การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 168 ขอได้สามเรื่อง
ในตอนนี้ต้วนชิงหมิงเหมือนโหยหาอ้อมกอดของเหยียนหลิ่งอวี๋อยู่บ้าง
เมื่อความคิดนี้ปรากฏขึ้นมาต้วนชิงหมิงก็ตกใจจนตัวโหยง……เหยียนหลิ่งอวี๋เป็นใครกัน นั่นเป็นฝันร้ายของหญิง
สาวในเมืองหลวง ทุกคนต่างยำเกรงและตีตัวออกหากเหมือนโรคเวินอี้ แต่นางกลับคิดถึงแต่อ้อมกอดนั้นของเขา หรือว่า
หัวของนางจะผิดปกติไปเสียแล้ว
บนร่างกายของนางยังมีเสื้อผ้าหนาที่เปียกโชกใส่อยู่กับตัวให้ความรู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัวเป็นที่สุด
นางมองไปโดยรอบ ก็พบว่ารถม้าของเขามีเพียงโต๊ะหนึ่งตัวที่เหลือก็มีแต่บรรยากาศที่เย็นยะเยือก จนนางไม่กล้า
ที่เอาชุดไปบิดนํ้าออก!
ตอนนี้สีหน้าของต้วนชิงหมิงซีดขาวไปหมดจนเกือบจะพูดไม่ออก จนเหยียนหลิ่งอวี๋ต้องแอบถอนหายใจ เขาปลด
เสื้อคลุมของเขาออกและนำไปคลุมที่บนตัวต้วนชิงหมิง “ช่วยชีวิตคนเหมือนเป็นการสั่งสมบุญบารมี ต้วนชิงหมิง……ข้า
ขอถามเจ้าหน่อยว่า ข้าช่วยเจ้าไว้สามครั้ง เช่นนั้นเจ้าจะตอบแทนข้าอย่างไร?”
เหยียนหลิ่งอวี๋เคยช่วยชีวิตของนางไม่ใช่เพียงสามครั้ง เพียงแต่เขาไม่คิดจะนับให้มันชัดเจน!
ต้วนชิงหมิงได้ฟังถึงกับผงะ
ใช่แล้ว ช่วยชีวิตเจ้าไว้ครั้งหนึ่งถือเป็นการสั่งสมบุญบารมี เขาช่วยนางไว้ถึงสามครั้งจะดูสิว่านางจะตอบแทนบุญ
คุณครั้งนี้อย่างไร
จ่ายเป็นเงินทอง?
แต่หากตีค่าการช่วยชีวิตเป็นเงินทองคงวัดได้ยากลำบาก ถ้าให้น้อยเกินไปองค์ชายก็จะไม่สนใจ ถ้าให้มากเกินให้
ที่ตัวนางก็ไม่มี!
ยิ่งไปกว่านั้นองค์ชายก็มีทรัพย์สินเงินทองมากมายกองอยู่ตรงหน้าแล้ว จึงกลัวว่าเขาจะไม่แม้แต่ปรายตามอง!
อย่างนั้นเป็นพวกเพชรพลอย?
แต่ว่าเพชรพลอยเป็นของที่ราคาสูงลิบลิ่ว ตำแหน่งอย่างต้วนเจิ้งที่กินเบี้ยหวัดจากหลวง อย่าพูดถึงของลํ้าค่าเลย
แค่ของเพชรพลอยธรรมดาก็มีเพียงไม่กี่ชิ้น ถ้าเอาของมีค่าในจวนต้วนมารวมกันคงยังไม่ถึงครึ่งที่องค์ชายมี ยิ่งไปกว่านั้น
เพชรพลอยธรรมดาเขาก็ไม่มีทางสนใจ
เงินทองก็ไม่ได้ เพชรพลอยของลํ้าค่าก็ไม่ได้อีก อย่างนี้ของอะไรกันที่เข้าตาองค์ชายท่านนี้
หรือว่าจะต้องใช้วิธีอื่น?
