การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 132 หญิงชายมีความแตกต่างกัน
ชุนถาวพับแขนเสื้อของต้วนชิงหมิงขึ้นอย่างระมัดระวังเมื่อช่วยนางทำแผลเสร็จเรียบร้อย จึงถือโอกาสที่เซี่ยฉ่าว
เอ๋อร์ประคองต้วนชิงหมิงนั่งเก้าอี้ช่วยรวบผมไปไว้ด้านหลังให้พลางเงยหน้าขึ้นมองไปยังตู้ชิงหลวนถอนหายใจเสียงเบา
“นายหญิงบาดแผลของคุณหนูต้วนอยู่ในหิมะตลอดทั้งคืนและคงนานเกินไป ทำให้แผลชํ้าม่วงไปหมดเจ้าค่ะ……
อาจเหลือรอยแผลเป็นเอาไว้แต่ถ้าดูแลอย่างดีก็อาจจางลงมาได้ ถ้าไม่ได้ตั้งใจดูก็อาจจะไม่เห็นแผล”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เม้มปากแน่น จ้องมองไปยังแขนของผู้เป็นนายที่มีผ้าพันด้วยสายตาสับสนครู่เดียวจึงเดินไปจับมือ
ของชุนถาว ถามอย่างไม่ยอมใจว่า “พี่ชุนถาวบาดแผลของคุณหนูไม่สามารถหาทางรักษาอื่นได้อีกจริงหรือ?”
ถ้าร่างกายคุณหนูมีแผลเป็นก็จะมีตำหนิซึ่งเป็นสิ่งที่นางไม่อยากให้เป็น
ชุนถาวเงยหน้ามองเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์และจับมือออกอย่างเบาๆเพื่อบอกว่านางนั้นจนปัญญาแล้ว! เมื่อเห็นแววตาของ
อีกฝั่ายละม้ายรู้สึกผิด เพียงครู่หนึ่งจึงเอ่ยพึมพำขึ้นว่า
“ข้าเคยได้ยินมาว่าในวังหลวงมีดอกจิ๋วจ่วนอวี้หลานเย่เป็นตำรับยาของหมอเทวดาที่สามารถรักษาแผลเป็นทุก
อย่างให้หายดีได้เพียงแต่มันไม่มีวิธีที่จะเข้าไปเอามาได้เท่านั้นเอง”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้ฟังสายตาก็เปล่งประกายขึ้นมา “หมอเทวดาท่านนั้น แม้จะไม่มียาก็สามารถทำขึ้นมาได้พวกเรา
ไปขอร้องให้หมอช่วยแล้วกัน”
ตู้ชิงหลวนแม้จะยังกังวลอยู่ไม่น้อยแต่เมื่อได้ยินที่นางพูดก็อดหัวเราะออกมาเสียไม่ได้
ชุนถาวมองไปยังเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์อย่างจริงจังพูดว่า “จะไปหาหมอเทวดาก็ได้เพียงแต่หมอเทวดาตายไปเมื่อสิบปี
ก่อนเพราะชิมพืชพันธุ์ไปหลายชนิดแล้วเป็นพิษดังนั้นจิ๋วจ่วนอวี้หลานเย่จึงหายสาบสูญไปพร้อมกับเขา!”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้ยินก็รู้สึกเสียดายอยู่ไม่น้อย “โธ่ถ้าพี่ชุนถาวเรียนรู้วิธีทำจิ๋วจ่วนอวี้หลานเย่ก็คงดี!”
นางพูดออกไปอย่างไม่ได้ตั้งใจทำให้สายตาของชุนถาวเปลี่ยนไปเล็กน้อย และเห็นใบหน้าที่กำลังครุ่นคิดของตู้ชิง
หลวนจากนั้นทุกคนต่างเงียบลงโดยไม่ได้นัดหมาย
ภายในห้องที่ปกคลุมด้วยความเงียบสงัดมีหญิงสาวไม่กี่คนที่เมื่อคืนอยู่ท่ามกลางหิมะหนาวจนเกือบจะตัวแข็ง ใน
เวลานี้พวกนางอยู่ในห้องที่อบอุ่นและห่มผ้ารักษาอุณหภูมิแต่กลับรู้สึกว่ามือเท้านั้นกลับเย็นและชาขึ้นมา
หญิงสาวมองอย่างเสียดายไปยังแววตาของต้วนชิงหมิงนางยื่นมือออกไปจับข้อมือที่พันแผลเรียบร้อยและถอน
หายใจออกมาอย่างแผ่วเบา
ต้วนชิงหมิงเข้าใจความรู้สึกที่อีกฝั่ายเกิดความรู้สึกเสียดายแทนนางจึงเงยหน้าขึ้นมองด้วยใบหน้าที่เปือนรอยยิ้ม
“อี๋มาไม่ต้องกังวลไป แผลเป็นอยู่ที่ข้อมือของข้าคนอื่นมองไม่เห็นก็ย่อมไม่เป็นไร!”
