การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 173 เรื่องวุ่นวายในจวนเสนาบดี (3)
สายลมหนาวพัดผ่านปะทะเข้ากับใบหน้าที่เย็นเยียบของต้วนชิงหมิง ทั้งตัวของนางละม้ายไม่เหลือความอบอุ่นใด
เหยียนหลิ่งอวี๋เห็นดังนั้นจึงโน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างใบหู เอื้อนเอ่ยอย่างแผ่วเบา “วันนี้เพราะหลิวยวน เจ้าจึง
ล่วงเกินหลิงหรง เห็นทีเรื่องนี้จะไม่จบลงง่ายๆ เสียแล้ว เจ้าพอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นหรือไม่?”
รู้หรือไม่ว่าที่เจ้าช่วยหลิวยวน ต้องล่วงเกินองค์หญิงหลิงหรงกับคนในที่นี้อีกหลายคน เจ้าคงไม่รู้ว่าหลิงหรงหมาย
ปองหลิวยวนไม่ใช้หนิวไปั๋ ดังนั้นนางจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้หลิวยวนมาอยู่ข้างกายเป็นแน่ เดิมทีเรื่องนี้ฮ่องเต้จะ
พระราชทานงานแต่ง แต่กลับถูกต้วนชิงหมิงขัดขึ้น สุดท้ายแล้วไม่รู้จริงๆ ว่าใครที่จะต้องเสีบเปรียบ
นางมองสายตาที่เหยียนหลิ่งอวี๋ส่งมาก่อนจะหัวเราะเบาๆ “ต่อให้ข้าไม่ล่วงเกินนาง ท่านคิดหรือว่านางจะปล่อย
ข้าไว้?”
ในชาติที่แล้วนางกับองค์หญิงหลิงหลงไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ชื่อเสียงที่ฉาวโฉ่ของนางทำให้องค์หญิงไม่ชอบขี้
หน้า อีกทั้งเมื่อครู่ที่ต้วนชิงหมิงขวางทางไว้ องค์หญิงได้ผลักนางไปอย่างแรง ทั้งยังใช้เท้าเหยียบขยี้นาง หากไม่ใช่เหยียน
หลิ่งอวี๋เข้ามาช่วยไว้ เกรงว่านางจะบาดเจ็บหนักอยู่ใต้เท้าขององค์หญิงเป็นแน่!
ได้ฟังที่ต้วนชิงหมิงพูด เหยียนหลิ่งอวี๋ก็ผงะไป
ที่นางพูดมาไม่ผิดแม้แต่น้อย หลิงหรงเป็นคนที่ทำอะไรตามอำเภอใจ วันนี้ต้วนชิงหมิงกล้าขวางทางนางเพื่อช่วย
ให้หลิวยวนหนีไป แต่จะด้วยความตั้งใจหรือไม่นั้น หลิวยวนก็รอดพ้นเรื่องในวันนี้ไปได้ ต่อให้ไม่มีคำพูดเมื่อครู่ของต้วน
ชิงหมิง องค์หญิงก็ถูกนางทำให้เสียหน้าไปแล้ว!
องค์หญิงหลิงหรงเป็นคนหูเบา หากถูกใครพูดกระตุ้นเข้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความสัมพันธ์ของต้วนชิงหมิง
และหลิวยวน เกรงว่าวันข้างหน้าคงจะโกรธเกลียดนางมากขึ้นไปอีกแน่
วงสนทนาของหญิงสาวสูงศักดิ์ในเมืองหลวงไม่ได้ใหญ่มาก อีกหน่อยทั้งสองคนจะต้องพบหน้ากันอีกนับไม่ถ้วน
แม้ว่าต้วนชิงหมิงจะฉลาด แต่องค์หญิงมีอำนาจอยู่ในมือที่จะสามารถกดนางจนต้องเสียเปรียบได้
เหยียนหลิ่งอวี๋อยากพูดโน้มน้าวให้ต้วนชิงหมิงระวัง แต่นางกลับไม่สนใจ หันหลังจากไปเพื่อตามหาต้วนอวี้
เขายกมือขยี้จมูก มืออีกข้างเท้าสะเอว มองแผ่นหลังของต้วนชิงหมิงที่กำลังเดินจากไป ปรากฏรอยยิ้มขึ้นบน
ใบหน้า… เขาลืมไปได้อย่างไร ถ้าจะพูดถึงเรื่องแผนการและเล่ห์เหลี่ยม คงไม่มีใครสามารถสู้จิ้งจอกน้อยของเขาได้ ไม่
ต้องพูดถึงองค์หญิงหลิงหรงที่ใช้แต่อารมณ์โดยไม่ผ่านหัวสมองหรอก แม้แต่ตัวเขาเองที่ฉลาดปราดเปรื่องก็ยังโดนต้วนชิง
หมิงเล่นงานมาไม่น้อย
ยิ่งไปกว่านั้น วิธีการที่จวนหลิวใช้ คนที่มีไหวพริบดีอย่างต้วนชิงหมิงจะดูไม่ออกเชียวหรือ
