การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 135 เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไม่ได้รับความเป็นธรรม
- Home
- การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง
- ตอนที่ 135 เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไม่ได้รับความเป็นธรรม
เหยียนหลิ่งอวี๋มองอีกฝั่ายจนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว
ต้วนชิงหมิงเห็นสายตาที่แปลกไปของเขาจึงเอ่ยถามเสียงตํ่าว่า “องค์ชาย……เหนื่อยแล้วหรือ?”
เขาส่ายหน้า อดไม่ได้ที่จะขยับตัวไปทางนาง
ปกติแล้วต้วนชิงหมิงไปชอบเครื่องหอมอะไรอยู่แล้วดังนั้นบนตัวนางจึงเป็นกลิ่นหอมของร่างกายอย่างเบาบางที่
ไม่ฉุนจมูกจนเกินไป เหยียนหลิ่งอวี๋ขยับตัวเข้ามาใกล้เพื่ออยากดอมดมกลิ่นหอมนั้นเข้าไปในปอด กลิ่นนางทำให้เขามี
ชีวิตชีวาและสงบลงได้เมื่อเขาซึมซับความหอมจนพอใจแล้วจึงผ่อนลมหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา
แต่ต้วนชิงหมิงกลับเป็นห่วงว่าเขาจะเจ็บทรมานกับบาดแผลหรือไม่ ทุกคนต่างรู้ว่าองค์ชายท่านนี้มีนิสัยที่แปลก
พิลึกซึ่งไม่ค่อยยอมใครโดยง่ายถ้าเกิดเขาโมโหลงโทษลงมากลัวว่าจะเดือดร้อนไปถึงหมอจำเป็นอย่างชุนถาว
นางช่วยเหยียนหลิ่งอวี๋ซับเหงื่อที่ไหลออกมาไม่หยุดตรงหน้าผากไปด้วยสลับกับปั้อนชาไปด้วยอย่างช้าๆตามที่ชุน
ถาวพูดมาหลายครั้งว่าการเอาพิษออกนั้นจะเจ็บทรมานเจียนตาย แต่เขากลับกลํ้ากลืนฝืนทนไม่ร้องออกมาแม้แต่คำ
เดียวทำให้ต้วนชิงหมิงนับถือในความอดทนของเขาจากใจ
เรื่องการนับถือก็ส่วนการนับถือแต่นิสัยชั่วร้ายดุดันของเขา นางก็ยังจะต้องออกไปให้ห่าง!
ชาที่หวานชุ่มคอได้ดื่มไปแล้วกว่าครึ่งทว่าเขายังพูดว่า “ข้ายังกระหายอยู่!”
ต้วนชิงหมิงจนปัญญาจึงเรียกให้ชิวจวี๋ยกชาชามใหญ่เข้ามาจากนั้นก็ค่อยปั้อนเขาอย่างช้าๆ
เมื่อดื่มชาจนหมดพิษที่เอาออกก็เสร็จพอดีชุนถาวกำชับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ว่าห้ามขยับเขยื้อนเหยียนหลิ่งอวี๋และห้าม
เขาออกแรงหรือมีใครทำให้โกรธพรุ่งนี้นางจะกลับมาดูใหม่ถ้าเกิดเขามีเรื่องอะไรก็แล้วแต่สามารถไปหานางได้ตลอดเวลา
พูดเสร็จก็ให้ยาที่จะต้องต้มแล้วเดินจากไป
แม้ว่าพิษจะถูกเอาออกแล้ว แต่ตามที่ชุนถาวพูดสามวันแรกเป็นอะไรที่ยังคงอันตรายเป็นอย่างมากดังนั้นถ้า
ขยับเขยื้อนมากเกินไปหรือว่ามีอารมณ์โมโห พิษนั้นก็จะกลับมากำเริบใหม่
ต้วนชิงหมิงขอบคุณชุนถาวและให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ออกไปส่งนางชุนถาวปรายตามองไปยังข้อมือของต้วนชิงหมิงด้วย
สายตาที่สับสนขึ้นจากนั้นจึงพูดเสียงเบา “แผลที่ข้อมือของคุณหนูใหญ่ต้องระวังให้มากกว่านี้หน่อย!”
