การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 147 พายุหิมะพัดรถม้า
ที่จริงไม่กี่วันมานี้ต้วนชิงหมิงผ่านประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยอันตรายนานัปการอีกทั้งนางยังใช้ไหวพริบปฏิภาณ
ในการเอาตัวรอดมาได้สำเร็จ…ทั้งยังใช้ช่วยเหยียนหลิ่งอวี๋ที่ช่วยชีวิตนางไว้ได้อีก
อย่างน้อยนางก็ได้รู้ว่าความจริงเป็นเช่นไร
แต่สิ่งที่ต้วนชิงหมิงคิดไม่ถึงก็คือตอนที่ทิ้งเหยียนหลิ่งอวี๋ไว้คนเดียวสีหน้าของเขาที่เหมือนถูกทรมานอยู่เมื่อครู่
กลับแสดงความเจ้าเล่ห์ออกมาเสียอย่างนั้น
แสงตะวันได้สาดส่องลงบนพื้นหิมะขาวโพลนระหว่างทางที่กว้างใหญ่ได้ยินเพียงเสียงลมอันหนาวเหน็บในฤดู
หนาวที่ไร้ซึ่งเสียงหมู่มวลวิหคทั้งยังไม่พบผู้ใดแม้แต่ผู้เดียว
ลมหนาวได้พัดพาความหนาวเหน็บเหมือนโดนมีดแหลมกรีดเข้าไปถ้าได้นั่งผิงไฟดื่มเหล้าในเวลานี้ก็คงดีไม่น้อย
ไม่รู้ว่าเหยียนหลิ่งอวี๋นั่งจินตนาการไปถึงไหนจู่ๆด้านหลังของเขาก็มีเงาชายชุดดำแวบเข้ามาคุกเข่า “องค์ชาย…เรื่องที่สั่ง
การไว้ ทุกอย่างเตรียมการเรียบร้อยแล้วขอรับ!”
พลันเห็นใบหน้าที่หล่อเหลาของเหยียนหลิ่งอวี๋แสยะยิ้มชั่วร้ายออกมาเขาหันหลังกลับไปมององครักษ์ฝีมือดีนาย
หนึ่ง พูดอย่างเย็นชา “หึ! กล้ามาเล่นงานข้า ประเดี๋ยวข้าจะให้มันโดนเล่นงานแทน!”
เห็นแววตาไหววูบของชายชุดดำที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าหรือไม่ทันทีที่ได้ฟังที่เหยียนหลิ่งอวี๋พูด เขาจึงพูดเสียงเบา
ตอบกลับ “เรียนองค์ชาย ในครั้งนี้ยอดองครักษ์สิบสามขององค์ชายใหญ่ถูกเอาชื่อออกทั้งหมด…”
การลงมือในครั้งนี้จะเเบ่งเป็น หนึ่งการหลอกล่อสองการโอบล้อม สามการโจมตี โดยยอดองครักษ์สิบสามได้ถูก
ฆ่าจนสิ้นซากในครั้งนี้ตอนนี้เรื่องทั้งหมดใกล้จะได้ข้อสรุปที่ชัดเจน เขาจึงรีบมารายงานข่าวดีให้เจ้านายก่อน
เหยียนหลิ่งอวี๋เบะปากออกมาเพราะสิ่งที่เขาคาดเดาไว้เหมือนสิ่งที่องครักษ์เล่ามา “อย่างไรเสียข้าต้องขอบคุณ
องค์ชายรองที่ส่งของขวัญชิ้นใหญ่มาให้กับข้า!”
กำจัดยอดองครักษ์สิบสามของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยได้แน่นอนว่าคนที่ได้รับผลประโยชน์ไม่ใช่แค่เหยียนหลิ่งอวี๋ยังรวม
ไปถึงองค์ชายรองอย่างเหยียนหลิ่งรุ่ยที่อยากบั่นทอนอำนาจเหยียนหลิ่งเจวี๋ยมานานแล้ว
ทว่าสิ่งเหล่านี้สำหรับเหยียนหลิ่งอวี๋ไม่ได้สลักสำคัญอะไรสำหรับเขา
สำหรับเขาการแย่งชิงอำนาจระหว่างองค์ชายได้เริ่มขึ้นอย่างลับๆมานานแล้ว เพียงแต่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยไม่จำเป็น
ที่มาจ้องเล่นงานเขาแต่ควรหันไปจัดการเหยียนหลิ่งรุ่ยที่จิตใจยากแท้หยั่งถึงเสียดีกว่า!
เรื่องที่เจอในครั้งนี้เขาจะไม่พูดออกไปเพราะอย่างไรเสียการที่เขาได้สั่งสอนเหยียนหลิ่งเจวี๋ยก็เท่ากับเตือนเหยียน
หลิ่งรุ่ยไปในตัวด้วย……ถ้าไม่อยากจะสูญเสียยอดองครักษ์ก็อย่าทำอะไรบุ่มบ่ามเช่นนี้!
