การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 153 ต่างฝั่ายต่างมองลูกเล่นของกันออก
- Home
- การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง
- ตอนที่ 153 ต่างฝั่ายต่างมองลูกเล่นของกันออก
อย่างไรเสียหลิวหรงก็เป็นคนที่เขารักมาหลายปี นางอ่อนโยนและฉลาดหลักแหลมเป็นที่สุด อีกทั้งหลายปีมานี้ยัง
ทุ่มเทแรงกายแรงใจช่วยจัดการเรื่องต่างๆ มากมายในจวนต้วน ถ้าเขายังเฉยเมยต่อนาง ไม่รู้ว่าจะใจจืดใจดำไปหรือไม่
เห็นต้วนเจิ้งมีแววตาที่ผ่อนคลายลง ต้วนชิงหมิงจึงพูดยิ้มๆ “ท่านพ่อก็รู้สึกสงสารอี๋เหนียงด้วยเหมือนกันใช่หรือ
ไม่เจ้าคะ? เช่นนั้นก็ให้อี๋เหนียงเลิกกักตัวเร็วขึ้นดีหรือไม่…อีกอย่างท่านพ่อวางใจได้ ชิงหมิงจะจัดการเรื่องอาหารการกิน
ให้ไม่ขาดตกบกพร่องเจ้าค่ะ……”
ต้วนชิงหมิงมองไปที่ผู้เป็นบิดาด้วยรอยยิ้มน่ารักน่าเอ็นดู……นางจะตั้งอกตั้งใจจัดอาหารอย่างเหมาะสม ให้หลิวห
รงต้องตายทั้งเป็นแน่นอนเจ้าค่ะ
***
ต้วนเจิ้งกลับไปแล้ว ต้วนชิงหมิงก็กลับไปด้วย บนโต๊ะอาหารจึงเหลือเพียงจานชามที่วางกระจัดกระจายเต็มไป
หมด หลิวหรงนั่งข้างหน้าต่างมองทอดสายตาออกไปด้านนอก ที่แสงไฟในห้องไปสาดส่องออกไป จากนั้นก็ได้แต่ถอน
หายใจอย่างเชื่องช้า
เมื่อครู่หลิวหรงทานอาหารที่หมอสั่งห้ามจึงเกิดรู้สึกมวนท้องและเริ่มคันตามร่างกาย ความรู้สึกทรมานจนนั่งไม่ได้
ได้กลับมาอีกครั้ง
นางหันไปหยิบถุงนํ้าร้อนและเดินไปนั่งอิงเก้าอี้ไม้พยุงแดง คิดอะไรอยู่ก็สุดรู้ ได้ยินเพียงเสียงถอนหายใจครั้งแล้ว
ครั้งเล่า
แม่นมหวางค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้หลิวหรงที่สีหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาว อ้อมเดินไปด้านหลังพลางช่วยนวดไหล่
ของนางอย่างแผ่วเบา พูดกระซิบเสียงค่อย “คุณหนู บ่าวว่าหาโอกาสพูดโน้มน้าวให้นายท่านยกเลิกการกักตัวดีหรือไม่
เจ้าคะ?”
หญิงสาวหัวเราะออกมาอย่างชินชา “ข้าเกือบจะโดนเด็กชั่วนั่นบีบจนตายแล้ว นายท่านยังได้แต่มองโดยไม่พูดไม่
ถามอะไรสักคำ เจ้าคิดว่าข้าควรจะใส่ใจเขากับอีกหรือ?”
ในระหว่างที่หิมะโปรยปราย มองผ่านกระจกทองเหลืองที่เพิ่งสั่งทำมาใหม่ที่สะท้อนให้เห็นใบหน้าที่บูดเบี้ยวของ
หลิวหลงที่กำลังพูดด้วยนํ้าเสียงที่สูงและแหลมคล้ายกับสิงโตกำลังคำราม เต็มไปด้วยความไม่พอใจจนเส้นเลือดขึ้นหน้า
อีกทั้งยังเผยแววตาที่เหี้ยมโหดออกมา
ต้วนชิงหมิงบีบให้นางอับจนหนทาง ส่วนต้วนเจิ้งก็นั่งมองดูอย่างไม่แยแส ทั้งสองคนเหมือนนัดแนะกันมา ไม่ต้อง
บอกเลยว่าในใจของหลิวหรงจะโศกเศร้าเพียงใด!
หญิงสาวคงลืมไปแล้วว่าเมื่อก่อนตอนที่นางเล่นงานต้วนชิงหมิง ต้วนเจิ้งก็มีท่าทีไม่แยแส ไม่สนใจดุจเดียวกัน
มนุษย์เราก็เป็นแบบนี้เหมือนกันทุกคน พออยู่ที่สูงก็ไม่เคยถามคนที่อยู่ข้างล่างว่าเป็นอย่างไร แต่เมื่อร่วงหล่นลง
มาจากที่สูงก็หมดหนทาง หมดกะจิตกะใจและกล่าวโทษผู้อื่น!
