การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 171 เรื่องวุ่นวายในจวนเสนาบดี (1)
เหยียนหลิ่งอวี๋รู้ว่าต้วนชิงหมิงไม่ได้ห่วงแค่ต้วนอวี้เพียงคนเดียว ดังนั้นเขาจึงให้คนไปพาตัวต้วนอวี้มาที่นี่ ดูสิว่า
นางจะหาข้ออ้างอะไรกลับไปจวนหลิวอีก
ลั่วสุ่ยตอบรับในทันที “ทราบแล้วขอรับ!” แล้วรีบจากไปทันที
เขาก้าวเท้าออกเดินด้วยความดีใจ… สวรรค์มีตา เขาไม่ต้องอยู่ที่นี่คอยรับอารมณ์ขององค์ชายสามและยังไม่ต้อง
ระแวงว่าความซวยจะตกมาถึงเขาตอนไหนอีกด้วย?
เหยียนหลิ่งอวี๋คงไม่ได้พากลับมาแค่ต้วนอวี้ ส่วนต้วนชิงหมิงที่อยากกลับไปจวนหลิวก็คงไม่ใช่เพียงเพราะน้องชาย
ทว่าเพื่อคนอื่นด้วยเป็นแน่
เมื่อเห็นลั่วสุ่ยกำลังจะเดินออกประตูไป ต้วนชิงหมิงก็ไม่ได้สนใจอะไรแล้ว นางหันไปพูดกับเหยียนหลิ่งอวี๋อย่าง
ร้อนใจ “ยังมีพี่เชวีย และมีเชวีย…”
เห็นสายตาชั่วร้ายของเหยียนหลิ่งอวี๋ นางกลืนคำว่า ‘พี่ชาย’ ที่กำลังจะหลุดออกมากลับลงไป นางเปลี่ยนคำพูด
ได้ทันอย่างมีไหวพริบ “ยังมีพี่ชายทั้งสองคนของพี่เชวีย… พวกเขายังอยู่ที่จวนเสนาบดีหลิว ช่วยดูแลอย่าให้เกิดอะไรขึ้น
กับพวกเขา ยังมี…”
เหยียนหลิ่งอวี๋ยิ้มอย่างเคืองโกรธ… พี่เชวีย พี่ชายของพี่เชวีย… นางจะพูดออกมาตรงๆ กว่านี้ไม่ได้หรือไร? นาง
กล้าพูดว่าอยากกลับจวนต้วน ความจริงแล้วนางอยากกลับไปเพื่อเจอหลิวยวนใช่หรือไม่?
เมื่อเห็นสายตาของเขา ต้วนชิงหมิงก็กลับรู้สึกหวาดผวาจนนึกอะไรไม่ออก
“ต้วนชิงหมิง……พี่เชวีย……พี่ชายของพี่เชวีย… หึ! ต้วนชิงหมิง เจ้าพูดได้ดีเหลือเกิน!”
ต้วนชิงหมิงได้แต่เม้มปาก นางรู้ว่าคนเจ้าคิดเจ้าแค้นอย่างองค์ชายสามจะต้องพูดถึงคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับเขา นาง
เป็นห่วงเชวียหนิงหราน เชวียจื่อซวนและเชวียหนิงซวนอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้นนางยังเป็นห่วงหลิวยวนที่เพิ่งเปลี่ยน
สถานะ เขาต้องกลายเป็นเปั้าหมายการโจมตีของผู้ไม่หวังดีเป็นแน่
เมื่อเห็นนางนิ่งเงียบ เขาจึงหัวเราะเยาะพลางเบะปากใส่ เอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา “ต้วนชิงหมิง อํ้าอึ้งทำไมเล่า……
ทำไมเจ้าไม่พูดออกมาว่าคนที่เจ้าเป็นห่วงเป็นใยคือหลิวยวน”
แม้เหยียนหลิ่งอวี๋จะพูดเสียงดังด้วยอารมณ์โกรธ แต่นางสัมผัสได้ถึงความไม่พอใจในคำพูดของเขา โดยเฉพาะคำ
ว่า ‘หลิวยวน’ ที่อีกฝั่ายยอมกัดฟันพูดออกมา
ต้วนชิงหมิงไม่รู้เลยสักนิดว่าความโกรธเกลียดของเหยียนหลิ่งอวี๋มาจากไหน ทั้งยังไม่รู้ว่าหลิวยวนไปล่วงเกินเขา
ไว้เมื่อใด ดังนั้นแม้นางจะรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ แต่ก็ยังตอบอย่างแบ่งรับแบ่งสู้ “ใช่แล้ว เขาช่วยชีวิตต้วนอวี้ไว้ ข้าจึงไม่
สามารถทิ้งเขาไว้โดยไม่สนใจไยดีได้!”
