การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 14 จัดการแม่นมของต้วนอวี้
ต้วนอวี้เลิกคิ้วขึ้นมองไปยังต้วนอวี้หรานที่รู้สึกแปลกๆ จึงทำท่าว่าไม่ได้ยินที่พี่สาวต่างมารดาพูดกลับพูดกับต้วน
ชิงหมิงขึ้นว่าอยากไปจากที่นี่แล้วนางจึงแอบหยิกไปที่แขนเขาครั้งหนึ่งต้วนอวี้เห็นสีหน้านิ่งของต้วนชิงหมิงจึงเบะปาก
แสร้งทำเป็นพูดออกไป
“ขอบคุณพี่รองที่เป็นห่วง โชคดีที่พี่ใหญ่มาทันเวลาตอนนี้ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว”
สีหน้าของหลิวหรงเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินคำพูดต้วนอวี้ที่ว่า “พี่ใหญ่มาได้ทันเวลา” นั่นหมายความ
ว่าคนทั้งหมดในจวนมีแค่ต้วนชิงหมิงที่จริงใจและเป็นห่วงเท่านั้น
หลิวหรงรู้สึกแปลกใจที่จู่ๆต้วนอวี้รู้จักวางตัวทั้งยังกล้าพูดมากขึ้น ไม่รู้ว่าใครเป็นคนสอน
ต้วนเจิ้งมองไปยังใบหน้าซีดขาวราวกับกระดาษของบุตรชายพลางถอนหายใจพลันสายตาของเขามองไปยังชาย
หนุ่มแปลกหน้าที่เปลี่ยนเสื้อผ้ามาใหม่ “เจ้าไม่ใช่คนในจวนของข้า” เด็กหนุ่มอายุราวสิบเอ็ดสิบสองหน้าตาสะอาด
สะอ้าน บุคลิกดี ดวงตาวาววับเหมือนไข่มุกดำในนํ้าใสที่สะท้อนแสงแฝงไปด้วยความรู้สึกที่ตรงไปตรงมาในสายตาเขา
ต้วนเจิ้งมองไปยังสายตาอ่อนโยนของเด็กหนุ่มพลันขึ้นมาข้างหน้าแสดงความเคารพต้วนเจิ้ง พูดอย่างนอบน้อม
“เรียนนายท่าน ข้าน้อยแซ่หลิวชื่อยวน เป็นคนจางโจวท่านแม่พาข้าน้อยมาตามหาท่านพ่อที่เมืองหลวง อาศัยอยู่
ที่จวนของแม่จ้าววันนี้มาที่จวนทันเห็นคุณชายตกลงไปในนํ้าพอดีจึงรีบเข้าไปช่วย”
คำพูดที่ตรงไปตรงมาของหลิวยวนเพียงไม่กี่คำได้บอกเล่าที่มาที่ไปของเขาอย่างชัดเจนต้วนเจิ้งได้ฟังก็พยักหน้า
ถามเกี่ยวกับบ้านเกิดของหลิวยวนจนได้รู้ว่าหลิวยวนนั้นอายุยังน้อยแต่กลับสอบได้เซียงซื่อ[1]ทำให้ต้วนเจิ้งมองด้วย
สายตาที่ประหลาดใจ
“คนข้างกายของลูกชายข้าขาดซูถง[2]พอดีไม่รู้ว่าเจ้าจะลดเกียรติมาเป็นให้ได้หรือไม่?”
ตามหลักแล้วซิ่วฉาย[3]ตัวเล็กๆไม่จำเป็นต้องให้ต้วนเจิ้งลดเกียรติที่สูงส่งมาขอร้องเช่นนี้แต่ต้วนเจิ้งถูกตาถูกใจจึง
ถามไปไม่น้อยและถือโอกาสนี้ในการสังเกตปฏิกิริยาของอีกฝั่ายด้วย
ซูถงในจวนท่านแม่ทัพฟังดูแล้วช่างน่าเกรงขามไม่เบาถ้าเป็นคนปกติคงตกปากรับคำไปแล้ว ทว่าหลิวยวนพูดออก
มาเบาๆ อย่างสุภาพอ่อนน้อม
“ข้าน้อยความรู้ยังน้อย มิกล้ารับความปรารถนาดีของท่านแม่ทัพเรื่องนี้ข้าน้อยควรจะปรึกษาท่านพ่อและท่าน
แม่ก่อนจึงจะตัดสินใจได้กระทั่งตอนนี้ข้าน้อยยังต้องอาศัยคนอื่นอยู่ทำได้เพียงตอบรับเป็นซูถงให้กับคุณชายได้ชั่วคราว
โปรดรอให้ข้าน้อยเขียนจดหมายไปสอบถามท่านแม่ หากท่านแม่อนุญาตจึงสามารถตอบกลับท่านแม่ทัพได้ขอรับ”
เมื่อต้วนเจิ้งได้ฟังรู้สึกดีใจยิ่งนักจึงผายมือออกพูดอย่างตรงไปตรงมา
“ช่างเป็นเด็กหนุ่มที่กตัญูอะไรเช่นนี้ หากเจ้ามาอยู่ในจวนข้าข้าจะให้คนนำจดหมายไปส่งให้แม่เจ้า ข้าให้เจ้า
ตัดสินใจ เช่นนี้ดีหรือไม่เล่า?”
