การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 136 เหยียนหลิ่งอวี๋ที่ไม่หยุดหย่อน
ใช่แล้ว เพราะวิธีของคุณหนูนั้นทำให้องค์ชายสามสั่งให้บ่าวต้องมายืนลำบากอยู่ตรงนี้
ทั้งคู่เป็นเจ้านายกับบ่าวรับใช้คำพูดของนายนั้นบ่าวต้องทำอย่างไม่มีเงื่อนไข ในตอนนี้ไม่ว่าจะล่วงเกินใครก็ไม่ใช่
ผลดีต่อเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ดังนั้นชีวิตของนางตอนนี้ได้เปลี่ยนจากคนส่งสารกลายมาเป็นคนที่ถูกลงโทษเสียแล้วอีกทั้งเหยียน
หลิ่งอวี๋พูดแล้วว่าต้องรอให้ต้วนชิงหมิงกลับมาจึงจะสามารถเข้ามาในห้องได้
พอคิดถึงองค์ชายสามที่กำลังโกรธจนหน้าดำหน้าแดงเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ยังคงบ่นพึมพำในใจ……อย่าเห็นเพียงแต่
ใบหน้าที่ยิ้มแย้มขององค์ชายสามตอนที่คุณหนูเห็นแต่เมื่อเขาโกรธจัดขึ้นมาก็น่ากลัวจนขนลุกขนพองไม่แพ้กัน!
ต่อจากนี้ไปถ้าองค์ชายสามโมโหขึ้นมานางจะไม่เข้าไปใกล้เพื่อจะไม่ต้องมาพลอยตกกระไดพลอยโจนเช่นนี้
เมื่อเห็นบ่าวคนสนิทมีหน้าตาที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมเด็กสาวก็แอบยิ้มในใจ จากนั้นจับมือนางเดินเข้าไปในห้อง
ด้วยกัน เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ยังสั่นระริกไปทั้งตัวขณะเดินตามอยู่หลังต้วนชิงหมิงและไม่กล้าส่งเสียงใด
ท้องฟั้ายามเย็นเหลืองอร่าม สาดแสงลอดทะลุบานหน้าต่างตกกระทบเพียงกระดาษที่วางอยู่บนโต๊ะคล้ายทำให้
ทั้งห้องดูหมองหม่นต้วนชิงหมิงที่เดินกลับมาจึงหยุดชะงักไม่กล้าเข้าห้องเพราะภายในห้องไม่ได้จุดไฟจะมีก็เพียงแสงที่
ลอดเข้ามา
แสงในห้องที่ไม่มากพอทำให้ตาของต้วนชิงหมิงมองภาพที่อยู่ตรงหน้าขมุกขมัวนางก้าวเท้าเดินเข้าไปในห้องพลัน
ได้ยินเสียงพูดอย่างเยือกเย็น “ออกไปข้างนอกทั้งบ่ายในตอนนี้คิดจะกลับมาได้แล้วหรือ?”
เสียงของเขานั้นแฝงไปด้วยความไม่พอใจโกรธ และน้อยใจ ในคราวเดียว
ต้วนชิงหมิงได้ยินก็เกือบจะหลุดขำออกมาดูท่าวิธีของนางได้ผลไม่น้อย องค์ชายสามที่ไม่เคยไว้หน้าใครจึงมี
ท่าทางที่ดูไม่จืดให้เห็น!
นางเดินนำเข้าไปก่อนและบอกให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไปจุดไฟส่วนนางค่อยๆ เยื้องย่างคลำทางในความมืดไปนั่งที่ตั่งยาว
นางใช้มือคลำไปเจอชายเสื้อที่ยับยู่ยี่ จึงเงยหน้ามอง “ตามหลักแล้วนี่เป็นห้องของข้าเพียงแต่องค์ชายสามมารักษาตัวที่นี่
ทำไมข้าจะเข้ามาไม่ได้?”
เหยียนหลิ่งอวี๋ได้ฟังก็โกรธจนลมออกหู
เขาก้มหน้ามองต้วนชิงหมิงและหัวเราะอย่างดุดันแววตาที่พราวแพรวราวกับหยกใส ส่องประกายออกมาเหมือน
ดวงดาวที่เจิดจรัสท่ามกลางท้องนภาเป็นพันเป็นหมื่นดวง
เพียงครู่เดียวก็ผินหน้าไปมองอย่างอื่นแทนเขารู้ว่าโดนจิ้งจอกน้อยที่ร้ายกาจเล่นงานเข้าแล้วเขาจึงหันกลับมามอง
ต้วนชิงหมิงที่กำลังเบิกบานใจด้วยสายตาที่เยือกเย็นกัดฟันพูดว่า
“เหอะ! เจ้ามันเป็นคนขี้หลงขี้ลืมสินะ? ชีวิตของเจ้าก็เป็นข้าที่ช่วยเอาไว้ หรือพูดได้ว่าเจ้าเป็นของข้าในเมื่อเจ้า
เป็นของข้า ทุกอย่างในตัวเจ้าก็เป็นของข้าทั้งหมด…ที่จริงข้าควรไปอยู่ห้องของข้าเองทำไมจะต้องจะอยู่ที่ห้องเจ้าด้วย
ลองคิดดูสิ?”
