การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 17 การกลับชาติมาเกิดของไปั๋หย่วนฮ่าว
- Home
- การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง
- ตอนที่ 17 การกลับชาติมาเกิดของไปั๋หย่วนฮ่าว
เมื่อได้ยินคำพูดแม่นมหนิงต้วนชิงหมิงก็ฝืนยิ้มออกมาอย่างขมขื่น สายตาของนางจ้องมองออกไปยังนอกหน้าต่าง
พยายามนึกหน้าตาของไปั๋หย่วนฮ่าวน่าเสียดายที่ไม่ว่านางจะพยายามสักแค่ไหนก็เห็นแต่เพียงใบหน้าอันหล่อเหลาที่
คลุมเครือของเขาและยังเห็นภาพเลือดสาดแผ่ขยายออกไป
เมื่อนึกถึงไปั๋หย่วนฮ่าวนางก็ไม่มีทางที่จะไม่คิดถึงบุตรสาวบุตรชายที่ตายไปอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่ถ้าไม่ใช่ว่าไปั๋
หย่วนฮ่าวรักอนุและต้องการกำจัดภรรยาเอกให้ต้วนอวี้หรานทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ นางจะตายได้อย่างไร
ไปั๋หย่วนฮ่าว! ชาตินี้นางจะไม่มีวันแต่งเข้าจวนไปั๋เด็ดขาดในเมื่อชาติที่แล้วเจ้ารักต้วนอวี้หราน ในชาตินี้ข้าจะให้
เจ้าทั้งสองได้สมหวังกัน
ต้วนชิงหมิงยังจำได้ดีเมื่อชาติที่แล้วไปั๋หย่วนฮ่าวก็เคยมาพักที่จวนต้วนเป็นเวลาสั้นๆเพื่อเข้ามารํ่าเรียนหนังสือใน
เมืองหลวงน่าเสียดายที่ฮูหยินไปั๋อนุญาตให้เขาอยู่ได้แค่ระยะเวลาสั้นๆแล้วต้องจำใจจากเมืองหลวงไปอย่างไม่เต็มใจ นาง
ยังจำได้ถึงตอนนี้ว่าตอนที่เขาจะจากไปนางร้องไห้เป็นเผาเต่า ต้วนอวี้หรานกลับมองนางว่าไร้สาระถ้าชาตินี้ได้เจอกันอีก
ครั้งต้วนชิงหมิงคนนี้จะไม่เสียนํ้าตาให้คนที่ชื่อไปั๋หย่วนฮ่าวแม้แต่หยดเดียว
แต่นางไม่รู้ว่าการกลับชาติมาเกิดใหม่ในครั้งนี้เรื่องราวต่างๆ จะเปลี่ยนไปจากชาติที่แล้วอย่างไรยิ่งไม่รู้ว่าไปั๋หย่วน
ฮ่าวจะเป็นเหมือนชาติที่แล้วหรือไม่เขาจะมาอยู่ที่จวนต้วนในระยะเวลาสั้นๆ แล้วต้องจากไปอีกหรือไม่?
ทว่าดูเหมือนไม่ใช่สาระสำคัญที่นางต้องใส่ใจ
ใช่แล้ว! เป็นเพราะความปรารถนาสุดท้ายของท่านแม่ ชาติที่แล้วนางจึงยอมแต่งเข้าจวนไปั๋แต่ผลที่ได้ไม่เพียงแต่
ทำให้ชีวิตนางและน้องชายต้องตายยังทำให้บุตรของนางต้องตายไปด้วยดังนั้นเรื่องนี้นางไม่มีทางลืมและไม่มีวันให้อภัย
รวมทั้งจะไม่กลับไปเลือกทางเดินเหมือนที่ผ่านมา
แม่นมหนิงพูดโน้มน้าวตลอดว่าอยากให้ต้วนชิงหมิงคว้าโอกาสนี้ไว้คว้าโอกาสมัดใจไปั๋หย่วนฮ่าวเพื่อที่อนาคตนาง
แต่งไปจวนไปั๋แล้วจะได้รับความรักและชีวิตที่ดี
ทว่าน่าเสียดายต้วนชิงหมิงได้แต่ฟังเงียบๆ ไม่พูดไม่จา
แม่นมไปั๋คิดว่าต้วนชิงหมิงเป็นเด็กน้อยที่ขี้อายแต่เมื่อแม่นมหนิงเงยหน้าขึ้นมาเห็นถึงกับชะงักไปเพราะสิ่งที่เห็น
คือสายตาของต้วนชิงหมิงมองไปที่ห่างไกลทำเหมือนฟังคำพูดของบ่าวแต่กลับฟังไม่เข้าหู
แสงอาทิตย์ที่กำลังจะลาลับในฤดูใบไม้ร่วงได้สาดแสงลงมากระทบที่ร่างของนางแต่นางกลับดูเหมือนถูกความ
เสียใจห้อมล้อมไว้หนาแน่น ในดวงตาฉายแววแห่งความโศกเศร้าราวบุปผามากมายร่วงหล่นจนหมดสิ้น ดุจหิมะที่ตกลง
