การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 138 คนชั่วอายุยืน
คนที่นอนปั่วยอยู่เมื่อครู่ในเวลานี้กลับมีสายตาที่คล่องแคล่วว่องไวเหมือนกับเหยี่ยวจ้องมองไปที่ชายชุดดำทำให้
คนไม่กล้าที่จะสบตา
ชายชุดดำมองไปยังเหยียนหลิ่งอวี๋กับต้วนชิงหมิงที่อยู่ในอ้อมอกของเขาอย่างไม่ขัดขืน พริบตาเดียวก็เอาดาบยาว
ฟันลงมาทางที่พวกเขายืนอยู่
ในข่าวลับเขียนมาว่าเขานอนปั่วยอยู่บนเตียงการมาในครั้งนี้ก็เพื่อเอาชีวิตของเขา ไม่ว่าอย่างไรจะพลาดอีกไม่ได้
แล้วเพราะชายชุดดำรู้ว่าถ้าปล่อยให้องค์ชายสามรอดไปได้ เขาจะต้องกลับมาแก้แค้นจนหมดสิ้นซึ่งเป็นสิ่งที่น่าหวาดกลัว
มากที่สุด
ต้วนชิงหมิงถูกเหยียนหลิ่งอวี๋ดึงตัวเข้ามาและผลักไปด้านข้างอย่างรวดเร็วจากนั้นเขาก็กลับตัวพุ่งไปโดยไม่มอง
ภายในห้องมีเสียงลมเสียงด่าทอและเสียงดาบที่กระทบกันดังไปมา จนทำให้ห้องที่ไม่ใหญ่มากวุ่นวายไปหมด
ชายชุดดำถูกเหยียนหลิ่งอวี๋บีบจนต้องเดินถอยหลังไปหลายก้าวก่อนที่จะมีชายชุดดำอีกหลายคนกระโจนเข้ามาจากทาง
หน้าต่าง
ชายชุดดำเหล่านี้ปกปิดใบหน้าเพื่อไม่ให้เห็นสีหน้าและอารมณ์สายตาของพวกเขาแน่วแน่ดูออกว่าผ่านการฝึกฝน
การฆ่ามาเป็นอย่างดีเพื่อจัดการเปั้าหมายอย่างไม่กลัวตายละม้ายว่าต้องการฆ่าอีกฝั่ายให้ได้ถึงจะยอมหยุด
ชายชุดดำเหล่านี้ล้อมเด็กหนุ่มเอาไว้ยังไม่ทันได้พูดอะไรก็ถาโถมดาบพุ่งเข้าใส่ แต่ด้วยความว่องไวของเขาจึง
สามารถหลบดาบที่ฟันกระหนํ่ามาและสวนกลับไปจนมีเสียงร้องโอดครวญดังตามมา
ระหว่างที่ประมืออยู่นั้นชายชุดดำก็ได้มองตากันจนมีชายชุดดำคนหนึ่งควงดาบพุ่งไปทางต้วนชิงหมิงที่ยืนอยู่ด้าน
ข้างของอีกฝัง
สายตาที่แหลมคมของเหยียนหลิ่งอวี๋ดึงต้วนชิงหมิงเข้ามาในอ้อมอกตอนนี้เกือบทุกคนต่างรู้แล้วว่าที่แท้จุดอ่อนข
องเขาก็คือนางนี่เอง
เมื่อเผชิญกับการลอบโจมตีของชายชุดดำเหยียนหลิ่งอวี๋ไม่มีความกลัวแม้แต่น้อยเขาใช้ดาบยาวที่อยู่ในมือได้
อย่างคล่องแคล่วว่องไวจัดการศัตรูไปพร้อมกับปกปั้องต้วนชิงหมิงที่อ่อนแอสู้คนไม่เป็น
ไม่ต้องพูดก็รู้ได้ว่าคนเหล่านี้ตั้งใจมาจัดการเขา
จู่ๆ เขาก็ขยับตัวได้ช้าลงทำให้ต้วนชิงหมิงเป็นกังวลนางจึงคิดถึงคำพูดที่ชุนถาวพูดว่าองค์ชายโดนยาพิษไม่
สามารถออกแรงมากได้มิฉะนั้นพิษจะกำเริบ
เมื่อเห็นสีหน้าที่ผิดปกติและการเคลื่อนไหวที่ช้าลงพิษจะต้องกำเริบแล้วแน่นอน
สายตาของพวกชายชุดดำก็เผยความดีใจออกมา……พิษของเขากำเริบแล้ว?
ในเมื่อโอกาสที่ดีที่สุดในการกำจัดเขามาถึงจะต้องพลาดไม่ได้เป็นอันขาด!
