การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 156 ใส่ร้ายต้วนอวี้หราน (1)
ในสายตาของเยวี่ยมั่น นางรู้สึกได้ถึงสงครามเย็นที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะท่าทางอาฆาตพยาบาทและรอยยิ้ม
เยือกเย็นบนใบหน้างามบอบบางของต้วนอวี้หรานที่ยิ่งมองก็ยิ่งดูแปลกพิลึก
ต้วนชิงหมิง อย่ามองว่าแม่ของข้าถูกกักบริเวณแล้วข้าจะกลายเป็นคนอ่อนแอที่ปล่อยให้เจ้าทำอะไรกับข้าก็ได้ ข้า
ขอบอกเจ้าไว้ตรงนี้ ครั้งนี้ความแค้นของท่านแม่และความแค้นของข้าจะแก้แค้นเจ้าในคราวเดียว……นับแต่นี้ไป ขอเพียง
เจ้าถูกใจหรือชอบสิ่งใด ข้าจะแย่งมาเป็นของข้าทีละอย่าง จนสุดท้ายเจ้าไม่เหลือสิ่งใดเลย
เจ้าวางใจได้ ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้ามีชีวิตที่สุขสบายอย่างเด็ดขาด!
**
ต้วนอวี้หรานเดินจากไป พร้อมเยวี่ยหวากับเยวี่ยมั่น ทั้งหมดจากไปเหมือนที่แห่งนี้ไม่เคยเกิดเรื่องใดขึ้นมาก่อน
ต้วนชิงหมิงเดินนำเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ออกไปไกลด้วยท่าทางรีบร้อน ละม้ายกำลังระบายความโกรธ โดยไม่ได้นั่งเกี้ยว
แต่อย่างใด
หลังจากเดินต่อไปอีกพักหนึ่ง นางก็เห็นเงาของใครผู้หนึ่งแอบออกมาจากหลังระเบียง ทำทีมองซ้ายมองขวาก่อน
จะวิ่งไปทางต้วนอวี้หราน เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่อยู่ด้านหลังต้วนชิงหมิง ได้แต่ขยำผ้าเช็ดหน้าที่อยู่ในมือและคลายมันออก ตอน
นี้นางรู้สึกว่าฝั่ามือของนางเปียกโชกไปหมด นางรีบก้าวยาวๆ ขึ้นมาสองก้าว ก็ไล่ตามต้วนชิงหมิงที่ยังเร่งเดินอยู่ทัน
พลางโน้มกระซิบว่า
“คุณหนู เป็นเยวี่ยมั่น……นางไปแล้ว ต้องไปส่งข่าวกับคุณหนูรองแน่นอนเจ้าค่ะ”
ความรู้สึกที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์มีต่อนายหญิงของนางมั่งคงเสมอต้นเสมอปลายประหนึ่งสายนํ้าที่เชี่ยวกรากไหลผ่านไป
อย่างไม่เคยขาดสาย เดิมทีต้วนอวี้หรานจากไปแล้ว นางคิดว่าเรื่องทั้งหมดจะผ่านไป
ทว่านายหญิงกลับเตือนนางว่ามีกำแพงมีหู ประตูมีช่อง และตอนนี้ก็เป็นอย่างที่นายหญิงของนางพูดไว้ไม่ผิด
เพี้ยน ต้วนอวี้หรานได้ส่งคนมาแอบฟังถึงที่นี่ แต่ไหนแต่ไรนางเป็นคนใจร้อนและปากไวเป็นทุนเดิม ครั้งนี้โชคดีที่ไม่ได้
พูดอะไรหลุดไปถึงหูคนของคุณหนูรอง
