การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 141 หมอทำตามกฎ
ที่แท้ลั่วสุ่ยได้พาหมอมาแล้วตอนนี้กำลังรักษาให้เหยียนหลิ่งอวี๋อยู่ในห้อง แค่ให้หมอรักษาทำไมจะต้องร้องเสียง
ดังเอะอะโวยวายด่าทอเช่นนั้นด้วย
ต้วนชิงหมิงที่ได้ยินก็หมดอารมณ์ที่จะนอนต่อขยับลุกขึ้นเปลี่ยนชุดแต่งตัวและรีบไปที่ห้องขององค์ชายสามทันที
ที่นี่ลั่วสุ่ยและองครักษ์ชุดดำได้ล้อมห้องไว้หมดแล้วในมือถือดาบละม้ายปั้องกันหากมีภัยมา นางกวาดสายตามอง
ไปรอบหนึ่งเห็นชายวัยกลางคนอายุราวห้าสิบหกสิบปีกำลังโดนดาบจ่ออยู่ที่พื้นด้วยท่าทางหวาดกลัว
เพียงเดินจากไปไม่กี่ก้าวก็ได้ยินเสียงที่พูดด้วยความโกรธเคืองของลั่วสุ่ย “เรียกให้เจ้าไปดูคนไข้……ก็รีบไปดูจะ
ต้องให้ข้าพูดมากทำไม”
“ขอร้องให้ช่วยแบบนี้มีที่ไหนกัน? มาลากข้าลงจากเตียงโดยที่ยังไม่ได้เตรียมอะไรมาแล้วจะตรวจโรคได้
อย่างไร?” ชายชราผู้นั้นก็พูดอย่างจนปัญญา
“ของเจ้าทั้งหมดอยู่ที่นี่แล้ว…ตอนนี้มีสองทางให้เลือกให้เจ้าทางที่หนึ่งรีบตรวจรักษา รับเงิน แล้วข้าจะส่งคนให้
พาเจ้ากลับไป ทางที่สองให้ดาบในมือข้าบั่นคอเจ้าเสียตอนนี้ต่อไปจะได้ไม่ต้องไปช่วยใครได้อีก…” ลั่วสุ่ยกัดฟันพูด
ต้วนชิงหมิงที่ยืนฟังอยู่นานอดส่ายหน้าไม่ได้ดูท่าลั่วสุ่ยเป็นห่วงเหยียนหลิ่งอวี๋มาก จึงมีอารมณ์ร้อนใจเช่นนี้ แต่ว่า
บุรุษผู้นี้เป็นเพียงหมอธรรมดาทั่วไปย่อมต้องตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นคงไม่เป็นลมไปก่อนที่จะตรวจคนไข้นะ!
เป็นไปตามที่คิดไว้ชายชราผู้นั้นเมื่อได้ฟังก็ก้มหน้าก้มตามองบนพื้น ในเวลาเดียวกันมีมือน้อยๆ ขาวบริสุทธิ์ยื่นมา
จับตัวประคองเขาอย่างอ่อนโยน
กลิ่นหอมอ่อนๆพัดโชยมาพร้อมสายลมหนาว ได้ยินเพียงเสียงอ่อนโยน “ท่านลุง ตอนนี้อากาศหนาวเหน็บกลับ
ต้องพาท่านมาอยู่ที่นี่ต้องขออภัยกับการเสียมารยาทครั้งนี้ เพียงแต่ท่านชายของพวกเราปั่วยจึงเกิดความร้อนใจดั่งไฟลุก
ท่วมหวังว่าท่านจะมีจิตใจของความเป็นหมอ อย่าได้คิดเล็กคิดน้อยกับพวกเขาเลย!”
เด็กสาวประคองคนชราขึ้นมานั่งบนเก้าอี้เมื่อได้ฟังเสียงอ่อนโยนของเด็กสาวอีกฝั่ายจึงยอมพูดด้วย “แต่ว่าข้าไม่
ได้นำกล่องยาและหมอนรองมือมาด้วยแล้วจะตรวจได้อย่างไร?”
ลั่วสุ่ยบอกให้ชายชุดดำที่อยู่ข้างหลังนำกล่องสภาพเก่ามาโยนไว้ตรงหน้าเสียงดัง “ตึง” เขาสะดุ้งโหยง เห็นเพียง
ลั่วสุ่ยจ้องเขม็งมา “นี่คือกล่องที่เจ้าพูดถึงใช่หรือไม่?”
