การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 167 เหยียนหลิ่งอวี๋มาทวงหนี้
เหยียนหลิ่งอวี๋เดือดดาลเป็นที่สุด
เขาหน้าดำหน้าแดงพรั่งพรูคำพูดออกมาด้วยความโกรธ
บนตัวของเขาแผ่ซ่านไปด้วยพลังแห่งความโมโหโทโสออกไปรอบทุกทิศทางราวกับมีดาบแหลมพุ่งออกจากรอบ
ตัว ดูแล้วช่างน่าโหดเหี้ยม!
เหยียนหลิ่งอวี๋มองต้วนชิงหมิงอย่างเย็นชา เขาอยากจะโยนหลิวยวนลงไปในทะเลสาบแล้วให้เขาแช่อยู่อย่างนั้น
สามวันสามคืน แต่ถ้าเขาทำแบบนั้นกับหลิวยวน ไม่รู้ว่านี่เป็นผลลัพธ์ที่ต้วนชิงหมิงต้องการหรือไม่?
ดูสิว่านางอยากให้เขาทำเช่นนั้นกับหลิวยวนหรือไม่!
ต้วนชิงหมิงไม่เคยหวาดกลัวเหยียนหลิ่งอวี๋เช่นนี้มาก่อน นางรู้สึกเหมือนกับเขาคือนักรบที่ฆ่าฟันศัตรูจนเลือดสาด
กระเซ็นไปทั่วอย่างไม่ปรานี
บนตัวของเขาค่อยๆ แผ่ซ่านความอำมหิตออกมา เขากัดฟันกรอดๆ พูดเรื่องหลิวยวนด้วยความเกลียดชังอย่างสุด
แสน ด้วยเสียงตะคอก ยิ่งทำให้เด็กสาวถึงกับต้องผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
ต้วนชิงหมิงยืนเข่าอ่อนอยู่บนหลังคาหลังจากได้ยินคำพูดบ่นพึมพำของเหยียนหลิ่งอวี๋ องค์ชายสามผู้นี้เป็นคนที่
พูดคำไหนคำนั้น ถ้าต้วนชิงหมิงยังขืนต่อล้อต่อเถียงอยู่ มีหวังเขาเอาตัวหลิวยวนไปโยนลงไปในนํ้าเป็นแน่
ชาวบ้านไม่อาจต่อกรกับขุนนางได้ สาวน้อยอย่างนางก็ไม่อาจต่อกรกับองค์ชายได้เช่นกัน ต้วนชิงหมิงเข้าใจในคำ
พูดนี้จึงเลือกที่จะปิดปากเงียบเสียดีกว่า นางไม่ได้กลัวเหยียนหลิ่งอวี๋แต่กลัวว่าเขาจะเอาความโกรธไปลงที่หลิวยวนแทน
โบราณว่า รู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหางจึงเรียกว่าผู้เฉลียวฉลาด แม้นางจะไม่ใช่ผู้เฉลียวฉลาด แต่นางก็ไม่อยากจะ
ให้หลิวยวนต้องมาติดร่างแหไปด้วย
เพียงแต่องค์ชายที่อยู่ต่อหน้า นางมิอาจล่วงเกินได้ แต่จะปล่อยหลิวยวนทิ้งไว้โดยไม่ช่วยก็ไม่ได้ ในตอนนี้จะมีวิธี
อะไรที่จะช่วยให้องค์ชายพานางกลับไปที่เดิม
ต้วนชิงหมิงเอาใจจดจ่อคิดแต่เรื่องของหลิวยวนทั้งหมดจนลืมไปว่านางอยู่ที่ไหน ในตอนนี้นางเผลอออกแรง
เหยียบหลังคาจนเกือบร่วงหล่นลงมาจากหลังคา
เหยียนหลิ่งอวี๋ยื่นมือคว้าต้วนชิงหมิงเข้ามาไว้ในอ้อมกอดอีกครั้ง นางขยับตัวดิ้นไปมาจนใบหน้าของนางไปอยู่ตรง
หน้าที่หล่อเหลาของเหยียนหลิ่งอวี๋ เขามองนางและพูดกัดฟันอย่างโกรธเคือง “เจ้ายังเอาตัวจะไม่รอด ยังมีหน้าไปห่วง
คนอื่นอีก……ข้าจะบอกเจ้าไว้ต้วนชิงหมิง ถ้าเจ้ายังไม่ประมาณกำลัง คิดแต่จะไปช่วยหลิวยวน ข้านี่แหละจะทำให้เขา
ตายอย่างอเนจอนาถเอง”
นางได้ฟังก็รู้สึกโกรธขึ้นมา “หลิวยวนเป็นศัตรูกับท่านหรือ?”
