การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 179 เรื่องร้ายเกิดในจวนเสนาบดี
“ถ้าเจ้าตีจนสาแก่ใจแล้ว ถึงตาข้าพูดได้แล้วหรือยัง?”
ต้วนชิงหมิงยังไม่หายโมโห “ยังไม่พอ ข้าอยากจะตีท่านจนขาหัก จากนั้นก็จับท่านโยนทิ้งไปเสีย!”
เหยียนหลิ่งอวี๋มองไปที่หน้าต่างที่เปิดแง้มอยู่ครึ่งบาน เห็นต้วนชิงหมิงที่สวมชุดกระโปรงที่บางเบา เขาเบ้ปากเล็ก
น้อย “เจ้าควรจะไปหาเสื้อคลุมมาใส่ไว้ก่อน จากนั้นค่อยมาจัดการข้าจะดีกว่าไหม?”
หาเสื้อคลุมมาใส่?
ต้วนชิงหมิงได้สติมองลงมาที่ตัว ทันใดนั้นก็หวีดร้องเสียงแหลม!
นางรีบลุกไปคว้าเสื้อคลุมมาใส่ไว้ จากนั้นก็มองเขาด้วยสายตาคาดโทษ เหยียนหลิ่งอวี๋คนชั่วช้า ถ้าไม่ใช่เขา นางมี
หรือจะตกอยู่ในสภาพอเนจอนาถแบบนี้!
เห็นสายแหลมคมเหมือนดาบของนาง เหยียนหลิ่งอวี๋จึงลุกขึ้นไปปิดหน้าต่าง เอ่ยอย่างตะกุกตะกัก “เจ้ารู้หรือไม่
ว่าจวนเสนาบดีวุ่นวายไปหมดแล้ว!”
นางชะงักเล็กน้อย “เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับข้าด้วย?”
ที่เขาบุกเข้ามาทางหน้าต่างกับเรื่องที่เกิดขึ้นในจวนเสนาบดี มันเกี่ยวอะไรกันด้วย?
เหยียนหลิ่งอวี๋หยิบกรรไกรขึ้นมาเล่มหนึ่งขึ้นไปตัดไส้เทียนอย่างเชื่องช้า ก่อนที่จะคลี่ยิ้มน้อยๆ “แล้ววันนี้เป็นใคร
กันที่ตั้งใจพูดให้หนิวไปั๋ตัดสินใจลงมือกับองค์หญิงหลิงหรง?”
ต้วนชิงหมิงหน้าแดง พูดอย่างอ้อมแอ้ม “เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับข้าด้วย?”
อีกฝั่ายจ้องมองนาง “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้าอย่างนั้นหรือ?”
เด็กสาวไม่สนใจเขา ชี้นิ้วไปทางหน้าต่าง “ถ้าหากองค์ชายสามมาที่นี่ในยามวิกาลเพื่อจะบอกเรื่องนี้กับข้า เช่นนั้น
ข้ารู้เรื่องนี้แล้ว ชายหญิงมีความแตกต่างกัน ขอให้องค์ชายกลับไปเสียเถิด!”
เหยียนหลิ่งอวี๋เลิกคิ้วขึ้น “ข้ายังพูดไม่จบ!”
จิ้งจอกน้อยตัวนี้สร้างเรื่องใหญ่เข้าแล้ว
นางไม่เพียงตั้งใจพูดกระตุ้นหนิวไปั๋ ยังกลัวว่าเขาไม่ติดกับจึงไปร่วมมือกับหลิวยวน ให้ใช้เงินซื้อบ่าวรับใช้มาเป็น
พวก มอมเหล้าให้หนิวไปั๋เมา จากนั้นหลอกล่อให้เขาไปเรือนรับรองขององค์หญิงหลิงหรง!
องค์หญิงหลิงหรงไม่ชอบหนิวไปั๋นั้นเป็นเรื่องจริง เพียงแต่หนิวไปั๋ที่เมาเหล้าได้บุกเข้าไปที่พักขององค์หญิง พูด
หว่านล้อมต่างๆ นานา ไม่รู้ว่าองค์หญิงถูกปั้ายยาหรือด้วยเหตุอันใด หนิวไปั๋จึงสามารถโน้มน้าวให้องค์หญิงหลิงหรงขึ้น
เตียงกับเขาได้!!!
ทางด้านหลิวยวนก็ให้บ่าวรับใช้ใช้ข้ออ้างจับขโมยในการบุกเข้าไปในห้ององค์หญิง เพียงเท่านี้ก็สามารถจับทั้งคู่ได้
คาหนังคาเขา
องค์หญิงหลิงหรงที่ได้สติขึ้นมาก็ไม่ยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น นางร้องห่มร้องไห้บอกว่าจะตายเพียงอย่างเดียว ฮูหยิน
หลิวไล่ตีหนิวไปั๋ ส่วนเสนาบดีหลิวก็โกรธจนเป็นลมล้มพับไปทันที
ตอนนี้ในจวนเสนาบดีวุ่นวายยุ่งเหยิงไปหมดแล้ว
หนิวไปั๋ไม่ใช่คนโง่ เขารู้ดีว่าองค์หญิงหลิงหรงไม่มีทางเลอะเลือนหลับนอนกับเขา ส่วนสาเหตุที่ว่าทำไมเรื่องนี้
สามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่น นั้นก็เพราะเหยียนหลิ่งอวี๋ได้แอบยื่นมือช่วย โดยใช้องครักษ์ที่ซุ่มไว้ในจวนเสนาบดีใน
การช่วยหลิวยวนอีกแรง
ไม่เพียงเท่านี้ เรื่องที่ท่านพ่อยอมรับหลิวยวนกลับเข้าตระกูลได้ไม่ถึงหนึ่งวัน ฮูหยินหลิวที่ดูแลจวนเสนาบดีมากว่า
สิบปีย่อมรู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดขึ้น แม้ต้วนชิงหมิงจะฉลาดหลักแหลมเพียงใด ก็ไม่แน่ว่าจะหลงเหลือร่องรอยบางอย่าง
ทิ้งไว้อย่างแน่นอน!
