การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 172 เรื่องวุ่นวายในจวนเสนาบดี (2)
เสียงของนางดังกังวานชัดคล้ายว่ากำลังเอื้อนเอ่ยอยู่ข้างใบหู ดูท่าทางเป็นคนที่มือใหญ่ใจใหญ่ สวมชุดหรูหรา
แบบที่ใส่กันในวังหลวง อีกทั้งใบหน้าที่งดงามไม่เหมือนผู้ใด หากไม่ใช่องค์หญิงหลิงหรงที่ตกนํ้าแล้วจะเป็นใครได้อีก
ต้วนชิงหมิงจำได้ชัดเจนว่าแผนที่วางไว้ของเชวียจื่อซวนกับเชวียหนิงซวนในวันนี้ คือการให้หนิวไปั๋ลงไปช่วยองค์
หญิงหลิงหรงที่ตกนํ้า ทว่าทำไมองค์หญิงถึงมาพัวพันหลิวยวนไม่ยอมปล่อยได้เล่า
นางกังวลเป็นห่วงหลิวยวนเป็นอย่างมาก ครุ่นคิดใจลอยจนเกือบจะชนองค์หญิงหลิงหรงเข้า
เพราะนางเกือบจะชนองค์หญิงหลิงหรง ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าจึงหาโอกาสหลบหนีไป องค์หญิงหลิงหรงเดิมทีมี
นิสัยหยิ่งยโสโมโหเป็นนิสัย จึงผลักต้วนชิงหมิงให้ล้มไปด้านข้าง จากนั้นค่อยจับชายกระโปรงขึ้นเตะแรงๆ ไปที่นาง “เด็ก
บ้าที่ไหนกัน บังอาจมาขวางทางองค์หญิงอย่างข้า ไปตายเสีย!”
ต้วนชิงหมิงเหม่อลอยจนไม่ทันได้ระวังตัว จนถูกองค์หญิงหลิงหรงเตะไปอีกครั้งหนึ่ง นางตั้งใจที่จะไม่หลบ จึง
โดนองค์หญิงหลิงหรงผลักล้มลงกับพื้น
เสียงหนึ่งพลันดังขึ้น “หลิงหรง เจ้าทำอะไร? ที่นี่ไม่ใช่ตำหนักหลิงหรานที่เจ้าจะทำอะไรก็ได้ ไม่กลัวว่าเสด็จพ่อ
ทราบเข้าแล้วจะถูกกักบริเวณหรือ?”
นํ้าเสียงทุ้มตํ่าและหนักแน่นดังขึ้น
มือข้างหนึ่งยื่นเข้ามาตรงหน้าต้วนชิงหมิง ดึงนางให้หลบเท้าขององค์หญิงหลิงหรงเหยียบลงมา
ต้วนชิงหมิงผยุงร่างฝืนยืนอย่างอเนจอนาถ เห็นเหยียนหลิ่งอวี๋มององค์หญิงหลิงหรงด้วยสายตาแข็งกร้าวเหมือน
กำลังรอคำอธิบาย
องค์หญิงหลิงหรงหัวเราะคิกคัก นางมีท่าทีเปลี่ยนไป ถอยหลังไปสองก้าว “มิได้……มิได้!”
เพราะองค์หญิงหลิงหรงได้รับความโปรดปรานจากเสด็จพ่อและความเอ็นดูจากเสด็จแม่ ทำให้นางทำอะไรตาม
อำเภอใจ ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมใดๆ ทว่ากลับมีเพียงสิ่งเดียวที่หวาดกลัวก็คือองค์ชายสามเหยียนหลิ่งอวี๋ผู้ที่ไม่อาจ
คาดเดาอะไรได้
เหยียนหลิ่งอวี๋มองหญิงสาวเบื้องหน้า กระแอมไออย่างไม่พอใจทว่าก็มิได้พูดสิ่งใด
องค์หญิงหลิงหรงฉลาดเป็นกรด อย่างน้อยที่สุดนางก็รู้ว่าใครล่วงเกินได้ ใครล่วงเกินไม่ได้ ถึงตอนนี้ต้วนชิงหมิงที่
นางกำลังแกล้ง กลับเป็นคนที่นางไม่อาจแตะต้องได้อีก เมื่อเห็นเหยียนหลิ่งอวี๋พุ่งเข้ามา สีหน้าพลันเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
หวาน “องค์ชายสาม ไม่มีอะไร… ข้าแค่มาตามหาคนที่ช่วยชีวิตเอาไว้ จนบังเอิญชนเด็กคนนี้เข้าพอดี จึงถือโอกาสถาม
จากนาง!”
