การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 157 ใส่ร้ายต้วนอวี้หราน (2)
ต้วนชิงหมิงร้องไห้ไปพูดไป พลางยกมือของต้วนอวี้ที่เพิ่งจะล้มกระแทกจนเขียวยื่นมาตรงหน้าต้วนอวี้หราน
ทำท่าว่าให้นางได้ดูผลงานชิ้นเอกของนาง นํ้าตาของเด็กสาวไหลออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ยิ่งไหลก็ยิ่งหนักขึ้นเท่านั้น
ผนวกกับนํ้าเสียงที่ดูน่าน้อยใจ “เจ้าดูนี่สิ มือของอวี้เอ๋อร์ ชํ้าจนเขียวไปหมด……ถึงเจ้าจะไม่ชอบอวี้เอ๋อร์ และก็ไม่ชอบข้า
เพราะทุกครั้งที่เจ้าเห็นพวกเรา ถ้าไม่ใช้คำพูดที่ไม่สุภาพต่อว่า ก็จะเอาแม่นมมาข่มขู่……แต่ว่า แต่ว่าเจ้าก็ไม่ควรผลักเขา
ล้ม
พูดจบก็ร้องไห้ออกมาเสียงดัง
เมื่อต้วนอวี้หรานได้ยินคำพูดของต้วนชิงหมิง ถึงกับตกตะลึง เดิมทีนางตั้งใจจะใส่ร้ายต้วนชิงหมิง แต่ใครจะคิดว่า
ถูกต้วนชิงหมิงโต้กลับยังไม่พอ ดูจากสีหน้านั้นกลับดูเหมือนสมจริง
เจ้านางแสดงเก่งขนาดนี้ได้ตั้งแต่เมื่อไรกัน อีกทั้งยังสมจริงขนาดนั้น
ต้วนอวี้หรานมองมือที่โดนกระแทกจนเขียวของต้วนอวี้ โบกมือไปมาอย่างปฏิเสธแล้วถอยหลังไป “นั่น……มันไม่
เกี่ยวอะไรกับข้า……ข้า……”
ฮือๆ นางแค่อยากจะทำให้ต้วนชิงหมิงดูแย่ต่อหน้าต้วนเจิ้งเท่านั้น แต่นางไม่คิดว่าต้วนชิงหมิงจะเอาเรื่องหกล้ม
ของต้วนอวี้มาสร้างเรื่อง นี่ มันเกี่ยวอะไรกับนาง นางไม่ได้เป็นคนทำสักหน่อย
“ข้ารู้ว่าเป็นเพราะอี๋เหนียงถูกกักบริเวณ เจ้าจึงเกลียดข้า แต่ว่าข้าไม่ได้ทำอะไรเลย……นั่นเป็นการตัดสินใจของ
ท่านพ่อ ทำไมเจ้าถึงต้องมาทำให้ข้าลำบากใจ……เช่นนั้น พรุ่งนี้สั่งกักบริเวณข้าแทนอี๋เหนียงแล้วให้นางออกมาเถอะ” ต้
วนชิงหมิงกล่าวขึ้นขัดจังหวะเมื่อเห็นต้วนอวี้หรานกำลังจะอ้าปากแย้ง
ต้วนอวี้หราน มีแค่เจ้าหรือ ที่สามารถเล่นละครได้ ครั้งนี้ข้าจะเล่นอย่างยอดเยี่ยมแบบที่เจ้าไม่มีทางเทียบได้ให้ดู
อีกด้านหนึ่ง ต้วนอวี้ที่ได้ยินก็หันไปมองเงาของต้วนเจิ้ง จึงเข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
เขารีบเอามือมาเช็ดตา มองไปที่ต้วนอวี้หรานด้วยสีหน้าเศร้าสลด “ใช่แล้วพี่รอง พี่ใหญ่ทำอะไรให้ท่านโกรธ……
