การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 152 ต้วนเจิ้งปวดใจ
ตอนนี้ต้วนชิงหมิงก็จะหยิบยืมความโง่เขลาของต้วนอวี้หราน ไปเล่นงานหลิวหรงจอมเจ้าเล่ห์กลับกลอก…แม่เสือ
อย่างไรเสียก็ย่อมรักลูกของมัน นี่คงเป็นจุดอ่อนของนาง ดังนั้นเรื่องนี้ก็ง่ายไปกว่าครึ่ง
ถึงเวลานี้ต้วนชิงหมิงก็ยังแสร้งทำท่าหยิบตะเกียบ ต้วนอวี้หรานจึงรีบจัดแจงนำซุปนกพิราบตักใส่ชามให้หลิวหรง
ได้ดื่มดับกระหาย
ภายใต้การเร่งรัดของต้วนอวี้หรานและต้วนชิงหมิง รวมทั้งสายตาที่เย็นชาของต้วนเจิ้ง นางจึงได้แต่กลํ้ากลืนฝืน
ทนนำอาหารที่มีส่วนผสมของพริกไทยและหัวหอมกินลงไปทีละคำ ทีละคำ นางพยายามเคี้ยวอย่างรวดเร็วจากนั้นก็รีบ
กลืนลงคอเพื่อจะได้ไม่ต้องรับรู้รสชาติ
ในการทานอาหารครั้งนี้มีความกดดันจากทั้งต้วนชิงหมิงและต้วนเจิ้ง จนนางต้องกลํ้ากลืนฝืนทนกินเข้าไป แต่ว่า
ต้วนชิงหมิงก็ไม่ได้มาทานข้าวที่นี่ทุกวัน ต้วนเจิ้งก็คงไม่มาหานางที่เรือนทุกวันเช่นกัน อย่างไรเสียอีกหน่อยกก็ไม่มีใคร
ใครมาสนใจว่านางทานอะไรแล้ว ปัญหานี้ก็จะหายไป
คิดมากเกินไป ก็วุ่นวายใจไปเปล่าๆ
ต้วนชิงหมิงอุตส่าห์ตั้งใจทำคงไม่ได้เพื่อการนี้เพียงอย่างเดียว เพราะความโกรธแค้นในตอนนี้ นางกำลังคิดบัญชี
กับหลิวหรงในทุกๆ อย่าง เพราะนางรู้ว่าโรคที่หลิวหรงเป็นไม่สามารถทานอาหารเหล่านี้ได้ ทว่ายังจะให้นางกินลงไปไม่
ให้เหลือ
แม้หลิวหรงจะรู้อยู่เต็มอกว่านางไม่สามารถทานซุปนกพิราบได้ แต่จะไม่กินก็ไม่ได้ เด็กสาวมองหลิวหรงกินอย่าง
สาแก่ใจ ใบหน้าเล็กของต้วนชิงหมิงก็ยิ้มจนหน้าบานไม่หุบ
หลิวหรง! อาหารเหล่านี้ข้าตั้งใจเตรียมให้เจ้าเป็นพิเศษเชียวนะ…นับจากนี้ไปอาหารเหล่านี้จะเป็นอาหารมื้อกลาง
วันของเจ้า……เจ้าจะได้กินในทุกๆ วันและทุกๆ มื้อ ต้องกินอาหารจนยาที่กินนั้นไร้ผลจนอาการปั่วยของเจ้าหนักขึ้น
หนักขึ้นจนไม่สามารถรักษาได้
การโกรธแทนใครสักอย่างจริงจังไม่จำเป็นต้องหยิบดาบออกมาฆ่าฟันให้ตายเพียงอย่างเดียว การทำเช่นนี้ก็เหมือ
นค่อยๆ ใช้ดาบเฉือนนางไปทีละนิดทีละนิดอย่างเชื่องช้าแล้ว……ข้าต้องการทรมานเจ้าไปอย่างช้าๆ ทีละเล็กทีละน้อย
จนกว่าเจ้าจะตาย!
ทว่าหลิวหรงจะทนได้อีกนานแค่ไหนกัน
แสงไฟในห้องส่องสว่าง เผยให้เห็นรอยยิ้มที่สดใสและดวงตาที่เปล่งประกายราวกับไข่มุกยามเมื่อต้องแสงของต้
วนชิงหมิง
ทำให้ต้วนเจิ้งที่เห็น อดที่จะมองต้วนชิงหมิงด้วยความเอ็นดูไม่ได้ ยิ่งพิศก็ยิ่งคล้ายฮูหยินติงโหรว ทั้งหน้าตา
ท่าทาง และนิสัยจนอดทนที่ระลึกนึกขึ้นมาไม่ได้
อาหารอีกหลายอย่างที่ต้วนชิงหมิงอ้างว่าดี ถูกต้วนอวี้หรานคีบใส่จานหลิวหรงทั้งหมด
สายตาและท่าทีของหลิวหรงที่ไม่อยากทาน แต่กลับจำใจต้องทานมันลงไปนั้น ช่างเป็นภาพที่ทำให้เด็กสาว
เป็นสุขยิ่ง……หลิวอี๋เหนียง อย่าคิดนะว่าเรื่องจะจบเพียงเท่านี้…เพราะเรื่องสนุกของจริงยังไม่ได้เริ่มต้นขึ้นเลย! ข้าก็ได้แต่
หวังว่าเจ้าจะยังนิ่งสงบและสุขุมเช่นนี้ต่อไป!