เหยียนหลิ่งอวี๋ส่ายหน้าไปมาช้าๆ
นางจึงพูดอย่างตกใจ “เขาล่วงเกินท่านหรือ?”
เขาก็ยังส่ายหน้าดุจเดิม
ต้วนชิงหมิงนิ่งลง
หลิวยวนไม่มีความแค้นและไม่เคยล่วงเกินเหยียนหลิ่งอวี๋ เหตุใดเขาจึงต้องคอยจ้องเล่นงานหลิวยวนด้วย?
สีหน้าของเหยียนหลิ่งอวี๋เศร้าหมองลง… ไม่รู้ว่าต้วนชิงหมิงแกล้งโง่หรือว่าโง่จริง? หรือว่านางจะคิดไม่ออกจริงว่า
ที่เขาโกรธเช่นนี้ก็เพราะเป็นห่วงนางมากเกินไปอย่างไรล่ะ
สำหรับเหยียนหลิ่งอวี๋แล้ว เขาไม่สามารถทนดูนางดีกับหลิวยวนได้ เพราะเขาสนใจนางจนอยากให้นางมองแต่เขา
เพียงผู้เดียวเท่านั้น
การที่เขาเห็นต้วนชิงหมิงเรียก พี่หลิวยวน พี่เชวียจื่อซวน และพี่เชวียหนิงซวน ออกจากปากบางของนางยิ่งทำให้
ใจของเขาช่างทรมานเจ็บปวดไปหมด
เชวียจื่อซวนเป็นเพื่อนอ่านหนังสือของเขา เชวียหนิงซวนก็เป็นน้องชายของเชวียจื่อซวน ทั้งสองข้าจะปล่อยไป
ดังนั้นจึงเหลือเพียงหลิวยวนที่เขาจะสามารถระบายความโกรธแค้นลงไปได้
เหยียนหลิ่งอวี๋สาบานในใจ หากต้วนชิงหมิงยังกังวลและเป็นห่วงเรื่องของหลิวยวน เขาจะหาทุกวิถีทางให้หลิว
ยวนตายทั้งเป็น
ไม่ต้องพูดถึงวิธีการที่เขาจะใช้ เพราะมีอยู่มากมายจนไม่รู้จะใช้วิธีไหน
หิมะที่โปรยปรายลงมาตกสู่พื้นดินได้สะท้อนใบหน้าที่ไร้ความรู้สึกของเขาออกมา เขามองต้วนชิงหมิงด้วยสายตา
ที่เย็นชาและโหดเหี้ยมทำให้นางเกิดความรู้สึกอึดอัดขึ้นมา… ถ้าจะใช้เหตุผลกับเหยียนหลิ่งอวี๋คงจะไม่ได้ผล ครั้งนี้ดูแล้ว
หลิวยวนคงจะไม่รอด
สายลมเย็นยะเยือกได้พัดผ่านทำให้ใบหน้าของต้วนชิงหมิงสีขาวไร้ซึ่งเลือดฝาดบนใบหน้า เหยียนหลิ่งอวี๋เห็นจึง
ใช้ผ้าคลุมของเขาไปห่มให้นางที่เกือบจะหมดสติล้มลง เขาพานางเดินไปบนทางที่รถม้าจอดอยู่ ระหว่างที่เดินนั้น เขายัง
ไม่วายที่จะกัดฟันกรอดพูดว่า “ต้วนชิงหมิง เจ้าตั้งใจใช่หรือไม่ เจ้าได้ยินมาว่าใครไปช่วยหลิงหรงก็ต้องแต่งนางเป็น
ภรรยา ดังนั้นเจ้าจึงตั้งใจตกนํ้าล่อให้ข้ามาช่วยเจ้า เพื่อจะได้แต่งเจ้าเป็นภรรยาใช่หรือไม่?”
