การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 177 หลิวหรงมีความเคลื่อนไหวหรือยัง?
เหยียนหลิ่งอวี๋ใช้สายตาอาฆาตมองอย่างแรง ไปที่เชวียจื่อซวนและเชวียหนิงซวน แต่เขาทั้งสองกลับไม่รู้อีโหน่อี
เหน่ นางตัดสินใจแล้วว่าจะต้องหาทางบอกคุณชายเชวียทั้งสองให้เรียกชื่อนางใหม่เสียแล้ว
เหยียนหลิ่งอวี๋วางแผนบางอย่างไว้ในใจเรียบร้อยแล้ว ทางด้านต้วนชิงหมิงก็ไปถามว่าเชวียจื่อซวนว่าทำไมสีหน้า
ถึงซีดขาวไร้เลือดฝาด
นางถูกเชวียจื่อซวนเรียกว่าน้องสาวอีกครั้ง สายตาสยบคมพุ่งตรงมาอีกครั้ง ทำเอานางอึดอัดใจหายใจได้ไม่ทั่ว
ท้อง นางมองไปที่เหยียนหลิ่งอวี๋อย่างจนปัญญา ท่าทางภายนอกของเขาแม้ดูเงียบสงบ แต่นางกลับรู้สึกได้ว่าเขากำลังไม่
พอใจ ละม้ายว่าพร้อมจะระเบิดอารมณ์ออกมาได้ตลอดเวลา
ภายใต้แสงไฟที่ตกกระทบเผยให้เห็นใบหน้าของเหยียนหลิ่งอวี๋ที่ประดับไว้ด้วยรอยยิ้ม ไหนจะสายตาพิฆาตที่มอง
มา มีเพียงต้วนชิงหมิงที่เข้าใจความหมายของสายตานั้น เขาปรายตามองต้วนชิงหมิงราวกับถามเป็นนัยว่านางไม่ได้เรียก
พวกเขาว่าพี่ชายแล้วใช่ไหม? ทำไมพวกเขายังเรียกนางว่าน้องสาวอยู่อีก?
เส้นผมดำขลับของต้วนชิงหมิงพลิ้วไหวไปกับสายลม นางจับมือน้อยๆ ของต้วนอวี้ยืนอยู่ท่ามกลางแสงเพื่อมอง
เงาที่ทอดยาวลงสู่พื้น
เหยียนหลิ่งอวี๋เบะปาก… เข้าใจถึงความลำบากใจของต้วนชิงหมิง
เขาขอเพียงไม่ให้นางเรียกคนอื่นว่าพี่ชาย แต่ไม่ได้กำหนดว่าคนอื่นจะเรียกนางว่าน้องสาวไม่ได้ ดังนั้นถือว่านาง
ไม่ได้ทำผิดคำสัญญาที่ให้ไว้
ขอเพียงนางระวังคำเรียกชื่อของตัวนางก็เพียงพอ ส่วนปากของคนอื่นนั้นนางจะควบคุมได้อย่างไร
เหยียนหลิ่งอวี๋ทำเป็นไม่สนใจความกังวลของต้วนชิงหมิง เขาได้แต่มองเตือนสติให้นางทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้
โดยไม่บิดพลิ้วเท่านั้น
ส่วนเรื่องที่นางทำไม่ได้……เขาก็มีวิธีที่จะทวงคืนจากนาง
ผ่านไปไม่นานเชวียหนิงซวนก็กลับมา เมื่อเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของเขา แสดงว่าเรื่องที่เขาไปทำสำเร็จ
ลุล่วงไปได้ด้วยดี
ต้วนชิงหมิงเห็นเช่นนั้นก็เบาใจ นางไม่ใช่เทวดานางฟั้าที่จะล่วงรู้ว่าสิ่งใดเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้นนางจึงอาศัย
ความทรงจำที่พอจะจดจำได้ เพื่อที่จะช่วยคนที่นางห่วงใย ส่วนเรื่องอื่นขึ้นอยู่กับฟั้าดินกำหนดและชะตากรรมของแต่ละ
คน!
นางกระชับมือต้วนอวี้ไว้แน่น มองไปที่ใบหน้าเล็กๆ ที่ออกอาการเหนื่อยล้า นางลูบใบหน้าน้องชายอย่างเบามือ
จากนั้นจึงบอกลา กำชับให้เชวียหนิงหรานมาหานางพรุ่งนี้แต่เช้า จากนั้นนางก็พาต้วนอวี้กลับจวน
เหยียนหลิ่งอวี๋ยืนอยู่ไม่ไกลออกไป เห็นนางรีบร้อนจากไปพอดีกับที่เชวียจื่อซวนกับเชวียหนิงซวนขอตัวลา
ประกายแสงสีเหลืองนวลสาดส่องให้เห็นเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าประตูไม้สีชาดสง่างาม ความสง่างามเสียจนคนที่
เห็นจิตใจสั่นคลอน
ต้วนชิงหมิงหันหลังกลับมามองแวบหนึ่ง จากนั้นจึงสั่งให้รถม้ารีบออกเดินทาง ความหล่อเหลาขององค์ชาย
เหมือนดั่งบุปผาที่กำลังผลิบานสะพรั่งอวดสีสัน ทว่ากลับเต็มไปด้วยพิษสงอันตราย!