เมื่อมองที่หน้าของเหยียนหลิ่งอวี๋ที่มีรอยยิ้มบางๆออกมา ชายชุดดำคนนั้นก็พูดขึ้นมาอีกว่า “ถ้าพูดแล้วก็ต้อง
ขอบคุณคุณหนูต้วนสำหรับการช่วยเหลือในครั้งนี้…”
เมื่อพูดถึงชื่อต้วนชิงหมิง เขาจึงชะงักไปเล็กน้อย
เรื่องทั้งหมดเริ่มตั้งแต่ขึ้นเขาแสร้งว่าโดนยาพิษ จนสุดท้ายพิษกำเริบตลอดจนปล่อยข่าวให้เหยียนหลิ่งเจวี๋ยได้รู้
และวางแผนซ้อนแผนจัดการยอดองครักษ์ทั้งหมดทั้งมวลเป็นความดีความชอบของเจ้าคนเดียวมันจะไปเกี่ยวกับจิ้งจอก
น้อยจอมเจ้าเล่ห์ได้ยังไง
ทันใดนั้นเหยียนหลิ่งอวี๋ก็คิดถึงเรื่องที่จะไม่ใช้เส้นทางเดินกลับเมืองหลวงแต่เลือกเส้นทางไปฉีเซี่ยนทำให้แผนการ
ที่จะแบ่งยอดองครักษ์สิบสามเป็นสองกลุ่มและค่อยจัดการเพื่อเพิ่มโอกาสชนะให้กับจิ้งสุ่ยมากขึ้นแต่ว่าต้วนชิงหมิงกลับ
ไม่รู้ว่านางถูกดึงเข้ามาใช้ประโยชน์ในแผนการนี้ด้วย
เขายกยิ้มมุมปากขึ้นมา เมื่อนึกถึงเรื่องที่จิ้งจอกน้อยจอมเจ้าเล่ห์ถูกเขาหลอกใช้ประโยชน์ช่างเป็นรอยยิ้มที่แฝง
ความชั่วร้าย
ไม่รู้ว่า ถ้านางรู้ว่าถูกใช้เป็นตัวล่อศัตรูจะรู้สึกอย่างไร!
อันที่จริงเรื่องโดนยาพิษและเอาพิษออกของเหยียนหลิ่งอวี๋ล้วนเป็นการแกล้งทำโดยสิ้น ต่อให้ไม่มีชุนถาว เขาก็
ไม่มีอันตรายถึงชีวิตส่วนหมอชราคนนั้นก็ไม่ได้เป็นหมอจริง แต่เป็นลูกน้องที่เขาวางแผนเอาไว้นานแล้วเพราะมีเพียงวิธีนี้
เท่านั้นถึงจะทำให้เหยียนหลิ่งเจวี๋ยที่จ้องมองอยู่ด้านนอกรู้ว่าเขาโดนพิษและอาจจะถึงกับชีวิต
แผนการที่ซับซ้อนของเขาไม่ได้มีมาเพื่อหลอกใช้ต้วนชิงหมิงแต่ที่จริงเขาอยากจะใช้โอกาสนี้หล่อเหยียนหลิ่งเจวี๋ย
และยอดองครักษ์สิบสามออกมาจากเมืองหลวงเพื่อจะได้เป็นการวัดอำนาจของทั้งสองโดยไม่มีเรื่องอื่นมาแทรก
ในเมื่อเรื่องมาถึงตรงนี้แล้วเหยียนหลิ่งอวี๋ก็ถึงเวลากลับไปดูว่าสีหน้าของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยเป็นอย่างไรบ้าง
ระหว่างที่เขากำลังจะออกเดินทางกลับ จู่ๆ ด้านหลังก็มีรถม้าสีดำหนึ่งคันฝั่าลมหิมะที่โปรยปรายกระดิ่งที่รถม้า
สั่นไหวไปมาไม่หยุด ทำให้เขาจินตนาการไปต่างๆนานาโดยไม่รู้จะพูดอย่างไร!
เขาค่อยๆ หมุนตัวกลับไปมองเส้นทางที่ปกคลุมด้วยหิมะนํ้ามีรถม้าคันหนึ่งวิ่งตามมาอย่างเชื่องช้า!