ได้ฟังที่หลิวหรงพูดด้วยความโกรธ แม่นมหวางจึงอดไม่ได้ที่จะพยักหน้าตอบรับ…นิสัยของหลิวหรงที่แข็งกร้าว
โหดเหี้ยมและช่างหวาดระแวง บ่าวรับใช้มานานอย่างนางรู้ดี แต่ถ้าทำให้นางต้องเหลืออดจนเสียอารมณ์เช่นนี้มักจะพบ
ไม่มาก
พูดได้ว่านางเป็นคนที่น่ากลัวและเจ้าคิดเจ้าแค้น แต่เรื่องในวันนี้หลิวหรงกลับควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ดูท่าครั้งนี้คง
ข้ามเส้นที่นางขีดไว้! เมื่อเห็นท่าทางที่น่าหวาดกลัวของผู้เป็นนายในกระจกทองเหลือง แม่นมหวางก็ได้แต่ถอนหายใจ
ในตอนนี้หลิวหรงค่อยๆ ลืมตาขึ้น หันไปพูดอย่างเย็นชากับแม่นมหวาง “เจ้าไปสืบเส้นทางที่ต้วนชิงหมิงเดิน
ทางในไม่กี่วันมานี้ที่จ้วงจื่อ จะต้องสืบมาให้ชัดเจนทั้งหมด…จากนั้น…”
แววตาของหลิวหรงแหลมคมเหมือนดาบที่เปล่งแสงขึ้นมา “อีกสามวันข้างหน้าก็จะเป็นวันเกิดของเด็กชั่วนั่น เจ้า
ไปเตรียมของไว้ ข้าจะให้ของขวัญชิ้นใหญ่กับมัน!”
สิ้นเสียงที่เย็นยะเยือก แม่นมหวางถึงกับตกใจ รีบตอบรับอย่างว่องไว ก่อนที่จะขอตัวออกไปและปิดประตูอย่าง
เบามือ
จากที่นางเคยรับใช้จนรู้นิสัยของหลิวหรงอย่างดี ความโกรธที่มีต่อคุณหนูใหญ่มากมายเช่นนี้ ดูท่าเวลาสุดท้าย
ของชีวิตคุณหนูใหญ่คงจะอยู่ไม่ไกลเสียแล้ว
ด้านนอกห้อง หิมะที่ตกลงมาปกคลุมไปทั่วห้องและพื้นดินจนขาวโพลน เห็นแม่นมหวางกำลังเดินฝั่ากองหิมะไป
ที่ใดก็สุดรู้ งานวันเกิดครบรอบสิบปีของต้วนชิงหมิงในครั้งนี้ แม่นมหวางเชื่อมั่นว่าจะทำให้นางลืมไม่ลงไปทั้งชีวิต
หรือไม่ก็คงไม่มีชีวิตอยู่จนถึงวันนั้น
อย่างไรเสีย หากใครล่วงเกินหรือทำร้ายคนของหลิวหรง นางยังจำได้ขึ้นใจว่าถ้าไม่ตายเร็วขึ้นก็จะมีชีวิตอยู่อย่าง
ตายทั้งเป็น!
แม่นมหวางกำลังเดินฝั่าหิมะที่กำลังปลิวร่วงหล่นลงมาสู่พื้น อยู่ๆ นางก็เงยหน้าขึ้นไปมองไปบนท้องฟั้า…ใกล้จะ
หมดปีแล้ว ปีหน้าก็กำลังเข้าใกล้ขึ้นมา
***
ต้วนชิงหมิงที่เพิ่งกลับมาถึงเรือนก็เห็นต้วนอวี้โผเข้ามากอดนาง
นางได้โอบกอดร่างนุ่มนิ่มของเด็กน้อยที่ซุกอยู่ในอ้อมอกตนและหมุนเขาไปในอากาศอยู่หลายรอบ จากนั้นทั้ง
สองคนก็ยิ้มหัวเราะคิกคักกันสองคน
ครู่เดียวก็วางต้วนอวี้ลงแล้วแกล้งทำเป็นถอนหายใจ “โอ้โห ต้วนอวี้กินจนอ้วนหมดแล้ว ข้าอุ้มไม่ไหวแล้วนะ!”
“อ้วนขึ้นหรือ…ข้าอ้วนขึ้นจริงๆ หรือ?” ต้วนอวี้พูดอย่างสงสัย มือก็จับเสื้อนางดึงไปมา
“โห ถ้าอ้วนขึ้นแล้วก็ไม่ใช่เรื่องดี ข้าจะอุ้มไม่ไหวเอานะ…”
หิมะด้านนอกเรือนได้สะท้อนใบหน้าที่ขาวหมดจดและน่ารักของต้วนอวี้ คิ้วเรียวยาว ริมฝีปากอมชมพู และแก้ม
แดงระเรื่อดูแล้วช่างน่ารักน่าชังอะไรเช่นนี้ แต่สิ่งที่น่ารักน่าเอ็นดูที่สุดกลับเป็นใบหน้าที่จริงจังและเปียมไปด้วยความ
ปรารถนา
ทางด้านเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่กำลังเก็บข้าวของ เมื่อเห็นใบหน้าที่หงอยของต้วนอวี้ก็หัวเราะเสียงเบาออกมา “คุณชาย
ใหญ่อย่าดึงเสื้อคุณหนูใหญ่เลยเจ้าค่ะ ถ้าเสื้อยังใส่ได้อยู่ก็แสดงว่ายังไม่อ้วน…คุณชายใหญ่อย่าเชื่อคุณหนู คุณหนูแค่ล้อ
เล่นนะเจ้าค่ะ!”
