การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 164 องค์หญิงหลิงหรงตกนํ้า
ต้วนชิงหมิงได้ฟังใบหน้าเล็กก็เคร่งเครียดขึ้นมา ทันใดนั้นเชวียหนิงหรานก็รีบจับมือนางพูดอย่างรีบร้อน “ไป รีบ
ไปดูกัน”
ดูท่าเรื่องในวันนี้คงเหมือนกับชาติที่แล้ว องค์หญิงหลิงหรงจมนํ้าและหลิวยวนกระโดดนํ้าลงไปช่วย จากนั้นนางก็
เข้ามาติดตามพัวพันจนบีบให้เขาแต่งงานด้วยอย่างไม่สามารถปฏิเสธได้ เรื่องนั้นจึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ แม้หลิวยวน
ปฏิเสธต่อหน้าแต่องค์หญิงก็ยังคงไม่ยอม ยิ่งไปกว่านั้นยังใช้ชีวิตเข้าขู่ เรื่องนี้จึงกลายเป็นเรื่องที่น่าขันที่สุดในกาลที่แล้ว
ทั้งยังส่งผลต่ออนาคตและหน้าที่การงานของหลิวยวน
ในชาตินี้ ต้วนชิงหมิงจะไม่ยอมให้เรื่องนี้เกิดขึ้นซํ้ารอยเดิมอีก!
ต้วนชิงหมิงจับมือเชวียหนิงหรานเดินรี่ไปอย่างรีบร้อน โดยลืมสังเกตว่าด้านหลังมีแววตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องนาง
อยู่
คือเหยียนหลิ่งอวี๋ที่กำลังมองตามหลังของต้วนชิงหมิงไปด้วยความโกรธเคือง
เหอะ! เจ้าจิ้งจอกน้อยจิตใจร้ายกาจ ยอมรับพี่ชายคนแล้วคนเล่าไม่พอ ตอนอยู่ต่อหน้ายังสุภาพอ่อนหวาน แต่กับ
เขานั้นกลับแยกเขี้ยวใส่ช่างต่างกันราวฟั้ากับเหว
เมื่อวานนี้นอกจากกล้าไล่เขาลงจากรถม้าและยังกล้ามีข้อแลกเปลี่ยนอีก……เขาคิดไม่ถึงเลยว่านางจะใจจืดใจดำ
เช่นนี้ เขาเคยช่วยนางหลายต่อหลายครั้ง ทว่าไม่เคยได้รับการตอบแทนกลับเลยแม้สักครั้ง ทุกครั้งที่ได้พบหน้าก็ไม่เคย
ทำสีหน้าดีๆ ให้ได้เห็น
องค์ชายสามยืนมองคนทั้งคู่อยู่ด้านหลัง ทว่าความใจร้อนและความกังวลของต้วนชิงหมิงที่อยู่เบื้องหน้า กลับมีให้
กับชายคนอื่น
เหยียนหลิ่งอวี๋คิดอยู่ในใจ ในเมื่อนางทำดีกับหลิวยวนขนาดนี้ อีกครู่เขาจะให้หลิวยวนต้องอับอายขายขี้หน้า ‘ข้า
อยากจะรู้นัก ว่าเจ้าจะช่วยเขารับหน้าอย่างไร!’
เหยียนหลิ่งอวี๋ผายมือไปช้าๆ ลั่วสุ่ยที่สวมชุดคลุมดำได้คุกเข่าปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางหิมะที่โปรยปราย “องค์ชาย
จะมีอะไรให้รับใช้ขอรับ?”
เขากัดฟันมองไปทางต้วนชิงหมิงด้วยแววตาที่เปล่งประกายและเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา ออกคำสั่งอย่าง
เกลียดชัง “อีกครู่ถ้ามีคนมาเล่นงานหลิวยวน เจ้า……เจ้าก็เข้าไปช่วยอีกแรง!”
