การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 176 คำเรียกชื่อ พี่ชายกับน้องสาว
ท้องฟั้าในเหมันต์ฤดูมืดเร็วกว่าปกติมาก
แสงตะวันเหลืองทองได้ลาลับขอบฟั้าลงไป
ภายในจวนเสนาบดีจุดไฟขึ้นจนเห็นแสงสว่าง แสงไฟตกกระทบไปบนพื้นหิมะขาวโพลนสะท้อนแสงระยิบระยับ
ไปมา
เสียงที่เรียบนิ่งของเชวียหนิงหรานดังขึ้น “ชิงหมิง เจ้ายังไม่ได้บอกเลยว่าจะมาหาพี่รองด้วยเรื่องอันใด!”
ต้วนชิงหมิงจับมือของนาง พูดเสียงเบา “พี่เชวีย เรื่องนี้ข้าขอฝากพี่ด้วย พี่จะต้องทำให้สำเร็จ… ถ้าเรื่องนี้พังก็
ถือว่าล้มเหลวทั้งกระดาน!”
เชวียหนิงหรานได้ฟังก็รีบยกมือขึ้นมาปิดปากหัวเราะแทบไม่ทัน “วิธีการของเจ้าช่างมากมายเสียเหลือเกิน… อีก
ประเดี๋ยวข้าจะไปบอกพี่รองตามที่เจ้าต้องการ!”
ตอนนี้เชวียจื่อซวนและเชวียหนิงซวนทั้งสองกลับมาได้เวลาพอดิบพอดี พอพวกเขาได้เห็นต้วนชิงหมิงกลับมา
อย่างปลอดภัยจึงโล่งใจ “น้องสาว……เจ้ากับน้องชิงหมิงไปไหนกันมา ปล่อยให้พวกข้าตามหาแทบแย่!”
ดูท่าพวกเขายังไม่รู้เรื่องที่ต้วนชิงหมิงตกนํ้า และถูกเหยียนหลิ่งอวี๋จับตัวไป เห็นได้ชัดว่าเชวียหนิงหรานช่วยนาง
ปิดความลับได้มิด ต้วนชิงหมิงคว้าไปจับมือคนข้างๆ อย่างซาบซึ้งใจ สายตาที่วาววับเผยให้เห็นใบหน้าที่เป็นกังวลและไร้
เดียงสาอยู่บ้าง
เชวียหนิงหรานตบไปที่มือของต้วนชิงหมิงอย่างเบามือ เปลี่ยนเรื่องที่กำลังจะพูดอย่างชาญฉลาด “ชิงหมิงและข้า
มาที่จวนเสนาบดีเป็นครั้งแรก คิดไม่ถึงว่าจวนจะมีเนื้อที่กว้างขวาง พอเดินไปเดินมาจึงหลงอยู่ในนี้…”
เชวียหนิงหรานกับพี่ชายทั้งสองเติบโตมาด้วยกัน หากจะพูดโกหกขึ้น หน้าจะไม่แดง ใจจะไม่เต้นแรงด้วยความ
กังวล
ต้วนชิงหมิงอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นมากุมขมับ นึกไม่ถึงเลยว่าเชวียหนิงหรานจะมีมุมน่ารักเช่นนี้ด้วย!
พวกเขายังไม่ทันได้พูดคุยกันจนจบ ต้วนอวี้ก็จึงรีบแย่งพูดขึ้น “พี่สาวรีบกลับจวนกันเถอะ ที่นี่หนาวมากเลย!”
จู่ๆ ก็มีสายลมหนาวเหน็บแทรกซึมจนทะลุเข้ามาในใจของต้วนชิงหมิง นางหันหลังกลับไปมอง เห็นเด็กหนุ่มใส่
ชุดสีแดงเข้มคนหนึ่งยืนอยู่
เด็กหนุ่มคนนั้นอายุราวสิบสี่สิบห้าปี ใบหน้าหล่อเหลาเอาการ เขาหันหลังกลับมาจากด้านหลังของเชวียจื่อซวน
สายลมหนาวเหน็บได้พัดเอาชายเสื้อที่ปักด้วยด้ายเงินพลิ้วไหว ราวกับว่าภาพวาดที่ถูกแอบซ่อนอยู่ในความมืด
ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนล้วนรู้สึกได้ถึงความหล่อเหลาที่ดึงดูดผู้คน
ชายคนนั้นคิ้วโก่งเรียวยาวและมีดวงตาสองชั้น แสงไฟที่ตกกระทบกับหิมะขาวได้สะท้อนให้เห็นผิวที่ขาวเนียน
หมดจดราวกับหินขาวที่ใช้แกะสลักรูปปัน ทำให้คนที่มองหลงใหลในความงามจนเกือบลืมหายใจ
ท่าทางการเดินที่สง่างามของเขา เมื่อสตรีทั้งสองเห็นได้เห็นจึงรีบทำความเคารพ สายตาของเขาก็ทอดไปยังต้วน
ชิงหมิง ก่อนที่จะยิ้มอย่างไม่อินังขังขอบ “ตามสบาย!”
