียนหลิ่งอวี๋จู่ๆก็พบว่าในใจของเขากลับสะใจอย่างบอกไม่ถูก
ฮ่าๆ! ต้วนชิงหมิงต่อไปเจ้าดูตัวเองให้ดีๆ ก็แล้วกัน! ตู้ชิงหลวนดูสองคนนี้ก็ไม่รู้ว่าต่างฝั่ายต่างคิดอะไรอยู่
ทว่าเมื่อหันไปเห็นต้วนชิงหมิงล้าไปทั้งตัวนางจึงรีบเข้าไปช่วยตัดบท “องค์ชายสามที่นี่ลมค่อนข้างแรง พวกเรา
กลับไปเอากริชก่อนจะดีกว่า!”
ชายหนุ่มมองต้วนชิงหมิง และดึงกริชที่ปักอยู่ในที่แขนออกเขวี้ยงไปด้านหน้า
กริชเงินได้พุ่งไปปักที่ต้นไม้แห้งทำให้สั่นจนหิมะร่วงหล่นไปทั่ว
ทันทีที่เขาดึงกริชออกสายตาของนางก็มองไปที่แขนที่ได้รับบาดเจ็บของเขาเกิดอํ้าอึ้งจนพูดไม่ออก
เมื่อคืนมาช่วยนางวันนี้ฟั้าสางก็มาช่วยนางอีก ทว่านางกลับใช้วิธีที่ไม่ค่อยจะดีในการตอบแทนบุญคุณ
ต้วนชิงหมิงคิดมาถึงตรงนี้ก็ได้แต่ถอนหายใจแผ่วเบา… เฮ้อ!ใครใช้ให้เขาชื่อเหยียนหลิ่งอวี๋ซึ่งเป็นเจ้านายที่ไม่ค่อย
จะทำเรื่องดีงามเล่า ไม่ว่าอย่างไรถูกเขาช่วยชีวิตครั้งหนึ่งถึงกับต้องโกรธเคืองใจถึงเพียงนี้เชียวหรือส่วนเรื่องที่น่าอับอาย
ที่แอบซ่อนใต้หิมะก็ถูกเขาเห็นไปจนหมดแล้ว