ลั่วสุ่ยมองเหยียนหลิ่งอวี๋ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย เห็นได้ชัดว่าการตัดสินใจของเขาผิดแปลกไป ทว่า
กลับไม่ได้พูดออกมาได้แต่ก้มหน้ารับคำสั่ง “ขอรับ” จากนั้นก็หลบหายไป ไร้วี่แววราวกับไม่เคยปรากฏ
พูดได้ว่าท่าทางขององค์ชายสามแปลกออกไป ก่อนมายังกำชับกำชาเขาเป็นอย่างดีให้คอยแอบดูอยู่ห่างๆ ห้าม
ยื่นมือเข้าไปยุ่ง ตอนนี้เมื่อมาถึงจวนเซียง เขาก็เปลี่ยนคำสั่งในทันที
หึ หึ! คนที่ทำให้เจ้านายเปลี่ยนความคิดและการตัดสินใจได้มีไม่มาก ลั่วสุ่ยรู้ดังนั้นจึงแอบเงยหน้าขึ้นมอง เห็น
เพียงเงาที่เดินไปอย่างรีบร้อนจึงรู้ได้ว่าเงานั้นคือต้วนชิงหมิง
ทันใดนั้นลั่วสุ่ยจึงเข้าใจความคิดของเหยียนหลิ่งอวี๋ทั้งหมด พลันทำให้คิดไปถึงเรื่องราวต่างๆ ที่องค์ชายสามมีกับ
นาง เขาทำได้เพียงส่ายหน้าอย่างจนปัญญา ดูท่าเจ้านายคงจะเจอคู่ปรับเข้าแล้วจริงๆ
ลั่วสุ่ยหายแวบไปเหลือเพียงเหยียนหลิ่งอวี๋กุมหัวมองฟั้า… จิ้งจอกน้อยเอ๋ย เจ้าทำให้ข้าลำบากใจยิ่งนัก…
เหยียนหลิ่งอวี๋รู้ดีว่าคนที่จะเล่นงานหลิวยวน ได้เตรียมการทุกอย่างไว้เป็นอย่างดีแล้ว อย่างไรเสียเขาก็รอดไปไม่
ได้
เขารู้อยู่ในใจว่าถ้าเกิดเป็นเรื่องของหลิวยวนขึ้นมาแล้ว ต้วนชิงหมิงจะไม่ยอมเลิกราโดยง่าย ส่วนเขาถ้ากล้าทำให้
หลิวยวนต้องอับอายขายขี้หน้า กลัวว่าเจ้าจิ้งจอกน้อยจะต้องหันมาเป็นศัตรูกับเขาแน่
เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่ได้กลัวล่วงเกินต้วนชิงหมิงแม้แต่น้อย เพียงแต่เขารู้ว่าถ้าหากเขายื่นมือเข้าไปยุ่งเรื่องหลิวยวน
นางจะยืนอยู่อีกฝังอย่างไม่ลังเลใจ เขากลัวว่าหลังจากนี้ต้วนชิงหมิงจะไม่สนใจเขาอีก ยิ่งไปกว่านั้นชีวิตเขาคงต้องขาด
สีสันไปอย่างมาก
ใช่แล้ว ต้วนชิงหมิงคือสีสันและความน่าสนใจของเขา ความคิดของเหยียนหลิ่งอวี๋ที่จะเล่นงานหลิวยวนได้มลาย
หายไป เขามองกลับไปกลับมาจากนั้นก็หัวเราะอย่างชั่วร้ายออกมา… ต้วนชิงหมิง แม้ข้าจะไม่ลงมือเล่นงานหลิวยวน แต่
ไม่ได้หมายความว่าข้าจะปล่อยเขาลอยนวล เจ้าคอยดูเอาแล้วกันด่านแรกที่จะเล่นงานเขาได้เริ่มขึ้นแล้ว!
