การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 149 ความเดือดดาลของหลิวหรง
ต้วนชิงหมิงได้ฟังก็ถึงกับตกตะลึง
ดูท่าเรื่องนี้จะเป็นไปได้ยากถ้ามีท่าทีสนับสนุนฮ่องเต้ก็จะไม่พอพระทัยแต่ถ้ามีท่าทีปฏิเสธก็จะหักเบี้ยหวัด ไม่รู้ว่า
ฮ่องเต้พระองค์นี้จะมาไม้ไหนกันแน่
เด็กสาวถามขึ้นอีกว่า “ท่านพ่อเห็นชัดหรือไม่ว่า……ตอนที่ใต้เท้าหลิวมีท่าทีปฏิเสธมีใครที่ไม่เห็นด้วยกับเขาบ้าง”
ต้วนเจิ้งได้ฟังก็นั่งคิดอยู่สักครู่จึงเอ่ยขึ้น “มีแน่นอน…กลุ่มของโจวเหว่ยไม่เห็นด้วยกับความคิดของหลิวปีในท้อง
พระโรงขุนนางทั้งสองต่างถกเถียงกันอย่างดุเดือด จนเกือบลงไม้ลงมือกัน”
นางใคร่ครวญอย่างลึกซึ้งอีกครั้งจากนั้นจึงเงยหน้าพร้อมด้วยรอยยิ้ม “ท่านพ่อ ตามความเห็นของลูกฝั่าบาทไม่
เห็นด้วยกับการสร้างตำหนัก แต่พระองค์ต้องการคนคนหนึ่งที่ลุกขึ้นมาพูดให้ขุนนางทุกคนพูดข้ออ้างของตนไม่ออกจาก
นั้นจะได้นำไปปฏิเสธพระพันปีโจวให้เถียงไม่ออก!”
ต้วนเจิ้งฟังแล้วก็เข้าใจขึ้นมาในทันที
ประเดี๋ยวเดียวก็กังวลขึ้นมาอีกครั้ง “การมีความคิดปฏิเสธเป็นเรื่องง่าย แต่ถ้าอยากจะให้ขุนนางทุกคนพูดไม่ออก
เป็นสิ่งที่ยากเหลือเกิน!”
กลุ่มของพระพันปีมีฮองเฮามาแล้วสามพระองค์ล้วนแล้วแต่เป็นตระกูลขุนนางชั้นสูงและมีชื่อเสียงพูดได้ว่าแค่
พระพันปีโจวกระดิกนิ้ว ขุนนางจำนวนมากก็พร้อมจะสนับสนุน
ดูจากสถานการณ์ตอนนี้มีความซับซ้อนของราชสำนักอย่างมากหากอยากจะปฏิเสธความคิดของพระพันปีโจว
และไม่ทำให้กลุ่มตระกูลโจวรู้สึกผิดใจช่างเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลยจริงๆ
ในเวลานี้แววตาของต้วนชิงหมิงลุกวาวขึ้นนางยิ้มเล็กน้อย “ท่านพ่อเรื่องที่ยากจะจัดการเช่นนี้คงไม่ใช่ให้ทำเพียง