นางช่วยหลิวยวนเพราะเขาเคยช่วยต้วนอวี้ไว้ หรือว่าเพราะนางอยากจะให้หลิวยวนเป็นที่พึ่งของต้วนอวี้กันแน่?
เหยียนหลิ่งอวี๋ยิ้มเยาะ เขาจะบอกต้วนชิงหมิงอย่างไรดีว่าหากเขาไม่สบอารมณ์ขึ้นมา แม้ต้วนอวี้จะมีเหยียนหลิ่ง
เจวี๋ยคุ้มครอง แต่มีเขาก็มีวิธีทำให้ต้วนอวี้ตายทั้งเป็นได้
ทว่าสิ่งที่น่าขันที่สุดในตอนนี้ นางยังคงคิดว่าหลิวยวนทำเพียงเพราะหนี้บุญคุณที่นางช่วยชีวิต
ยิ่งไปกว่านั้น ตามความคิดของเขา เรื่องที่ต้วนอวี้ตกนํ้ายังมีข้อสงสัยอีกหลายจุด ทุกคนต่างรู้ว่าต้วนชิงหมิงรักต้
วนอวี้ยิ่งกว่าชีวิตของนาง หากนางต้องการใช้เรื่องการตกนํ้าเพื่อเปลี่ยนบ่าวรับใช้ข้างกาย ต้วนอวี้ก็ถือว่าเป็นแผนที่ไม่
เลวเลย ถ้าจำไม่ผิด หลังจากที่ต้วนอวี้ตกนํ้า บ่าวรับใช้ข้างกายเขาก็เปลี่ยนใหม่ทั้งหมด โดยมีนางเป็นคนคัดเลือกเองกับ
มือ
ต้วนชิงหมิง เจ้าคิดว่าตัวเองฉลาดอย่างนั้นหรือ? รู้หรือไม่ว่าสิ่งที่เจ้าเรียกว่าความฉลาดเฉลียว กลับเป็นทางตัน
และเป็นเปั้าหมายให้กับคนอื่นได้ง่าย?
เหยียนหลิ่งอวี๋ใช้มือตบที่หน้าอกเบาๆ ก่อนที่จะถอนหายใจยาวออกมา “ต้วนชิงหมิง เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร? หลิว
ยวนตัดสินใจยอมรับบิดาและเลือกวันในการเข้าจวนเสนาบดี เช่นนั้นเขาจะต้องคิดถึงเรื่องที่อาจจะเกิดขึ้นก่อนที่หน้านี้
รวมถึงเส้นทางที่ยากลำบากต่อไปข้างหน้า…”
เขาหยุดเว้นจังหวะหายใจแล้วเอ่ยอีกครั้ง “หากวันนี้เจ้าช่วยเขาได้ แล้วเจ้าคิดว่าจะช่วยเขาได้ตลอดไปอย่างนั้น
หรือ? หากบุรุษคนหนึ่งต้องให้สตรีมาคอยช่วยเหลืออยู่รํ่าไป อนาคตบุรุษผู้นั้นจะเป็นอย่างไรเล่า?”
ต้วนชิงหมิง เจ้ารู้หรือไม่ว่าไม่ใช่ทุกเรื่องจะต้องได้รับผลตอบแทนเสมอ… ดูอย่างหลิวยวนในตอนนี้ ทุกย่างก้าว
เต็มไปด้วยอันตราย เจ้าช่วยอะไรเขาได้บ้างเล่า เจ้าไม่กลัวว่าเข้าไปพัวพันแล้วจะถอนตัวออกมาไม่ได้หรือไร ถึงตอนนั้น
ใครจะเป็นคนช่วยเจ้ากับน้องชายเจ้า?
ต้วนชิงหมิงเงียบฟังอย่างตั้งใจ ในหัวของนางคิดหาวิธีที่จะหนีออกจากที่นี่เพื่อกลับไปจวนหลิว ตอนนี้หลิวยวนมี
ภัยรอบด้าน ส่วนต้วนอวี้แม้จะมีเชวียจื่อซวนและเชวียหนิงซวนปกปั้องอยู่ แต่เขาไม่ได้อยู่ข้างกาย นางก็ไม่สามารถ
วางใจได้
เหยียนหลิ่งอวี๋ที่จิตใจหนักแน่นเห็นท่าทางที่เงียบสงบของต้วนชิงหมิงพลันชะงักไป เขาเอ่ยขึ้นอย่างผิดหวัง “ต้วน
ชิงหมิง เจ้าไม่เชื่อใจหลิวยวน หรือว่าเจ้าอยากให้ทุกคนดูแคลนและไม่เชื่อใจเขา?”
