การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 150 ต้วนอวี้หรานผู้คลุ้มคลั่ง
เมื่อหลิวหรงส่องกระจกก็เห็นเรือนร่างที่อรชรอ้อนแอ้นใบหน้ารูปไข่ได้รูปขาวหมดจด พวงแก้มอวบอิ่มสีชมพูระ
เรื่อ ผลัดแปั้งอ่อนๆ ละม้ายดอกไม้ที่กำลังผลิบานออกมาขนคิ้วดำขลับโก่งโค้งดุจคันศร แววตาวาววับเปล่งประกายเจิด
จรัสทำให้ผู้พบเห็นต้องลุ่มหลงในความงามนั้น
เพราะนางตั้งใจแต่งตัวธรรมดาแม่นมหวางจึงแค่เกล้าผมให้แบบเรียบง่าย มีปินมุกรูปดอกโบตั๋นปักไว้ตรงกลาง ที่
ข้อมือใส่กำไลหยกขาวช่วยขับสีผิวให้สดใสมากขึ้น ที่คอใส่สร้อยเงินตรงกลางมีอัญมณีสีม่วงที่ทำอย่างประณีตส่องแสง
เปล่งประกายออกมามองแวบเดียวก็รู้ได้ว่าราคาสูงและงดงามอย่างมาก
พูดได้ว่านางยอมที่จะไม่ใส่เครื่องประดับทำให้บนร่างของนางในตอนนี้ได้รับคำชมไม่ขาดปากจากแม่นมหวางว่า
“สวยเรียบง่ายและงดงามเป็นธรรมชาติที่สุดเจ้าค่ะ”
ด้านนอกประตูมีเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของต้วนเจิ้งและต้วนชิงหมิงดังเข้ามาทว่าหลิวหรงแต่งตัวเสร็จแล้ว
สีหน้าของนางมีทั้งความสุขและความร้ายในเวลาเดียวกันนางยืนส่องกระจกไปพลางกัดฟันไปครู่เดียวก็หายใจเข้าลึกๆ ที
หนึ่ง จากนั้นรีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นต้วนเจิ้งก้าวเท้าเดินเข้ามาใบหน้าของหลิวหรงก็เปียมไปด้วยรอยยิ้ม นางย่อตัวต้อนรับเขาที่หน้าประตู
“คารวะนายท่าน คารวะคุณหนูใหญ่!”
เด็กสาวเหล่ตามองหลิวหรงที่ตั้งใจแต่งตัวให้ดูธรรมดาและมีท่าทีนอบน้อมคนที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางคงคิดว่านาง
กลับตัวกลับใจได้แล้วแต่ว่าต้วนชิงหมิงรู้ดีว่าคนอย่างหลิวหรงเป็นคนที่ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งนํ้าตา ทั้งยังเป็นไม้แก่ที่ดัดไม่
ได้อีกแล้วสิ่งที่นางทำทั้งหมดล้วนเป็นแผนการที่นางจะทำให้ต้วนเจิ้งรู้สึกเห็นอกเห็นใจเท่านั้น
ต้วนเจิ้งที่หัวเราะอย่างมีความสุขเมื่อครู่มีท่าทีขึงขังละม้ายยังคงโกรธนาง เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองนาง เพียง
พูดเสียงเรียบนิ่ง “อืม” จากนั้นก็เข้าไปนั่งที่โต๊ะอาหาร
นางตั้งอกตั้งใจแต่งตัวมาอย่างพิถีพิถันกลับได้เพียงสายตาที่เย็นชาของต้วนเจิ้งเท่านั้นหรือ ภายในใจหลิวหรงรู้สึก
แน่นขนันจนหายใจไม่ออกร่างกายโซเซเกือบจะล้ม โชคดีที่แม่นมหวางรีบเข้ามาประคองไว้ทัน
ในวันนี้เป็นวันเทศกาลชมโคมไฟพอดีตรงทางเดินและนอกห้องก็ล้วนแล้วแต่ประดับโคมไฟอย่างสวยสดงดงาม
แสงไฟในห้องส่องสว่างเผยให้เห็นใบหน้าให้ดูงดงามต้วนเจิ้งและต้วนชิงหมิงต่างหัวเราะกันไปมา พ่อลูกคู่นี้จู่ๆกลับมาสนิ
ทกันจนน่าแปลกใจ จนทำให้คนรอบข้างไม่สามารถแทรกเข้าไปร่วมบทสนทนาได้
หลิวหรงสูดหายใจเข้าลึกๆทีหนึ่งพร้อมก้าวเดินไปด้านหน้า…ในเมื่อจะแสดงละครก็ต้องทำให้สมบทบาท ต้วนชิง
หมิงการเหยียดหยามในวันนี้เป็นเจ้าเองนะที่เริ่ม รอให้ถึงโอกาสของข้า ข้าไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่ต้วนชิงหมิง!