คนเช่นนี้สมควรอยู่ให้ห่างเอาไว้
…
เมื่อกลับมาถึงจวนต้วนก็เป็นเวลาดึกแล้ว นางถามองครักษ์ที่เฝั้าประตู จึงได้ทราบว่าต้วนเจิ้งยังไม่ได้กลับมา วันนี้
นอกจากนางแล้วยังมีต้วนอวี้หรานที่ออกไปจากจวน แต่กลับมาก่อนอาหารมื้อเย็นเรียบร้อยแล้ว ต้วนชิงหมิงพยักหน้า
รับรู้โดยไม่ได้พูดอะไรต่อ
แต่ไหนแต่ไรมาต้วนอวี้ไม่เคยกลับจวนดึกขนาดนี้มาก่อน จนถึงตอนนี้เขายังคงตื่นเต้นดีใจ ถามนู้นถามนี่จากนาง
อย่างไม่หยุดหย่อน จนทำให้นางเหนื่อยล้าอย่างมาก สุดท้ายนางจึงตอบอย่างขอไปทีก่อนที่จะพาเขาเดินกลับเรือน
คิดดูแล้วสิ่งที่ต้วนชิงหมิงเจอมาทั้งวันก็มากมายหลากหลายเรื่อง ไม่เพียงตกนํ้า ยังได้เหาะอยู่กลางอากาศอยู่ครู่
หนึ่ง ก่อนที่จะเดินทางไปกลับหลายรอบจนเสียแรงไปไม่น้อย รวมทั้งตอนตกนํ้าก็ถูกเหยียนหลิ่งอวี๋ทำให้ตกใจขวัญ
กระเจิงไปหมด แม้จะดื่มนํ้าขิงเพื่อขับความชื้นในร่างกาย แต่ถึงตอนนี้นางก็ยังคงมีความกลัวหลงเหลืออยู่บ้าง
ดังนั้นเมื่อกลับมาถึงจวนต้วน จิตใจของนางก็ไม่เต็มร้อยเสียแล้ว เดินไปส่งต้วนอวี้ให้กลับเรือนก่อน จากนั้นค่อย
กลับมาที่เรือนของตน
วันนี้ทั้งวันนางไม่ได้อยู่ที่จวนต้วน เพื่อเตรียมงานวันเกิดที่จะจัดในวันพรุ่งนี้ นางเชื่อว่าในวันนี้จะต้องมีเรื่องเกิด
ขึ้นอีกไม่น้อย ตอนนี้นางควรกลับเรือนไปดูผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นได้แล้ว
เป็นไปตามที่เด็กสาวคาดไว้ เมื่อนางเข้าเดินไปในเรือนเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็โผล่ มากระซิบกระซาบข้างหูลับๆ ล่อๆ วัน
นี้บ่าวรับใช้ถูกส่งมาที่เรือนหนิงซูเยี่ยนแล้ว
วันนี้เมื่อกลางดึก มีบ่าวรับใช้คนหนึ่งย่องเข้าไปหาหลิวหรงในเรือน จากนั้นก็ทำตัวลับๆ ล่อๆ เข้ามาในชานเรือนข
องต้วนชิงหมิง โดยหยิบแอบหยิบของบางอย่างออกมาแล้วฝังไว้ใต้ดินข้างจวน ระยะเวลาที่บ่าวรับใช้ผู้นั้นลงมือช่าง
รวดเร็วเสียเหลือเกิน ทว่าอีกฝั่ายคงคิดไม่ถึงว่าต้วนชิงหมิงกังวลว่าจะเกิดเหตุที่ไม่คาดคิด จึงแบ่งให้บ่าวรับใช้ในเรือน
ควรจับตาดูสิ่งที่ผิดปกติตลอดทั้งวันทั้งคืน
ต้วนชิงหมิงรู้ดีว่าวันพรุ่งนี้เป็นวันเกิดครบรอบสิบปีที่สำคัญอย่างมาก นางเชื่อว่ามีคนไม่น้อยไม่ปรารถนาให้นางมี
ความสุขในวันเกิด จึงลงมือทำบางอย่างหมายสร้างความวุ่นวาย
นางหยิบแก้วนํ้าชาที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ยกมาให้ แต่สายตากลับมองทอดยาวไปด้านนอก ไม่รู้ว่ากำลังคิดสิ่งใดอยู่
ในที่สุด นางก็เอ่ยถามเสียงเรียบ “วันนี้หลิวอี๋เหนียงมีความเคลื่อนไหวอะไรบ้าง?”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เอามือเกาหัวอย่างสงสัย “คุณหนู บ่าวพูดแล้วอาจจะดูแปลกไปเสียหน่อย วันนี้ทั้งวันหลิวอี๋เหนียง
เก็บตัวอยู่แต่ในเรือนไม่ออกไปไหน จึงไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเลยเจ้าค่ะ”
เมื่อครุ่นคิดดูแล้ว เซี่ยฉ๋าวเอ๋อร์ก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง “แม้แต่อาหารที่คุณหนูส่งไป นางก็กินจนไม่เหลือ!”
