การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 151 เอาคืนให้หนัก
ด้วยนิสัยของต้วนอวี้หรานที่ชอบการแต่งตัว ทำให้วันนี้บนหัวของนางปักปินแก้วรัตนะสายทองห้อยระย้าลงมาที่
ด้านหน้า ประดับประดาด้วยเพชรนับไม่ถ้วน ที่ข้อมือเล็กๆ สวมกำไลทองสะท้อนแสงระยิบระยับ แต่น่าเสียดายที่สีหน้า
เศร้าสร้อยของนางกลับกลบความงามไว้จนหมดสิ้น
หลิวหรงเพียงแค่ต้องการให้ต้วนอวี้หรานนั่งลง แล้วค่อยหาโอกาสช่วยพูดเรื่องดีๆ แทนนาง ทว่าบุตรสาวของนาง
คงไม่ได้คิดถึงจุดนี้ นางคับข้องแค้นใจที่ผู้เป็นมารดาต้องมารับใช้ต้วนชิงหมิงเช่นนี้
“ท่านเป็นแม่แท้ๆ ของข้า……ทำไมทำเรื่องเช่นนี้ให้กับคนอื่น?” นางจับมือหลิวหรงไว้แน่นพูดนํ้าตาไหลรินออก
มา
ต้วนชิงหมิงได้แต่มองยิ้มๆ ไม่เปล่งวาจา แค่คิดในใจการแสดงของหลิวหรงยังเก่งกาจ แต่น่าเสียดายที่บุตรสาว
เพียงคนเดียวของนางกลับทำมันพังไม่เป็นท่า
แม้หลิวหรงจะพยายามส่งสายตาให้บุตรสาวเพื่อบอกว่าอย่าสร้างเรื่อง เพราะตอนนี้สีหน้าของต้วนเจิ้งไม่ค่อยจะสู้
ดีแล้ว แต่ต้วนอวี้หรานกลับไม่ได้สนใจเอ่ยขึ้นอย่างไม่เข้าใจ “ตาของท่านแม่เป็นอะไร ไม่สบายตรงไหนหรือเจ้าคะ?”
ครั้งนี้ทำให้ต้วนชิงหมิงไม่อาจกลั้นขำได้อีก แอบหัวเราะคิกคักขึ้นมา
หญิงสาวถอนหายใจออกอย่างจนปัญหาที่บุตรสาวไม่รู้สัญญาณที่นางส่งไปให้ ก่อนเอ่ยขึ้น “เอาล่ะ อวี้หราน แม่
มีความผิดติดตัว ปรนนิบัตินายท่านกับคุณหนูใหญ่ถือว่าสมควรแล้ว ลูกก็รีบนั่งลงเสียเถิด!”
“เจ้าจะพอได้หรือยัง?” ต้วนเจิ้งที่ฟังอยู่นานวางตะเกียบลงอย่างไม่รีบร้อน พูดเสียงเด็ดขาด
ต้วนอวี้หรานได้ยินเสียงนั้นก็ผงะตกใจ ผวาถอยหลังไปหลายก้าวไม่กล้าเอื้อนเอ่ยคำใดออกมา
ต้วนชิงหมิงเห็นเช่นนั้นก็แอบหัวเราะในใจ พลางคีบเนื้อเป็ดที่ผู้เป็นบิดาชอบทานมากที่สุดชิ้นหนึ่งให้ พูดยิ้มๆ
“ท่านพ่ออย่าโทษน้องอวี้หรานเลยเจ้าค่ะ น้องกับอี๋เหนียงความสัมพันธ์แนบแน่น เมื่อเห็นอี๋เหนียงคีบอาหารให้ลูกคง
รู้สึกไม่พอใจ…อีกอย่าง ชิงหมิงไปจัดการธุระด้านนอกมาหลายวัน ขอให้ท่านพ่ออนุญาตให้อี๋เหนียงกับน้องอวี้หรานนั่ง
ทานพร้อมกันได้หรือไม่เจ้าคะ!”