เห็นนางแล้วไม่คารวะก็ช่างเถอะ ยังจะด่านางอีก ข้าก็แค่คารวะท่านเท่านั้น ท่านจะผลักข้าทำไมล่ะ……ควรรู้ไว้นี้คือสิ่งที่
ท่านพ่อสอนไว้นะ เห็นพี่ใหญ่กับผู้อาวุโสต้องคารวะ หรือว่าอี๋เหนียงไม่ได้สอนท่านกัน”
ต้วนชิงหมิงร้องไห้ไปด้วย แอบหัวเราะในใจไปด้วย โอ้ เจ้าอวี้เอ๋อร์ไม่เสียแรงที่เป็นน้องชายแท้ๆ ของพี่ รู้ว่าข้าจะ
ทำอะไร ฮื้อ ต้วนอวี้หราน คราวนี้ ข้าจะทำให้เจ้าแพ้ราบคาบ
คำพูดของต้วนอวี้ คือความยุติธรรม บวกกับสีหน้าจริงจังของนางทำให้ต้วนอวี้หรานโกรธจนกระโดดโลดเต้น
“ข้าไม่ได้……ข้า……”
ต้วนชิงหมิงหยุดคำพูดของต้วนอวี้หราน และพูดเสียงสะอึกสะอื้นว่า “น้องอวี้หราน แม้ว่าเจ้าจะไม่ชอบพี่หญิง
เช่นข้า แต่เจ้าก็ไม่ควรระบายความโกรธใส่อวี้เอ๋อร์สิ……ต่อไป ถ้าเจ้าโกรธอะไรก็มาลงที่ข้า ควรรู้ว่าเขายังเยาว์วัยอยู่ ทั้ง
ไม่สามารถทนความเจ็บเช่นนี้ได้
ต้วนชิงหมิงพูดอย่างจริงใจ ทว่าสีหน้ายังดูเศร้าเสียใจอยู่ ดูเหมือนว่าจะแสดงท่าทีอ่อนแอต่อต้วนอวี้หราน แต่ใน
ความเป็นจริงทุกคำจงใจพูดว่าเป็นความผิดของต้วนอวี้หราน นางร้อนใจจนไม่รู้จะต้องทำอย่างไร เพราะไม่สามารถเถียง
ต้วนชิงหมิงได้ ดังนั้นเธอจึงเถียงออกมา อีกทั้งต้วนอวี้ที่ยืนอยู่ด้านข้าง กำลังยืนลูบแขนที่เขียวชํ้าของเขา ดูน่าสงสาร
ราวกับคนถูกรังแก ในตอนนั้นเอง ก็ได้ยินเสียงอันน่าเกรงขามของต้วนเจิ้งดังมาจากด้านหลัง
“อวี้หราน เจ้ากำลังทำอะไรอยู่”
ต้วนอวี้หรานไม่คิดว่าต้วนเจิ้งจะมาเร็วขนาดนี้ ทว่ามันสายเกินไปแล้วที่จะแก้ตัว นางถอยหลังไปหนึ่งก้าว แล้ว
โบกมือใส่ต้วนเจิ้งโต้เถียงกลับว่า “ไม่ ลูกไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้นท่านพ่อ”
ต้วนเจิ้งกำลังเดินไปข้างหน้า ต้วนชิงหมิงดึงต้วนอวี้แล้วรีบคำนับเขา “ชิงหมิงคารวะท่านพ่อ”
มีเพียงต้วนอวี้หรานเท่านั้น ที่ดูเหมือนจะกลัวจนขวัญหนีดีฝั่อ ยืนอยู่ตรงนั้นไม่ขยับเขยื้อน และไม่คารวะ ทว่าเขา
ไม่สนใจต้วนอวี้หรานแม้สักกระผีกเดียว พลางเดินเข้าไปหาบุตรชาย แล้วกางมือของต้วนอวี้ออกมาดู เห็นเพียงรอย
ฟกชํ้าที่มือ
ต้วนเจิ้งทำหน้าบึ้งตึงขึ้นทันที “อวี้หราน เกิดอะไรขึ้น!”