เห็นได้ชัดว่าลั่วสุ่ยพาตัวชายชราคนนี้มาพร้อมกับเก็บข้าวของของเขามาด้วยทว่าตอนนี้กล่องไม่ได้พังแต่ของข้าง
ในกลับอยู่มั่วไปหมด
เขาร้องด้วยความตกใจอย่างลืมความกลัวเมื่อเห็นกล่องอุปกรณ์ถูกโยนมาตรงหน้ารีบคลานไปดูของในกล่องของ
ว่ามีอะไรเสียหายหรือไม่ ก่อนที่จะพูดอย่างโมโห “ใช่แล้ว นี่เป็นกล่องของข้า…”
เด็กสาวถอนหายใจก่อนที่จะหันไปพูดกับลั่วสุ่ย “เขาเป็นหมอ เจ้าทำให้เขาตกใจเช่นนี้แล้วจะยอมตรวจโรคให้เจ้า
นายของเจ้าได้อย่างไรกัน?”
ลั่วสุ่ยรู้ว่าเจ้านายของเขาปฏิบัติต่อนางไม่เหมือนกับคนอื่นเมื่อถูกนางพูดตำหนิ เขาจึงหันไปขอโทษในสิ่งที่ทำ
พลางโบกมือให้องครักษ์ออกไปส่วนเขาหันมากัดฟันพูดกับชายชรา “เจ้าดูแลเจ้านายข้าให้ดีๆ ถ้าหากละเลยไม่สนใจจะ
ต้องได้เจอดี!”
ชายชราได้ฟังก็ตกใจยกใหญ่ต้วนชิงหมิงจึงเข้าไปประคอง พูดเสียงตํ่าเบา “ท่านหมอ คุณชายของพวกเรากำลัง
ตกอยู่ในอันตราย รบกวนท่านหมอช่วยไปดู……”
เขามองไปที่เด็กสาวที่มีนํ้าตาไหลรินออกมาก็พยักหน้าหงึกๆ “ก็ได้ข้าจะทำตามที่เจ้าขอร้อง ดูสิว่าเจ้านายของ
เจ้าเป็นอะไรไป!”
ครั้นทั้งสองเดินเข้ามาในห้องก็เข้าใจแล้วว่าทำไมลั่วสุ่ยถึงได้หุนหันพลันแล่นเช่นนั้น ที่แท้เหยียนหลิ่งอวี๋นอนหน้า
ซีดคลํ้าคล้ายคนใกล้จะหมดสติแล้ว
“ทำไมถึงเป็นเช่นนี้?” นางถามขึ้นด้วยความตกใจ
ลั่วสุ่ยหันหน้ามาตอบด้วยความเศร้า “แถวนี้ไม่มีหมอดีๆ มีแต่หมอชาวบ้านทั่วไป ข้ามาถึงนายท่านก็อยู่ในสภาพ
เช่นนี้แล้ว!”
“รบกวนท่านช่วยดูหน่อยเถิด!” นางหันหน้าไปมองชายชรา พูดวิงวอนขอร้อง
ถึงตรงนี้ชายชราก็ไม่ถือโทษโกรธเคืองลั่วสุ่ยเขารีบเข้าไปจับชีพจรของเหยียนหลิ่งอวี๋อยู่สักพักหนึ่ง จึงหันมาพูด
ว่า “เขาโดนยาพิษ”
“ขอถามท่านหมอว่ามีวิธีไหนที่จะรักษาได้บ้าง?” นางถามขึ้นทันที
“พิษในร่างกายของเขาเดิมทีได้ถูกกดเอาไว้แล้วแต่ตอนนี้มันกลับกำเริบขึ้นมาถ้าหากไม่รีบรักษาในทันทีกลัวว่า
เป็นหนักจนถึงแก่ชีวิต” ชายชราส่ายหน้าไปมา
ลั่วสุ่ยได้ฟังก็จ้องเขม็งไปที่ชายชรา “ถึงแก่ชีวิตอะไรกัน…เจ้าตรวจคนปั่วยเป็นหรือไม่?”
ในตอนนี้เขารู้สึกเศร้าโศกเสียใจเป็นที่สุดถ้ารู้ว่าพิษของกลุ่มชิงซานซือปาหลางจะร้ายแรงเช่นนี้เขาก็คงจะไม่ยอม
ให้เหยียนหลิ่งอวี๋เอาตัวเข้าไปเสี่ยง…ฮือ ฮือ!เป็นความผิดของเขาที่ไม่ยอมเตือน องค์ชายถึงต้องอยู่ในสภาพเช่นนี้!