อายุขององค์หญิงหลิงหรงกับเหยียนหลิ่งอวี๋ใกล้เคียงกัน เพียงแต่นางไม่ได้รูปงามเหมือนหลิ่งเหยียนอวี๋ จะมีก็แค่
เสื้อผ้าที่งดงามและท่าทางหยิ่งยโส ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นองค์หญิงจอมหาเรื่องตามที่เขียนอยู่ในหนังสือ
องค์หญิงหลิงหรงจ้องเขม็งไปที่ต้วนชิงหมิงอย่างไม่พอใจ ราวกับเป็นนางที่มาสร้างเรื่องให้ จากนั้นจึงเบนสายตา
มองเหยียนหลิ่งอวี๋ “ใช่แล้ว ทำไมองค์ชายสามถึงมาอยู่ที่นี่ได้เล่า?”
เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่สนใจนาง สายตาตกอยู่บนตัวต้วนชิงหมิง เอ่ยอย่างอ่อนโยน “เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม?”
องค์หญิงหลิงหรงเห็นความห่วงใยที่เหยียนหลิ่งอวี๋มีต่อต้วนชิงหมิง สายตาของนางพลันกลายเป็นแข็งกร้าว
เชอะ! พวกผู้หญิงที่ไม่รู้จักฟั้าสูงแผ่นดินตํ่า บังอาจมาขวางทางองค์หญิงอย่างข้าไม่ให้ไล่ตามพี่หลิว นางคงไม่อยากมีชีวิต
อยู่ต่อไปแล้วกระมัง?
เห็นความเป็นห่วงเป็นใยที่องค์ชายสามมีต่อต้วนชิงหมิง หากจะหาเรื่องนางคงต้องรอเวลาที่เหมาะสมค่อยลงมือ
“ขอบพระทัยองค์ชายสาม หม่อมฉันไม่เป็นอะไรเพคะ”
ต้วนชิงหมิงดึงมือออกจากมือของเหยียนหลิ่งอวี๋ จากนั้นหันไปฝืนยิ้ม “หม่อมฉันไม่เป็นไร ส่วนเรื่องที่องค์หญิง
หลิงหรงตามหาคนที่ช่วยชีวิต ทำให้ไม่ทันได้ระวัง… ใช่แล้วองค์หญิง หม่อมฉันได้ยินมาว่าเป็นเพราะความกล้าหาญของ
หนิวไปั๋ในวันนี้ จึงทำให้ลงไปช่วยองค์หญิงไว้ได้ทัน”
คนช่วยชีวิต?
คุณชายหลิวมิใช่หรอกหรือ?
ต้วนชิงหมิงรู้ดีว่าคนที่ช่วยองค์หญิงหลิงหรง ไม่ใช่หลิวยวนแต่เป็นหนิวไปั๋ต่างหาก เช่นนั้นใครกันที่พูดว่าเป็นหลิว
ยวนกันเล่า?
ไม่ต้องคิดก็รู้ได้ทันทีว่า มีผู้ที่ไม่หวังดีที่อยู่ในจวนเสนาบดีเป็นคนพูดขึ้น
สายตาขององค์หญิงหลิงหรงจับจ้องมาที่นางอย่างไม่เชื่อหู จากนั้นค่อยแวบมองไปทางเหยียนหลิ่งอวี๋ ก่อนจะ
ถามอย่างสงสัย “เจ้าว่าอย่างไรนะ?”
องค์หญิงหลิงหรงนิ่งงันไปชั่วขณะก่อนจะพูดขึ้น “เจ้าพูดว่าคนที่ช่วยข้าไม่ใช่หลิวยวน แต่เป็นหนิวไปั๋อย่างนั้น
หรือ?”
หลังจากที่นางตื่นขึ้นมา มีคนบอกว่าหลิวยวนเป็นคนช่วยชีวิตนางไว้ ทว่าตอนนี้กลับกลายเป็นหนิวไปั๋ที่นางจง
เกลียดจงชังแทนหรือ
แม้แต่องค์หญิงหลิงหรงก็ไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น เห็นได้ชัดว่ามีคนตั้งใจวางแผนให้เรื่องกลายเป็นแบบนี้
หลังจากที่เห็นใบหน้าโหดร้ายขององค์หญิงหลิงหรง ต้วนชิงหมิงพลันรู้สึกหวาดกลัวขึ้นเล็กน้อย จึงถามกลับไปว่า
“แขกผู้มีเกียรติในงานเลี้ยงต่างประจักษ์แก่สายตา หรือว่าเรื่องนี้องค์หญิงไม่รู้เรื่องแม้แต่น้อย?”