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า……ข้าไม่รู้” นางพูดตะกุกตะกัก
ผู้เป็นบิดาจ้องเขม็งไปที่ต้วนอวี้หรานด้วยดวงตาที่น่าเกรงขาม ราวกับรู้สึกผิดหวัง “เจ้าเป็นคนผลักน้องชายของ
เจ้าใช่หรือไม่”
“ข้าไม่ได้ทำ” นางส่ายหน้า
ต้วนชิงหมิงเดินไปข้างหน้าด้วยนํ้าตา “ช่างมันเถอะ ท่านพ่อ น้องอวี้หรานไม่ได้ตั้งใจ ท่านพ่ออย่าโทษนางเลย”
คำพูดนี้ เห็นได้ชัดว่าเป็นการพูดขอร้อง แต่ในความเป็นจริงกลับแสดงให้เห็นว่าเป็นความผิดของต้วนอวี้หราน
ประหนึ่งว่านางนั่นแหละเป็นคนผลักต้วนอวี้
หากต้วนชิงหมิงอยู่ด้วย ต้วนอวี้ก็ไม่ได้กลัวต้วนเจิ้งเท่าไร เขาก้าวมาข้างหน้าสองก้าว เอ่ยอย่างมีมารยาทว่า
“ท่านพ่อ ขอร้องท่านอย่าโทษพี่รองเลย ตอนที่ข้าคารวะนาง ข้าบังเอิญล้มลงเอง
ต้วนเจิ้งมองไปที่ต้วนอวี้ ตำหนิเขาว่า “เจ้าก็ยังจะช่วยพี่ของเจ้าขอร้องด้วยหรือ”
สีหน้าของต้วนอวี้หม่นลงเล็กน้อย ก่อนจะคืนสู่สภาพปกติ เขาพูดอย่างไม่อ่อนน้อมถ่อมตน “พี่ใหญ่เคยพูดไว้ว่า
พวกเราเป็นพี่น้องกัน อย่าถือสาเรื่องเล็กน้อยเด็ดขาด” เด็กน้อยหยุดเว้นจังหวะหายใจแล้วเอ่ย “นอกจากนี้ พี่รองก็ไม่
ได้ตั้งใจ ข้าเป็นบุตรชายของท่านแม่ทัพต้วน หากนำเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้มาคิด คนนอกรู้เข้าจะหัวเราะเอาได้”
คำพูดประจบพวกนี้ ทำให้สีหน้าต้วนเจิ้งผ่อนคลายลง เขากอดต้วนอวี้ไว้ในอ้อมแขนและพยักหน้า “ถูกต้อง ถูก
ต้อง สมแล้วที่เป็นบุตรชายของข้าต้วนอวี้……ดี ดี”
ต้วนอวี้ซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของต้วนเจิ้ง ไม่พูดอะไรอีก
ต้วนเจิ้งหันหน้ามาแล้วตวาดใส่ต้วนอวี้หรานอย่างเกรี้ยวกราด “อวี้หราน เจ้าเห็นหรือไม่ว่าน้องชายของเจ้ายังรู้
เรื่องกว่าเจ้าอีก เจ้าไม่รู้สึกอายจริงๆ หรือ กลับไปที่เรือนของเจ้าแล้วคิดทบทวนความผิดดู ไม่ได้รับอนุญาตจากข้า ห้าม
ออกไปข้างนอกเป็นอันขาด
ต้วนอวี้หรานหน้าซีดเผือด ตกตะลึงพรึงเพริดไปหมด เกิดอะไรขึ้น เห็นได้ชัดว่านางไม่ได้ทำอะไรเลย เหตุใดนาง
ต้องผลักต้วนอวี้ด้วย นางอยากจะอธิบาย ทว่าเมื่อเห็นผู้เป็นบิดากำลังโกรธอยู่ จึงรู้ว่าการพูดอะไรในตอนนี้ไป ก็ไร้
ประโยชน์
ต้วนอวี้หราน เจ้าควรรู้ไว้ว่า ต่อไปถ้าเจ้าไม่เคารพพี่ใหญ่และน้องชายของเจ้าอีก ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปง่ายๆ เช่น
วันนี้แน่
เมื่อต้วนอวี้หรานได้ยินเช่นนี้ สีหน้าของนางก็ซีดขึ้นมาทันใด แต่ว่า นางรู้อยู่แก่ใจว่าแม่นมถูกกักบริเวณอยู่ ต้วน
ชิงหมิงสองพี่น้องพุ่งเปั้ามายังตัวเองตลอด ตอนนี้ไม่มีใครช่วยตัวเองอีกต่อไป
