การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 178 แขกมาในยามคํ่าคืน
ถุงหอมใบนั้นงดงามเพราะได้ใช้ช่างปักผ้าที่มีชื่อเสียงและฝีมือในการปัก ใช้เวลานานกว่าจะมาถึงมือนาง แต่นางก็
ยังให้ช่างปรับถุงหอมให้มีความพิเศษบางอย่างเพิ่มเข้าไปอีก
ถุงหอมนั้นเป็นสิ่งที่ต้วนชิงหมิงตั้งใจมอบให้สองแม่ลูก ส่วนเรื่องการใช้ประโยชน์นั้นก็มีไม่น้อย ทว่าที่มาที่ไปของ
ถุงหอมไม่ชัดเจน หลิวหรงจึงต้องสืบหาต้นตอที่มา แต่เกรงว่าสืบอย่างไรก็คงไม่มีทางเจอ
กลิ่นหอมของถุงหอมนั้นเป็นกลิ่นที่ต้วนอวี้หรานชอบ เป็นที่รู้กันว่าเมื่อนำถุงหอมนั้นติดตัวไว้นานเท่าไร ร่างกายก็
จะมีกลิ่นหอมมากขึ้นเท่านั้น ถ้าวางไว้ในห้องก็จะส่งกลิ่นขจรขจายไปทั่ว ซึ่งกลิ่นนั้นเป็นกลิ่นที่ต้วนอวี้หรานชื่นชอบ ดัง
นั้นเมื่อนางเจอของที่ลํ้าค่าเช่นนี้จึงนำติดตัวไว้ตลอดเวลา
ในเมื่อเจ้าชอบถุงหอมนี้ก็นำติดตัวให้ดีเถอะ เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะเอาติดตัวอีกนานเพียงใด
พอนึกถึงได้ถึงตรงนี้ ต้วนชิงหมิงก็วางกานํ้าชาที่อยู่ในมือลง บิดขี้เกียจอย่างช้าๆ “เอาล่ะ เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ หากมี
อะไรก็ให้ปรึกษาแม่นมหนิงเพื่อหาทางจัดการ ข้าเหนื่อยแล้ว อยากจะไปพักเสียหน่อย”
ต้วนชิงหมิงนิ่งไปสักพักก่อนที่จะพูดขึ้นอีก “คืนนี้พวกเจ้าก็รีบพักผ่อนแต่หัววัน พรุ่งนี้มีเรื่องให้ต้องจัดการอีก
มาก”
นางเชื่อว่างานวันเกิดในวันพรุ่งนี้จะต้องมีเรื่องสนุกเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ดังนั้นคืนนี้ไม่เพียงแต่นาง เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์
เองก็ต้องพักผ่อนเก็บแรงเอาไว้ เพื่อที่จะได้รับมือเหตุการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้
เมื่อเห็นสีหน้าที่อ่อนล้าของต้วนชิงหมิง เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จึงรีบพานางเข้าไปพักผ่อนบนเตียงนอน
วันนี้นางไปเป็นแขกที่จวนเสนาบดี จึงแบ่งหน้าที่ให้บ่าวรับใช้ทำสิ่งต่างๆ อยู่ในเรือน ดังนั้นเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จึงไม่รู้ว่า
วันนี้นางเจอเรื่องอะไรมาบ้าง
แต่ด้วยสายตาที่เฉียบคม นางจำได้ว่าชุดที่คุณหนูใส่ไปร่วมงานไม่ใช่เสื้อแขนยาวและกระโปรงจีบสีชมพู
ทว่าเรื่องบางเรื่องสำหรับบ่าวรับใช้ก็มิควรเป็นห่วงหรือก้าวก่ายในชีวิตของเจ้านายมากเกินไป ในเวลานี้นางกำลัง
ช่วยต้วนชิงหมิงเปลี่ยนเสื้อผ้า หวีผม ปล่อยมุ้งและม่านบังลงมา เสร็จแล้วจึงออกไปอย่างเงียบๆ
ไม่นานม่านรัตติกาลก็คลี่คลุม จันทราทอประกายสาดแสงตกกระทบหิมะบนพื้นจนดูเหมือนเป็นผลึกแก้วใส หิมะ
ขาวบนหลังคาดุจบัวหิมะที่ผลิดอกแข่งขันประชันกัน
ลมหนาวพัดผ่านมาปะทะที่หน้าต่างจนเกิดเสียงหวีดหวิว เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่เดินอยู่ท่ามกลางหิมะถอนหายใจออกมา