แม้ภายนอกจะดูละม้ายนางช่วยพูดให้ ทว่าทุกถ้อยคำกลับแฝงไว้ด้วยความโน้มน้าวใจ หลิวหรงและต้วนอวี้หรา
นมีความสัมพันธ์แนบแน่นจึงไม่เคยสนใจลูกภรรยาเอกเช่นนาง
ที่จริงต้วนชิงหมิงไม่ได้ตั้งใจพูดให้กับต้วนอวี้หราน เพียงแต่อาหารที่อยู่บนโต๊ะทั้งหมดล้วนแล้วแต่เตรียมไว้เพื่อ
หลิวหรง หากหญิงสาวไม่ร่วมโต๊ะจับตะเกียบทาน เช่นนั้นแล้วความตั้งใจของนางก็คงจะสูญเปล่า
ฉะนั้นไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ข้าจะทำให้นางนั่งลงและทานอาหารเหล่านี้เข้าไป
“นั่งลงเถอะ!” ต้วนเจิ้งเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา คำพูดของบุตรสาวคนโตทำให้เขารู้สึกโล่งอก ก่อนจะหันหลังไปมอง
หลิวหรง ยิ่งเห็นนางพูดก็ยิ่งก้มหน้าลง
ทว่านางยังคงก้มหน้าตํ่าลงแล้วพูดเสียงเบา “ขอบคุณนายท่าน ขอบคุณคุณหนูใหญ่!”
ต้วนชิงหมิงจึงรีบหันไปเอ่ยกำชับให้แม่นมหวางไปจัดแจงเตรียมจานชาม จากนั้นก็ใส่นํ้าแกงถังเช่าในชามนำไป
วางตรงหน้าต้วนเจิ้ง พูดเสียงอ่อนโยน “นี่เป็นนํ้าแกงที่ลูกให้ห้องครัวทำมาเป็นพิเศษ ถังเช่านี่ช่วยเสริมความร้อนให้กับ
ร่างกายมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ท่านพ่อลองชิมดูเจ้าค่ะ!”
ผู้เป็นบิดาหยิบชามนํ้าแกงขึ้นมาอย่างช้าๆ ครั้นได้กลิ่นจึงกล่าวชื่นชม “อืม ไม่เลว ไม่เลวเลยทีเดียว!”
ต้วนอวี้หรานที่มองต้วนชิงหมิงกำลังเอาอกเอาใจต้วนเจิ้งอยู่ ก็รีบนำนํ้าแกงไปใส่ที่มือของหลิวหรง และหันไปพูด
แขวะต้วนชิงหมิงเสียงดัง “ท่านแม่รีบดื่มเถอะเจ้าค่ะ นํ้าแกงนี้มีประโยชน์ต่อร่างกาย……ดูท่านแม่สิ ไม่กี่วันเท่านั้นเอง
ท่านก็ซูบผอมขนาดนี้แล้ว!”
นางมองดูนํ้าแกงในชาม ตรึกตรองเล็กน้อยแล้วฝืนยิ้มขึ้นมาพลางยื่นมือลูบไปที่หัวของต้วนอวี้หรานอย่างเอ็นดู
“นํ้าแกงชามนี้แม่ไม่ทาน อวี้หรานทานเถอะ!”
นางเบะปาก ทว่ายังไม่ทันจะได้อ้าปากพูด ต้วนชิงหมิงก็หัวเราะออกมา “แต่เมื่อครู่……อี๋เหนียงยังช่วยท่านพ่อ
และข้าคีบอาหารอยู่เลย นํ้าแกงชามนี้ก็น่าจะถือว่าน้องอวี้หรานแสดงความเคารพ เช่นนั้นจะปฏิเสธได้อย่างไร……”
พูดจบแล้วก็ผินหน้ามองไปยังใบหน้าของหลิวหรง เอื้อนเอ่ยเสียงใสทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ “อี๋เหนียงผอมลงจนผิดหู
ผิดตา รีบทานนํ้าแกงบำรุงร่างกายเสียหน่อยเถอะ!”