เมื่อเห็นต้วนเจิ้งทานได้พอสมควรแล้ว ต้วนชิงหมิงก็วางตะเกียบลงเช่นกัน เช็ดไม้เช็ดมือด้วยท่าทางที่อ่อนช้อย
จากนั้นก็มองไปที่จานอาหารหลิวหรงที่กินมากกว่าสองในสามแล้ว ต้วนชิงหมิงจึงพูดยิ้มอ่อนกับต้วนเจิ้งขึ้น
“ท่านพ่อดูสิ หลายวันมานี้อี๋เหนียงเศร้าใจจนซูบผอมลงไปถนัดตา ชิงหมิงเห็นแล้วรู้สึกไม่สบายใจแต่ไม่รู้จะ
ปลอบอี๋เหนียงอย่างไรดี…แต่ดูจากอาหารเหล่านี้ที่อี๋เหนียงทานอย่างถูกปาก ชิงหมิงก็อดรู้สึกดีใจขึ้นมาไม่ได้จึงอยาก
เสนอความคิดบางอย่าง ไม่รู้ว่าท่านพ่อจะมีความคิดเห็นว่าอย่างไรเจ้าค่ะ?”
หลิวหรงได้ฟังที่ต้วนชิงหมิงพล่ามอย่างยืดยาวก็อ้าปากกำลังจะพูด แต่น่าเสียดายที่ต้วนอวี้หรานกลับคีบไก่ตุ๋น
โสมไปใส่ในจานนาง เอ่ยขัดขึ้น “ท่านแม่ทานเยอะๆ หน่อยเจ้าค่ะ!”
ตอนนี้นางอยากจะร้องไห้ออกมาจริงๆ
ใครใช้ให้หลิวหรงเลี้ยงดูต้วนอวี้หรานอย่างดีเกินไป จนไม่เคยได้เจอกับเรื่องร้ายและไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของต้วนชิง
หมิง…อวี้หราน! ลูกไม่เห็นหรือว่าอาหารเหล่านี้ทำให้แม่เหมือนกลืนกินยาพิษลงไป เจ้ายังเลือกคีบมาให้แม่อีก
แม้คำพูดนี้ไม่ได้พูดออกมาแต่ก็แสดงออกบนสีหน้าของหลิวหรงอย่างโจ่งแจ้ง จนคนที่มองอยู่อดที่จะหัวเราะออก
มาไม่ได้ “ลูกก็ต้องทานด้วย!” นางกล่าว
เด็กสาวพยักหน้ารับ “ท่านแม่ ลูกเพิ่งทานอาหารมา แต่พอเห็นท่านแม่ทานอาหารได้เยอะ ลูกรู้สึกดีใจมากแล้ว
เจ้าค่ะ!”
เพียงแต่ความดีใจของอวี้หรานกลับผลักความทุกข์และเจ็บปวดทรมานมาให้กับนาง
ต้วนชิงหมิงจ้องมองอย่างเย็นชาไร้ความรู้สึก ตั้งแต่ที่ผู้เป็นบิดาเห็นด้วยที่นางจะมีข้อเสนอ เด็กสาวก็พูดอย่างดี
อกดีใจ “ชิงหมิงทราบว่าอี๋เหนียงชอบอาหารเหล่านี้มาก เช่นนั้นลูกจะให้ห้องครัวทำอาหารเหล่านี้สลับกันให้อี๋เหนียงได้
ทาน”
ต้วนเจิ้งได้ฟังก็พยักหน้า พลางชำเลืองมองไปที่หลิวหรง เห็นใบหน้าที่งดงามของนางแล้วจึงพยักหน้าเห็นด้วย
ต้วนชิงหมิงฟังแล้วก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ “อย่างนั้น เรื่องนี้ให้ลูกเป็นคนจัดการจะดีหรือไม่เจ้าคะ?”
“เจ้าชอบก็จัดการได้เลย!” เขายื่นมือไปลูบหัวนางด้วยความอ่อนโยน
แม้ต้วนอวี้หรานยังไม่รู้ว่าต้วนชิงหมิงจะมาไม้ไหน แต่นางรู้ว่าต้วนชิงหมิงไม่ได้มาดีอย่างแน่นอน จึงพูดขึ้นอย่าง
ไม่พอใจ “ต้วนชิงหมิงเจ้ามันเสแสร้งแกล้งทำ อย่าคิดนะว่าข้าจะขอบคุณเจ้า!”
ต้วนชิงหมิงยกมืออธิบาย “มันเป็นหน้าที่ที่ข้าจะต้องช่วยท่านพ่อแบ่งเบาภาระ ถึงน้องจะชอบหรือไม่ชอบข้าก็จะ
ไม่เปลี่ยนความตั้งใจเดิม!”