อันที่จริงถ้าตั้งใจครุ่นคิดให้ดีก็คงจะคิดออกได้ไม่ยาก บอกองค์หญิงไปว่าคนที่ช่วยนางคือหลิวยวน แต่เหยียนหลิ่ง
อวี๋ไม่รู้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้จะใช้ไม้ไหนในการจัดการต้วนชิงหมิง
สรุปแล้ว มีเรื่องหนึ่งที่สามารถยืนยันได้ในตอนนี้คือ ต้วนชิงหมิงตกอยู่ในวังวนของหลิวยวนจนไม่สามารถออกมา
ได้แล้ว
นางจะรู้หรือไม่ว่าเรื่องที่เกิดอยู่ตรงหน้าไม่ใช่การทะเลาะระหว่างตระกูล แต่กลับเป็นการต่อสู้กับวังหลัง
ถ้าตามสถานการณ์ที่รุนแรงเช่นนี้ ในอีกไม่ช้าองค์รัชทายาทจะต้องเข้ามาร่วมผสมโรงด้วยเป็นแน่
เหยียนหลิ่งอวี๋เดิมทีอยากจะดูเรื่องสนุกที่เกิดขึ้นอยู่ห่างๆ แต่ตอนนี้เขากลับถูกดึงเข้ามาพัวพันด้วยอย่างหลีกเลี่ยง
ไม่ได้
…
ทางด้านองค์หญิงหลิงหรงที่เดินจากไปด้วยความโมโหพร้อมกับพวกบ่าวรับใช้เดินตรงไปที่ห้องของหลิวซูจิ้ง ไปถึง
ก็ใช้มือผลักประตูที่ปิดสนิทอยู่ให้เปิดออกในทันที
หลิวซูจิ้งกับหลิวซูอี๋กำลังนั่งเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้ไม้พยุงสีแดง เมื่อพวกนางเงยหน้าขึ้นก็พบกับใบหน้าที่เต็มไปด้ว
ความโกรธขององค์หญิงหลิงหรง
องค์หญิงหลิงหรงเดินปรี่เข้าไปชี้หน้าหลิวซูจิ้งโดยไม่ได้สนใจหลิวซูอี๋ “หลิวซูจิ้ง เจ้าวางแผนอะไรไว้ คนที่ช่วยข้าที่
จริงเป็นหนิวไปั๋ แต่เจ้ากลับบอกว่าเป็นหลิวยวน… เจ้าคิดจะทำให้องค์หญิงอย่างข้าขายหน้า?”
เชอะ! หลิวซูจิ้งผู้นี้ปกติคอยตามเลียแข้งเลียขานางตลอด คาดไม่ถึงเลยว่านางจะเป็นคนที่กล้าวางแผนทำเรื่อง
แบบนี้ได้… ครั้งนี้นางจะทำให้หลิวซูจิ้งรู้ว่าองค์หญิงอย่างนางไม่ใช้คนที่จะมาเล่นงานได้โดยง่าย
หลิวซูจิ้งแอบเบ้ปากอยู่ภายในใจ อะไรกันที่ทำให้นางกล้าที่จะทำให้องค์หญิงหน้าแตกไม่เป็นท่า เป็นที่รู้ดีว่าองค์
หญิงหลิงหรงขึ้นชื่อเรื่องใช้แต่อารมณ์โดยไม่ผ่านสมอง จนถึงทุกวันนี้ทั้งในวังนอกวังต่างรู้เรื่องที่น่าขายหน้าขององค์หญิง
ไม่น้อย
เมื่อองค์หญิงพูดจบ ทางด้านหลิวซูอี๋ก็จับมือองค์หญิงเอาไว้และหัวเราะคิกคัก พูดขึ้นมาเบาๆ “แล้วไม่ทราบว่า
องค์หญิงพึงใจหลิวยวนหรือว่าหนิวไปั๋ล่ะเพคะ?”
หลิวซูอี๋แม้จะเป็นน้องสาวของหลิวซูจิ้ง แต่นางกลับเฉลียวฉลาดกว่าพี่สาว พอองค์หญิงหลิงหรงจะเปิดปากพูด
หลิวซูอี๋ก็ล่วงรู้ว่าสิ่งที่พูดออกไปนั้นว่า หลิวยวนเป็นคนช่วย แทนที่จะบอกว่าเป็นหนิวไปั๋
พวกนางรู้ว่าโทษของการหลอกลวงองค์หญิง จะว่าร้ายแรงก็ร้ายแรง จะว่าไม่ร้ายแรงก็ไม่ร้ายแรง ขึ้นอยู่กับว่า
พวกนางทั้งสองจะแก้ตัวอย่างไร และดูว่าองค์หญิงหลิงหรงจะจัดการอย่างไรกับเรื่องนี้
ขอเพียงได้ทำลายชื่อเสียงของหลิวยวน ยับยั้งความสัมพันธ์ระหว่างหนิวไปั๋กับองค์หญิง เรื่องเหล่านี้ถูกวางแผนไว้
เรียบร้อยแล้ว
องค์หญิงหลิงหรงมองค้อนขวับไปที่หลิวซูอี๋ทีหนึ่ง “จะต้องเป็นหลิวยวนที่ช่วยข้าไว้!” หัวเราะคนหน้าโง่อย่างหลิว
ซูอี๋อยู่ในใจ
นางถูกตาต้องใจหลิวยวนตั้งแต่แรกพบ ส่วนหนิวไปั๋นั่นก็แค่เด็กเมื่อวานซืนคนหนึ่ง ใครจะไปชอบลง!