ละม้ายเห็นสายตาร้อนรุ่มใจของหญิงสาวตรงหน้า ช่างเป็นความรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ
นางพูดมาถึงขนาดนี้แล้ว หากหลิวหรงไม่ทานไม่เพียงจะทำให้บุตรสาวคนเดียวของนางเสียใจ ยังทำให้ต้วนเจิ้ง
รู้สึกโกรธเคือง……แต่ถ้านางทานลงไป ยาที่ทานอยู่ก็จะออกฤทธิ์ต้านกัน ไม่เพียงยาที่ทานลงไปแล้วจะไร้ผล แต่อาจส่ง
ผลให้โรคที่เป็นอยู่ต้องใช้เวลารักษาเพิ่มมากขึ้นอีก
ระหว่างที่หลิวหรงกำลังลังเลใจ
ต้วนเจิ้งก็หัวเราะขึ้นมาอย่างชอบอกชอบใจ เขาหยิบเนื้อเป็ดชิ้นนั้นทานลงไป ทว่าไม่ลืมที่จะคีบเป็ดอีกชิ้นไปไว้ใน
จานของต้วนชิงหมิง “ชิงหมิงก็ต้องทานด้วยเหมือนกัน!”
อีกฝั่ายกินอย่างหน้าชื่นตาบานละม้ายอวดต้วนอวี้หรานในที……แจ่มแจ้งในบัดดลเมื่อภาพในครั้งก่อนผุดขึ้นมาใน
หัว เมื่อก่อนผู้ที่เคยได้รับความเอ็นดูจากท่านพ่อเป็นอย่างมากคือต้วนอวี้หราน ส่วนนางทำได้แค่มองดูเท่านั้น แต่วันนี้ไม่
เป็นเช่นวันวาน!
พอต้วนอวี้หรานได้เห็นก็รีบคีบเนื้อเป็ดที่คิดว่าเป็นชิ้นที่ดีที่สุดไปไว้ในจานหลิวหรงพูดเสียงดัง “ท่านแม่ดูผอมลง
ไปถนัดตารีบทานเป็ดบำรุงร่างกายหน่อยเถอะเจ้าค่ะ!” นางคีบเป็ดเสร็จก็กระแอมไอหนึ่งที หมายเกทับต้วนชิงหมิง…
เชอะ!
ต้วนชิงหมิง! ถ้าเจ้าอยากจะเอาใจท่านพ่อก็คงได้แค่ประเดี๋ยวประด๋าวเท่านั้น เพราะท่านพ่อแค่โกรธข้าเพียง
ชั่วคราว รอให้ท่านแม่ข้ากลับมาได้รับการโปรดปรานเสียก่อนเถอะ ก็จะรู้ได้ว่าข้านั้นกตัญูเพียงใด ถึงต่อให้ข้าจะถูกกัก
บริเวณแต่ท่านพ่อก็ยังดีต่อข้าเป็นร้อยเท่าพันเท่าดุจเดิม
ตั้งแต่ปราดแรกที่หลิวหรงได้มองเป็ดชิ้นนั้น หน้าตาก็ไม่สู้ดีเอาเสียเลย นางจำได้ดีถึงคำกำชับนักกำชับหนา ของ
หมอเทวดาที่บอกเตือนผ่านมาทางบ่าวรับใช้ผู้นั้น
ยี่หร่า โสม และนํ้าแกงถังเช่า เป็นสิ่งต้องห้าม ทว่าคืนนี้นางไม่เพียงทานนํ้าแกงถังเช่า ยังทานเป็ดตุ๋นยี่หร่า
กระเพาะหมูผัดพริกสด ซึ่งจะทำให้ยาที่ทานมาหลายวันไร้ผลในทันที
เมื่อเห็นหลิวหรงครุ่นคิดอย่างลังเลใจ ต้วนชิงหมิงจึงถามขึ้นด้วยความสงสัย “หรือว่าอาหารพวกนี้ไม่ถูกปากอี๋
เหนียง?”