“หึ…”
ต้วนอวี้เบะปากน้อยๆ ไปอีกทาง “พี่หลอกข้าหรือ?”
เด็กสาวกลั้นหัวเราะและใช้นิ้วดีดไปที่หน้าผากของเขา “ต้วนอวี้ไม่ได้อ้วนหรอก แต่โตขึ้นต่างหาก ข้าเลยอุ้มไม่
ไหวแล้ว!”
ต้วนอวี้จึงรีบวิ่งออกไปข้างนอกเรือนพร้อมกับพูดเสียงดัง “พี่หลิวยวนรีบมาเทียบกับข้าเร็ว ดูว่าวันนี้ข้าสูงขึ้น
เท่าไรแล้ว”
ช่วงนี้ต้วนอวี้มีเรื่องที่ชอบทำมากที่สุดคือเทียบความสูงกับหลิวยวน เพื่อดูว่าเขาสูงขึ้นเท่าไรแล้ว! ครั้งแรกหลิว
ยวนจะใช้ตัวเขาในการเทียบความสูงแล้วค่อยบอกว่าเขาสูงถึงไหนแล้ว
ทว่าตอนนี้ต้วนชิงหมิงพูดขึ้น ต้วนอวี้จึงรีบไปหาหลิวยวนเพื่อเทียบความสูงทันที
ต้วนชิงหมิงแข่งกระโดดความสูงกับต้วนอวี้ เพียงครู่เดียวที่หน้าประตูก็มีชายหนุ่มปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ
ภายใต้แสงไฟสาดแสงกระทบหิมะขาวได้ปรากฏรอยยิ้มของชายหนุ่มที่ได้เลิกคิ้วขึ้น อีกทั้งริมฝีปากก็ค่อยๆ ยก
ยิ้มขึ้น มองดูเหมือนแสงสว่างได้ส่องแสงเป็นประกายออกมา
แววตาของเขากระทบกับแสงเหมือนกับดวงดาวที่สุกสว่างอยู่กลางนภา แววตาคู่นั้นทำให้ใจของต้วนชิงหมิงเกิด
ภาพต่างๆ นานาไปหมด เขาเป็นเพียงชายหนุ่มที่สวมเสื้อสีฟั้าเรียบ แต่เมื่อยืนอยู่นิ่งๆ ในท่วงท่านั้นก็ราวกับแฝงไว้ด้วย
ความสุขุมน่ายำเกรง
หลิวยวนยิ้มจางๆ ให้กับต้วนอวี้ที่กำลังวิ่งเข้ามา “ไม่ต้องเทียบแล้ว เจ้าสูงกว่าตอนที่พี่สาวออกเดินทางไปนิด
เดียว……”
ต้วนอวี้หัวเราะชอบใจแล้วบังคับให้หลิวยวนต้องเทียบความสูงกับเขา จากนั้นเขาก็กลับมายืนตรงหน้าต้วนชิงหมิง
และพูดอย่างไม่ค่อยพอใจ “หึ! พี่สาวชอบหลอกข้า ที่เทียบเมื่อวานกับวันนี้สูงเท่ากัน……ผลก็คือต้วนอวี้ไม่ได้สูงขึ้น…”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์และแม่นมหนิงที่เพิ่งกลับมาได้ยินเข้าก็หัวเราะจนหุบไม่ลง “โอ้โห! คุณชายของบ่าว เมื่อวานนี้กับวัน
นี้เทียบกันคงสูงขึ้นจนมองไม่ออก ทว่าตั้งแต่คุณหนูออกจากเรือนไปจนกลับมาถึงตอนนี้ คุณชายสูงขึ้นไม่น้อยเลย!”
ต้วนอวี้ได้ฟังก็คิดอยู่ประเดี๋ยวก่อนที่จะตบมือขึ้น “ใช่แล้ว พี่สาวออกเดินทางไปหลายวันกว่าจะกลับมา ต้วนอวี้
สูงขึ้นไม่น้อยจริงๆ……”
**
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จูงมือต้วนอวี้เข้าไปในห้องทานขนม ส่วนต้วนชิงหมิงก็อมยิ้มเดินตามหลังหลิวยวนเข้าไป “พี่หลิว!”
ต้วนชิงหมิงนึกว่าหลิวยวนได้ออกจากจวนต้วนไปหลายวันแล้ว!