พอได้เห็นชายหนุ่ม ต้วนชิงหมิงบังเกิดความรู้สึกพะว้าพะวังจิตใจไม่เป็นสุข เขาควรจะไปนานแล้วไม่ใช่หรือ?
ทำไมตอนนี้ยังอยู่ที่นี่อีก นางมองไปยังใบอีกฝั่ายที่ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เขาคงจะไม่ได้มาเพียงเพื่อคอยจับตาดูว่านางเรียก
พวกเขาว่าพี่ชายหรอกกระมัง?
องค์ชายท่านนี้ไม่ใช่มีเรื่องที่จะต้องสะสางมากมายหรอกหรือ ทำไมถึงมีเวลามาจับตาดูนางอย่างจริงจังด้วย
ต้วนชิงหมิงตบไปเบาๆ ที่หน้าผาก หวังว่าสิ่งที่นางคิดจะไม่ถูกต้อง!
ทางด้านเชวียหนิงหรานเห็นสายตาที่ต้วนชิงหมิงส่งมาให้ จึงรีบไปลากเชวียหนิงซวนเดินไปอีกทาง เพื่อทำตาม
แผนที่ต้วนชิงหมิงวางไว้
และหลังจากที่เชวียหนิงซวนได้ฟังที่น้องสาวพูด เขาลังเลใจไปครู่หนึ่ง จึงค่อยถามขึ้น “นี่คือสิ่งที่ชิงหมิงต้องการ
อย่างนั้นหรือ?”
เชวียหนิงหรานพยักหน้าเพื่อยืนยัน
เมื่อเห็นสายตาเชวียหนิงซวนที่แวบมองมา ต้วนชิงหมิงได้พยักหน้าเพื่อแสดงว่านี่เป็นความคิดของนาง
ในเมื่อเป็นแผนการของต้วนชิงหมิง เชวียหนิงซวนได้เผยยิ้มให้ก่อนที่จะเตรียมตัวไปหาหลิวยวน
นิสัยของเชวียหนิงซวนยังไม่ได้แสดงออกมาอย่างเต็มที่ก็เพราะถูกฮูหยินเชวียและเชวียจื่อซวนกดเอาไว้ตลอด
ตอนนี้ต้วนชิงหมิงให้โอกาสเขาแสดงฝีมือ เขาจะต้องแสดงให้เต็มที่ อีกไม่ช้าเรื่องวุ่นวายกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว!!!
เชวียหนิงซวนเหล่ตาแอบมองไปยังต้วนชิงหมิงก่อนที่จะแอบยกนิ้วโปั้งราวกับจะบอกว่า ชิงหมิง เจ้านี่เยี่ยมยอด
จริงๆ
หากทำตามแผนที่นางวางไว้ วันนี้ในจวนเสนาบดีจะต้องมีละครสนุกๆ ให้ดูอย่างแน่นอน แต่น่าเสียดายที่คนชอบ
ดูละครอย่างเขาไม่สามารถรอดูได้
สายตาของคนทั้งสามทำให้คนที่อยู่โดยรอบเกิดอยากรู้อยากเห็นไปด้วย เชวียจื่อซวนเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
“พวกเจ้าคุยอะไรกัน ใช่เรื่องงานวันเกิดที่จะเชิญพวกข้าไปร่วมงานใช่หรือไม่?”
เชวียหนิงซวนจึงกระตุกชายเสื้อของเชวียจื่อซวน กระซิบว่า “พี่ใหญ่ ไม่ใช่เรื่องนี้ จู่ๆ ข้าคิดขึ้นมาได้ว่าพวกเรามัว
แต่คุยกับองค์ชายสามจนเกือบลืมบอกลาหลิวยวนไป รอข้าสักครู่ ข้าจะรีบไปรีบมา!”
