การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 131 เหยียนหลิ่งอวี๋โดนยาพิษ
ต้วนชิงหมิงถอนหายใจพลางเดินตามหญิงสาวไป
เมื่อตู้ชิงหลวนเห็นกริชที่ถูกขว้างไปยังต้นไม้ก็ร้องดังขึ้นและรีบวิ่งไปตรงหน้าเหยียนหลิ่งอวี๋พูดเสียงเบา “องค์
ชายสาม กริชนี้อาบยาพิษ…”
“ข้ารู้!” เขาตอบเสียงนิ่ง
อีกฝั่ายถึงกับตกใจกับคำตอบ… ท่านรู้แต่ว่ายังยอมให้ปักอยู่ตั้งนานสองนานกว่าจะดึงออกมานี่เป็นการทำให้พิษ
กระจายไปทั่วร่างไม่ใช่หรือ!
ทว่าพอเห็นต้วนชิงหมิงมีสีหน้าเศร้าสร้อยออกมานางก็เข้าใจในทันที
นางจึงอดที่จะถอนหายใจไม่ได้ครั้งนี้สงสัยต้วนชิงหมิงคงจะทุกข์ทรมานจริงๆ เสียแล้ว
เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงจะเดินทางกลับเรือนคนที่เหลือรอดชีวิตต่างทยอยเดินกลับออกมามากยิ่งขึ้น ส่วนเถี่ยเฟิง
หลังจากที่จัดการเรื่องเรียบร้อยก็รีบไปค้นหาของที่เรือนโดยไม่มีใครได้ทันสังเกตเขาจึงออกมารอต้อนรับอยู่หน้าเรือน
ตู้ชิงหลวนส่ายหน้าช้าๆเดินไปอยู่ด้านข้างต้วนชิงหมิง พูดเสียงเบาคล้ายกระซิบ “กริชนั่นมีพิษ!”
“อะไรนะ?” นางได้ฟังก็ร้องอย่างตกอกตกใจเสียงดังขึ้นมา
นางชักสีหน้าเรียบนิ่งเอื้อนเอ่ยเป็นคำรบที่สอง “ข้าบอกว่ากริชนั่นได้อาบยาพิษไว้!”
ระหว่างที่พูดกันอยู่นั้นองค์ชายสามได้ล้มลงไปที่พื้นดัง “ตุ้บ”
เด็กสาวตระหนกตกใจอย่างมาก รีบวิ่งเข้าไปหาร้องเรียกนํ้าตาเอ่อคลอเต็มสองตา “องค์ชายสามรีบลุกขึ้นมา!!!”
ต่อให้เหยียนหลิ่งอวี๋จะชั่วร้ายแต่เขาก็ได้ช่วยชีวิตนางเอาไว้ถ้าเกิดเขาเป็นอะไรไปหรือถึงขั้นเสียชีวิต ในชาตินี้นาง
คงไม่สามารถให้อภัยตัวเองไปตลอดชีวิต
หญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านหลังต้วนชิงหมิงถึงกับตกใจระคนแปลกใจนางเลิกคิ้วขึ้นพลางกุมมือ……องค์ชายสามช่างเจ้า
เล่ห์ไม่น้อยตอนเดินลงเขามาไม่เป็นอะไร แต่กลับมาเป็นลมหน้าเรือนของต้วนชิงหมิงคนมองก็เห็นชัดว่าเขาต้องการทำ
อะไร?
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์และชุนถาวต่างรีบร้อนเข้ามาผยุงเหยียนหลิ่งอวี๋ไปนอนที่ตั่งในห้องของต้วนชิงหมิงชุนถาวเดินเข้าไป
จับชีพจรของเขา
“นายหญิงกริชนี้มียาพิษที่ร้ายแรงที่สุดอย่างชีซินหลาน… ยาพิษนี้จะต้องค่อยๆเอาออกมาทุกสิบสองชั่วยามเวลา
เอาพิษออกนั้นจะทรมานเจียนตายและต้องถอนพิษเจ็ดครั้งจึงจะเอาออกได้หมด”
ตู้ชิงหลวนแอบถอนหายใจเมื่อได้ฟัง เจ้าเด็กหนุ่มนี่จะทรมานตัวเองให้ลำบากเพื่ออะไรกัน?