ต้วนชิงหมิงจ้องไปที่อีกฝั่ายทันที
หลิวหรงไม่มีทางกินอาหารพวกนั้นจนหมดเกลี้ยงอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องอาหารจะเป็นไปอย่างไร ต้วนชิงหมิงไม่
กังวลใจแม้แต่น้อย เพราะเรือนของหลิวหรงมีบ่าวรับใช้มากมาย หากมีอาหารที่มากกว่านี้กว่าสิบเท่าก็กินหมดเกลี้ยงไม่
ต่างกัน
ช่วงนี้ต้วนชิงหมิงได้กำชับแม่ครัวเย่ไว้เรียบร้อยแล้ว หากมีใครใช้ให้ทำอาหารก็สามารถเก็บเงินได้เต็มที่ โดย
สามารถนำเงินนี้ไปใช้ส่วนตัวได้ตามสบาย
แม่ครัวเย่เป็นคนเก่าคนแก่ของติงโหรว แต่สามีของนางกลับยอมถวายชีวิตให้กับหลิวหรง สุดท้ายตายด้วยยาพิษ
หลังจากทำภารกิจไม่สำเร็จ ดังนั้นแม่ครัวเย่แม้ต่อหน้าจะดูจงรักภักดีต่อหลิวหรง แต่ในใจเกลียดชังนางเข้ากระดูกดำ ใน
เมื่อครั้งนี้ต้วนชิงหมิงพูดว่าให้จัดการหลิวหรงได้เต็มที่ โดยสามารถเก็บเงินที่หลิวหรงสั่งให้ทำเข้ากระเปั๋าส่วนตัวได้ มี
หรือแม่ครัวเย่จะไม่ยินดี
หลายวันมานี้หลิวหรงคงต้องจ่ายเงินไปไม่น้อยในการสั่งอาหาร เมื่อนึกถึงภาพที่หลิวหรงต้องกัดฟันกรอดด้วย
ความโกรธแค้น ในใจของต้วนชิงหมิงก็อดที่จะหัวเราะเยาะไม่ได้
ต้วนชิงหมิงคิดพลางแสยะยิ้ม
หลิวหรง ถ้าเจ้าคิดว่าข้าจะเล่นงานเจ้าเพียงเรื่องอาหาร เจ้าคิดผิดแล้ว!
นางเคยไปหาหมอเพื่อสอบถามเกี่ยวกับการรักษาโรคของหลิวหรง ฉะนั้นจึงรู้เรื่องโรคของนางอย่างละเอียด
ถี่ถ้วน จนถึงวันนี้ หากต้องการให้หลิวหรงเจ็บปั่วยออดๆ แอดๆ ตลอดไป ต้วนชิงหมิงมีวิธีการรับมือมากกว่าสิบสองวิธี
เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว!
ต้วนชิงหมิงคำนวณเวลาในใจ เรื่องยาที่หลิวหรงได้กินและเรื่องต้วนอวี้หราน อีกไม่กี่วันเรื่องของหลิวหรงก็คงจะ
ได้ผลลัพธ์ออกมา
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เห็นคุณหนูครุ่นคิดอย่างลึกซึ้งจึงไม่กล้าพูดอะไรขึ้น ผ่านไปนานถึงเอ่ยปาก “คุณหนู ได้ยินมาว่าคุณ
หนูรองวิ่งเข้าวิ่งออกเรือนอี๋เหนียงอยู่บ่อยครั้ง ข้าวเย็นวันนี้นางก็ทานที่เรือนของหลิวอี๋เหนียง!”
เมื่อคิดอยู่สักประเดี๋ยว ใบหน้าของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็ดีใจจนเปล่งประกายออกมา “คุณหนู คุณหนูรองยังห้อยถุง
หอมนั้นติดตัวไปมาทุกวัน ได้ข่าวมาว่าหลิวอี๋เหนียงยังออกปากชมว่าถุงหอมนั้นสวยงามไม่น้อย!”
ต้วนชิงหมิงแสยะยิ้มออกมาอีกครั้ง