โบราณว่าให้เอาของที่ตนเองคิดว่ามีค่าที่สุดให้อีกฝั่าย ถ้าของที่มอบให้ไม่ถูกใจองค์ชายก็จะทำให้เขาหัวเราะเยาะ
ใส่ องค์ชายผู้นี้ช่างยากที่จะเดาใจได้ ดังนั้นต้วนชิงหมิงจึงเลือกที่จะตีตัวออกหาก เช่นนั้นนางจะเข้าใจเขาได้อย่างไร?
เงินทองและของลํ้าค่าก็มีไม่ได้มาก จึงไม่รู้จริงๆ ว่าเหยียนหลิ่งอวี๋ต้องการของสิ่งใด ครั้งนี้ต้วนชิงหมิงจึงไปไม่ถูก!
นางจมลงสู่ภวังค์ทีละน้อย จิตใต้สำนึกของต้วนชิงหมิงสั่งการให้นางบีบชุดคลุมของเขาในมือไว้จนแน่น พร้อมกับ
ปากที่สั่นกระทบกันไปมา ยามมองสบตาไปที่สายตาเย็นเยียบของเหยียนหลิ่งอวี๋ อดไม่ได้ที่จะกลืนนํ้าลายลงไปอึกหนึ่ง
พูดอย่างตะกุกตะกัก “องค์ชายต้องการให้ข้าตอบแทนที่ช่วยชีวิตอย่างไรก็พูดมาได้เลย!”
เมื่อพูดประโยคนี้ออกไปต้วนชิงหมิงรู้สึกเสียใจในคำพูดจนแทบอยากจะตัดลิ้นของนางออก… ที่จริงองค์ชายคง
ต้องการอะไรที่หาได้ไม่ยาก แต่ตอนนี้นางกลับพูดกว้างไปหมด จนไม่รู้ว่าสิ่งที่องค์ชายต้องการนั้นคือสิ่งใด!
พอเห็นสีหน้าที่เสียใจในคำพูดของต้วนชิงหมิง เหยียนหลิ่งอวี๋ก็ตกใจในความใจกว้างของนาง……หึ! เขายังพูดไม่
จบนางก็เสียใจไปก่อนแล้ว น่าเสียดายตรงที่เขาเป็นมีดแหลม ส่วนนางเป็นเนื้อปลา ตอนนี้หากเขาอยากได้อะไร ต้วนชิง
หมิงก็มีทางขัดได้อีกแล้ว!
อีกฝั่ายมองนางด้วยความเย้ยหยัน “ถ้าข้าต้องการอะไร เจ้าจะไปหามาให้ทั้งหมด?”
คำตอบก็คงเป็นการปฏิเสธ!
ในความเป็นจริง สำหรับต้วนชิงหมิงแล้วสิ่งใดที่เหยียนหลิ่งอวี๋ต้องการ นางก็จะไม่ไปหามาให้!
แต่ว่าต้วนชิงหมิงอยากจะจัดการเรื่องนี้ให้จบให้เร็วที่สุด พูดได้ว่าขอเพียงหลุดพ้นจากเหยียนหลิ่งอวี๋ในตอนนี้
นางยอมแลกกับทุกอย่าง!
นางตรึกตรองชั่วครู่ก่อนจะกล่าวอย่างจริงจัง “ข้าพูดเพียงว่าขอให้อยู่ในความสามารถที่ข้าจะทำได้ ไม่ว่าองค์
ชายสามปรารถนาสิ่งใด ข้าจะไปหามาให้อย่างสุดกำลังที่มี!”