เวลาเดียวกัน กานํ้าชาที่อยู่ในมือของต้วนชิงหมิงพลันตกกระแทกพื้นจนแตกกระจายเมื่อนางได้ยินคำพูดนั้นนาง
เดินปรี่ไปจับมือของชุนถาวละลํ่าละลักเอ่ยถาม “พี่สาวชุนถาวที่พี่พูดนั้นเป็นความจริงหรือ?”
ชุนถาวมองไปยังอีกฝั่ายด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “คุณหนูต้วน เรียกบ่าวว่า ชุนถาวก็พอแล้ว……การช่วยเหลือชีวิตคน
จะเอามาพูดเล่นได้เช่นไร?”
ใบหน้าเล็กๆ ของเด็กสาวซีดขึ้นมาทันทีนางหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมากัดอย่างสุดแรง… เช่นนั้น ในเจ็ดวันนี้องค์ชาย
สามจะต้องอยู่ที่ห้องของนางอย่างนั้นหรือ?
ชุนถาวเดาความคิดของนางไม่ออกจึงได้แต่พูดโน้มน้าว “คุณหนูต้วนไม่ต้องเป็นกังวลไป แม้ระหว่างที่เอาพิษออก
จะทรมานแต่ถ้าเอาออกมาจนหมดก็จะปลอดภัย!”
นางหยุดเว้นจังหวะ แล้วกล่าวเป็นนัยๆ “เพียงแต่พิษอาจออกฤทธิ์เป็นระยะ ดังนั้นถ้ายังเอาพิษออกไม่หมด ห้าม
ขยับเขยื้อนเขาเด็ดขาด!คุณหนูต้วนแน่ใจไหมว่า จะให้องค์ชายสามพักอยู่ที่นี่?”
ตู้ชิงหลวนที่ได้ฟังอยู่นาน จึงเดินเข้ามาพูดยํ้าเป็นคำรบที่สอง “คุณหนูต้วนแน่ใจว่าจะให้องค์ชายสามอยู่ในห้อง
ของเจ้า?”
ถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป สามารถทำลายชื่อเสียงของนางได้ทันที!
ต้วนชิงหมิงกัดริมฝีปากไม่รู้ว่าในตอนนี้จะต้องทำเช่นไรแต่จู่ๆ เหยียนหลิ่งอวี๋ก็ตื่นขึ้นและได้ยินบทสนทนาเหล่า
นั้นเขามองนิ่งไปที่ต้วนชิงหมิงคิดในใจ… ถ้าจิ้งจอกน้อยกล้าที่จะให้คนแบกเขาออกไปรักษาข้างนอกเขานี่แหละจะฉีกนาง
ออกเป็นชิ้นๆ
เด็กสาวลำบากใจเป็นอย่างมากครุ่นคิดอยู่นานจึงพูดขึ้นว่า “ช่างเถอะให้เขาพักที่นี่ก็แล้วกัน……เพราะอย่างไรเสีย
เขาก็ช่วยชีวิตข้าจึงได้รับบาดเจ็บ……ถ้าข้าไม่ดูแลเขาก็คงจะดูใจร้ายใจดำเกินไป!”
เหยียนหลิ่งอวี๋ที่นอนอยู่ข้างหลังได้ยินใบหน้าก็แอบยิ้มขึ้นมา……เหอะ เหอะ! จิ้งจอกน้อยนับว่าเจ้ารู้จักบุญคุณ
คน!
ที่จริงแล้ว นางอยากจะโยนเขาออกไปข้างนอกเสียเดี๋ยวนี้เพียงแต่นางไม่กล้าเท่านั้นเอง เนื่องจากทั้งคู่เจอกัน
หลายต่อหลายครั้งนางจึงรู้ว่าเขามีนิสัยที่เจ้าคิดเจ้าแค้นยิ่งไปกว่านั้นที่เขาบาดเจ็บก็เพราะช่วยนางไว้ ถ้านางโยนเขาออก
จากห้องตามใจคิดอีกหน่อยชีวิตก็คงจะไม่ได้อยู่อย่างสงบสุขแน่นอน!