สองถึงสามวันเป็นแน่ ตอนนี้หิมะแรกได้โปรยปรายไปแล้ว ทำให้ปีนี้ไม่สามารถที่จะก่อสร้างได้ผลัดเรื่องนี้ไปก่อนเพื่อหา
วิธีที่สมบูรณ์แบบให้ได้ จากนั้นค่อยรายงานฝั่าบาท”
ผู้เป็นบิดาพยักหน้าเห็นด้วย “ชิงหมิงพูดได้ถูกต้องที่สุดตั้งแต่พ่อได้รับพระราชโองการมา ก็คอยคิดหาวิธีแก้ไขแต่
คิดยังไงก็ไม่ออก คิดมาจนถึงฤดูหนาวมาถึงแล้วดังนั้นเรื่องนี้คงจะต้องพูดหลังจากผ่านปีใหม่ในช่วงเข้าฤดูใบไม้ผลิไป
แล้ว”
“ถ้าพระพันปีโจวเกิดสงสัยขึ้นก็ให้ทูลไปว่าฝั่าบาทตัดสินใจวางแผนศิลาฤกษ์ก่อน และท่านพ่อยังสามารถบอกทุก
คนว่าหงส์เป็นหัวหน้าใหญ่ของนกทั้งปวงสูงศักดิ์และสูงส่ง ถ้าปรากฏตัวขึ้นก็จะมีนกนับพันนับหมื่นโบยบินตามมาแต่ฤดู
หนาวค่อนข้างเงียบเหงา นกนับร้อยนับพันต่างเลือกที่จะไม่โบยบินจึงไม่สามารถทำแบบลวกๆ ได้”
เขาได้ฟังที่อธิบายก็พยักหน้าเห็นด้วยกับเหตุผลของนาง
ในเวลานี้เถี่ยเฟิงเดินเข้ามาทำความเคารพต้วนเจิ้งและต้วนชิงหมิงเอ่ยสุ้มเสียงค่อย “แม่ทัพถึงเวลาทานอาหาร
เย็นแล้ว ท่านจะรับที่ไหนขอรับ?”
ทว่าเขายังไม่ทันได้พูดอะไรเด็กสาวก็ชิงพูดก่อนโดยดึงแขนเสื้อของเขา พูดอย่างออดอ้อน “ท่านพ่อลูกไม่ได้ทาน
อาหารพร้อมกับน้องอวี้หรานและหลิวอี๋เหนียงพร้อมหน้ามานานแล้ว วันนี้ลูกเพิ่งกลับมาเป็นวันแรกพวกเราไปทาน
อาหารที่เรือนของหลิวอี๋เหนียงด้วยกันจะดีหรือไม่เจ้าคะ?”
เมื่อเขาได้ยินสีหน้าก็เปลี่ยนไป
หลิวหรงผู้นี้ใช้ไม่ได้เรื่องงามหน้าครั้งที่แล้วเขายังจำได้ขึ้นใจมาจนถึงตอนนี้ วันนี้จู่ๆจะอภัยให้นางโดยง่ายย่อม
เป็นไปไม่ได้
แต่ว่าบุตรสาวคนโปรดเพิ่งเดินทางไกลกลับมาเขาจึงไม่อยากจะให้เสียความตั้งใจของลูกคนนี้
อีกทั้งหลิวหรงปิดเรือนหกเจ็ดวันติดโดยที่ไม่ร้องเอะอะโวยวาย ต้วนเจิ้งที่ร่วมเตียงเคียงหมอนกับนางมาหลายปี
แม้จิตใจจะแข็งแกร่งเพียงใด ก็คงจะต้องมีวันที่อ่อนลงมาสักวัน!