คนข้างกายของบุตรชายมีแต่พวกไม่รู้เรื่องทำให้ต้วนเจิ้งปวดหัวไม่น้อย ทว่าเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้านี้ดูแล้วไม่
ธรรมดาถ้าเอามาไว้ข้างกายต้วนอวี้จะดีแค่ไหนกัน
ทั้งชีวิตต้วนเจิ้งดูคนมานับไม่ถ้วนแค่มองพริบตาเดียวก็รู้ว่าวันข้างหน้าเด็กหนุ่มคนนี้จะต้องอนาคตไกลเมื่อก่อน
เขาอยู่ด้านนอกหลายปีเรื่องในจวนจึงไม่ค่อยได้ใส่ใจ แต่วันนี้เมื่อเห็นต้วนอวี้บุตรชายของจวนมีนิสัยเช่นนี้ในใจช่างไม่มี
ความสุขเอาเสียเลย
หลิวยวนคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบรับไปจากนั้นหันหน้าไปแสดงความเคารพต้วนอวี้ก่อนจะขอตัวกลับตามต้วนอวี้
และแม่นมหนิง
หลิวหลงอยากห้ามแต่ไม่ทันเสียแล้วได้แต่จ้องหลิวยวนเขม็งอยากจะฉีกเขาออกเป็นชิ้นๆนางอยากให้คนของนาง
มาอยู่ข้างกายต้วนอวี้ แต่ตอนนี้มีคนนอกเข้ามาแทนหากนางอยากจะสอนสิ่งที่ไม่ดีให้ต้วนอวี้เล่า คงยากขึ้นไปอีก!
ทางด้านหลิวหรงส่งสายตาไปให้แม่นมสั่งให้คนรีบไปสืบประวัติหลิวยวนมา หากเป็นคนที่อีกฝั่ายตั้งใจให้มา เช่น
นั้นก็
ตอนที่ต้วนเจิ้งเริ่มถามหลิวยวน ต้วนชิงหมิงเอาแต่ก้มหน้าก้มตาจนหลิวยวนจากไปนางจึงถอนหายใจออกมา
เบาๆ
หลิวยวนคนนี้เป็นคนที่ต้วนชิงหมิงตั้งใจเตรียมการไว้เพราะแผนนี้เป็นเรื่องของชาติที่แล้ว ที่นางได้ยินเรื่องของ
หลิวยวน
หลิวยวนที่จริงเป็นลูกชายของเสนาบดีฝั่ายขวาหลิวจื๋อเป็นคนที่ใสสะอาด และได้รับความนับถือจากผู้คน แต่น่า
เสียดายที่มีเพียงบุตรสาว
ชาติที่แล้วหลิวยวนก็มาตามหาพ่อได้พบเจอเรื่องราวและได้รับการช่วยเหลือเช่นเดียวกันนี้หลิวจื๋อจำคนช่วย
คนในครอบครัวของเขาตลอด เขาไม่เพียงแต่รับบุตรชายเข้ามาในจวนเสนาบดีหลายปีหลังจากนั้นได้ช่วยครอบครัวนั้น
ตลอดมาเรียกได้ว่าเป็นแบบอย่างที่ดีในการรู้ที่จักตอบแทนคนที่มีบุญคุณ
หลิวจื๋อมองบุตรชายที่พลัดพรากเหมือนเป็นของลํ้าค่าบุตรชายเขาก็เป็นคนใจสู้ อายุไม่ถึงยี่สิบก็สามารถเป็นถึง
ขุนนางระดับห้าในบรรดาชายหนุ่มรุ่นเดียวกันเรียกได้ว่าเขาทั้งฉลาดหลักแหลมทั้งน่าทึ่ง
เมื่อชาติที่แล้วต้วนชิงหมิงเคยได้ยินเรื่องนี้โดยบังเอิญดังนั้นในชาตินี้นางจึงให้แม่นมหนิงไปรอเขาที่ประตูเมืองใช้
ชื่อของนางในการช่วยพาเขาไปที่พักของแม่นมหลิวซึ่งเป็นบ่าวใช้สูงอายุที่เฝั้าประตูนางเคยได้รับความเมตตาจากติงโหร
ว มองจากภายนอกดูท่าภักดีต่อหลิวหรง ทว่าจริงๆแล้วกลับเป็นคนส่งข่าวให้แม่นมหนิง
หากต้วนชิงหมิงจำไม่ผิดอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าหลิวยวนจะพบหลิวจื๋อโดยบังเอิญจากนั้นจะย้ายเข้าไปจวน
เสนาบดีหลังจากนั้นครึ่งปีจะเป็นขุนนางหนุ่มที่มีชื่อเสียงอย่างมาก
ต้วนชิงหมิงจึงสร้าง ‘ความบังเอิญ’ ให้เกิดขึ้นหลิวยวนเป็นคนที่รู้จักบุญคุณคน ซึ่งจะเป็นผลดีต่อจวนท่านแม่ทัพ
และต้วนอวี้ในการเริ่มต้น!