ทันใดนั้นสายตาของชายชุดดำก็ส่องประกายออกมาอย่างสะใจ…ขอเพียงฆ่าเหยียนหลิ่งอวี๋ได้ก็ถือว่าช่วยเจ้านาย
กำจัดเสี้ยนหนามขวางทางเพื่อจะได้มีชีวิตที่เหลือกินอย่างหรูหรา อยู่อย่างสุขสบาย!
ต้วนชิงหมิงอยู่ในอ้อมอกของเด็กหนุ่มนางสัมผัสได้ถึงพลังที่ถดถอยและลมหายใจที่ถี่ขึ้น
แต่คนที่จะมาช่วยก็ยังมาไม่ถึงเหยียนหลิ่งอวี๋ใกล้จะต้านทานไม่ไหวแล้ว!
ด้วยความรีบร้อนของต้วนชิงหมิงนางประคองเขาและมองไปยังชายชุดดำที่เหมือนหมาปั่ากำลังหิวกระหายจาก
นั้นพูดออกไป “ใครส่งพวกเจ้ามา…คนพวกนั้นให้เงินเท่าไร ข้าจะเพิ่มให้อีกเท่าหนึ่ง…”
ชายชุดดำพวกนี้ตั้งใจกดเสียงให้ตํ่าและกดความโกรธเอาไว้ดูท่าคนพวกนี้รู้จักเขา หรือไม่ก็กลัวว่าจะถูกเขา
ฟังออก พวกเขาระมัดระวังตัวอย่างมากจนเดาได้ไม่ยากเลยอย่างน้อยคนพวกนี้จะต้องรู้จักและรู้ฐานะของเขามาก่อน
อย่างแน่นอน
เมื่อได้ฟังที่เด็กสาวพูดชายชุดดำพวกนั้นก็ถือดาบชี้มาทางเหยียนหลิ่งอวี๋ พูดอย่างไม่สนใจว่า “เจ้าจะให้เท่าไรก็
ไม่มีประโยชน์ วันนี้เขาจะต้องตาย!”
ต้วนชิงหมิงยู่ปากเล็กน้อยแกล้งทำสีหน้าให้ซีดและทำท่าทางให้เหมือนกับสาวน้อยอายุสิบปีที่หวาดกลัวนางจับที่
แขนของเหยียนหลิ่งอวี๋จนแน่นพร้อมกับแอบมองหัวหน้าของชายชุดดำจากนั้นพูดอย่างร้อนรนว่า “แต่ว่าพวกเจ้ามาเพื่อ
เอาชีวิตของเขา ไม่ใช่เพราะเรื่องเงินหรอกหรือ…คนมักตายด้วยความโลภในเงินทอง…”
ระหว่างที่พูดไปต้วนชิงหมิงก็ชี้ไปที่เหยียนหลิ่งอวี๋พูดอย่างมั่นใจว่า “พวกเจ้าวางใจได้เรือนของเขามีเงินมากมาย
ไม่ว่าพวกเจ้าต้องการเท่าไรเขาสามารถให้ตามที่พวกเจ้าร้องขอ…”
ได้ฟังที่นางพูดเหยียนหลิ่งอวี๋ก็ขมวดคิ้วขึ้น ไม่รู้ว่านางดูออกตั้งแต่เมื่อไรว่าพิษเขากำเริบดังนั้นนางจึงตั้งใจถ่วง
เวลาเพื่อเขาอย่างนั้นหรือ?
แต่ว่าอีกฝั่ายเป็นคนมีไหวพริบประโยคพอไหวถ้าพูดอีกประโยคละก็ อีกฝั่ายคงจะเริ่มรู้ตัวแล้ว
ไม่น่าเชื่อว่าต้วนชิงหมิงพูดออกไปแค่หนึ่งประโยคชายชุดดำพวกนั้นก็เริ่มพูดกันเสียงเบา “พี่ใหญ่ อย่าไปฟังนาง
นางตั้งใจจะถ่วงเวลา!”
หัวหน้าชายชุดดำได้ฟังโกรธจัดขึ้นมายื่นดาบชี้ไปที่ต้วนชิงหมิง “เจ้ารนหาที่ตายหรือ!”
นางรู้ว่าถ้าจะถ่วงเวลาต่อไปคงไม่มีประโยชน์อีกแล้วจึงยืนเท้าสะเอวทั้งสองข้างมองไปยังหัวหน้าชายชุดดำ พูด
อย่างโมโห “ถ้าพวกเจ้าจะฆ่าเขาก็รีบฆ่าเสีย เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับข้าแม้แต่น้อยพวกเจ้าจะเอาดาบมาชี้หน้าข้าทำไม?”