เมื่อคิดได้เช่นนี้หลิวหรงก็เดินไปหยุดข้างกายต้วนเจิ้ง พูดด้วยนํ้าเสียงออดอ้อน “นายท่าน!”
อีกฝั่ายขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อยไม่ตอบรับพลางหันไปมองบุตรสาว “ชิงหมิง หลายวันนี้เจ้าไปอยู่ข้างนอก คงเจอเรื่อง
ราวมาไม่น้อยวันนี้ต้องทานอาหารให้เยอะๆ หน่อย!”
“ชิงหมิงขอรอให้ท่านพ่อทานก่อนแล้วค่อยทานเจ้าค่ะลูกกลัวว่าจะกินจนอ้วน อีกหน่อยหาคนออกเรือนด้วยไม่
ได้เจ้าค่ะ!” นางพูดอย่างน่ารักน่าเอ็นดู
ต้วนเจิ้งได้ฟังก็หัวเราะเป็นยกใหญ่พร้อมกับพยักหน้า
เด็กสาวทำท่าบิดม้วนตัว “ชิงหมิงจะไม่มาแล้ว ท่านพ่อชอบแกล้งชิงหมิง……ลูกก็แค่พูดให้ดูน่ารักและช่วยรักษา
หน้าให้ท่านพ่อ……แต่ก็ไม่ได้บอกว่าจะแต่งออกเรือนไปจริงๆนะเจ้าคะ…”
ประโยคแรกว่า‘ดูดี’ แล้ว ประโยคต่อมากลับ ‘ดูดีขึ้นไปอีก’ ตอนนี้นางใช้โอกาสนี้พูดให้กระทบหลิวหรงโดยไม่ไว้
หน้าสรุปแล้ววันนี้ต้วนชิงหมิงตั้งใจมาเล่นงานนางโดยเฉพาะดูสิว่าหลิวหรงที่ไม่พอใจจะทำอะไรนางได้!
ระหว่างที่พูดก็รู้สึกได้ว่าหลิวหรงกำลังยืนมองนางอยู่เด็กสาวจึงขมวดคิ้วขึ้น พูดอย่างแปลกใจ “อี๋เหนียงทำไมยืน
อยู่ล่ะรีบมานั่งด้วยกันเถอะ”
หลิวหรงได้ฟังก็เม้มปากขึ้นทันทีต้วนชิงหมิงรู้ชัดว่านางกำลังถูกกักตัว หากต้วนเจิ้งไม่เรียกให้นั่งนางนางหรือจะ
กล้า อีกอย่างท่าทางของนางเห็นชัดว่าต้องการสร้างความน่าสงสารและการให้อภัยจากต้วนเจิ้งเดิมทีหลิวหรงเตรียมทุก
อย่างไว้หมดแล้วแต่กลับถูกต้วนชิงหมิงทำลายลงนางจึงได้แต่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
หญิงสาวได้แต่เดือดดาลอยู่ข้างในไม่สามารถแสดงออกมาได้ เพราะต้วนชิงหมิงนั่งติดกับต้วนเจิ้ง นางจึงได้แต่ก้ม
หน้าพูด “นายท่านและคุณหนูใหญ่อยู่ที่นี่ก็ไม่มีที่นั่งของปีเซี่ยแล้ว……ประเดี๋ยวปีเซี่ยจะช่วยนายท่านและคุณหนูใหญ่จัด
โต๊ะอาหารแล้วกัน!”
เด็กสาวเลิกคิ้วขึ้น…โอ้โหหลิวอี๋เหนียง เจ้าวางแผนจะทำทุกอย่างเลยหรือ ถ้านี่เป็นเช่นที่นางต้องการ เหตุใดต้วน
ชิงหมิงจะไม่รับนํ้าใจเล่าถ้านางไม่ช่วยก็คงจะเสียใจนํ้าน่าดู!
ต้วนชิงหมิงจึงมองไปที่หลิวหรงคลี่ยิ้มบางๆ “จิตใจของอี๋เหนียงช่างทำให้ท่านพ่อรู้สึกซาบซึ้งไม่น้อยสงสัยวันนี้ชิง
หมิงต้องขอร่วมใช้บารมีของท่านพ่อด้วย…” เป็นที่รู้กันว่าการจัดโต๊ะอาหารของหลิวหรงแย่จนไม่ได้เรื่อง!
นางช่างเลือกเวลาได้ถูกต้องแม่นยำเสียจริงเพราะหลิวหรงไม่เคยดูแลต้วนชิงหมิงแม้สักครั้ง หลิวหรงใช้แรงขยี้
ผ้าเช็ดหน้าในมือ เผยยิ้มฝืนๆพูดออกมาทีละคำ “คุณหนูใหญ่พูดเล่นอีกแล้ว!”