ความคิดต่างๆ ของนางต่างพรั่งพรูออกมาจากปากเขา นางถึงกับจุกจนพูดไม่ออก
แม้เหยียนหลิ่งอวี๋จะพูดจาโหดร้าย ทว่าต้วนชิงหมิงกลับรู้ว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นถูกต้องทั้งหมด
ในเมื่อหลิวยวนเลือกที่จะยอมรับบิดา ในวันข้างหน้าเขาจะต้องพบกับความลำบากมากมายที่ไม่สามารถถอยหลัง
ได้อีก ในชาติที่แล้ว หลิวยวนไม่ได้รับความช่วยเหลือจากนางก็สามารถประคองตระกูลหลิวต่อไปได้ องค์ชายสามพูดถูก
เป็นนางที่ดูถูกหลิวยวนหรือว่าทุกคนดูถูกเขา?
ลำพังการดูถูกดูแคลนจากองค์ชายสามก็ทำให้ชีวิตของหลิวยวนในวันข้างหน้าคงต้องเผชิญหน้ากับความยาก
ลำบากรอบตัวแล้ว!
แต่จะปล่อยให้หลิวยวนไปตามเวรตามกรรมที่ทำไว้อย่างนั้นหรือ? นางเริ่มสับสนสองจิตสองใจ
ทว่าตอนที่รู้ฐานะของอีกฝั่าย นางก็ยังดูแลเขาอย่างดิบดี นางรู้ว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นทั้งหมดในวันนี้และวันข้างหน้า
อาจจะต้องหยุดลงกลางทางและปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม
ไม่……ข้าจะให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้
เช่นเดียวกัน ยามเมื่อมีคนส่งถ่านจุดไฟให้ในหน้าหนาว เราก็มักจะจำคนผู้นั้นได้อย่างขึ้นใจ
ขอเพียงหลิวยวนผ่านด่านอันตรายในวันนี้ไปได้ ต่อไปในภายภาคหน้าก็จะเดินได้อย่างสบาย ดังนั้นครั้งนี้นางจะ
ต้องช่วยเหลือเขาให้ผ่านไปให้ได้
คิดมาถึงจุดนี้ก็ค่อยๆ เงยหน้ามองเหยียนหลิ่งอวี๋ “องค์ชายสาม เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวของข้า ขอให้องค์ชายอย่า
ยื่นมือเข้ามา เรื่องเมื่อครู่ทั้งหมดข้าขอบคุณองค์ชายสามอย่างยิ่ง หากไม่มีเรื่องอื่นอีก ข้าขอตัวลาก่อนเพคะ!”
ต้วนชิงหมิงยกมือประสานยอบกายลงคารวะและหันหลังเดินจากไป
เพิ่งจะก้าวเท้าออกเดินเพียงก้าวเดียวก็มีแรงยึดที่ข้อมือไว้ นางเงยหน้าขึ้น เห็นสายตาที่โกรธเคืองของเขา “ได้ ต้
วนชิงหมิง! ข้าจะพาเจ้าไปดูให้เห็นกับตา จะได้เห็นว่าความคิดของเจ้ามันน่าขันสิ้นดี!”
เหยียนหลิ่งอวี๋โกรธจนลมออกหู ต้วนชิงหมิงคนนี้ช่างซื่อบื้อเสียจริง เขาอุตส่าห์พูดอยู่ตั้งนานสองนาน ทว่าสิ่งที่
นางตอบกลับมาก็คือเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวของนาง
ความคิดของนางช่างซื่อบื้อไม่ต่างอะไรกับท่อนไม้แข็งทื่อ
ยิ่งไปกว่านั้น เหยียนหลิ่งอวี๋ยังจินตนาการออกเลยว่าสถานการณ์ที่จวนหลิวจะเป็นแบบไหน
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยที่กำลังมีเรื่องราว ส่วนหนิวไปั๋ก็ถูกหลิงหรงบีบบังคับให้แต่งงาน ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดหากต้วน
ชิงหมิงกลับไป คงได้เห็นเหตุการณ์ที่สนุกๆ เขาจะใช้โอกาสนี้ให้นางได้เห็นว่าหลิวยวนเหมาะสมที่จะเป็นคนช่วยเหลือ
นางอย่างหมดใจได้หรือไม่
…
ตอนที่เหยียนหลิ่งอวี๋และต้วนชิงหมิงเดินทางกลับมาที่จวนเสนาบดีอีกครั้ง ก็พบกับเรื่องสนุกสนานที่กำลังแสดง
อยู่ตรงหน้า
เมื่อเดินผ่านทางเล็กๆ ที่ประตูฉุยฮวาออกมา พบชายหนุ่มในชุดเสื้อแขนยาวขายาวเจ็ดส่วนสวมทับด้วยชุดคลุม
ด้านข้างมีหญิงสาวหน้าตางดงามในชุดกระโปรงยาวสีเหลืองไล่ตามเขามาอย่างรวดเร็ว นางเดินตามพลางพูดไปพลาง
“พี่หลิว อย่าวิ่งหนีสิเจ้าคะ ข้าแค่อยากจะขอบคุณที่เคยช่วยชีวิตข้า”