ชายชุดดำได้ฟังสายน้อยที่อายุยังไม่ถึงสิบปีพูดก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งใบหน้าเขาเต็มไปด้วยความโกรธและถามตัว
เองอย่างสงสัย จากนั้นหัวเราะเยาะ “หึหึ” ขึ้นมา “เคยได้ยินโบราณว่าตกกระไดพลอยโจนหรือไม่…ความผิดใหญ่หลวง
ของเจ้าก็คือไม่ควรอยู่กับเขาที่นี่!”
นางได้ฟังก็โกรธขึ้นยิ่งกว่า “ข้าถูกบังคับต่างหากเจ้าคิดหรือว่าข้าชอบเขามาก?”
พูดจบก็กลับหลังหันไปพูดด้วยความโมโหกับเหยียนหลิ่งอวี๋ “นี่เป็นเรื่องของเจ้าขอให้เจ้าไปจัดการด้วยตัวเอง
อย่าให้เดือดร้อนมาถึงข้าเป็นอันขาด!”
หลังจากพูดเสร็จ นางก็ดิ้นเพื่อจะเดินออกไปข้างนอก!
เหยียนหลิ่งอวี๋กอดไปที่เอวของนางพูดเสียงเบาว่า “อย่าดิ้นข้าไม่มีแรงกอดเจ้าแล้ว!”
ต้วนชิงหมิงได้ฟังก็ใจหายในตอนนี้คนที่จะมาช่วยก็ยังมาไม่ถึงสักทีหรือว่าพวกเขาทั้งสองคนจะต้องตายอยู่ที่นี่
จริงๆ
ชายชุดดำที่ยืนอยู่ข้างหน้าสุดพอเห็นต้วนชิงหมิงอธิบายอย่างวุ่นวายไปหมดจึงเกิดความรำคาญขึ้น “พี่ใหญ่ให้ข้า
ไปจัดการนาง!”
พอพูดยังไม่ทันขาดคำก็ถือดาบพุ่งเข้าใส่นาง!
นางร้องด้วยความตกใจและถอยไปอย่างรวดเร็วในเวลานี้ข้อมือของนางก็มีเลือดไหลซึมออกมาเป็นรอยยาว จาก
นั้นได้ยินเพียงเสียงชายชุดดำร้องลั่นและฟุบลงไปกับพื้นเหยียนหลิ่งอวี๋หยิบดาบขึ้นมาฟันร่างคนนั้นออกเป็นสองส่วน
ต้วนชิงหมิงฆ่าคนน้อยมาก นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้เห็นคนตายและเลือดสาดกระจายโดนหน้าและเนื้อตัวของนาง
ไปทั่วจนพูดอะไรไม่ออก
“ระวัง!!!” เขาพูดเสียงตํ่า
ด้านหลังของต้วนชิงหมิงมีแสงสะท้อนดาบพุ่งเข้าใส่เหยียนหลิ่งอวี๋ที่อยู่ด้านหลังก็โผตัวรับดาบที่พุ่งมา
เมื่อนางเห็นเขาได้รับบาดเจ็บก็ตกใจในทันทีโดยจับมือเขาขึ้นมา พูดเสียงตํ่าและเบา “ท่านเป็นอย่างไรบ้าง?”
เขาเงยหน้ามองนางแน่นิ่ง “ไม่ตายง่ายๆ หรอก!”
ต้วนชิงหมิงกัดฟันจับตัวเขาตั้งขึ้นมาโดยหยิบผ้าเช็ดในมือไปห้ามเลือดที่ไหลทะลักออกมา ก้มหน้าไปพูดอย่างไร้
จิตใจ “คนดีอายุสั้น คนชั่วอายุยืน…ท่านจะตายง่ายๆได้อย่างไรกัน?”
“เจ้า……” นี่เป็นคำพูดจิ้งจอกน้อยที่ไม่รู้จักบุญคุณคนเพราะเขาช่วยนางจึงต้องถูกแทง นางไม่เพียงไม่ขอบคุณ
กลับยังกล้าพูดจาแบบนี้?คนชั่วอายุยืน? คนอย่างเขาแม้จะชั่วร้าย แต่สำหรับนางเขาชั่วร้ายไม่เป็น!
ด้วยความโกรธจัด จึงใช้แรงจับมือของนางเพื่อไม่ให้หลุดทว่าตอนนี้เขากลับสัมผัสได้ถึงมือที่สั่นเบาๆ ของนาง
เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองสบสายตากับต้วนชิงหมิงเห็นแววตาสั่นระริกบนใบหน้าน้อยๆในใจของเขาก็อ่อนระทวย
ลงมา แค่นเสียงขึ้นเบาๆ “ข้ากำลังจะตายแล้ว เจ้าจะพูดดีๆ กับข้าสักประโยคไม่ได้เชียวหรือ?”
ต้วนชิงหมิงปรายตามองที่เหยียนหลิ่งอวี๋พูดอย่างเยือกเย็น “ท่านห้ามตาย…”