หญิงสาวพูดไปก็ใช้สายตาที่เหมือนถูกรังแกมองไปยังต้วนเจิ้งหวังว่าเขาจะพูดอยู่ข้างนาง ทว่าไม่มีแม้คำพูดใด
หลุดออกจากปากผู้เป็นสามีแม้กระทั่งหางตาก็ไม่มอง เขากลับผายมือให้ต้วนชิงหมิงหยิบตะเกียบลงมือทานอาหาร
หลิวหรงอดรนทนไม่ไหวจึงก้าวขึ้นไปข้างหน้าก้าวหนึ่งเพื่อจะช่วยต้วนเจิ้งและต้วนชิงหมิงคีบอาหารให้
นางคีบกระเพาะหมูหนึ่งชิ้นไปไว้ในจานของต้วนเจิ้งพร้อมพูดเสียงเบา “นายท่าน เชิญเจ้าค่ะ!”
ต้วนเจิ้งกลับคีบไปใส่ในจานของต้วนชิงหมิง “ชิงหมิง รีบทานข้าว!”
หญิงสาวไม่กล้าหนีบให้เขาอีกเพียงแต่คีบเนื้อเป็ดชิ้นหนึ่งวางลงในจานของต้วนชิงหมิง พูดเสียงทุ้มตํ่า “คุณหนู
ใหญ่ เชิญ!”
ในตอนนี้ต้วนอวี้หรานก็เดินพุ่งเข้ามาในห้องเมื่อเห็นหลิวหลงคีบอาหารให้ต้วนชิงหมิง เด็กสาวโกรธขึ้นในทันใด
พร้อมชี้นิ้วไป “ต้วนชิงหมิง เจ้าใช้ท่านแม่ข้าคีบอาหารให้เจ้าคู่ควรหรือ?”
ต้วนชิงหมิงถึงวางตะเกียบที่อยู่ในมือลงและแบมือทั้งสองข้างออกพูดขึ้นว่า “น้องอวี้หรานน้องอย่าชี้พี่แบบนี้……
อี๋เหนียงหยิบคีบให้พี่เอง ท่านพ่อก็ยังไม่ได้ว่าอะไร!”
ประโยคด้านหลังที่พูดต่อมาต้วนชิงหมิงตั้งใจพูดให้ตัวนางดูอ่อนแอไม่กล้าที่จะต่อสู้กับต้วนอวี้หรานอีกทั้งจะให้ต้
วนอวี้หรานคิดว่าเป็นการตัดสินใจของต้วนเจิ้งสิ่งนี้ทำให้ต้วนอวี้หรานเดือดดาลยิ่งกว่าเดิม!
ต้วนเจิ้งเหล่ตามองท่าทางที่โอหังของต้วนอวี้หรานด้วยความรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก เขานั่งนิ่งเพื่อดูต้วนชิงหมิง
ที่จิตใจกว้างขวางแทน “เจ้าเข้ามาในห้องยังไม่เห็นทำความเคารพเลยยังเอานิ้วชี้พี่สาวของเจ้าต่อว่าฉอดๆ …อวี้หรานนี่
คือสิ่งที่เจ้าได้อบรมบ่มนิสัยมาอย่างนั้นหรือ?”
เสียงของต้วนเจิ้งไม่ได้มีความโกรธแต่แฝงความน่าเกรงขามอย่างมากเอาไว้แม้สีหน้าของเขาจะไม่แสดงความไม่
พอใจ แต่นํ้าเสียงกลับเต็มเปียมไปด้วยการตักเตือน!
เมื่อได้ยินต้วนเจิ้งพูดเช่นนั้น หน้าของต้วนอวี้หรานก็มีความรู้สึกหวาดกลัวออกมาเพียงแต่นางแอบหัวเราะอยู่ใน
ใจและใช้สายตาจ้องมองเหยียดหยามต้วนชิงหมิง…เจ้าถือดีอะไร!ในจวนต้วนแห่งนี้ข้าและท่านแม่เป็นคนโปรดปรานที่สุด
เจ้ามันมาจากไหนก็ไม่รู้!มีสิทธิ์อะไรให้ท่านแม่ข้าคีบอาหารให้!
ทันใดนั้นความโกรธก็ขึ้นเต็มใบหน้าของต้วนอวี้หราน
ตอนนี้หลิวหรงก้าวขึ้นมาสองก้าวใช้ร่างกายบังสายตาของต้วนเจิ้งและรีบส่งสายตาให้ต้วนอวี้หรานรู้ “คุณหนูรอง
รีบนั่งทานอาหารแล้วกัน!”
วันนี้ต้วนอวี้หรานใส่ชุดคลุมแขนยาวสีชมพูด้านล่างใส่กระโปรงจีบสีขาวไข่มุก เกล้าผมขึ้นเป็นทรงที่กำลังนิยม
ใบหน้ารูปไข่ขาวหมดจด แก้มอวบอิ่มชมพูระเรื่อ และมีรอยยิ้มที่หวานหยาดเยิ้ม