นางอมยิ้มเล็กน้อยและใช้มืออีกข้างจับตรงข้อมือที่พันแผลเรียบร้อยแล้ว “แค่แผลเล็กน้อย ไม่ใช่เรื่องใหญ่!”
ชุนถาวมองไปยังใบหน้าที่ขาวสดใสราวกับหิมะของต้วนชิงหมิงกลับถอนหายใจให้กับความคิดที่ไร้เดียงสาและ
การเสียสละที่ไม่มีเสียงต่อว่าของนาง “ถึงแม้คุณหนูใหญ่จะไม่ใส่ใจแต่นายหญิงของบ่าวกลับสนใจอย่างมาก…”
คำพูดนั้นทำให้ต้วนชิงหมิงถึงกับผงะและเข้าใจความหมายที่ชุนถาวต้องการสื่อ……เมื่อก่อนหญิงสาวมีอคติกับต้
วนชิงหมิงทว่าตอนนี้ต้วนชิงหมิงบาดเจ็บเพราะนาง ในใจของตู้ชิงหลวนจึงรู้สึกเหมือนติดค้างหนี้บุญคุณ!
นางพอเดาได้ จึงหลุดขำก่อนพูดขึ้น “พี่ชุนถาววางใจได้ ข้าจะต้องรักษาตัวให้ดีจะไม่ให้อี๋มาต้องเป็นห่วง!”
ชุนถาวเผยรอยยิ้มออกมาและกำชับเรื่องบางอย่างจึงค่อยขอตัวจากไป
เวลายามบ่ายเหยียนหลิ่งอวี๋ใช้เวลาไปกับการนอนหลับพักผ่อน ต้วนชิงหมิงที่นั่งอยู่ด้านข้างเดิมทีอยากรอให้เขา
หลับก็จะออกไปแต่ว่าเขาเหมือนจะรับรู้ว่านางขยับตัวลุกขึ้นก็จะได้ลืมตาขึ้นถ้าไม่พูดว่ากระหายนํ้าก็พูดว่าปวดแผล หรือ
ไม่ก็จะใช้สายตาที่น่าสงสารวิงวอนนาง…เจ้าเคยบอกว่าจะอยู่เป็นเพื่อนข้านี่!
ครั้นนางกำลังจะลุกขึ้นเพื่อไปหาตู้ชิงหลวนเขาที่นอนอยู่บนเตียง ก็จะมองนางด้วยสายตาที่เหมือนหมาเร่ร่อนถูก
ทิ้งตัวหนึ่งดูแล้วช่างน่าสงสารเสียเหลือเกิน!
แต่จู่ๆในใจของต้วนชิงหมิงก็พลันเดือดดาลขึ้นมา
ชีวิตของนางเป็นเหยียนหลิ่งอวี๋ที่ช่วยเอาไว้ไม่ผิดเพียงแต่การตอบแทนการช่วยชีวิตจะต้องอยู่ด้วยตลอดทั้งวันทั้ง
คืนอย่างนั้นหรือ? นางก็เป็นคนที่จะต้องมีธุระที่จะต้องทำเหมือนกัน!
ต้วนชิงหมิงมีสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์ขึ้นมาพลางมองออกไปด้านนอกโดยไม่พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว
เมื่อเห็นนางโมโหเช่นนั้นเขาก็รู้ว่าใช้ไม่ได้ผลแล้ว
นางเพิ่งจะเดินมานั่งในเรือนตู้ชิงหลวนได้ครู่เดียวเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็รีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา แสดงความเคารพตู้
ชิงหลวนจากนั้นหันไปพูดทางต้วนชิงหมิง “คุณหนู รีบกลับไปดูเร็วเข้า องค์ชายสาม อาการไม่ดีอีกแล้ว!”