แน่นอนว่าไม่สามารถเอาเรื่องจริงมาบอกก่อนได้ ฉะนั้นเชวียหนิงซวนจึงตัดสินใจปิดบังพี่ใหญ่จนกว่าเรื่องจะ
สำเร็จ รับรองว่าถึงตอนนั้นพี่ใหญ่จะต้องหัวเราะอย่างเต็มที่แน่
ฮ่าฮ่า! ครั้งนี้คอยดูแล้วกันว่าหนิวไปั๋จะอุ้มสาวงามกลับมาอย่างไร
เขาก็หันไปขออภัยเหยียนหลิ่งอวี๋ จากนั้นก็รีบเดินจากไปอย่างรีบร้อน
เมื่อเชวียหนิงซวนไปแล้ว กลับทิ้งความสงสัยให้กับเชวียจื่อซวนและต้วนอวี้ สายตาสองคู่นั้นจับจ้องมาที่สตรีทั้ง
สองเหมือนต้องการรู้คำตอบ มีเพียงองค์ชายสามที่มองต้วนชิงหมิงอย่างยิ้มๆ เพียงแวบเดียว แต่กลับแฝงไปด้วยอะไร
บางอย่าง
จิ้งจอกน้อยเริ่มลงมือจัดการหนิวไปั๋แล้วสิ ชักอยากรู้แล้วสิ ว่าละครฉากนี้จะเริ่มขึ้นตอนไหน
เหยียนหลิ่งอวี๋รอชมละครฉากนี้อย่างใจจดใจจ่อ เขาจะคอยดูว่าพรุ่งนี้ตอนเช้าองค์รัชทายาทเหยียนหลิ่งเจวี๋ยจะ
ทำหน้าอย่างไรหลิวยวนเป็นลูกชายของเสนาบดีหลิว หากหลิวยวนได้อภิเษกกับหลิงหรงจะต้องเป็นกำลังสำคัญให้กับเห
ยียนหลิ่งเจวี๋ย อีกฝั่ายจะต้องพูดโน้มน้าวให้ฮองเฮาเห็นด้วยกับการดองญาติกับหลิวจื๋อ!
ในเมื่อต้วนชิงหมิงตั้งใจยื่นมือเข้ามากวนนํ้าในจวนเสนาบดีให้ขุ่น ขั้นต่อไปหนิวไปั๋คงต้องลงมืออย่างแรงกับหลิงห
รงเป็นแน่
ถ้าคนที่จะมาดองญาติไม่ใช่หลิวยวนอย่างที่คาดหวัง แต่กลับเป็นหมากตัวหนึ่งอย่างหลิวไปั๋ที่พวกเขาตั้งใจทิ้ง ถึง
ตอนนั้นไม่รู้ว่าสีหน้าของฮองเฮาและองค์รัชทายาทจะน่าดูชมเพียงใด!
เขารู้ดีว่าเพียงแค่ข่าวลือเพื่อทำให้หนิวไปั๋หวั่นไหวคงยังไม่พอ แต่ว่าเขาจะลองช่วยหนิวไปั๋อีกแรง ถือโอกาสช่วย
จิ้งจอกน้อยอย่างต้วนชิงหมิง พอเรื่องนี้จบเขาจะได้ทวงบุญคุณจากนางได้
อันที่จริง เขาแค่รับบทเป็นคนดูก็เพียงพอแล้ว ทว่าจะช่วยนางสักนิดสักหน่อยก็ย่อมได้
ขอเพียงเป็นการสร้างปัญหาให้กับเหยียนหลิ่งเจวี๋ย เขาพร้อมและยินดีทำอย่างเต็มที่
ไม่มีใครเข้าใจสีหน้าที่ครุ่นคิดของเหยียนหลิ่งอวี๋ เชวียจื่อซวนยังสงสัยสิ่งที่ต้วนชิงหมิงกับน้องรองส่งสายตาให้กัน
“น่าแปลก ทำไมจู่ๆ หนิงซวนก็ดูทำอะไรอย่างรอบคอบขึ้นมา น้องชิงหมิงได้สอนอะไรเขาไปบ้างหรือเปล่า?”
ต้วนชิงหมิงฝืนยิ้มเก้อเขินออกมา “เรื่องนั้น……ข้าก็แค่อยากให้คุณชายรองกับคุณชายหลิวได้บอกลากันเท่านั้น”
อยู่ๆ ก็มีสายตาที่แหลมคมยิ่งกว่ามีดมองมาที่ต้วนชิงหมิงเหมือนจะตัดร่างนางให้ขาดเป็นสองท่อน นางเปลี่ยนคำ
เรียกหลิวยวนเป็นคุณชายหลิว ทำให้สายตานั้นได้ผ่อนคลายลงไป หึ! จิ้งจอกน้อยความจำของเจ้าถือว่ายังไม่แย่ ยังจำได้
ว่าจะต้องเปลี่ยนคำเรียกชื่อใหม่!
ปัญหาต่อมาก็คือ นางไม่กล้าที่จะเรียกเชวียจื่อซวนว่าพี่ชายอีกต่อไปแล้ว สองพี่น้องยังคงเรียกนางว่าน้องชิงหมิง
เหมือนเดิม
หรือว่านางยังไม่ได้บอกพวกเขา ว่านางไม่ใช่ ‘น้องสาว’ ของพวกเขาอีกต่อไปแล้ว