มันก็แค่แผลเป็นรอยหนึ่งเท่านั้นแม้จะรู้สึกเสียใจแต่ถ้ามันแลกความจริงใจได้ นางก็ยังคงรู้สึกว่ามันคุ้มค่าทว่าการ
แสร้งเป็นมีความสุขกลับไปไม่ส่งต่อถึงคนรอบข้าง
สายตาของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เมื่อมองที่มือของนางก็จะหลบสายตาทันทีส่วนตู้ชิงหลวนก็มองอย่างไม่หยุดหย่อนและ
ตบไปที่มือของต้วนชิงหมิงเบาๆ “เอาล่ะ เจ้าก็เหนื่อยมามากแล้วอย่างนี้แล้วกันเจ้าไปพักผ่อนก่อน ตอนบ่ายค่อยไปหา
ข้าที่เรือน!”
เพียงประเดี๋ยวเดียวคนภายในห้องก็ออกไปกันจนหมดบ่าวรับใช้ของจวนต้วนก็จัดแจงจัดข้าวของตามที่แม่นม
หนิงสั่งการ
แสงตะวันสาดส่องลอดหน้าต่างเข้ามาภายในห้องกลับไม่รู้สึกถึงความอบอุ่นดีที่มีเตาถ่านกำลังให้ความร้อนแผ่
ซ่านออกมา เผยให้เห็นต้วนชิงหมิงพยายามขยับแขนขาที่มีอาการชาเล็กน้อยเพื่อจะออกไปดูข้างนอกแต่เมื่อหันหน้า
กลับมาก็ได้ยินเสียงเรียบนิ่งถามขึ้นตรงหู “ข้อมือของเจ้า ใครเป็นคนทำ?”
เหยียนหลิ่งอวี๋ตื่นขึ้นมาตอนไหนนานเท่าไรก็สุดรู้ได้ เขาใช้สายตาที่ดุดันมองไปที่ข้อมือของนาง
เมื่อสายตาปะทะเข้ากับเขา ทำให้นางตกใจจนต้องยกมือขึ้นทาบไว้ที่อกตอบเสียงเบา “อี๋มาได้รับบาดเจ็บ……
เลือดไหลไม่หยุดข้ากลัวว่าคนพวกนั้นจะไล่ตามรอยเลือดไปเลยกรีดข้อมือเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของคนพวกนั้น!”
ได้ฟังพี่นางเล่าสายตาของเหยียนหลิ่งอวี๋ก็ดุดันเพิ่มขึ้นไปอีก คล้ายโมโหจนเลือดขึ้นหน้าเอ่ยตำหนินางออกไปโดย
ไม่ทันได้คิด “เจ้าก็แค่สาวน้อยที่ไม่มีแรงต่อสู้ถ้าคนพวกนั้นไล่ตามไปจริง เจ้าจะรับมือได้ยังไง?”
คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะมาตำหนินางต้วนชิงหมิงที่เงียบฟังอยู่ครู่จึงพูดขึ้น “นั่นเป็นเรื่องของข้าเกี่ยวอะไรกับองค์
ชายสามอย่างนั้นหรือ?”
ได้ยินที่นางตอบเหยียนหลิ่งอวี๋ก็โกรธจนลมออกหูและพูดอย่างเยาะเย้ยว่า “ไม่เกี่ยวกับข้าอย่างนั้นหรือ… ชีวิต
ของเจ้าข้าเป็นคนช่วยไว้ นับจากนี้เป็นต้นไปชีวิตของเจ้าเป็นของข้า… ต่อไปถ้าเจ้ายังไม่ได้รับอนุญาตจากข้าและกล้า
ทำร้ายตัวเองอีกละก็… เหอะ!”
แม้จะไม่ได้พูดต่อแต่คำที่พูดว่า ‘เหอะ!’ ก็พอจะรู้ได้ว่าเป็นการเตือน!
ในตอนนี้ต้วนชิงหมิงมองเขาด้วยความเดือดดาลเป็นที่สุด “เจ้ายังมีหน้ามาพูดอีกหรือ… ถ้าเจ้าบอกข้าก่อนว่าเจ้า
มาที่นี่แผลของข้าจะชํ้าและเหลือรอยแผลเป็นเช่นนี้หรือ……เจ้าไม่ให้คนอื่นฆ่าข้าแต่กลับมองข้าแอบอยู่ในกองหิมะจน
เกือบแข็งตาย ทำแบบนี้มันสนุกมากนักหรือ?”
ต้วนชิงหมิงพรั่งพรูความโกรธออกมาทำให้เขาหายใจไม่ทั่วท้อง
ในเวลานั้นเขาจึงคิดอยากจะสั่งสอนนางเสียหน่อยโดยไม่รู้ว่านางได้รับบาดเจ็บแต่มาตอนนี้เขาจะต้องโทษตัวเอง
ที่ข้อมือของนางจะเหลือรอยแผลเป็นไว้!