“เจ้าไปเรียกคุณหนูรองให้ไปรับอาหารเย็นที่เรือนหลิวอี๋เหนียง!” เขาเอ่ยขึ้น
“ท่านพ่อดีจริงๆ” นางพูดเสียงสดใส
พูดจบก็จับมือต้วนเจิ้งเดินไปเรือนของหลิวหรง
เมนูอาหารในคืนนี้ต้วนชิงหมิงได้จัดส่งให้ห้องครัวเป็นที่เรียบร้อยอาหารที่ส่งไปก็ไม่ได้ผิดแปลกอะไร ทั้งหมดล้วน
แล้วแต่เป็นอาหารที่ทานในหน้าหนาว
มีซุปถังเช่ากระเพาะหมูผัดพริกสดเป็ดตุ๋นยี่หร่าซึ่งต้วนชิงหมิงตั้งใจให้ใส่พริกไทยเพิ่มเข้าไป ในเมนูไก่ตุ๋นโสม
นอกจากนี้ยังมีผัดผักกวางตุ้งอีกจานสองจาน
พูดได้ว่าเมนูเหล่านี้นางตั้งใจเตรียมไว้ให้กับหลิวหรงโดยเฉพาะ
ในคืนนี้นางจะให้หลิวหรงกินอาหารเหล่านี้ลงไปทีละคำทีละคำต่อหน้าต้วนเจิ้งทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่การเริ่มต้น
เพราะเมนูอาหารเหล่านี้จะกลายเป็นอาหารหลักที่หลิวหรงต้องทานนับจากวันนี้เป็นต้นไปโดยอาจจะไม่มีการ
เปลี่ยนแปลง
หลิวหรง! นี่เป็นของขวัญที่ข้าเตรียมไว้ให้เจ้าโดยเฉพาะ
เรือนของหลิวหรงค่อนข้างเงียบเหงาเศร้าสร้อยหิมะในเรือนของนางได้กวาดรวมกองกันไว้ที่ข้างต้นไม้ เวลานี้นาง
กำลังยืนผิงไฟและมองออกไปนอกหน้าต่างคิดอะไรอยู่ก็สุดรู้!
เมื่อได้ข่าวการกลับมาจวนอย่างปลอดภัยของต้วนชิงหมิงหลิวหรงถึงกับตระหนกตกใจราวกับแผ่นดินไหว
นางขยับลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆตลับเงินที่อยู่ในมือได้ตกลงบนพื้น จากนั้นนางก็คว้าคอเสื้อบ่าวรับใช้ที่มารายงานพูด
อย่างโมโหสุดขีด “เจ้าพูดว่าอะไรนะ…”
บ่าวรับใช้คนนั้นตกใจหลิวหรงอย่างมากจึงคุกเข่าลงบนพื้นในทันทีภายใต้สายตาที่กดดันของนางจึงได้แต่พูด
กระอึกกระอัก “บ่าวพูดว่าคุณหนู……คุณหนูใหญ่เพิ่งกลับมาจวนเจ้าค่ะ!”
หลิวหรงใช้เล็บจิกเข้าไปที่แขนลึกจนความรู้สึกเจ็บปรากฏความเจ็บนั้นแผ่ลามจากผิวหนังไปทั่วทั้งร่างอย่าง
รวดเร็ว นางจึงค่อยๆ ได้สติกลับมาสีหน้าที่ซีดขาวและสายตาที่เจ้าเล่ห์ได้กลับตัวก็นั่งบนเก้าอี้ไม้อย่างกับร่างที่ไร้ชีวิต
จิตใจ…ต้วนชิงหมิงยังไม่ตาย……เป็นไปได้อย่างไรกัน?
นางอุตส่าห์วางแผนไว้อย่างดิบดีเหตุใดนางถึงไม่เป็นอะไร ทั้งยังกลับมาได้อย่างปลอดภัยอีก เห็นทีจะไม่สามารถ
เรียกใช้สวีปั๋อได้อีกต่อแล้ว
เมื่อเห็นสีหน้าที่แทบจะดูไม่ได้ของหลิวหรงทำให้แม่นมหวานรีบส่งสัญญาณมือไล่บ่าวผู้นั้นให้ออกไป
หญิงสาวค่อยๆหลับตาลง เมื่อลืมตาขึ้นใหม่ก็มีแสงประกายที่โหดร้ายเผยออกมา “แม่นมหวางเจ้าบอกกับข้าว่า
สวีปั๋อคนนั้นไว้ใจได้ เหตุใดเรื่องนี้ยังผิดพลาดอีก!”