แต่งข้าเป็นภรรยา?
นางคิดอยู่ในใจเพียงอย่างเดียวว่า ทุกครั้งที่เจอเหยียนหลิ่งอวี๋ต้องมีเรื่องซวยเกิดขึ้นทุกครั้ง… องค์ชายสาม ท่านรู้
หรือไม่ว่า การที่ข้าหลบท่านทุกครั้งก็เหมือนกับการที่ข้ากำลังหลบไม่ให้เจอโรคเวินอี้
เหยียนหลิ่งอวี๋รู้สึกว่าต้วนชิงหมิงหัวแข็งขึ้นจึงพูดอย่างเย็นชา “เจ้าก็ยังไม่ดูท่าทางของเจ้า ร่างกายอ่อนแอไร้
เรี่ยวแรงเช่นนี้ อารมณ์ก็ยังขึ้นลงไม่คงที่ ยังมีหน้ามาช่วยผู้ชายอื่นอีก… ต้วนชิงหมิงเอ๋ย หากชายใดแต่งงานกับเจ้าจะต้อง
โชคร้ายไปตลอดชาติอย่างแน่นอน…”
ต้วนชิงหมิงได้ฟังที่เหยียนหลิ่งอวี๋พูดก็อดทนต่อไปไม่ไหวแล้ว นางถูกรัดจนร้องเสียงดังลั่นอยู่ในอ้อมแขนของเขา
“ข้ารู้มาตั้งนานแล้วว่าท่านเป็นคนที่เจ้าคิดเจ้าแค้น ครั้งที่แล้วข้ารู้ความลับของท่าน ครั้งนี้ท่านจึงทำให้ข้าตกลงไปในนํ้า
ที่แสนจะเย็นเฉียบ… องค์ชายสาม ตอนนี้ท่านทำได้แล้ว……ท่านมันคนชั่วช้า!”
วันนี้ตั้งใจมาจวนเซียงยังไม่ทันจะได้เล่นงานฮูหยินเซียง ก็ดันมาถูกเหยียนหลิ่งอวี๋พาตัวมา นางจึงได้แต่โทษ
ตัวนางเอง… เหยียนหลิ่งอวี๋ท่านกับข้าดวงมันเป็นอริต่อกัน พอเจอเจ้าเมื่อไรก็ไม่ได้มีเรื่องดีเกิดขึ้นเลยสักครั้ง…
เขาถูกนางพูดแทงใจดำจนรู้สึกเหมือนถูกสายฟั้าผ่าลงมากลางใจ
นางหาว่าเขาเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น
ที่บอกว่ารู้ความลับของเขา ที่บอกว่าทำให้นางตกนํ้าที่เย็นเฉียบ?
ทั้งหมดนี้เป็นความผิดที่นางยัดเยียดให้เขา
เขาจำไม่ได้ว่าเรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นหรือไม่?
ถ้าบอกว่าเขาเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นนั้นเป็นเรื่องจริงแท้ แต่สำหรับต้วนชิงหมิง เขายอมถอยและอดทนให้นาง
อย่างมาก นี่ยังไม่เห็นถึงความจริงใจที่เขามีอีกหรือ?
เขาทำเพื่อนางมามากมายขนาดนี้ นางไม่เพียงจะไม่รู้จักบุญคุณ ยังมาต่อว่าต่อขานหาว่าเขาเป็นคนเจ้าคิดเจ้า
แค้นอีก ทั้งยังด่าว่าเป็นคนชั่วช้าอีก?