มาจนทำให้คนมองไม่ชัดสัมผัสได้แต่ความหนาวเหน็บ
ไม่รู้ว่าเหตุใดแม่นมหนิงจึงตากระตุกเมื่อเห็นแววตาของต้วนชิงหมิง ทำให้นางเอ่ยเรียกเสียงเบา
“คุณหนู… คุณหนูเจ้าคะ”
แม่นมหนิงเรียกอยู่หลายครั้งกว่าต้วนชิงหมิงจะได้สติกลับมาใบหน้าเรียวเล็กที่ซีดขาวของนางมองไปยังแม่นม
หนิง พลันหัวเราะแห้งขึ้นมา
“แม่นม ถ้าหลิวหรงอยากจะทำอะไรก็ปล่อยให้พวกนางทำไปเถอะข้าจะไม่เข้าไปแย่งด้วย” นางมองเห็นความผิด
หวังในดวงตาของแม่นมหนิงนางจึงหัวเราะอีกครั้งด้วยนํ้าเสียงเปลี่ยนไป
นางรู้ว่าแม่นมหนิงดีกับนางทว่านางอยากจะบอกแม่นมเหลือเกินว่าของที่ไม่ได้เป็นของนางต่อให้ไปแย่งไว้กับมือ
แล้วจะไม่ลื่นหลุดออกจากมืออย่างนั้นหรือ? เช่นเดียวกับสิ่งที่ไม่เคยมีกลับมี สิ่งที่มีกลับมลายหายไปมันจะเป็นแบบนี้
กลับไปกลับมามิใช่หรือ?
เมื่อได้ยินคำพูดของต้วนชิงหมิงนางถึงกับพูดอะไรไม่ออก อีกทั้งนางยังเป็นแม่นมของฮูหยินติงโหรวหลังจากที่ฮู
หยินติงโหรวเสียชีวิต แม่นมหนิงก็สงสารต้วนชิงหมิงที่ต้องอยู่อย่างลำพังดังนั้นจึงปฏิเสธความปรารถนาดีที่จวนติงจะรับ
ตัวกลับบ้านเกิดนางเลือกที่จะอยู่ข้างกายต้วนชิงหมิง
พูดได้ว่านางก็อยู่ข้างกายต้วนชิงหมิงตั้งแต่อายุห้าขวบจนถึงตอนนี้ก็สี่ปีเต็มแล้ว แต่ก่อนนางคิดว่าตัวเองเข้าใจ
คุณหนูทุกอย่างไม่ว่าคุณหนูคิดอะไร อยากได้อะไรนางมองแค่ครู่เดียวก็เข้าใจแต่ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่ความคิดของคุณหนู
เปลี่ยนไป กลับรู้สึกว่าโตขึ้นจากตอนนั้นเป็นต้นมา นับวันนางยิ่งไม่เข้าใจ
“คุณหนู บ่าวมีเรื่องหนึ่งที่แม้ถึงตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจทำไมวันนั้นคุณหนูถึงยอมปล่อยแม่นมเถียนเจ้าคะ?” เมื่อถาม
ออกมาแล้วทำให้รู้สึกโล่งใจคำถามนี้อยู่ในใจของแม่นมหนิงมานาน
แม่นมเถียนดูแลเรือนหนิงซูเยี่ยนไม่ใช่แค่วันสองวัน ตอนนี้แม่นมหนิงมองแม่นมเถียนในฐานะของแม่นมของต้วน
ชิงหมิงจึงยอมมาโดยตลอดแต่แม่นมเถียนกลับใช้เล่ห์เหลี่ยมเหล่านั้น นางจึงทำได้เพียงลืมตาข้างหลับตาข้างเพื่อรอวันที่
ต้วนชิงหมิงเติบโตอย่างปลอดภัย
แม่นมเถียนมีนิสัยประจบสอพลอทั้งยังเล่ห์เหลี่ยมเหล่านั้นแม่นมหนิงเหยียดหยามการทำเช่นนั้น แต่นางไม่เข้าใจ
นางรู้ว่าภายในใจของต้วนชิงหมิงไม่ได้รักใคร่แม่นมเถียนเหมือนที่แสดงออกมาแต่ทำไมครั้งนี้นางกลับให้อภัยและยอม
ปล่อยแม่นมเถียนไปสิ่งนี้ทำให้แม่นมหนิงไม่เข้าใจเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อได้ฟังคำพูดของแม่นมหนิงต้วนชิงหมิงจึงหัวเราะออกมา นางมองไปยังแม่นมหนิง
“แม่นมเถียนเป็นคนของหลิวหรง ครั้งนี้ยังถูกนางตอกยํ้าซํ้าเติมอีกในใจคงเต็มไปด้วยความโกรธเกลียดในเมื่อแม่
นมเถียนเกลียดหลิวหรงถ้าเช่นนั้นก็คงหาวิธีในการแก้แค้นนางชีวิตของแม่นมเถียนไม่ได้มีค่ามาก ถ้าตีให้ตายหลิวหรงจะ