เหยียนหลิ่งอวี๋รู้ดีว่าต้วนชิงหมิงจะไม่ทำอะไรที่เสียเปรียบอย่างแน่นอน… ขอเพียงอยู่ในขอบเขตความสามารถ
ของนาง……หากเกินความสามารถขึ้นมานางก็จะเลือกไม่สนใจได้
ถึงอย่างนั้นเขาก็สังเกตจากนํ้าเสียงของหญิงสาวขณะนี้ได้เช่นกันว่าไม่เปิดช่องให้ต่อรอง เหยียนหลิ่งอวี๋จึงถลึงตา
มองไปยังต้วนชิงหมิงด้วยสายตาที่น่าหวาดกลัวจนนางทำอะไรไม่ถูก
เด็กสาวเหลือบตามองแล้วก็ต้องค่อยๆ ก้มหน้าลง…
“ข้าช่วยเจ้ามาสามครั้ง ถ้าให้เจ้าทำสามเรื่องคงจะไม่หนักหนาเกินไปใช่หรือไม่?” เขายื่นปากไปพูดเบาๆ ข้างใบหู
นาง
ช่วยสามครั้งก็เท่ากับช่วยชีวิตนางถึงสามครา แน่นอนว่าไม่เกินไปอย่างแน่นอนถือว่ายังอยู่ในขอบเขตที่ทำได้
ต้วนชิงหมิงผงะตกใจเงยหน้าขึ้นมองไปเห็นสายตาของเหยียนหลิ่งอวี๋ที่มีทั้งความร้อนใจและจนปัญญา แต่มองอยู่
นานนางก็ยังไม่เข้าใจความคิดของเขา
ความต้องการของเหยียนหลิ่งอวี๋ที่ขอมานั้นจะว่าขอเกินความสามารถก็ไม่ใช่ จะว่าต้องการเล่นงานก็ไม่ใช่ แต่ว่า
องค์ชายผู้นี้ถ้าต้องการอะไรก็จะพูดอย่างชัดเจน
นางเม้มปากเป็นเส้นตรง พลางสูดลมหายใจเข้าเฮือกหนึ่ง ก่อนพูดอีกครั้ง “ข้าสามารถช่วยองค์ชายสามทำอะไร
ได้บ้าง ขอเพียงสามเรื่องที่อยู่ในความสามารถของข้า และต้องไม่ผิดขนบธรรมเนียม…” นางต่อรอง
ได้ฟังที่ต้วนชิงหมิงพูด เหยียนหลิ่งอวี๋ก็หัวเราะขึ้นเบาๆ “แน่นอนว่าไม่เกินความสามารถของเจ้าแน่… และรับรอง
ว่าเจ้าทำได้”
ประโยคนี้เองทำให้ต้วนชิงหมิงอึ้งจนพูดไม่ออก!
เมื่อเห็นสีหน้าที่ถอดสีของนางและแววตาที่กลับกลายเป็นความโกรธเข้ามาแทนที่ เหยียนหลิ่งอวี๋จึงเอ่ยปากขึ้น
ช้าๆ “เรื่องที่หนึ่ง… เจ้าห้ามพูดคำว่าพี่หลิวอีก……และก็ไม่สามารถเรียกพี่เชวียจื่อซวนกับพี่เชวียหนิงซวน……ยกเว้นพี่
น้องที่เกิดการพ่อคนเดียวกันถึงจะเรียกว่าพี่ชายได้……ทำได้หรือไม่?”
นางได้ยินก็ยังสงสัย “ข้าขอถามเหตุผลได้หรือไม่?”
ต้วนชิงหมิงเรียกหลิวยวนว่าพี่ เพื่อต้องการปูทางในอนาคตให้ต้วนอวี้ ส่วนเรียกว่าพี่เชวียจื่อซวนกับพี่เชวียหนิง
ซวนนั้น ก็เรียกตามเชวียหนิงหราน เปั้าหมายก็ยังคงเพื่อปูทางที่ดีให้กับต้วนอวี้อยู่ดี
แต่ตอนนี้เหยียนหลิ่งอวี๋ห้ามไม่ให้นางเรียกพวกเขาว่า ‘พี่ชาย’ ด้วยเหตุผลอันใดกัน?