เหยียนหลิ่งอวี๋ทำดีกับนางมาโดยตลอด แต่กลับถูกมองว่าเป็นคนที่เสแสร้งแกล้งทำ ในเมื่อต้วนชิงหมิงบอกว่าเขา
เป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น ถ้าไม่เป็นคนชั่วบ้างสักหน่อยก็คงจะเสียแรงที่นางต่อว่ามา
ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจว่านับจากนี้เป็นต้นไป เขาจะเป็นคนอย่างที่นางต่อว่าและเปั้าหมายเดียวนั้นก็คือต้วนชิงหมิง
เด็กสาวรับรู้ถึงความเงียบอย่างผิดปกติของเหยียนหลิ่งอวี๋จึงเงยหน้าขึ้นมา
เหยียนหลิ่งอวี๋อุ้มต้วนชิงหมิงลงมาจากหลังคาแล้วโยนต้วนชิงหมิงขึ้นไปบนรถม้า หันไปหยิบเสื้อคลุมแล้วกระ
โดดขึ้นรถม้าตามมา
นางถูกเขาโยนขึ้นบนรถม้าจนล้มลงเจ็บไปทั้งตัว นางจึงเงยหน้าขึ้นมองด้วยความโมโหและกำลังจะอ้าปากต่อว่า
แต่เหยียนหลิ่งอวี๋กลับพูดตัดหน้าขึ้นก่อน “ต้วนชิงหมิง ข้าเคยช่วยชีวิตเจ้าไว้ใช่หรือไม่?”
เมื่อครู่องค์ชายถูกนางต่อว่าไปยกใหญ่ก็น่าจะโกรธไม่ใช่หรือ? ทำไมยังมีเวลาพูดถึงเรื่องในอดีตอีก?
เขาเคยช่วยชีวิตนางไว้เป็นเรื่องจริง นางปฏิเสธไม่ได้ นางชอบคนที่เอาความจริงมาพูดกัน
เขาไม่สนใจที่นางเงียบไม่พูดอะไร จึงพูดต่อด้วยเสียงนิ่ง “เช่นนั้นเจ้าบอกข้าสิว่า ข้าช่วยเจ้าไปทั้งหมดกี่ครั้งกัน?”
เวลาเหยียนหลิ่งอวี๋จริงจังขึ้นมาเขาจะเป็นคนที่มีหลักการอย่างมาก เขาช่วยชีวิตนางทั้งที่แจ้งและที่ลับอยู่หลาย
ครั้ง แต่ว่ามีบางเรื่องที่ต้วนชิงหมิงไม่รู้ ดังนั้นองค์ชายสามตัดสินใจแล้ว ขอเพียงต้วนชิงหมิงบอกเขามา เขาก็จะเชื่อตาม
คำตอบของนาง
เหยียนหลิ่งอวี๋เป็นคนที่ชอบทวงบุญคุณ เขาเชื่อว่าต้วนชิงหมิงคงจำได้เพียงไม่กี่ครั้งเป็นแน่ แต่ไม่เป็นไรเขาจะ
ทวงในสิ่งที่เขาต้องการจากต้วนชิงหมิงมาให้ได้ทั้งหมด
เด็กสาวครุ่นคิดอยู่สักพักก็ตอบตามความจริง “สามครั้ง……ครั้งแรกที่จวนของพี่สาวเชวีย ตอนนั้นข้าเกือบจะตก
นํ้า…”
เหยียนหลิ่งอวี๋ตั้งใจพูดแทรกนางขึ้นมา “เจ้าจำได้ว่าสามครั้งก็เพียงพอแล้ว!”
ในเวลานี้นางหลบเข้าไปอยู่มุมด้านในของรถม้าโดยนั่งจับเอามือไขว้กันจับไหล่หวังจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่น… เมื่อ
ครู่ตอนที่เหยียนหลิ่งอวี๋กอดนางเอาไว้ นางไม่รู้สึกถึงความหนาวเหน็บมากขนาดนี้ แต่เมื่อเขาปล่อยมือออก นางกลับ
รู้สึกว่าความอบอุ่นนั้นได้มลายหายวับไป!