มาถึงจุดนี้เด็กหนุ่มเกิดความรู้สึกผิดขึ้นมาในใจพูดขึ้นเสียงเบา “เอาล่ะ ครั้งนี้เป็นความผิดของข้า……รอกลับไป
แล้วข้าจะหายามาให้เจ้าทาจะต้องไม่เหลือแผลเป็นไว้แน่…”
แม้ต้วนชิงหมิงจะรู้สึกแปลกใจ ที่ไม่รู้ว่าทำไมเด็กหนุ่มถึงพูดด้วยนํ้าเสียงอ่อนลงแต่ครั้งนี้สิ่งที่เขาทำ ทำให้นาง
โกรธไม่น้อย จึงสะบัดหน้ากลับไปไม่สนใจเขา
ในเวลานี้แม่นมหนิงวิ่งหายใจหอบเข้ามาจนลืมสนใจเรื่องมารยาท พูดเสียงดังว่า “คุณหนู คุณหนู…”
ต้วนชิงหมิงได้ยินก็รีบเดินออกมาอย่างรวดเร็วแม่นมหนิงเดินโซเซเข้ามาในเรือน ไม่ได้สนใจเรื่องกฎว่าใครเป็น
นายเป็นบ่าว นางเดินเข้าไปสวมกอดต้วนชิงหมิงในอ้อมอกไว้แน่นพูดด้วยนํ้าตาที่ไหลออกมาว่า “คุณหนูบ่าวเป็นห่วงจน
ใจจะขาดแล้วเจ้าค่ะ!”
ชั่วอึดใจต่อมา นางจึงขยับออกจากอ้อมอกแม่นมหนิงเอ่ยคำปลอบโยนหญิงชรา “ดูสิ ข้าไม่เป็นไรแล้วไม่ใช่หรือ?
แม่นมวางใจได้!”
แม่นมหนิงหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับนํ้าตาที่ไหลรินออกมาโดยไม่สนใจว่าในห้องจะมีคนอื่นอยู่ จากนั้นบ่นพึมพำ
ว่า “คุณหนู ครั้งหน้าจะทิ้งบ่าวอีกไม่ได้นะเจ้าคะ คุณหนูไม่รู้หรือว่าเมื่อคืนบ่าวเป็นห่วงมากขนาดไหนถ้าเกิดคุณหนูเป็น
อะไรไป บ่าวจะมีหน้าไปพบหน้าฮูหยินในปรโลกได้……”
ในวันนี้เรื่องของฮูหยินติงโหรวถูกพูดขึ้นหลายต่อหลายครั้งจนทำให้ต้วนชิงหมิงก็นํ้าตาซึมออกมาอีกครั้ง นางจึง
หยิบผ้าเช็ดหน้าซับนํ้าตาให้อีกฝั่ายพลางพูดไป “ข้ารู้แล้วครั้งหน้าจะไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกแล้วถ้ามีครั้งหน้าข้าจะอยู่
กับแม่นมหนิงไม่แยกจากกันอีก อย่างนี้พอจะได้หรือไม่เล่า?”
ต้วนชิงหมิงพูดอย่างทะเล้นพอเป็นพิธีทางด้านแม่นมหนิงได้ยินก็หัวเราะพรืด “คุณหนูเดี๋ยวนี้พูดอะไรตามอำเภอ
ใจไปเรื่อย เช่นนี้กอดกับบ่าวก็แค่ทำไปอย่างนั้นกระมัง”
เด็กสาวยู่ปากพูดอย่างทะเล้น “ข้าก็ไหลตามนํ้าจากที่แม่นมพูดนั่นแหละ…”
ประโยคนี้ทำให้แม่นมหนิงหัวเราะออกมาได้!
ต้วนชิงหมิงจับมือแม่นมหนิงและชี้ไปในห้องพูดขึ้น “แม่นม องค์ชายสามช่วยชีวิตข้าไว้ตอนนี้เขาโดนยาพิษ
เพราะช่วยข้า แม่นมช่วยดูแลองค์ชายให้ดีด้วย!”
แม่นมหนิงได้ฟังเสียงก็เปลี่ยนในทันที “จะทำอย่างนี้ไม่ได้… ผู้หญิง ผู้ชาย…”
ต้วนชิงหมิงขมวดคิ้วขึ้นเป็นครั้งแรกที่นางพูดตัดบทแม่นมหนิงอย่างไม่เกรงใจ “หญิงชายแตกต่างกันใช่หรือไม่?…
แม่นมวางใจได้ ข้าจะย้ายไปนอนอีกห้องหนึ่งโดยที่ห้องนี้จะให้องค์ชายสามพักเพียงผู้เดียวก็น่าจะได้…”