เมื่อต้วนชิงหมิงได้ยินคำพูดของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ นางเบะปากเล็กน้อยไม่ปฏิเสธ
เมื่อคืนที่ผ่านมาหิมะตกโปรยปรายทั้งคืน ที่เรือนจึงกลายเป็นโลกที่ถูกห่อหุ้มไปด้วยนํ้าแข็งขาวโพลน บ่าวรับใช้ที่
ขยันขันแข็งเริ่มเก็บกวาดลานหิมะ นำไปกองไว้ข้างต้นไม้ในเรือน เพียงเท่านี้ก็สามารถขุดให้เป็นทางเดินได้แล้ว อีกทั้ง
การนำหิมะไปไว้ใต้ต้นไม้ยังจะสามารถให้ความชุ่มชื้นแก่ดินได้ด้วย ทว่าต้วนชิงหมิงเพียงแค่มองดูอย่างเฉยเมย คิดอะไร
อยู่ก็สุดรู้
แสงสว่างสะท้อนหิมะบนทางเดินเผยให้เห็นพื้นดินกลายเป็นสีขาวราวกับกระจกใส! เมื่อมองไปยังใบหน้าของต้
วนชิงหมิงปรากฏรอยยิ้มบางๆ ขึ้นบนใบหน้า ทว่าดูอย่างไรก็ยังมีความอาฆาตพยาบาทฝังอยู่ในรอยยิ้มนั้น เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์
พลันรู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมา
ความรู้สึกที่ถูกนายหญิงเกลียดช่างยากลำบากเสียจริง ไม่เพียงแต่จะรู้สึกลำบากยังน่าสังเวชไม่แพ้กัน ตอนนี้คุณ
หนูของนางเตรียมจะจัดการลงโทษคุณหนูรองอีกครั้งแล้ว หวังเพียงว่าคุณหนูรองจะสามารถทนความโกรธของคุณหนู
ไหว
ต้วนชิงหมิงใช้มืออีกข้างสะบัดผ้าเช็ดหน้าที่อยู่ในมือ เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์คอยพยุงนางเดินไปข้างหน้าทีละก้าวๆ ไม่ว่าจะ
เป็นในชาติที่แล้วหรือในชาตินี้ ต้วนอวี้หรานก็ชอบแย่งของของนางไม่ใช่หรือ? นอกจากนั้นทุกครั้งที่นางแย่งของไปได้ ก็
ยังอยากจะเห็นความอัดอั้นเสียใจของนางอีก เอาล่ะ ตอนนี้นางจะเล่นละครฉากหนึ่งให้คุณดูฟรีๆ เพื่อให้เจ้ารู้สึกภูมิใจ
ถึงอย่างไรโอกาสเช่นนี้ก็มีไม่มากนัก ราคาเช่นนี้ก็ถือได้ว่าคุ้มค่าเป็นที่สุด
ต้วนอวี้หราน หวังเพียงว่าหลังจากนี้เจ้าจะแบกรับผลที่ตามมาได้
ควรรู้ไว้ว่า ไม่ใช่ว่าสิ่งของทุกอย่างที่แย่งมานั้นจะอยู่กับเจ้าตลอดไป หวังเพียงว่าเมื่อต้วนอวี้หรานเข้าใจเหตุผลข้อ
นี้แล้วคงยังไม่สายเกินไป
เพียงแต่ว่า สิ่งที่หายไปจะไม่กลับมาอีก ต้วนอวี้หรานในไม่ช้าเจ้าก็จะรู้เอง เจ้าจะต้องสูญเสียอะไรไป
เมื่อต้วนชิงหมิงมาถึงประตูใหญ่ ต้วนอวี้ก็ยืนรออยู่ที่รถม้าแล้ว
ในวันนี้ต้วนอวี้แต่งตัวอย่างประณีต บนตัวของเขาสวมเสื้อปักลายสีดำพื้นสีแดง ผ้าคาดเอวสีเดียวกับเสื้อ สวม
เสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีดำ แม้รูปร่างยังดูเล็กอยู่ แต่ก็ดูน่าเกรงขาม ทว่าเวลานี้กลับยืนอยู่ท่ามกลางนํ้าแข็งหิมะที่เรียงรายไป
ด้วยนํ้าแข็งและหิมะก้อนเล็กๆ คล้ายกับใบหน้าของต้วนชิงหมิง เมื่อมองดูดวงตาที่ดำขลับเหมือนไข่มุกดำ ส่องแสงเป็น
ประกายออกมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ต้วนชิงหมิงค่อยๆ เยื้องย่างเดินมาหาน้องชายอย่างแช่มช้าสง่างาม อย่างไรก็ตามแน่นอนว่าท่าทางเหล่านี้ล้วนใช้
เพื่อหลอกคนนอก
“พี่สาว……” เขาเรียกอย่างแปลกใจ จากนั้นเขาก็โผเข้าใส่ต้วนชิงหมิง
ทันทีที่ต้วนอวี้ก้าวเท้า นํ้าแข็งจากหิมะที่เกาะอยู่ใต้รองเท้าก็ทำให้เด็กน้อยหน้าคะมำลื่นล้มลงกับพื้นอย่างแรง
จนปากแตะพื้น
สีหน้าของเด็กน้อยดูไม่ได้เลย
เขาเงยหน้าเบะปากใส่ต้วนชิงหมิง “พี่……”
ต้วนชิงหมิงรีบก้าวเข้าไปคว้าต้วนอวี้มากอดไว้ในอ้อมแขน เอ่ยถามอย่างปวดใจว่า “ทำไมถึงล้มได้เจ็บตรงไหน
หรือไม่”
เด็กน้อยลูบบริเวณที่เจ็บ พร้อมกับเบะปากซํ้าแล้วซํ้าอีก อีกมือหนึ่งคว้าชายเสื้อของตนเอาไว้ ใบหน้าเล็กๆ
เปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อพูดว่า “ไม่เจ็บมากแล้ว เพียงแต่ขายหน้าไปหน่อยเท่านั้น!”
พูดจบ ใบหน้าของต้วนอวี้ก็แดงระเรื่อยิ่งกว่าเดิม
“เจ้ากลัวขายหน้าหรือ แล้วเหตุใดถึงเดินไม่ระวังเล่า?” นางพูดกลั้วหัวเราะ
ต้วนอวี้ได้ยินเช่นนั้น ก็มองต้วนชิงหมิงอย่างน้อยใจ “นั่นมิใช่เพราะเห็นท่านพี่หรอกหรือ?”
“พี่ยังอยู่ที่นี่อยู่ไม่ใช่หรือ บินไม่ได้สักหน่อย เจ้าเห็นพี่แล้วจะรีบทำไมกันล่ะ” ปากพูดไป มือก็ช่วยต้วนอวี้ปัดหิมะ
บนตัวเขาออก แล้วพากันจูงมือกำลังจะขึ้นรถมาออกเดินทาง
ทันใดนั้น ต้วนอวี้หรานก็กระโดดออกมาจากที่ใดก็สุดรู้ “พวกเจ้าจะไปไหนกัน”
ต้วนอวี้มองไปที่ต้วนอวี้หราน ด้วยสีหน้าที่หม่นหมองลงทันที ก่อนจะพูดขึ้นอย่างอารมณ์เสียว่า “เกี่ยวอะไรกับ
เจ้า?”
อีกฝั่ายถึงกับสำลัก พลางยกมือขึ้นชี้ไปที่ต้วนชิงหมิง “พวกเจ้าออกไปเที่ยวกัน กล้าไม่พาข้าไปด้วยหรือ?”
เด็กสาวไม่สนใจต้วนอวี้หราน มองไปที่ต้วนอวี้พูดว่า “ต้วนอวี้ เห็นคุณหนูรองแล้วทำไมไม่ทำความเคารพล่ะ
มารยาทของเจ้าไปไหนหมดแล้ว”
เด็กน้อยบิดตัวพูดว่า “นางก็เห็นท่านพี่ ยังไม่เห็นทำความเคารพเลย แล้วทำไมข้าต้องทำความเคารพนางด้วย?”