ต้วนชิงหมิงได้ฟังก็ตกใจในทันที “เขาขยับตัวมาหรือว่าพิษกำเริบ?”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์หน้าแดงกํ่าขึ้นมาส่ายหัวช้าๆ
ตอนนี้ในใจของต้วนชิงหมิงก็ยิ่งร้อนรนเป็นไฟขึ้นมาอีก “เขาเป็นอะไรกันแน่ เจ้าก็รีบพูดออกมาสิ!”
เหยียนหลิ่งอวี๋ผู้นี้จะไม่ให้นางได้พักได้ผ่อนเลยหรือ? เดี๋ยวจะเอาอย่างนั้นเดี๋ยวจะเอาอย่างนี้ เมื่อเห็นคุณหนูโมโห
จนลมออกหูเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จึงพูดอย่างตะกุกตะกักว่า
“องค์ชายสาม……อยากไปห้องปลดทุกข์เจ้าค่ะ!”
อย่างไรเสียเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็เป็นผู้หญิงพอพูดออกไปก็รู้สึกกระดากปากอยู่ไม่น้อย!
อีกฝั่ายได้ฟังก็ทำหน้าไม่ถูกจึงตำหนินางไปว่า “เรื่องแบบนี้เจ้าให้เถี่ยเฟิงไปจัดการจะวิ่งมาหาข้าทำไมกัน?”
เมื่อเห็นคุณหนูโกรธเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็ตกใจไปหมดจึงพูดอย่างรีบร้อน “บ่าวไปหาเถี่ยเฟิงแล้ว แต่เถี่ยเฟิงไปถึงองค์
ชายสามหัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ยอมให้เข้าประตู! คนหนึ่งอยู่ข้างในอีกคนอยู่ข้างนอก บ่าวจึงได้แต่มาตามคุณหนูนี่แหละ
เจ้าค่ะ!”
ราวกับมองเห็นภาพเขม็งกันระหว่างเถี่ยเฟิงที่ยืนอยู่นอกประตูกับองค์ชายสามที่อยู่ในห้องไม่ต้องนึกต่อเลย
ว่าการเขม็งกันจะทำให้คนตกใจอยู่ไม่น้อย เมื่อเหยียนหลิ่งอวี๋งัดไม้เด็ดออกมาใช้เถี่ยเฟิงผู้ที่ซื่อตรงกลับไม่ใช่คู่ปรับของ
เขา!
อย่าคิดนะว่าการสร้างเรื่องให้ใหญ่แล้วนางจะยอมกลับไปต้วนชิงหมิงแสยะยิ้มด้วยดวงตากลับกลอกครุ่นคิดไปมา
จึงพูดกระซิบกำชับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไปไม่กี่ประโยค!
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้ฟังก็หัวเราะหัวร่อออกมาในทันทีจากนั้นขอตัวลาตู้ชิงหลวนอย่างเบิกอย่างใจ
ไม้เด็ดของคุณหนูนี้ องค์ชายสามจะยอมสยบนิ่งและเชื่อฟังโดยง่าย?
ทางด้านตู้ชิงหลวนพอเห็นต้วนชิงหมิงมีท่าทางที่ดีใจจึงอดพยักหน้าน้อยๆไม่ได้ นางหยิบชาขึ้นมาไว้ในมือพูดยิ้ม
อ่อนว่า “ชิงหมิงเจ้าคิดหาวิธีทรมานคุณชายสามอีกแล้วหรือ?”
แม้ว่าจะพบหน้าเพียงครั้งเดียวแต่ด้วยประสบการณ์การมองคนมานับไม่ถ้วนของตู้ชิงหลวนก็รู้ว่าองค์ชายสามรูป
งามท่านนี้ไม่ใช่ธรรมดา!