เมื่อสติกลับเข้าที่ พลันรู้สึกได้ว่าที่ต้องโดนกักบริเวณเพราะต้วนชิงหมิง นางหรือจะยอมได้ แต่ก็ทำได้เพียงถลึงตา
ใส่ต้วนชิงหมิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง
ต้วนชิงหมิงมองไปยังเด็กสาวที่กำลังจะโดนกักบริเวณ ทว่าสายตาของนางกลับมองไปที่ถุงหอมที่เอวของต้วนอวี้
หราน คิดในใจว่า ‘ถึงอย่างไร นางก็ยังต้องอาศัยต้วนอวี้หรานเพื่อแก้แค้นหลิวหรงให้บรรลุเปั้าหมายตามที่นางต้องการ
อยู่ดี หากน้องสาวต่างมารดาถูกกักบริเวณแล้ว นางคงไม่สามารถพบเจอหลิวหรงอีก เช่นนั้นแล้วความพยายามที่ผ่านมา
คงไม่มีความหมาย
เมื่อมีความคิดนี้ขึ้นมา ต้วนชิงหมิงจึงรีบอ้อนวอนต้วนเจิ้ง “ท่านพ่อ ได้โปรดยกโทษให้น้องอวี้หรานด้วยเถอะ
เจ้าค่ะ……”
ผู้เป็นบิดาก็ชี้ไปที่ต้วนอวี้หรานด้วยความโกรธ “นางผลักต้วนอวี้ล้ม ยังไม่สำนึก เจ้ายังจะช่วยขอร้องแทนนางอีก
หรือ”
ต้วนชิงหมิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “ท่านพ่อ นี่เป็นแค่การทะเลาะในหมู่ลูกๆ เท่านั้น ชิงหมิงจะไม่เก็บ
มาใส่ใจ อีกทั้ง อวี้เอ๋อร์ก็จะไม่เก็บมาใส่ใจเช่นเดียวกัน ใช่หรือไม่” นางพูดจบก็หันหน้าไปหาน้องชาย
“ใช่ ท่านพ่อ ตามความเห็นของอวี้เอ๋อร์ พี่รองแค่ เห็นท่านพี่แล้วไม่คารวะ และ ‘ไม่ทันระวัง’ ชนอวี้เอ๋อร์เข้า……
อวี้เอ๋อร์เป็นบุตรชายของแม่ทัพต้วน ต้องมีความกล้าหาญ จะไม่เกลียดพี่รองเพราะเรื่องพวกนี้อย่างแน่นอนขอรับ” เด็ก
น้อยรีบช่วยต้วนชิงหมิงแก้ตัวให้ต้วนอวี้หราน
ต้วนเจิ้งหันหน้ากลับมามองไปยังบุตรสาวคนรอง เห็นถึงสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธของต้วนอวี้หราน แววตา
นั้นเต็มไปด้วยความอาฆาต และความแค้น ต้วนเจิ้งที่เห็นอย่างนั้น ก็ยิ่งโกรธมากขึ้น แม้อายุยังน้อยก็สามารถใช้สายตา
แบบนี้มองพี่และน้องชายของตัวเองแล้วหรือ หากโตขึ้นกว่านี้ คงปรามไม่ไหวแน่นอน
ต้วนเจิ้งหลับตาลงอย่างช้าๆ ถอนหายใจเข้าออกเฮือกหนึ่ง พลางโบกมือไปมาอย่างไม่ลังเล “เจ้ากลับไปที่เรือน
ของเจ้าคิดทบทวนให้ดี คิดออกเมื่อไร เมื่อนั้นเจ้าค่อยออกมา”
เมื่อต้วนชิงหมิงได้ยินดังนั้น ก็รีบคุกเข่าลงกับพื้นพูดว่า “ท่านพ่อ โปรดยกโทษให้น้องอวี้หรานสักครั้งเถอะ
เจ้าค่ะ”
บนพื้นเต็มไปด้วยนํ้าแข็งหิมะ ต้วนชิงหมิงคุกเข่าอยู่อย่างงั้น รู้สึกหนาวจนเจ็บเข้ากระดูก นางเงยหน้าขึ้นมองต้วน
เจิ้งแล้วกล่าวด้วยนํ้าที่คลอเต็มสองตาว่า “ท่านพ่อ พรุ่งนี้จะเป็นวันครบรอบอายุของชิงหมิงแล้ว ลูกไม่อยากให้ท่า
นพ่อตำหนิน้องอวี้หราน จนกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง……”