คำพูดของเขาละม้ายเป็นคำสั่งที่พูดซํ้าแล้วซํ้าอีกทว่านางเข้าใจความหมายที่เขาต้องการจะสื่อทันที เพราะตั้งแต่
ต้นจนจบสรุปได้อย่างเดียวคือเขาต้องการเอาเปรียบนาง!
ต้วนชิงหมิงมองไปยังใบหน้าที่หล่อเหลาทว่าโอหังไม่น้อยในความมืด จึงถอนหายใจยาวๆ ออกมาพรืดหนึ่ง…ใคร
เคยได้ฟังข้ออ้างเรื่อยเปือยที่สามารถพูดได้อย่างหน้าชื่นตาบานบ้างหรือไม่? ‘องค์ชาย’ ที่อยู่ตรงหน้าก็เป็นตัวอย่างให้
ประจักษ์
ที่ว่าช่วยชีวิตนางแล้ว นางจะเป็นคนของเขา…เชื่อว่าในโลกนี้คำพูดเช่นนี้มีเพียงองค์ชายสามที่หน้าหนายิ่งกว่า
กำแพง ถึงจะกล้าพูดคำเหล่านี้ออกมาได้อย่างไม่ละลายปาก
เห็นแบบนี้ต้วนชิงหมิงก็พูดอะไรไม่ออกความโมโหในใจของเหยียนหลิ่งอวี๋ได้มลายหายไปนานแล้วแต่เขายังคง
กัดฟันพูดด้วยนํ้าเสียงที่เย็นยะเยือก “เจ้าไปอยู่ที่นั่นเป็นครึ่งค่อนวันยังฝากให้บ่าวมาพูดคำเหล่านั้นอีก……หึ หึ!ข้าก็คิด
ว่าเจ้าลืมทางกลับเรือนไปแล้ว” พูดถึงตรงนี้นํ้าเสียงของเขาก็พูดอย่างตะกุกตะกัก
เขาหยุดเว้นจังหวะชั่วครู่แล้วเอ่ยอย่างออกคำสั่งทีละคำ “เจ้า มา นี่!!!”
ต้วนชิงหมิงได้ฟังพลันตระหนกอยู่ไม่น้อยกะพริบตาปริบๆ ไม่รู้ว่าเขาจะมาไม้ไหน ทว่าวิธีการของเขานั้นนางเจอ
มาเยอะพอสมควรแล้วเห็นทีในเวลานี้จะต้องปั้องกันตัวเองให้ดีเสียก่อนแล้ว
สายตาเจ้าเล่ห์ร้ายกาจของอีกฝั่ายที่มองมาทำให้นางถอยหลังลงไปนั่งลงอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวพลางส่ายหน้าไปมา
“ไม่ ข้าจะไม่เดินไปถ้าเจ้ามีคำพูดอะไรก็พูดตรงนี้ได้เลย!”
โอ้โห! อยากจะสร้างเส้นแบ่งกับข้าอย่างนั้นหรือ? หากไม่สั่งสอนเสียบ้าง นางคงไม่รู้ว่าใครเป็นใหญ่ที่นี่!
เด็กหนุ่มได้ยินก็โกรธจนหน้าสั่น “เจ้าจะกลัวบ้าบออะไรต่อให้ข้าอยากจะกลืนกินเจ้าในตอนนี้ เนื้อหนังของเจ้าก็
คงไม่พอยาไส้ข้า!”
เขาพูดกดเสียงตํ่าอย่างมากทำให้ต้วนชิงหมิงได้ยินไม่ชัดจึงถามกลับไป “เมื่อครู่เจ้าพูดอะไรนะ?”
เขาชักจะหมดความอดทนต่อจิ้งจอกน้อยที่ชอบลืมบุญคุณเพ่งมองนางด้วยสายตาโกรธเกรี้ยว เอ่ยอย่างดุดัน “ข้า
เรียกให้เจ้ามา ก็มา จะพูดอะไรให้มากความ?”
ต้วนชิงหมิงก็ไม่กล้าที่จะไม่เดินไป ได้แต่ขยับไปด้านข้างอย่างจนปัญญา “องค์ชายสามมีเรื่องอะไรจะกำชับก็รีบ
พูดมา ข้าไม่ใช่คนบกพร่องทางการได้ยิน ยืนตรงนี้ก็สามารถได้ยินได้!”