ใช้เป็นข้ออ้างในการทำลายชื่อเสียงข้าข้าจึงปล่อยแม่นมเถียนเอาไว้ให้คอยสร้างปัญหาให้กับหลิวหรงปล่อยให้พวกหมา
มันกัดกันเองไม่ดีกว่าหรือ?”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้แม่นมหนิงก็ก้มหน้าลงไปพูดด้วยความละอายใจ “เป็นคุณหนูที่คิดได้อย่างรอบคอบ” คำพูด
จากใจแม้แต่บ่าวอย่างนางก็ยังคาดไม่ถึงเลย
เมื่อก่อนนางจะเชื่อในสิ่งที่ตาเห็นได้ฟังจากหูเท่านั้น แต่ตอนนี้นางพบว่านั่นเป็นสิ่งที่อาจไม่ถูกต้องเสมอไปบาง
ครั้งสิ่งที่เห็นอาจไม่จริง ส่วนสิ่งที่ได้ยินก็อาจเป็นสิ่งที่คนอื่นตั้งใจทำไว้มีเพียงหัวใจของตัวเองที่จะไม่หลอกตัวเอง
เมื่อคิดถึงชาติที่แล้วที่ใช้ชีวิตอย่างไร้สาระไปมากกว่าครึ่งต้วนชิงหมิงจึงถอนหายใจมองไปยังแม่นมหนิง พูดนิ่งๆ
“ดังนั้นนางในตอนนี้เมื่อมีทางให้เดินก็เดินตามทางเมื่อใดที่ไม่มีทางเดินแล้วก็จะเดินตามเสียงของหัวใจตนเอง”
มีทางก็เดินตามทางไม่มีทางก็เดินตามเสียงของหัวใจ
เมื่อได้ยินคำพูดนั้นแม่นมหนิงจึงหันมองต้วนชิงหมิงด้วยความไม่คุ้นพลางถอนหายใจยาวด้วยความเข้าใจในทันที
ว่าคุณหนูของนางโตแล้ว
โตเป็นผู้ใหญ่ไม่ได้หมายถึงอายุที่มากขึ้นและส่วนสูงที่เพิ่มขึ้นเสมอไป กลับเป็นการมองโลกอย่างเข้าใจทะลุ
ปรุโปร่งรวมทั้งอีกสิ่งก็คือไม่ว่าจะพบเจออะไรตอนไหน จิตใจจะมีความแน่วแน่ไม่เปลี่ยนแปลง
แต่ถ้าถามจากใจคุณหนูที่อายุเพิ่งจะครบเก้าปีสามารถที่จะเข้าใจโลกได้อย่างชัดเจนเช่นนี้เป็นสิ่งที่ดีแน่หรือ?
แม่นมหนิงมีความเสียใจความเข้าใจ และความละอายใจ ได้แต่ก้มหน้าลงไปหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดที่หางตา
“คุณหนู เรื่องทั้งหมดเป็นความผิดของบ่าวที่ไม่สามารถปกปั้องคุณหนูได้” เป็นเพราะนางปกปั้องคุณหนูไม่ดี
ทำให้คุณหนูต้องเสียแรงกายแรงใจไปเพียงนี้
เมื่อได้ยินคำพูดของแม่นมหนิงทางด้านต้วนชิงหมิงฝืนยิ้ม
“เช่นนั้นแม่นมโปรดจำไว้ว่า ขอเพียงแม่นมดูแลตัวเองดีๆก็ถือว่าเป็นการช่วยที่ดีมากแล้ว!” แม่นมหนิงรู้หรือไม่
ว่าเมื่อชาติที่แล้วเป็นนางที่ไปฟังคำพูดเลวร้ายของแม่นมเถียนจึงทำร้ายท่าน เช่นนั้นในชาตินี้นางจะให้เป็นแบบเดิมไม่ได้
ขอเพียงแม่นมอยู่อย่างสบายให้นางได้ชดใช้ในสิ่งที่ชาติที่แล้วติดค้างไว้ ถือว่านี่เป็นความสุขที่สุดของนาง
ต้วนชิงหมิงได้รับบัตรเชิญจากตำหนักติ่งกั๋วกงนางถึงกับตกใจทำอะไรไม่ถูกเห็นเพียงด้านบนที่เขียนชัดเจนว่าเชิญ
คุณหนูใหญ่จวนต้วนเข้าร่วมงานชมบุปผาที่ตำหนักติ้งกั๋วกง
ติ้งกั๋วกงเป็นที่พำนักของเสิ่นกุ้ยเฟย
เสิ่นกุ้ยเฟยเป็นตำแหน่งสนมเอกหนึ่งในสี่รองจากฮองเฮา ได้ยินมาว่าเมื่อนางอายุยังน้อยได้ชื่อว่ามีความสามารถ
หลังจากเข้าวังก็เป็นคนโปรดมากที่สุดเพียงคนเดียวในวังหลัง
นามนี้ต้วนชิงหมิงได้รับคำเชิญไปจวนติ้งกั๋วกงไม่พูดก็เข้าใจได้ว่าที่นั่นต้องมีอะไรให้ประหลาดใจ