ชายชราได้ยินที่ลั่วสุ่ยพูดกลับไม่ได้รู้สึกกลัวแม้แต่น้อยเข้าเท้าสะเอวและพูดอย่างตรงไปตรงมา “พิษที่เขาโดนไม่
ได้ร้ายแรงมากเพราะเคยเอาพิษออกแล้ว แต่ว่าเขาได้ใช้แรงที่เหลือในร่างกายจึงทำให้พิษเข้าสู่ปอดหากไม่รักษาได้ทัน
เวลาก็คงจะช่วยชีวิตไว้ไม่ได้”
เด็กสาวตกใจกับสิ่งที่ชายชราพูดออกมาพูดขึ้นอย่างพะว้าพะวัง “ท่านหมอ……ช่วยตรวจดูอีกครั้งได้หรือไม่?”
เขาใช้มือลูบเคราไปพลางส่ายหน้าไป “ข้าไม่มั่นใจว่าจะสามารถช่วยเขาเอาพิษออกมาได้ต่อให้ช่วยเอาพิษออกมา
ได้แล้ว แต่ถ้าไม่มีเข็มเงินก็ไม่สามารถฝังเข็มได้”
แม้ภายนอกชายชราจะดูค่อนข้างหัวโบราณแต่วิชาความรู้ทางการแพทย์ดูจะมีไม่น้อยต้วนชิงหมิงจึงตอบกลับ
อย่างดีใจ “เข็มเงินหรือ……ข้ามี……ข้ามี!”
พูดไปก็สั่งให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไปหยิบจากในห้องมาทันทีที่นางได้ยินว่าเกี่ยวกับความเป็นความตายของเหยียนหลิ่งอวี๋
จึงรีบวิ่งไปหยิบอย่างไม่รีรอ
“ทำไมคุณหนูต้วนจึงมีของแบบนี้อยู่ด้วย?” ลั่วสุ่ยเอ่ยขึ้น อดมองนางด้วยความประหลาดใจไม่ได้ เพราะดูแล้ว
นางก็ไม่น่าจะมีความรู้ทางการแพทย์แต่ว่านางกลับมีของที่หมอควรมี
ต้วนชิงหมิงได้ฟังก็หันหน้าไปมองเหยียนหลิ่งอวี๋ที่นอนอยู่จากนั้นจึงฝืนยิ้มพูดว่า “ของเหล่านี้ชุนถาวมอบให้
ข้า…”
ในตอนนั้นนางยังไม่เข้าใจว่าชุนถาวให้เข็มเงินนางเพื่ออะไรตอนนี้ดูท่าตู้ชิงหลวนคงอยากจะไป ของเหล่านี้จึงไม่
จำเป็นสำหรับชุนถาวอีก!
แม้ว่าชุนถาวจะรักษาเหยียนหลิ่งอวี๋ได้เพียงครึ่งเดียวและทิ้งวิธีการรักษาเอาไว้ให้ก่อนที่จะจากไปอย่างเงียบๆแต่
ว่านางกลับไม่ได้โทษนาง เพราะอย่างไรเสียตู้ชิงหลวนยังมีสิ่งที่จะต้องทำให้สำเร็จอีกเรื่องหนึ่งการนำของเหล่านี้ติดตัวไป
ด้วยคงไม่สะดวกผนวกกับที่นี่มีองค์ชายสามก็ยิ่งไม่ควรที่จะอยู่นาน
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไปหยิบเข็มเงินมาอย่างรวดเร็วเมื่อชายชราได้เห็นก็หยิบเข็มจำนวนหนึ่งไปลนเทียนและพูดอย่าง
ลำบากใจว่า “อย่างไรก็ไม่ได้…”
ลั่วสุ่ยได้ฟังชายชราพูดยึกยักอยู่เขาที่โมโหจนเดือดดาลอยู่แล้วก็ชักดาบที่เอวออกมาชี้ไปทางหมอชรา “ถ้าเจ้ายัง
ขืนยึกยักเช่นนี้อยู่อีก เชื่อเถอะ……ว่าข้าจะฆ่าเจ้าทิ้งเสียตรงนี้?”
ชายชรารักษาคนมาหลายปีจึงเคยชินกับการถูกข่มขู่แบบนี้ไปแล้วเวลานี้ลั่วสุ่ยข่มขู่เขาซํ้าแล้วซํ้าเล่า ชายชรากลับ
ลูบเคราของเขาและพูดอย่างโมโหกลับไป “ถ้าเจ้ามีความสามารถรักษาเขาได้ก็ฆ่าข้าได้เลย…ดูสิว่าในระยะร้อยลี้นี้จะมี
ใครมาช่วยตรวจให้กับเจ้านายของเจ้า”