หลิวซูอี๋ได้ฟังก็ยิ้มออกมาบางๆ ก่อนจะพูดด้วยนํ้าเสียงอ่อนโยนไปที่องค์หญิง “หรือในใจขององค์หญิงไม่รู้ว่าคน
ที่ช่วยชีวิตหรือคนที่หมายปองสำคัญกว่ากัน?”
ในวังหลวงนั้นความจริงเป็นสิ่งที่หาได้ยากมาก ทุกอย่างขึ้นอยู่กับอารมณ์ของเจ้านาย ต่อให้ทุกคนพูดว่าหนิวไปั๋
เป็นคนช่วยชีวิตไว้ แต่หากองค์หญิงหลิงหรงชอบพอหลิวยวน เช่นนั้นก็ยึดตามที่พวกนางทั้งสองพูดก็แล้วกัน
องค์หญิงหลิงหรงไม่ได้คิดถึงจุดนี้ ดังนั้นพอได้ฟังที่หลิวซูอี๋พูดจึงผงะไปครู่หนึ่ง
หนิวไปั๋ช่วยชีวิตนางไว้ไม่ผิด แต่นางหลงใหลหลิวยวน! อันที่จริงทั้งสองเรื่องนี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันแต่อย่าง
ใด!
เมื่อหลิวซูจิ้งได้ฟังก็เข้าใจแผนการในคำพูดของหลิวซูอี๋ ที่แท้คนที่ช่วยชีวิตไว้ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ที่สำคัญคือองค์
หญิงชอบใครต่างหาก
เมื่อเห็นองค์หญิงเกิดความลังเลใจ หลิวซูจิ้งจึงยิ้มน้อยๆ อย่างอ่อนโยนพร้อมลุกขึ้นยืน “องค์หญิง ที่จริงแล้วคนที่
ช่วยท่านก็คือหนิวไปั๋ แต่ถ้าท่านยังกัดฟันยืนยันว่าหลิวยวนเป็นคนช่วย และขอพระราชโองการพระราชทานงานแต่งจาก
ฮ่องเต้ ถึงตอนนั้นใครจะมาสนใจว่าคนที่ช่วยท่านเป็นใคร ความสุขอยู่ในกำมือของท่านเอง องค์หญิงลองตรองดูว่าจะทำ
อย่างไร”
ได้ยินที่หลิวซูจิ้งกล่าวออกมายืดยาว สายตาของนางพลันเปล่งประกาย “ใช่แล้ว ข้าต้องถือโอกาสที่เรื่องยังไม่ได้
แพร่งพรายออกไป ขอร้องให้เสด็จพ่อพระราชทานงานแต่งให้ข้า บอกว่าหลิวยวนเป็นคนช่วยชีวิตไว้ ถึงตอนนั้นมี
ราชโองการจากฮ่องเต้ ใครเล่าจะกล้าขัดขืน”
สองพี่น้องลอบสบตากัน ถ้าเรื่องนี้สำเร็จ หลิวยวนจะต้องตายทั้งเป็นแน่!
ด้วยนิสัยของหลิวยวน เขาคงจะไม่คิดแต่งกับองค์หญิงหลิงหรงเด็ดขาด แต่เมื่อถึงตอนที่ฝั่าบาทพระราชทานงาน
แต่ง หากเขาไม่ปฏิบัติตามก็เท่ากับขัดราชโองการ หากหลิวยวนยอมรับองค์หญิงอย่างหลิงหรงเป็นภรรยา ชีวิตของเขา
จะมีแต่ความทุกข์ตรมขมขื่นอย่างแน่นอน!
แม้หลิวจื๋อไม่ชอบที่จะมีความเกี่ยวดองกับองค์หญิงหลิงหรง เพียงแต่หากเรื่องนี้ได้จัดการเรียบร้อยแล้ว ต่อให้
หลิวจื๋อคิดขัดขวางก็ไม่มีประโยชน์อีกแล้ว ถ้าหลิวจื๋อไปบอกฮ่องเต้ว่าคนที่ช่วยองค์หญิงหลิงหรงไม่ใช่หลิวยวน แต่เป็น
หนิวไปั๋
คำพูดเหล่านี้หลิวจื๋อไม่กล้าพูดออกมาอย่างแน่นอน กระทั่งหลิวจื๋อยังไม่กล้าพูด คนอื่นก็ไม่กล้าปริปากพูดสิ่งใด
เช่นกัน
สิ่งที่หลิวซูจิ้งกับหลิวซูอี๋ต้องการก็คือสิ่งนี้!