เพื่อวันข้างหน้าที่มีชีวิตอย่างสงบสุขไม่กี่วันต่อจากนี้นางจะยอมรับใช้เขาแล้วกัน หวังเพียงว่าเขาจะไม่ทรมานนาง
จนเกินไปนัก!
เด็กสาวยกมือที่ไปหน้าผากของตัวนางเบาๆถ้านางรู้ว่าเป็นเขาที่เข้ามาช่วย นางยอมที่จะโดนกริชเสียบเข้าหัวใจ
ตายให้รู้แล้วรู้รอดไปจะดีกว่า!
ตู้ชิงหลวนเห็นต้วนชิงหมิงมีท่าทางลำบากใจยิ่งกว่าร้องไห้เสียอีกจึงพลอยรู้สึกตามไปด้วยอยู่ๆ ต้วนชิงหมิงก็เอ่ย
ปากขึ้น “เรือนของข้ายังมีอีกห้องหนึ่งห้องนี้ให้องค์ชายสามพักรักษาตัว ข้าจะย้ายไปอีกห้องแทน!”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้ยินก็เกิดลนลานในทันที “คุณหนู ห้องนั้นทั้งเล็กทั้งแคบจะอยู่ได้หรือเจ้าคะ?”
“ไม่เป็นไรดีกว่าชายหญิงอยู่ร่วมห้องกัน!” นางกล่าว
ชายหญิงอายุหกปีก็ห้ามอยู่ห้องร่วมกันแล้วนี่เป็นกฎข้อห้าม
“อย่างนั้นคุณหนูต้วนไปอยู่ที่เรือนข้า… ที่นั่นมีห้องว่างอยู่สองห้องพอดี!” คุณหนูใหญ่ตู้เอ่ยปากขึ้น
องค์ชายสามที่ทำทีเป็นหลับ เมื่อได้ยินก็มุ่นคิ้วน้อยๆสีหน้าเปลี่ยนสี……จิ้งจอกน้อย ถ้าเจ้ากล้าย้ายไปอยู่ที่อื่นก็
ลองดู!
ต้วนชิงหมิงส่ายหน้าเบาๆ เอ่ยคำ “ความหวังดีของคุณหนูใหญ่ตู้ข้ารับไว้แล้ว… เขาได้รับพิษที่รุนแรงต้องการคน
ดูแลใกล้ชิดข้าอยู่ที่นี้จะสะดวกกว่าเจ้าค่ะ!”
เมื่อเขาได้ฟังใบหน้าก็เบิกบานละม้ายดอกไม้ผลิบานอีกทั้งยังแกล้งสลบอย่างวางใจได้!
เมื่อเห็นว่าต้วนชิงหมิงจะไม่ไป นางก็ไม่ฝืนบังคับเพราะอย่างไรความคิดขององค์ชายสาม มองแค่ปราดเดียวก็
เข้าใจแล้ว
ชุนถาวหยิบกล่องยาเดินเข้ามาพูดอย่างยิ้มๆ “มา มา คุณหนูต้วน! ข้าจะดูแผลที่แขนให้ ถ้ารักษาแผลเร็วเท่าไรก็
ยิ่งดีถ้าช้าจะรักษาลำบาก!”
ชุนถาวเปิดผ้าพันแผลของนางออกทำให้ทุกคนต่างร้องออกมาอย่างไม่ได้นัดหมาย……เห็นบาดแผลลึกจนเข้าถึง
เนื้อด้านในที่ถูกหิมะเย็นอีกทั้งคืนแผลจึงแยกออกจากกันและเริ่มชํ้าจนม่วง!
เห็นบาดแผลที่ลึกเช่นนี้ ชุนถาวก็สูดหายใจเข้าอย่างเหนื่อยใจและขมวดคิ้วเอ่ยอย่างตำหนิ “ทำไมคุณหนูถึงได้
โหดร้ายกับตัวเองปานนี้… ข้ากลัวว่าจะเหลือเเผลเป็นเอาไว้!”