เมื่อต้วนชิงหมิงจับมือเชวียหนิงหรานวิ่งไปที่ทะเลสาบ เห็นเพียงหญิงในวังที่ใส่ชุดสีแดงที่กำลังตะเกียกตะกายอยู่
ในทะเลสาบ
ในเวลานั้นอากาศในฤดูหนาวที่หนาวเหน็บนํ้าในทะเลสาบได้เริ่มกลายเป็นนํ้าแข็ง เมื่อคนเหล่านั้นเห็นคนที่กำลัง
ตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอด ทุกคนต่างตกใจจนลืมรีบเข้าไปช่วยหญิงสาวขึ้นจากนํ้า
ต้วนชิงหมิงจับมือเชวียหนิงหรานวิ่งไปอย่างรวดเร็วก็ไม่พบแม้แต่เงาของหลิวยวน นางจึงใจร้อนรีบออกตามหา
จนทั่ว
ในตอนนี้เชวียจื่อซวนและเชวียหนิงซวนตามมาดูติดๆ เมื่อเชวียหนิงซวนเห็นคนตกนํ้าจึงรีบถอดเสื้อด้านนอกออก
แล้วเตรียมจะกระโจนลงไปช่วยชีวิต
จากนั้นต้วนชิงหมิงได้คว้ามือของเขาเอาไว้ “พี่รองเชวียกำลังจะทำอะไร?”
เชวียหนิงซวนตอบอย่างประหลาดใจกับคำตอบ “ไปช่วยคนไง!”
องค์หญิงหลิงหรงแม้ภายนอกจะดูหยาบคายและชอบใช้อำนาจบาตรใหญ่ แต่อย่างไรเสียก็เป็นหนึ่งชีวิต ถ้าหาก
ตายจากสาเหตุนี้ก็คงน่าเสียดาย
ต้วนชิงหมิงได้ฟังก็พูดอย่างรีบร้อน “อย่างนั้น พี่ลองคิดตามข้า ถ้าช่วยนางแล้วพี่จะทำอย่างไรต่อ? พี่รองเช
วีย……ชายหญิงมีความแตกต่างกัน… ถ้าหากพี่ได้โดนเนื้อต้องตัวนางละก็ จะต้องตบแต่งนางเป็นภรรยา… พี่รองชอบนาง
อย่างนั้นหรือ?”
เชวียหนิงซวนฉุกคิดขึ้นมาได้หลังจากที่ต้วนชิงหมิงถามขึ้น “น้องชิงหมิงพูดตลกไปได้ พี่นะหรือจะชอบนาง…”
เขาพูดจบก็หันกลับไปหยิบเสื้อคลุมในมือของเชวียจื่อซวนแล้วเดินถอยกลับมา!
ในปีนี้เชวียหนิงซวนอายุยังไม่ถึงสิบหกปี ในขณะที่องค์หญิงหลิงหรงอายุสิบเก้าปีไปแล้ว เรื่องอายุคงไม่ใช่ปัญหา
แต่เรื่องนิสัยขององค์หญิงหลิงหรงคงไม่มีใครรับไหว นางเชื่อว่าหากออกเรือนกับองค์หญิงไม่เกินสามวัน เขาจะต้องโมโห
จนอกแตกตายเป็นแน่!
เชวียหนิงซวนเป็นคนจิตใจดี เขาทำได้แต่มองดูนางที่กำลังตะเกียกตะกายในทะเลสาบ จนจะอดใจช่วยไม่ไหว
“แต่ถ้าไม่ช่วยตอนนี้ นางจะต้องจมนํ้าตายเป็นแน่…”
ต้วนชิงหมิงจึงยกยิ้มอย่างเย็นชา “พี่เชวีย ไม่คิดหรือว่าองค์หญิงตั้งใจแกล้งจมนํ้า?”
เชวียจื่อซวนได้ยินพลันตกใจอย่างมาก ทำไมฟังนํ้าเสียงของต้วนชิงหมิงเหมือนจะบอกว่าองค์หญิงตั้งใจที่จะตก
นํ้าเอง?