ยาวด้วยความหวาดหวั่น
ที่จริงแล้ว มีบางเรื่องที่นางไม่ได้บอกคุณหนู วันนี้ตอนพลบคํ่า ต้วนอวี้หรานนำถุงหอมมาโอ้อวดถึงเรือนหนิงซู
เยี่ยน แต่นางพบว่าต้วนชิงหมิงไม่อยู่จึงตามหาโดยรอบ ก่อนที่จะเดินไปต่อว่าไป
ต้วนอวี้หรานกับต้วนชิงหมิงไม่ได้ไปมาหาสู่กันบ่อยนัก ดังนั้นเมื่อเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์รู้ข่าวการมาของนาง จึงรู้สึกมีบาง
สิ่งที่ผิดปกติ และเป็นไปตามที่นางคิด เพราะก่อนที่ต้วนอวี้หรานจะออกจากเรือนไป นางได้พบผงบางอย่างที่ตกอยู่บน
พื้น
ผงเหล่านั้นไร้สีไร้กลิ่น ร่วงหล่นตามการก้าวเดินของต้วนอวี้หรานตลอดทาง นางตกใจเป็นอย่างมาก จึงรีบเรียก
บ่าวรับใช้คนอื่นมาทำความสะอาดจนหมดสิ้น จากนั้นใช้นํ้าล้างพื้นให้สะอาด จึงนำถุงเล็กใบนั้นให้เสี่ยวหรงเอาไปให้พี่
ชายอย่างเงียบๆ
เพื่อนำผงนี้ส่งไปให้ท่านหมอตรวจสอบ จากนั้นนางจึงจะรายงานให้คุณหนูทราบว่าของที่ต้วนอวี้หรานตั้งใจทิ้งไว้
มีจุดประสงค์ใด
…
คํ่าคืนที่เงียบสงัดไร้ซึ่งเสียงอันใด แม้แต่เสียงแมลงสักตัวก็ไม่มี
ต้วนชิงหมิงเมื่อถึงเตียงก็สลบไสลด้วยความอ่อนล้าเป็นอย่างมาก เมื่อถูกลมหนาวพัดมาปะทะเข้าที่ใบหน้า นาง
จึงรู้สึกตัวตื่นขึ้น
หรือว่าหน้าต่างไม่ได้ปิด?
ต้วนชิงหมิงขมวดคิ้ว คืนนี้เป็นเวรที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ต้องสลับมาเฝั้าเรือน ทำไมนางถึงได้สะเพร่าได้ขนาดนี้?
ต้วนชิงหมิงค่อยๆ ลืมตาขึ้นเพื่อที่จะลุกไปปิดหน้าต่าง แต่ตอนนั้นเองนางรู้สึกถึงสิ่งแปลกประหลาดบางอย่าง
ความรู้สึกนั้นเหมือนกับสัตว์ปั่าตัวหนึ่งที่กำลังง้างกรงเล็บรอคอยที่จะตะปบเหยื่อ ซึ่งโอกาสนั้นมีเพียงครั้งเดียวที่
จะจัดการเหยื่อให้อยู่หมัด
หรือว่ามีคน?
ต้วนชิงหมิงหวาดกลัวจนเหงื่อซึมทั่วแผ่นหลัง!
นางค่อยๆ ขยับตัว มือขวาบีบกำไลไว้แน่น สอดส่ายสายตาไปทั่วอย่างระแวดระวัง บรรยากาศรอบตัวสงัดเงียบ
แสงจันทราส่องเข้ามาในห้องลอดผ่านบานหน้าต่างจนทำให้ห้องกลับสว่างไสวขึ้นไปอีก
หน้าต่างถูกเปิดไว้ครึ่งบานแกว่งไปมาจนมีเสียงเอี๊ยดอ๊าดดังออกมา
ภายในห้องที่เงียบสงัดเช่นนั้น ต้วนชิงหมิงสอดส่ายสายตามองไปทั่วทั้งห้องอย่างถี่ถ้วน กลับไม่พบว่ามีร่องรอย
ของคน
นางถอนหายใจอย่างโล่งใจ โชคดีที่ไม่มีคน!
นางคงจะกังวลตกใจมากเกินไป เช็ดเหงื่อที่ไหลออกมาตรงหน้าผาก จากนั้นจึงขยับลงจากเตียงเพื่อไปปิด
หน้าต่างให้สนิท
ในตอนนี้เอง ด้านหลังของนางมีเพียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นมา
เสียงหัวเราะนั้นราวกับเป็นคลื่นนํ้าที่บ้าคลั่งที่ซัดสาดเข้ามาในผืนทะเลอันเงียบสงบ แหลมคมเหมือนปลายธนูที่
ทะลุเข้ามาในกลางหัวใจ
เดิมทีจิตใจของนางสงบนิ่งลงแล้ว แต่ในตอนนี้กลับเต้นแรงขึ้นมา เสื้อผ้าที่นางสวมใส่เต็มไปด้วยเหงื่อ
มีคนแอบย่องเข้ามาในห้อง?