บาดแผลนั้นโดนหิมะเย็นจนชํ้าเลือดและแผลต่างติดแน่นไปหมด เมื่อชุนถามดึงผ้า นางก็ร้องอย่างทรมานจน
เหงื่อท่วมไปทั้งตัวทว่ายังกัดฟันฝืนยิ้มพูดขึ้น “ไม่เป็นไรโชคดีที่พี่สาวชุนถาวพอจะรู้เรื่องการเเพทย์? เช่นนั้นก็อย่ามาเก็บ
ค่ารักษาก็แล้วกัน!”
ได้ฟังที่นางพูดชุนถาวอยากจะยิ้มแต่กลับยิ้มไม่ออก
ในเวลาเดียวกัน ที่ตู้ชิงหลวนเดินเข้ามาดูบาดแผลของเด็กสาวพลางถอนหายใจออกมา “ทำไมเจ้ากับแม่เจ้าช่างโง่
เหมือนกันแบบนี้?”
ข้อมือของนางเกิดกระตุกขึ้นมาจากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมองยิ้มๆ “คุณหนูใหญ่ตู้เรียกข้าว่าชิงหมิง เถอะ ตอนที่ท่าน
แม่ยังอยู่ชอบเรียกข้าแบบนี้ที่สุด!”
ตู้ชิงหลวนนํ้าตาเอ่อคลอเต็มสองข้าง ไม่เอื้อนเอ่ยวาจาใดต่อจนผ่านไปสักพักนางจึงพยักหน้า “ได้ต่อไปข้าจะ
เรียกเจ้าว่า ‘ชิงหมิง’”
นางหยุดเว้นจังหวะและพูดต่อไปอีกว่า “ต่อไปเจ้าไม่ต้องเรียกข้าว่า ‘คุณหนูใหญ่ตู้’ แล้วข้าแก่กว่าแม่เจ้าแค่สอง
ปีเจ้าเรียกข้าว่า ‘ตู้อี๋มา’ ก็แล้วกัน!”
“อี๋มา” นางเอ่ยขึ้นเบาๆยกยิ้มเห็นฟัน
ตั้งใจไม่พูดคำว่า ‘ตู้’ ออกมา… เมื่อหญิงสาวได้ฟังถึงกลับดีใจจนนํ้าตาไหล นางดึงต้วนชิงหมิงเข้ามาโอบกอดเอา
ไว้พูดเสียงตํ่าว่า “ต่อไปอย่าโง่เขลาหาเรื่องทำร้ายตัวเองอีก!”
ต้วนชิงหมิงพูดอย่างสะอึกสะอื้น “ตอนนั้นข้ากลัวว่าพวกเขาจะพบอี๋มา……จึงไม่ทันได้คิดอะไรเจ้าค่ะ!”
เพียงแต่ความรู้สึกบนโลกนี้ ถ้ายิ่งห้ามไม่ได้หรือทำโดยไม่ได้ทันคิดก็ถือว่าออกมาจากความรู้สึกจริงไม่ใช่หรือ?
เดิมทีในใจของตู้ชิงหลวนยังมีความรู้สึกไม่พอใจติงโหรวอย่างมากจึงไม่อยากเข้าใกล้ต้วนชิงหมิงให้มาก ยิ่งไปกว่า
นั้นความแค้นของตระกูลยังไม่ได้ชำระทำให้ไม่ยอมที่จะสนิทสนมกับใคร!
ทว่าตอนนี้ความแค้นได้ชำระความปรารถนาได้สำเร็จ……จิตใจที่เคว้งคว้างว่างเปล่าจึงต้องการความรู้สึกมาเติม
เต็ม
ผ่านไปไม่นานฝีมือที่รวดเร็วของชุนถาวก็จัดการทำความสะอาดบาดแผลได้เรียบร้อยแล้วตู้ชิงหลวนได้เห็นก็พูด
เสียงเบา “ชุนถาว บาดแผลของชิงหมิงจะเป็นแผลเป็นหรือไม่?”