ทันใดนั้นต้วนชิงหมิงละม้ายเพิ่งคิดได้ ดวงตาเบิกโต รีบคว้าแขนเชวียหนิงซวนแล้วพูดว่า “พี่รองเชวีย รีบเข้า รีบ
ไปห้ามพี่หลิวไว้ อย่าให้เขาลงไปช่วย…”
ขณะที่เชวียหนิงซวนกำลังรีบวิ่งไปหาหลิวยวน เชวียจื่อซวนกลับเรียกให้เขาหยุด แล้วใช้ภาษามือสื่อสารกับน้อง
ชายอย่างรอบคอบ “น้องชาย ในเมื่อมีคนอื่นตั้งใจเล่นงานพี่หลิว อย่างนั้นพวกเราก็ช่วยอีกฝั่ายดูหน่อย…”
เชวียจื่อซวนยังไม่ทันพูดจบก็ทำท่าภาษามือสื่อสารที่คนอื่นไม่เข้าใจ เชวียหนิงซวนพยักหน้ารับว่าเข้าใจและรีบวิ่ง
ออกไปในทันที ก่อนไปยังหันมาบอกต้วนชิงหมิงและเชวียหนิงหรานว่าอย่าหายไปไหน จากนั้นเขาก็รีบวิ่งไปหาหลิวยวน
ทางด้านหลิวยวนเมื่อได้ยินเสียงคนตกนํ้าก็รีบวิ่งไปที่ทะเลสาบ เห็นมีคนตกนํ้ากำลังตะเกียกตะกายอยู่ เขาจึงไม่
คิดถอดเสื้อคลุมแต่อยากจะกระโดดลงไปช่วยในทันที
หลิวยวนที่ร้อนใจอย่างที่สุด จึงไม่ได้สนใจว่าคนที่มองเขาจากด้านหลังนั้นมีรอยยิ้มที่เปียมไปด้วยเลศนัย และยิ้ม
อย่างมีความสุขมากเพียงใด!
ในตอนนี้เองหลิวยวนถูกคนคว้าตัวเอาไว้
เขาจึงหันหน้ากลับมอง พูดอย่างร้อนรน “รีบปล่อยข้า ข้าจะลงไปช่วยคน!”
เชวียหนิงซวนส่งสัญญาณโดยใช้ภาษามือ เพื่อบอกว่าช่วยทำให้หลิวยวนเงียบลง จากนั้นดึงตัวหลิวยวนเดินมา
ข้างหลังของคนที่แอบยิ้มชั่วร้ายคนนั้น สุดท้ายใช้มือผลักคนนั้นอย่างแรง
ในกลุ่มของผู้คนมีเสียงร้อง “เห้ย” ออกมาด้วยความตกใจ จากนั้นก็เห็นคนตกลงไปในทะเลสาบดัง “ตุ้ม” หลัง
จากนั้นก็รีบว่ายนํ้าเข้าไปช่วยองค์หญิงหลิงหรง
ตอนนี้ผู้คนต่างหายใจอย่างโล่งอกและเริ่มที่จะพยักหน้าชื่นชมคนที่กระโดดลงไปช่วย ที่แท้ก็เป็น หนิวไปั๋ หลาน
ชายของฮูหยินจวนเซียง เดิมทีหลิวจื๋อวางแผนจะรับเขาเข้าตระกูลมาเป็นบุตรชายบุญธรรม แต่บังเอิญว่าหลิวยวนมาตา
มหาพ่อในเมืองหลวงจนเจอเสียก่อน เรื่องนี้จึงได้หยุดไป!
หนิวไปั๋รีบว่ายนํ้าไปช่วยองค์หญิงหลิงหรงอย่างรวดเร็ว เมื่อคว้าตัวองค์หญิงได้จึงรีบใช้แรงทั้งหมดที่มีพานางขึ้น
มาที่ฝัง
องค์หญิงหลิงหรงถูกหนิวไปั๋จับตัวลากมาขึ้นฝัง บ่าวรับใช้จึงรีบมาช่วยพยุงองค์หญิงออกไป เหลือเพียงหนิวไปั๋
ที่นอนหอบอยู่บนฝัง พรั่งพรูคำพูดด้วยความเหน็ดเหนื่อย “หญิงสาวคนนี้ตัวหนักชะมัด… ทำข้าเหนื่อยแทบตาย……”