เห็นได้ชัดว่าสิ่งที่นางพูดก็คือจะค่อยๆ เอาคืนหลิวหรงทีละเรื่อง ทีละเรื่อง
เมื่อต้วนชิงหมิงพูดจบก็หันไปมองหลิวหรง แล้วฉีกยิ้มให้จนแทบไม่เห็นตาดำ “ไม่ทราบว่าอี๋เหนียงคิดเห็นเป็น
อย่างไร?”
เป็นไปตามที่หลิวหรงคาดการณ์ไว้ตั้งแต่แรก คำพูดของต้วนชิงหมิงเหมือนสายฟั้าได้ผ่าลงมาตรงตัวนาง มือทั้ง
สองข้างสั่นไปหมดจนตะเกียบหล่นลงพื้นเสียงดัง นางจึงก้มตัวเอื้อมไปหยิบขึ้นมาด้วยซีดหน้าที่ซีดเผือดประหนึ่งทำอะไร
ไม่ถูก
หลิวหรงเงยหน้าขึ้นมองต้วนชิงหมิง พูดทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ “ความหวังดีของคุณหนูใหญ่ ปีเซี่ยซาบซึ้งยิ่ง
นัก!”
หลิวหรงเผยรอยยิ้มมองต้วนชิงหมิง คล้ายจะบอกว่าคำพูดเมื่อครู่แต่ละคำแฝงไปด้วยความเกลียดชังอยู่ในนั้น
ต้วนชิงหมิงมองดู ถ้านางไม่เห็นโลงศพคงจะไม่หลั่งนํ้าตาออกมาใช่หรือไหม?
หลิวหรงคิดว่าในช่วงนี้เป็นช่วงรักษาตัวที่ดีที่สุด การรักษาจะต้องควบคุมสามอย่างคือ ยา อาหารและของแสลง
เพื่อจะได้ฟืนฟูร่างกาย แต่คิดไม่ถึงว่าอาหารที่ต้วนชิงหมิงคีบให้นางนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นอาหารต้องห้ามที่หมอเทวดา
กำชับไว้ หากทานอาหารเหล่านี้น้อยก็อาจจะลดประสิทธิภาพของยาลง หากทานเข้าไปมากจะทำให้โรคที่เป็นหนักขึ้น
และไม่สามารถรักษาได้จนหายขาด
เดิมทีนางคิดว่าต้วนชิงหมิงไม่ได้ตั้งใจ แต่ตอนนี้นางรู้แล้วว่าต้วนชิงหมิงตั้งใจเล่นงานนาง
สำหรับต้วนชิงหมิงแล้ว นางคิดว่าเรื่องนี้มันยังเล็กน้อยเกินไป นางต้องการให้หลิวหลงกินอาหารเหล่านี้ในทุกวัน
สักระยะหนึ่ง ก็จะทำให้โรคที่เป็นอยู่ไม่สามารถรักษาได้หายขาด
ดูท่าต้วนชิงหมิงจะใส่ใจและเตรียมการมาเป็นพิเศษ จึงใช้วิธีการที่โหดเหี้ยมและยากที่จะคาดเดา นางต้องการทร
มานหลิวหรงและทำให้ไม่หญิงสาวรักษาโรคให้หายขาดได้จนต้องถึงแก่ความตาย
ต้วนชิงหมิง เจ้าอยากจะแสดงความสามารถต่อหน้าข้าอย่างนั้นหรือ? เช่นนั้นก็จัดมาเลย ข้าจะดูสิว่าเจ้าจะมาไม้
ไหนกัน!
หลิวหรงมองไปที่ต้วนเจิ้งพูดอย่างเรียบนิ่ง “ขอบคุณนายท่าน ขอบคุณคุณหนูใหญ่…ปีเซี่ยทานอิ่มแล้ว ขอตัว
ก่อนเจ้าค่ะ!”
พูดเสร็จก็กลับตัวออกไปโดยไม่สนใจคนที่อยู่ตรงหน้า
แต่ละก้าวที่นางเดินออกจากห้องได้เพิ่มความเกลียดชังที่มีเป็นทวีคูณ…ต้วนชิงหมิง เจ้าไม่เหลือทางเดินให้ข้ามี
ชีวิตต่อไป เช่นนั้นถ้าข้าจะตายข้าก็จะเอาเจ้าไปด้วย เจ้ารอดูแล้วกันว่าจะเป็นไปตามที่เจ้าปรารถนาหรือไม่!
ต้วนเจิ้งเห็นสายตาของหลิวหรงภายใต้แสงไฟก่อนที่จะหันหลังกลับ สายตาที่มุ่งมั่นเยือกเย็นนั้น เขาไม่เคยเห็นมา
จากหลิวหรงที่เป็นคนอ่อนโยนมาโดยตลอด เวลานี้สายตานั้นกลับทำให้ผู้ที่เห็นกลับรู้สึกตระหนกและตกใจไม่น้อย!