“ต้วนอวี้ เจ้าพูดเช่นนี้ได้อย่างไร?” ต้วนชิงหมิงกล่าวตักเตือน
เมื่อต้วนอวี้ได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนทันที แม้ในใจของเขาจะรู้สึกน้อยใจ แต่ก็ไม่กล้าทำให้ต้วนชิงหมิง
โกรธเคือง ได้แต่โค้งตัวคำนับให้ต้วนอวี้หรานอย่างคับแค้นใจ “ต้วนอวี้คารวะพี่รอง”
อย่างไรก็ตามต้วนอวี้หรานก็ไม่สนใจเขา เพียงแต่มองไปที่ต้วนชิงหมิง “ได้สิ เจ้าออกไปเที่ยวข้างนอกแล้ว ไม่พา
ข้าไปด้วย ข้ารู้ว่าเป็นเพราะท่านแม่ของข้าถูกกักบริเวณ ดังนั้นพวกเจ้าจึงดูถูกข้าและไม่เห็นข้าอยู่ในสายตา
หมายความว่าไง ที่จะออกไปเที่ยวโดยไม่พานางไปด้วย ก่อนหน้านี้มารดาของนางพานางไปแสดงตัวทุกที่ มี
เมื่อไรกันที่คิดถึงพี่น้องอย่างพวกเขา
อีกอย่างวันนี้พวกเขาออกไปทำธุระ ไม่ได้ไปเที่ยวเล่นเหมือนที่นางพูดเสียหน่อย
ทันใดนั้นรู้สึกต้วนชิงหมิงโกรธจัด แต่ว่านางรู้ว่าต้วนอวี้หรานเป็นคนที่ไม่เคยทำอะไรที่ไม่หวังผล การที่นางทำเช่น
นี้จะต้องมีเหตุผลของนางเป็นแน่ และคงจะไม่เพียงแค่หวังตามนางออกไปอย่างปกติแน่นอน
นอกจากนี้ วันนี้สถานที่ที่นางและต้วนอวี้จะไปไม่ใช่ที่อื่น แต่เป็นจวนเสนาบดี การไปครั้งนี้อาจกล่าวได้ว่าเป็น
สถานที่ที่อันตรายและเต็มไปด้วยกับดักที่วางไว้มากมาย ต้วนอวี้หรานผู้นี้มักจะสร้างปัญหามาตลอด หากพานางออกไป
ด้วย เมื่อถึงเวลานั้นอาจจะก่อเรื่องอะไรขึ้นมาแน่
สีหน้าของต้วนอวี้ถูกต้วนอวี้หรานทำให้โกรธจนหน้าเขียวตั้งนานแล้ว เขาสะบัดมือต้วนชิงหมิงออก เพียงเพราะ
อยากจะเข้าไปถามต้วนอวี้หราน แต่ถูกต้วนชิงหมิงก็คว้าไว้ได้ทัน
ต้วนชิงหมิงมองซ้ายมองขวา และเห็นจุดสิ้นสุดของเสาระเบียง ต้วนเจิ้งกำลังเดินอย่างช้าๆ มาทางนี้ คิดว่าการ
แสดงฉากนี้ของต้วนอวี้หราน คงจะแสดงให้ต้วนเจิ้งดู
ที่ผ่านมา ก็เป็นเช่นนี้ ทุกครั้งที่มีเรื่องอะไรต้วนอวี้หรานก็มักจะไปฟั้อง ใส่ร้ายฝั่ายตรงข้ามทุกครั้ง ช่วงนั้นมีหลิวห
รงที่คอยปกปั้องคุ้มครองอยู่ ต้วนเจิ้งจึงไม่ถามต้นสายปลายเหตุใดๆ ดังนั้นต้วนอวี้หรานจึงได้ใจทุกครั้ง กลับเป็นนางที่
เสียเปรียบและไม่มีสิทธิ์จะพูดอะไร!
ต้วนชิงหมิงมองไปที่ต้วนอวี้หราน พลางเช็ดตาด้วยผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่ง ไม่ทันไรดวงตาของนางก็แดงกํ่าขึ้นมา นาง
พูดด้วยนํ้าตาคลอเบ้าว่า “น้องอวี้หรานพูดเรื่องอะไรกัน?” เจ้าบอกว่าไม่อยากคารวะข้าก็ไม่คารวะ ข้าไม่เคยโทษเจ้า
เลย……แต่วันนี้เจ้าทำอะไรไป ไม่เพียงแค่ไม่เคารพ ยังด่าว่าข้า แล้วยังผลักต้วนอวี้ลงกับพื้นอีกหรือ?”