รถม้าคันนั้นใช้ผ้าสีดำคลุมไว้อย่างมิดชิดทุกด้านทำให้เหยียนหลิ่งอวี๋เกิดความตระหนกเขามองไม่เห็นสัญลักษณ์
ใดจากรถม้า เห็นเพียงล้อรถม้าที่ใช้ไม้ชั้นดีในการทำอีกทั้งรถม้าที่เดินอย่างไม่รีบร้อน เขาจึงตัดสินได้ง่ายว่าอีกฝั่ายจะ
ต้องไม่ใช่ธรรมดา
รถม้าใกล้เข้ามา เห็นม้าดีสีดำสองตัวเดินอย่างขยันขันแข็งมาทางเขานี่เป็นครั้งแรกที่ทำให้เหยียนหลิ่งอวี๋จ้องมอง
อยู่อย่างเงียบสงบด้วยแววตาที่ประกายอยากรู้
รถม้าเดินมาทางเขาอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดพักบนรถม้ามีชายหนุ่มที่ใส่งอบก้มหัวตํ่าลงมองพื้นและองค์ชายสาม
อยู่นาน
แต่เมื่อรถม้ากำลังจะออกไปไกลเกินที่จะเห็นเหยียนหลิ่งอวี๋ได้กวักมือเรียกองครักษ์ที่อยู่ด้านหลัง “ให้คนตามรถ
ม้าคันนี้ไปดูว่าเดินทางไปไหนจากนั้นกลับมาเล่าให้ข้าฟังโดยละเอียด”
องครักษ์ชุดดำที่อยู่ด้านหลังรีบรับคำสั่งและตามไป
บนเส้นทางเหลือเพียงเหยียนหลิ่งอวี๋อยู่คนเดียว เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟั้าในยามคํ่าคืนและเห็นกำแพงเมืองสี
เทาจึงมิได้รีบร้อนอะไรเขาเดินต่อไปข้างหน้าพร้อมกับคุณคิดอะไรบางอย่างไปด้วย
รถมาคันนั้นเป็นชายอายุประมาณยี่สิบห้ายี่สิบหกเชี่ยวชาญในการบังคับม้าและใช้ดาบส่วนม้าทั้งสองตัวเป็นม้าที่
ได้มาจากการแข่งขันราคาสูงลิบลิ่วๆเป็นรองเพียงแค่ม้าเหงื่อโลหิต
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือรถม้าส่วนหน้าหนักด้านหลังค่อนข้างบางเมื่อรถม้าเดินผ่านได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของ
คนบังคับม้าดังนั้นเหยียนหลิ่งอวี๋ฟันธงว่าในรถไม่มีใคร
สิ่งที่เขาสามารถมองออกจากรถม้าคันนี้ได้ก็คงจะมีเพียงเท่านี้และปัญหาที่เขายังสงสัยก็คือรถมาคันนี้เดินอย่าง
เชื่องช้าไม่รีบร้อนเกรงว่าจะไปไม่ทันก่อนที่ประตูเมืองหลวงจะปิด
ตะวันสาดแสงสีทองอร่ามใกล้จะลาลับท้องฟั้าส่วนระยะทางก็อีกสิบกว่าลี้และไม่มีที่พักที่สามารถอาศัยได้ แต่ว่า
คนบังคับรถม้าที่ไม่มีคนอยู่ในนั้นไม่มีท่าทางที่รีบร้อนออกมาแม้แต่วันเดียว
หรือว่าเขาจะไม่กังวลใจแม้แต่น้อยว่าจะไปไม่ทันเข้าประตูเมืองหลวง และอาจจะต้องพักอยู่นอกประตูเมืองทั้งคืน
พูดได้ว่าก่อนที่ท้องฟั้าจะมืดมิดลงผู้คนจำนวนมากต่างรีบร้อนที่จะเข้าเมืองซึ่งจุดนี้เองค่อนข้างผิดปกติโดยสิ่งผิด
ปกตินี้ก็มักจะมากับเบื้องหลังที่ผิดปกติเช่นกันสิ่งที่น่าสงสัยมากที่สุดก็คือคนที่ขับรถม้าคันนั้นไม่ว่าจะอยู่ในสภาพไหนเขา
ก็จะต้องสืบมาให้ชัดจนได้
เหยียนหลิ่งอวี๋คล้ายมีลางสังหรณ์บางอย่างคนที่บังคับรถม้าจะต้องเป็นคนที่น่าสนใจไม่น้อยและคำตอบนี้คงทำให้
เขาคาดไม่ถึงอย่างแน่นอน!
สิ่งที่เขาชอบมากที่สุดก็คือสิ่งที่น่าท้าทายและเกินความคาดหมายของเขา
ต้วนชิงหมิงโกรธจนหน้าดำหน้าแดงนางจึงถือโอกาสพักผ่อนระหว่างเดินทางกลับโดยทิ้งให้เหยียนหลิ่งอวี๋ลงจาก
รถม้า เนื่องจากนางรู้สึกใจคอไม่ค่อยจะดีกลัวว่าองค์ชายจะกลับมาคิดบัญชีกับนาง แต่สิ่งที่นางอดทนไม่ไหวก็คือ เขา
หลอกลวงนางและยังดัดหลังนางด้วย!