ดูท่าเขาคงจะมีใจให้กับเด็กสาวตรงหน้านี้เป็นแน่แต่ต้วนชิงหมิงที่แม้ภายนอกจะดูอ่อนโยนแต่ข้างในกลับ
แข็งแกร่ง ทำอะไรก็ไม่เคยจะไว้หน้าเหยียนหลิ่งอวี๋ดูท่าคู่นี้จะต้องทรมานกันไปมาอีกไม่น้อย!
แต่ว่า……ใจของตู้ชิงหลวนคิดว่าเรื่องของต้วนชิงหมิงกับเหยียนหลิ่งอวี๋คงเป็นไปไม่ได้การเอาตัวเข้าไปพัวพันกับ
ราชวงศ์ก็เหมือนกับการเล่นกับไฟองค์ชายสามเป็นคนที่มีความทะเยอทะยาน ถ้าต้วนชิงหมิงเลือกเขาอาจจะไม่มีความ
สุข!
หญิงสาวเงยหน้ามองอีกฝั่ายเหมือนเห็นติงโหรวที่น่ารักสดใสแต่มีท่าทางดื้อรั้นหัวเเข็งจู่ๆ แววตาก็เศร้าหมองลง
และถอนหายใจอย่างนิ่งเงียบ
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับตู้ชิงหลวนใจของต้วนชิงหมิงกลับมีความเชื่อใจบางอย่างที่พูดไม่ออก……ในตอนนี้นางเบะ
ปากขึ้นพูดอย่างเย็นชา “เชอะ!ใครใช้ให้เขาทำตัวแบบนี้กัน!”
นางส่ายหน้าและคิดในใจว่า คุณหนูใหญ่ไม่รู้หรือว่าอีกฝั่ายกำลังอยากให้กลับไปหาเขา?
แต่เมื่อเห็นใบหน้าที่มีเลศนัยของสาวน้อยนางก็ทราบได้ทันทีว่า ความปรารถนาขององค์ชายสามคงสูญเปล่าอีก
ครั้งแล้ว!
ตลอดทั้งบ่ายต้วนชิงหมิงอยู่ที่เรือนตู้ชิงหลวน โดยที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็ไม่ได้กลับมาเห็นทีวิธีการของนางจะใช้ได้ผล
องค์ชายที่ชอบทรมานนางไม่หยุดในที่สุดก็ไม่มาหาเรื่องนางอีก!
เมื่อท้องฟั้ากำลังจะมืดมิดต้วนชิงหมิงก็กลับไปที่ห้องเหยียนหลิ่งอวี๋เห็นเพียงประตูด้านนอกที่ปิดสนิทกับเซี่ยฉ่าว
เอ๋อร์ที่ยืนหนาวสั่นอยู่ด้านนอก
“เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ทำไมเจ้าไม่เข้าไปรับใช้ในห้อง?” นางถามอย่างแปลกใจขึ้นว่า
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เมื่อได้เห็นนางก็ดีใจจนนํ้าตาไหลออกมา “คุณหนูในที่สุดก็กลับมาแล้ว……ฮือ ฮือ!ถ้ากลับมาช้ากว่า
นี้อีกหน่อย เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์คงแข็งตายไปแล้วเจ้าค่ะ!”
“เกิดอะไรขึ้น?” นางถามด้วยความฉงน
อีกฝั่ายร้องไห้นํ้าตาท่วมใบหน้า “ก็แผนที่คุณหนูคิดนั่นแหละเจ้าค่ะเกือบจะทำให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ต้องตายเสียแล้ว!”
“วิธีการใช้ไม่ได้ผลหรือ?” นางเอ่ยถามกลั้วหัวเราะ
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เบ้ปาก “คุณหนูก็เพราะวิธีนั้นใช้ได้ผลมากเหลือเกินเจ้าค่ะจนทำให้บ่าวต้องมาอยู่ตรงนี้จนเกือบแข็ง
ตายแล้วเจ้าค่ะ!”