สีหน้าขององค์หญิงกลับเศร้าหมองลงทันใด
เห็นได้ชัดว่าหญิงสาวที่ชนนางกำลังพูดความจริง ทั้งยังพูดต่อหน้าเหยียนหลิ่งอวี๋ หลอกลวงเชื้อพระวงศ์มีโทษ
สถานหนัก หรือสิ่งที่นางพูดว่าหนิวไปั๋เป็นคนช่วยจะเป็นเรื่องจริง?
ไม่รู้ว่าองค์หญิงหลิงหรงกำลังคิดสิ่งใด นางมองเหยียนหลิ่งอวี๋ครั้งหนึ่ง เห็นเขาพยักหน้าลงเล็กน้อย
หลิงหรงหน้าชา หันหลังกลับวิ่งออกไปโดยไม่กล่าวสิ่งใด
เกิดอะไรขึ้น?
วันนั้นเมื่อนางไปถึงจวนหลิว เห็นหลิวยวนที่มีรูปโฉมงดงามยืนอยู่ นางจึงมองเขาอยู่บ่อยครั้ง หลังจากที่นาง
ได้สติหลังจากตกนํ้า คนอื่นต่างบอกว่าคนที่ช่วยนางคือหลิวยวน ทว่าตอนนี้กลับกลายเป็นหนิวไปั๋แทนเสียนี่ นางต้องรู้
ให้ได้ว่าใครโกหกนางกันแน่!
หึ! คนที่กล้าหลอกองค์หญิงอย่างข้าคงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วสินะ! นางต้องเค้นถามให้รู้ความจริงทั้งหมด หาก
นางถูกหลอกย่อมต้องนำตัวคนผู้นั้นมาแยกเป็นชิ้นๆ เพื่อระบายเพลิงโทสะในใจลงให้จงได้
องค์หญิงหลิงหรงที่อยู่ในความโกรธวิ่งออกไป บ่าวรับใช้ที่คอยปรนนิบัติก็รีบถือเสื้อคลุมตามนางไปทันที “องค์
หญิง อากาศเย็นเช่นนี้จะไปไหนหรือเพคะ พวกบ่าวเป็นห่วงองค์หญิง…”
หลิงหรงมีสีหน้าเคร่งเครียดพูดขึ้นด้วยความโมโหโทโส “เจ้าไปกับข้า ไปหาหลิวซูจิ้ง”
หลิวซูจิ้ง ถ้าเจ้ากล้าหลอกข้า ข้าจะทำให้เจ้าตายทั้งเป็น!
องค์หญิงหยิบปินปักผมออกมาหักออกเป็นสองท่อนก่อนจะโยนลงพื้น จากนั้นเดินไปทางลัดที่สะอาดสะอ้านเพื่อ
มุ่งไปห้องของหลิวซูจิ้ง
*
ต้วนชิงหมิงยังคงยืนอยู่บนทางที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ
หลิวยวนตกใจอย่างมากกับสิ่งที่เกิด จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้กลับมา ทางด้านเหยียนหลิ่งอวี๋ที่ยืนอยู่ข้างกายต้วนชิง
หมิงก็ได้แต่มองโดยไม่ปริปากพูด ทั้งไม่ขยับตัวไปไหน
หลังจากองค์หญิงเดินผ่านประตูฉุยฮวาไป นางจึงถอนหายใจเบาๆ
ดูท่าองค์หญิงหลิงหรงคงจะไปสอบถามให้รู้ความจริงทั้งหมด แต่ในเมื่อคนคนนั้นกล้าที่จะเล่นงานองค์หญิง ก็คง
กล้าเล็งเปั้ามาที่หลิวยวนได้อีกเช่นกัน เห็นทีเรื่องนี้คงเพิ่งจะเริ่มเปิดฉากขึ้น
เป็นที่รู้กันว่า ไม่ว่าคนที่ช่วยคือหลิวยวนหรือหนิวไปั๋ หากองค์หญิงกัดฟันยืนยันว่าเป็นหลิวยวนและขอ
พระราชทานงานแต่งจากฮ่องเต้ ก็จะไม่มีผู้ใดสนใจแล้วว่าเป็นใครกันแน่ที่ช่วยองค์หญิงไว้
เรื่องเร่งด่วนมากที่สุดในตอนนี้ ไม่ใช่ตามหาว่าใครเป็นคนช่วยองค์หญิงไว้ แต่ต้องให้คนที่ช่วยองค์หญิงแสดงตัว
ออกมาบอกกับทุกคนว่าเป็นคนช่วย และอยากจะแต่งงานกับองค์หญิงต่างหาก
เห็นทีเรื่องนี้จะต้องหาคนมาร่วมมือด้วยเสียแล้ว!