เพียงแต่เขาคนนั้นแอบย่องเข้ามาที่นี่เมื่อไรกัน? เมื่อครู่เขาไปหลบอยู่ตรงไหน? เขามาที่นี่เพื่อจุดประสงค์ใด? นาง
หยุดชะงักตรึกตรองทั้งที่ยังไม่ได้หมุนตัวกลับมา
สิ่งเหล่านี้ต้วนชิงหมิงยังคิดหาคำตอบไม่ออก
“ท่านเป็นใคร กลางดึกกลางดื่นเช่นนี้เข้ามาที่ห้องข้าเพื่อสิ่งใด?”
นํ้าเสียงของนางนิ่งเรียบและเยือกเย็น!
หลายครั้งแล้วที่มีคนบุกเข้ามาในห้องของนาง ครั้งแรกนางถูกคนเอาดาบจ่อไว้เพื่อต้องการของมีค่า ส่วนครั้งนี้อีก
ฝั่ายเข้ามาตอนที่ไม่มีใคร อีกทั้งยังกล้าที่จะหัวเราะอย่างชั่วร้ายในห้องของนางอีกด้วย
ระหว่างนั้นต้วนชิงหมิงรู้สึกคุ้นเคยกับเสียงหัวเราะนั้นอย่างมาก เพียงแต่ความตื่นเต้นหวาดกลัวที่มากกว่า ทำให้
ไม่สามารถแยกแยะได้ทันที
เสียงหัวเราะนั้นเงียบลงไป
เหลือเพียงเสียงลมหายใจสมํ่าเสมอและแผ่วเบา
ต้วนชิงหมิงยืนอยู่ตรงนั้นด้วยท่าทางที่จะเอื้อมไปปิดหน้าต่าง แต่นางไม่กล้าแม้แต่จะขยับเขยื้อนและหันหน้ากลับ
ไปมอง!
เพราะกลัวว่าหากหันหน้ากลับไปมอง คนผู้นั้นจะทำอันตรายต่อนาง!
ลมหนาวที่พัดโชยพัดเข้ามาทั่วห้อง ต้วนชิงหมิงที่สวมเสื้อผ้าเนื้อบางสั่นเทิ้ม
ได้ยินเสียงดัง “ปัง” แสงไฟภายในห้องดวงหนึ่งก็สว่างไสวขึ้นมา หัวใจของต้วนชิงหมิงเต้นรัว ก่อนที่จะค่อยๆ หัน
หลังกลับไปมองชายหนุ่มด้านหลัง
แสงไฟตกกระทบไปบนใบหน้าของชายผู้นั้น
ใบหน้าหล่อเหลา ผิวพรรณที่ขาวหมดจด สายตาที่หยาดเยิ้มน่าหลงใหล ถ้าไม่ใช่เหยียนหลิ่งอวี๋ที่น่ารำคาญแล้ว
จะเป็นใครอื่นได้เล่า?
ต้วนชิงหมิงถอนหายใจยาวออกมาด้วยความโกรธ สติสัมปชัญญะหายไปหมดสิ้น
นางชายกระโปรงขึ้น เดินลงส้นเท้าเสียงดังไปตรงหน้าเหยียนหลิ่งอวี๋ ฟาดฝั่ามือลงไปที่เขาทันที “ท่านบ้าไปแล้ว
หรือ กลางดึกกลางดื่นแอบย่องเข้ามาในห้องของคนอื่น เสียสติไปแล้วหรืออย่างไร”
สิ่งที่ต้วนชิงหมิงประหลาดใจมากก็คือ เห็นอีกฝั่ายไม่ขยับหนีหรือต่อต้านใดแม้แต่น้อย ยอมให้นางตบตีไปที่ศีรษะ
และร่างกายของเขา
เมื่อดูจากท่าทางที่ตบตีของต้วนชิงหมิง แสงไฟในห้องก็พลิ้วไหวไม่หยุดนิ่ง
นางกัดฟันกรอดๆ ต่อว่าผู้บุกรุก ชี้มือไปทางหน้าต่างด้วยความโมโห “ท่านชอบปีนหน้าต่างอย่างนั้นหรือ? ถ้ามี
เวลาเยอะก็ถอดหน้าต่างกลับไปปีนทุกวันก็แล้วกัน!”
ไม่รู้ว่าต้วนชิงหมิงตบตีไปเท่าไร และไม่รู้ว่านางขุดเอาบรรพบุรุษของเหยียนหลิ่งอวี๋ขึ้นมาครบทุกรุ่นแล้วหรือยัง
ในที่สุดต้วนชิงหมิงก็หมดแรง หอบจนขาอ่อนลงไปนั่งพับอยู่ที่พื้น สายตาจ้องเขม็งไปที่เขาอย่างจริงจัง!
เหอะ! ยามวิกาลเช่นนี้ไม่รู้จักหลับจักนอน เดินละเมอมาถึงที่นี่เลยหรือไร
เด็กหนุ่มมองต้วนชิงหมิงที่นั่งพับอยู่ที่พื้น ปากรูปกระจับเผยอขึ้น “ตีจนพอใจแล้วหรือยัง?”