แม่นมหวางได้ฟังก็พูดไม่ออกไปชั่วขณะ
เดิมทีนางคิดว่าความสามารถของสวีปั๋อจะสามารถจัดการต้วนชิงหมิงที่ไม่คุ้นชินกับจ้วงจื่อให้หมดลมหายใจไปได้
แต่คาดไม่ถึงว่านางกลับไม่เป็นอะไรแม้แต่น้อยส่วนสวีปั๋อก็ถูกขังเอาไว้เตรียมลงโทษ! คนที่ดูแลจ้วงจื่อก็ถูกต้วนชิงหมิง
เปลี่ยนใหม่ตอนนี้มีเพียงประโยคเดียวที่สามารถอธิบายความรู้สึกของแม่นมหวางได้นั่นก็คืออยากจะจัดการอีกฝั่าย แต่
กลับโดนอีกฝั่ายเล่นงานแทน!
เมื่อเห็นสีหน้าที่ดูแย่ของหลิวหรงที่เพิ่มขึ้นแม่นมหวางจึงรวบรวมความกล้า เดินขึ้นไปพูดข้างหน้า “นายหญิง แม้
ด้านนอกจะไม่สามารถปลิดชีพนางได้แต่ถ้านางกลับมาที่จวน ยังไงก็ต้องทำตามที่นายหญิงสั่งการไม่ใช่หรือ? นายหญิง
จะต้องรักษาตัวให้ดีทุกอย่างยังอยู่ในความควบคุมของนายหญิงเจ้าค่ะ!”
ได้ฟังที่แม่นมหวางพูดพล่ามหลิวหรงก็ได้แต่แสยะยิ้มกำลังจะพูดต่อ ทว่าประตูด้านนอกกลับมีเสียงเถี่ยเฟิงดังเข้า
มา “หลิวอี๋เหนียง คืนนี้นายท่านจะทานอาหารที่นี่…”
นางได้ยินก็ดีอกดีใจเพราะกักตัวเพียงไม่กี่วันเท่านั้นต้วนเจิ้งก็คิดถึงนางขึ้นมาแล้ว ไม่นานเกินรอเพราะอีก
ประโยคต่อมาที่เถี่ยเฟิงพูดทำให้นางตกใจขึ้นในทันที
เถี่ยเฟิงหยุดชะงักไปครู่หนึ่งจึงพูดใหม่อีกครั้ง “คนหนูใหญ่ก็จะมาด้วย ขอให้อี๋เหนียงเตรียมตัวก่อนล่วงหน้า
ขอรับ!”
หญิงสาวได้ฟังก็สะบัดผ้าเช็ดหน้าที่อยู่ในมืออย่างแรงพูดอย่างเดือดดาล “นางเด็กชั่วยังจะมีหน้ามาที่นี่อีก…จะมา
ดูว่าคนอย่างนางตายแล้วอย่างนั้นหรือ?”
แม่นมหวางได้ยินที่หลิวหรงพูดจึงรีบเอ่ย “คุณหนูใจเย็นๆ ก่อนเจ้าค่ะ…”
นางแสยะยิ้มออกมา “เจ้าวางใจได้ ในเมื่อไอ้เด็กชั่วกล้ามาที่นี่ข้าก็จะให้นางจดจำวันนี้ไปตลอดทั้งชีวิต!”
เชอะ!อยากจะมาดูนางเพื่อสมนํ้าหน้า เด็กน้อยเอ๋ยเจ้ามันยังอ่อนหัดเกินไป!
ใต้การควบคุมของเถี่ยเฟิงอาหารก็ถูกจัดวางเต็มโต๊ะอย่างรวดเร็ว
หลิวหรงกัดฟันกรอดพูดว่า “แม่นมหวางช่วยข้าหวีผมหน่อย!”
เนื่องจากกักตัวในช่วงนี้ดังนั้นการแต่งตัวของหลิวหรงก็จะค่อนข้างธรรมดา
หลิวหรงใส่เสื้อปักลายดอกไม้สีชมพูด้านล่างใส่กระโปรงจีบสีขาวไข่มุกทะเล อีกทั้งลำคอที่เรียวสวยและไหล่ที่
ขาวนวล