นางจะยอมให้คนอื่นมารังแกต่อหน้าได้อย่างไร……ไม่มีทาง!
“ข้าจะไปห้องปลดทุกข์เจ้าต้องไปเป็นเพื่อนข้า!” เขาพูดเสียงตะคอก
นางได้ยินก็ตกใจและตามมาด้วยยกมือขึ้นปั้องปากเมื่อเขาเห็นนางทำแบบนั้นก็ยิ่งโกรธขึ้นเป็นหลายเท่าเขาใช้
สายตาที่สามารถฆ่าคนให้ตายทั้งเป็นมองไปต้องการจะสื่อว่าถ้าเจ้ายังกล้าหัวเราะอีกจะต้องได้เจอดี!
นางพยายามกลั้นยิ้มอย่างสุดชีวิตจึงโบกมือและพูดว่า “ได้ ได้……ข้าไม่ยิ้มข้าจะไม่ยิ้มอีกก็ได้!”
ถ้าเกิดองค์ชายท่านนี้โกรธขึ้นมาจริงๆจะไม่เป็นผลดีต่อนางแต่อย่างใด ดังนั้นอย่าหาเรื่องมาใส่ตัวอีกอย่าไปล่วง
เกินเขาก็พอแล้ว! เมื่อเห็นนางยิ้มจนแก้มแทบปริสีหน้าของเหยียนหลิ่งอวี๋กลายเป็นแดงจัดอย่างเห็นได้ชัด
จิ้งจอกน้อยที่ไม่รู้จักประมาณตนข้าจะดูสิว่าอีกประเดี๋ยวข้าจะสั่งสอนเจ้าอย่างไร!
สายตาของเขากวาดไปที่ตัวของนางจนหมดสิ้นพูดอย่างมีเลศนัย “เจ้าให้ข้ารอ ข้าก็รอ…ข้าเชื่อที่เจ้าพูดจนกระทั่ง
เจ้ากลับมาตอนนี้จะพาข้าไปห้องปลดทุกข์ได้หรือยัง?”
เมื่อเห็นสายตาเหยียนหลิ่งอวี๋ที่กวาดมองไปทั่วทำให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่ยืนอยู่หลังต้วนชิงหมิงถึงกับเข่าอ่อนจนยืนไม่
เป็น
สายตาพิฆาตคนแบบนี้เมื่อบ่ายวันนี้นางเห็นไปแล้วครั้งหนึ่ง ในเวลานี้ยังอยากจะฝันร้ายต่อไปอีกหรือ
แต่สาวน้อยมองเหยียนหลิ่งอวี๋ด้วยสายตาที่แน่นิ่งเพราะคิดไปถึงท่าทางที่หลายวันมานี้เขานอนทรมานอยู่บน
เตียงทำให้ความอึดอัดใจที่ได้รับหายไปในพริบตา
ที่แท้เมื่อบ่ายวันนี้ที่เขารบเร้าให้นางกลับมาก็เพื่อนจะให้ไปห้องปลดทุกข์เป็นเพื่อน
เถี่ยเฟิงเดินเข้ามาจะช่วยประคองเขาแต่เขากลับไม่ยอมในช่วงคับขันเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จึงได้แต่ไปตามหาต้วนชิงหมิง
ให้กลับมา
ใครจะไปนึกขึ้นได้ว่าต้วนชิงหมิงไม่เพียงจะไม่กลับมายังให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์มาพูดกับเหยียนหลิ่งอวี๋ที่อยู่ในห้องทั้ง
บ่ายว่าไม่กล้าไปหาคุณหนู
ประโยคนั้นเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เอามาถ่ายทอดให้เหยียนหลิ่งอวี๋ก็คือ “ชุนถาวพูดว่าเพิ่งช่วยเอาพิษออกจะขยับเขยื้อน
ร่างกายไม่ได้ขอให้องค์ชายสามอดทนรอไปก่อนจนนางกลับไปได้ยินว่าองค์ชายสามอดทนรอทั้งบ่ายได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ถ้าองค์ชายสามรอไม่ไหวละก็ สามารถจัดการบนที่นอนได้เลย”
ด้วยประโยคนี้เองทำให้เขารอนางมาทั้งบ่ายเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ถูกลงโทษให้ยืนรอต้วนชิงหมิงอยู่นอกประตู ตอนนี้นาง
กลับมาแล้วฉะนั้นเขาจะเริ่มคิดบัญชีกับนาง
สรุปแล้วต้วนชิงหมิงในครั้งนี้รอดตัวได้อย่างหวุดหวิด!