อีกฝั่ายถามด้วยความไม่พอใจ “เรื่องนี้อยู่ในขอบเขตความสามารถของเจ้าหรือไม่?” ถึงแม้จะยังไม่เข้าใจ แต่ต้วน
ชิงหมิงก็ยังคงพยักหน้า
เขายังคงถามขึ้นเป็นคำรบที่สอง “ยอมรับได้ใช่ไหม?” นางพยักหน้าตอบรับอีกครั้ง
เขาจึงพูดเสียงแข็งขึ้น “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ทำไมข้าต้องอธิบายให้เจ้าฟังด้วย?”
ก็ได้……อย่างนั้นก็ไม่จำเป็นต้องอธิบาย!
อย่างไรเสียองค์ชายสามก็มีวิธีแปลกๆ ของเขาเอง หากเขาไม่ต้องการอธิบายก็อาจหาเหตุผลอื่นมาบอก อย่างนี้
จะมีประโยชน์อะไร?
ต้วนชิงหมิงพูดตอบกลับ “เช่นนั้นไม่ต้องอธิบายแล้ว ตอนนี้องค์ชายสามสามารถพูดเรื่องที่สองได้แล้วหรือยัง?”
เชอะ! ห้ามไม่ให้เรียกว่าพี่ชายก็จะไม่เรียก ข้าจะดูสิว่าท่านจะมาไม้ไหนอีก!
เขาไตร่ตรองอยู่ประเดี๋ยวก็พูดขึ้นอย่างช้าๆ “เรื่องที่สอง ต่อไปถ้าเจอเขาห้ามหลบเลี่ยง ห้ามหลอกลวง ห้ามทำ
แบบขอไปที ถ้าถามอะไรต้องตอบตามความจริง ห้ามพูดโกหก!”
ครั้งนี้ก็ทำให้นางถึงกับต้องอ้าปากค้างอีกครั้ง…
ผ่านไปครู่หนึ่ง ต้วนชิงหมิงก็มองอีกฝั่ายด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ นางเพ่งมองเขาพลางพูด “องค์ชายสามขอเรื่องที่ง่าย
เพียงนี้หรือ?”
นางคิดว่านิสัยอย่างเหยียนหลิ่งอวี๋จะต้องเล่นงานนางให้ถึงที่สุดให้นางจนมุม แต่กลับคาดคิดไม่ถึงว่าความ
ต้องการของเขาจะง่ายดายเช่นนี้!
เขาพูดอย่างจริงจังดุดัน “บอกข้ามาก่อนว่าเจ้าทำได้หรือไม่?”
เด็กสาวพยักหน้าตอบ “ทำได้เพคะ!”
เพียงแต่ในใจของต้วนชิงหมิงกลับมีความรู้สึกเหมือนตกหลุมพรางที่เขาวางไว้
ความต้องการของเหยียนหลิ่งอวี๋แม้มองดูผิวเผินจะดูง่ายดาย ทว่าความจริงช่างทำได้ยากที่สุด… ต่อไปถ้าเจอห้าม
หลบเลี่ยง ห้ามหลอกลวง ห้ามทำแบบขอไปทีอย่างนั้นหรือ? อย่างนั้นก็พูดได้ว่า นับแต่นี้ต่อไปไม่ว่านางเจอเขาที่ไหน
ก็ตามจะต้องตอบคำถามตามความเป็นจริง และห้ามพูดโกหกแม้แต่คำเดียวหรือ?
สายตาของต้วนชิงหมิงกลับกลอกไปมา จู่ๆ นางก็หัวเราะขึ้นเล็กน้อย “ความต้องการที่ง่ายเช่นนี้ องค์ชายสาม
ไม่รู้สึกเสียเปรียบอย่างนั้นหรือ?”
เหยียนหลิ่งอวี๋มองค้อนนางไปทีหนึ่ง จากนั้นก็หัวเราะเยาะใส่กลับไป “ทำไมกัน หรือนอกจากนี้เจ้าจะยอมแต่ง
เพื่อชดใช้หนี้บุญคุณ?”