ในตอนนี้ต้วนเจิ้งให้คนไปส่งจดหมายที่จางโจวนำของชั้นดีไปมอบให้ฮูหยินหลิว ฮูหยินได้รับจดหมายจึงรีบตอบ
กลับทันที นางเห็นด้วยที่หลิวยวนจะอยู่ในจวนท่านแม่ทัพเพื่อเป็นซูถงให้กับต้วนอวี้ในช่วงเวลาหนึ่ง
แน่นอนว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายหลัง
เมื่อหลิวหรงกลับไปถึงเรือนก็ขว้างปาสิ่งของก่นด่าอย่างโกรธแค้น
แม่นมได้แต่ยืนรออยู่ด้านนอกให้หลิวหรงได้ระบายความโกรธออกมาจนหมดถึงกล้าเดินเข้าไปเมื่อเห็นท่าทาง
หลิวหรงที่กำลังโกรธอยู่ แม่นมจึงได้เขาไปกระซิบเบาๆ
“ฮูหยิน คุณชายนี่……”
การแสดงออกของคุณชายผิดปกติทั้งยังฉลาดอยู่บ้าง ดูท่าแล้วน่าจะมีคนคอยสอนมานาน แต่ว่าเป็นใครสอนกัน
นั้นคนที่อยู่ในที่นั้นนอกจากแม่นมหนิงก็ไม่น่าเป็นคนอื่นได้แม่นมคนนี้ช่างเป็นหนามยอกอกเสียจริงครั้งที่แล้วโดนต้วนชิง
หมิงเล่นงานมาแล้วรอบหนึ่ง ซํ้าตอนนี้ก็ยังโดนอีกรอบ!
หลิวหรงกัดฟันกรอดด้วยความโกรธ
“น่าโมโหที่ครั้งนี้คนข้างกายต้วนอวี้ของพวกเราถูกกำจัดออกไปหมดแล้ว!”
คนข้างกายต้วนอวี้และแม่นมเถียนต่างเป็นคนที่หลิวหรง ‘คัดสรรมาเป็นพิเศษ’ เรียกได้ว่าเรื่องที่ไม่ดีต่างสอนให้
กับต้วนอวี้เพื่อให้เขาตีตัวออกหากจากต้วนเจิ้งและต้วนชิงหมิงคาดไม่ถึงว่าการแสดงออกของต้วนอวี้ในวันนี้กลับเกิน
ความคาดหมายของหลิวหรงเป็นอย่างมาก
หรือว่ามีคนตั้งใจทำให้เป็นเช่นนี้?
แน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้หลิวหรงโกรธที่สุดก็คือตอนที่ต้วนชิงหมิงขอรับโทษจากต้วนเจิ้งทำให้ผู้เป็นสามีรู้ว่าบ่าวใช้
ข้างกายนางมีแต่ดีๆเมื่อต้วนเจิ้งเห็นบ่าวใช้ที่น้อยของต้วนชิงหมิงรวมถึงการพูดกระทบเปรียบเปรยอยู่ข้างๆจึงตัดสินใจ
ซื้อบ่าวใช้ชายหญิงโดยให้ต้วนชิงหมิง และต้วนอวี้เป็นคนเลือกได้เองทำให้แผนที่หลิวหรงตั้งใจจะเอาคนของตนผสมลง
ไปนั้น พังไม่เป็นท่า!
ยิ่งไปกว่านั้นบ่าวใช้ข้างกายของต้วนอวี้หรานก็มากกว่าต้วนชิงหมิงทำให้นางค้านอะไรไม่ได้หากต้วนชิงหมิงเป็น
คนคัดบ่าวใช้เองก็ไม่น่าจะมีวิธีเอาคนของนางผสมไปด้วยแน่นอน
ทว่าหลิวหรงหัวเราะอย่างเย็นชาต้วนชิงหมิง……เจ้าดูถูกข้าเกินไปแล้ว!
เมื่อออกมาจากห้องโถงต้วนชิงหมิงมองมายังแม่นมหนิง
“แม่นม เจ้าทำให้หลายชายของเจ้าและเด็กที่เป็นญาติห่างๆของเจ้ามาจนได้”
การออกไปทำธุระในครั้งนี้ของแม่นมหนิงไม่เพียงแต่จะแคล้วคลาดจากอันตรายยังสามารถช่วยหลิวยวนไว้ด้วย
เป็นการช่วยเสาะหาผู้ช่วยสองคนให้กับต้วนอวี้
…
[1]เซียงซื่อ คือ การสอบจอหยวนประเภทหนึ่งที่ผู้สอบได้ที่หนึ่งของเมืองหรือมณฑล
[2]ซูถง คือ บ่าวที่คอยรับใช้นายและเป็นเพื่อนช่วยในการเรียน
[3]ซิ่วฉาย คือ คนที่สอบผ่านจอหงวนด่านแรก