ความห่วงใยของต้วนชิงหมิงแสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจน……เป็นเพราะว่าอี๋เหนียงไม่พอใจกับอาหารที่นางสั่งให้
ทำ จึงทำให้นางโกรธเคืองหรือ? ทว่าโทษของการทำให้โกรธเคืองนั้นหนักไม่ใช่น้อย นางจึงไม่กล้ายอมรับ ในตอนนี้จึง
ทำได้เพียงคีบเป็ดชิ้นนั้นเข้าไปในปาก
“เป็นเหมือนที่นายท่านพูด รสชาติของเป็ดอร่อยไม่น้อยเจ้าค่ะ!”
ต้วนชิงหมิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงคีบเป็ดตุ๋นยี่หร่าหนึ่งชิ้นไปใส่ไว้ที่จานของหลิวหรง พูดกำชับอย่างเป็นห่วงว่า
“เป็ดชิ้นนี้ใส่ยี่หร่ากับพริกไทย ไม่เพียงแต่จะเพิ่มรสชาติเนื้อสัมผัส ขจัดความเลี่ยน อีกทั้งยังช่วยต้านความหนาวเหน็บ อี๋
เหนียงร่างกายอ่อนแอต้องทานเยอะๆ หน่อย!”
หลิวหรงมองไปที่เป็ดชิ้นนั้นที่กำลังหดตัว
อีกทั้งเครื่องปรุงชนิดต่างๆ นางก็ไม่สามารถทานได้ ต้วนชิงหมิงตั้งใจแกล้งนางให้จนมุม
ในระหว่างที่หลิวหรงตัดสินใจไม่ได้ ต้วนชิงหมิงก็หันไปคลี่ยิ้มบอกกับต้วนเจิ้ง “ชิงหมิงจำได้ว่าหน้าหนาวทานเป็ด
ตุ๋นมะระจะช่วยขับความร้อนในร่างกาย พอถึงหน้าหนาวก็ต้องเปลี่ยนเป็นยี่หร่าเพื่อช่วยขับความหนาวออกจากร่างกาย
เจ้าค่ะ!”
ได้ฟังที่บุตรสาวคนโตกล่าวมา ต้วนเจิ้งก็ชำเลืองมองหลิวหรง พูดเสียงนิ่ง “ชิงหมิงความจำดีจริงๆ”
พอได้ยินว่าหลิวหรงชอบทานเนื้อเป็ดที่สุด ต้วนชิงหมิงจึงตั้งใจจะคีบเนื้อเป็ดที่อยู่ตรงหน้าให้ แต่กลับถูกต้วนอวี้
หรานแย่งคีบชิ้นที่ใหญ่ที่สุดไปแล้ววางลงในจานข้าวของหลิวหรงแทน อีกทั้งพูดอย่างได้ใจ “ท่านแม่รีบชิมเนื้อเป็ดชิ้นนี้ดู
เจ้าค่ะ!”
ท่านแม่ชอบทานเนื้อเป็ดหรือ เชอะ! ต้วนชิงหมิงอย่าคิดนะว่าเจ้าเสแสร้งเป็นคนเดียว ข้าก็ทำเป็นเหมือนกัน!
เมื่อมองดูก็เห็นต้วนชิงหมิงที่จิตใจยากจะคาดเดากับต้วนอวี้หรานที่ดีใจจนออกหน้า ความเดือดดาลของหลิวหรง
เกือบจะอดรนทนไม่ไหว
ต้วนชิงหมิง! เจ้าไม่ได้ตั้งใจจะมาทานข้าวเย็น แต่ต้องการมาจัดการข้าเสียมากกว่า!
เด็กสาวหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดบังริมฝีปากที่แอบแสยะยิ้ม มองต้วนอวี้หรานที่มีท่าทีได้อกได้ใจอย่างสะใจ……
หลิวหรงผู้นี้เจ้าเล่ห์และกลับกลอกไม่น้อย แต่ต้วนอวี้หรานกลับโง่เขลาเบาปัญญาจริงๆ