เหยียนหลิ่งอวี๋มีสายที่คอยรายงานความเคลื่อนไหวในจวนเสนาบดี เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น คนในจวนเสนาบดีจึง
ต้องการเข้าเฝั้าฝั่าบาท เขาจึงรีบวิ่งมาเอาความดีความชอบจากนาง
พอได้ฟังที่เหยียนหลิ่งอวี๋เล่าเรื่องทั้งหมด สีหน้าของต้วนชิงหมิงก็แดงเรื่อขึ้นมา
วันนี้นางได้บอกวิธีให้กับเชวียหนิงซวนเพื่อไปสอนหลิวยวนอีกที คิดไม่ถึงว่าเรื่องนี้สามารถจัดการได้ราบรื่นขนาด
นี้
แต่เรื่องนี้กลับอยู่ในสายตาของเขาจนหมด หรือขารู้ว่านางจะใช้แผนการนี้ตั้งแต่แรก?
เหยียนหลิ่งอวี๋หัวเราะเยาะ “ต้วนชิงหมิง เจ้าคิดจะยื่นมือเข้าไปทุกเรื่องเลยสินะ”
เรื่องในจวนต้วนยังไม่มากพออีกหรือ ถึงยื่นมือเข้าไปยุ่งในจวนเสนาบดีจนถึงตัวหลิงหรง
ทันใดนั้นนางคิดขึ้นมาได้ว่าองค์หญิงหลิงหรงเป็นพี่สาวของเขา ต้วนชิงหมิงจึงก้มหน้าตํ่าลงไปอีก “คนในจวน
เสนาบดีต้องการเล่นงานหลิวยวน ส่วนองค์หญิงหลิงหรงก็บีบบังคับเขา ข้าทนดูต่อไปไม่ได้จริงๆ”
เขาหัวเราะขึ้นมา “เจ้าทนดูต่อไปไม่ได้จึงมาทำลายชีวิตของหลิงหรงอย่างนั้นหรือ? เพื่อจะทำเรื่องนี้ให้ใหญ่ไปถึง
หูฝั่าบาท? เจ้ารู้หรือไม่ว่าชื่อเสียงนั้นสำคัญต่อหญิงสาวคนหนึ่งมากเพียงใด เจ้าทำเช่นนี้จะให้หลิงหรงเอาหน้าไปไว้
ที่ไหน?”
ต้วนชิงหมิงหน้าซีดเป็นไก่ต้ม
ไม่ใช่ว่านางไม่เคยคิดถึงจุดนี้ เพียงแต่นางกลัวว่าหากองค์หญิงหลิงหรงได้แต่งกับหลิวยวน เขาจะต้องเผชิญกับ
อันตรายและทนทุกข์ทรมานมากกว่านี้
ฮูหยินเสนาบดีจะไม่ยอมปล่อยให้หลิวยวนสุขสบาย
หลิวซูจิ้งและหลิวซูอี๋ก็จะไม่ปล่อยหลิวยวนมีความสุข
หนิวไปั๋ที่รอคอยการยอมรับเข้าตระกูลหลิว ไม่มีทางยอมให้หลิวยวนสมหวัง
ยังไม่รู้ว่ามีคนคอยซุ่มเล่นงานหลิวยวนในที่มืดอีกมากแค่ไหน เรื่องนี้ต้นางจะไม่ยุ่งได้หรือ
เงียบไปสักพัก ต้วนชิงหมิงพูดอย่างอึกอักขึ้น “องค์หญิงหลิงหรงกับหนิวไปั๋คู่กันไม่ใช่เรื่องดีหรอกหรือ”
คนหนึ่งร้ายกาจ อีกคนเหี้ยมโหด จับคู่กันแล้วช่างลงตัวอะไรขนาดนี้!
เหยียนหลิ่งอวี๋เงยหน้าจ้องนางเขม็ง ดวงตาแทบจะลุกเป็นไฟ “ใช่สิ หลิงหรงร้ายกาจ หนิวไปั๋เหี้ยมโหด คนทั้ง
สองสมควรถูกเล่นงาน! แต่ว่าเจ้าเคยคิดถึงตัวเจ้าบ้างหรือไม่? หากเรื่องนี้ล้มเหลวจะสร้างปัญหาให้เจ้ากับหลิวยวนมาก
แค่ไหน?”
ยื่นมือเข้าไปช่วยหลิวยวนในครั้งนี้ ในใจของของเขาไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก
แผนการนี้เป็นความคิดของนาง ถ้าไม่สำเร็จคนที่จะซวยก็คือตัวนางเอง ทางเลือกของเขาจึงมีเพียงสองทาง ดูต้
วนชิงหมิงเกิดเรื่อง ไม่ก็ยื่นมือเข้าช่วยหลิวยวนเพื่อปกปั้องต้วนชิงหมิงทางอ้อม
มีเพียงสองทางเลือกนี้เท่านั้น ไม่มีทางเลือกอื่น ฉะนั้นเหยียนหลิ่งอวี๋จึงเลือกตัวเลือกหลัง
เขาหัวเราะเยาะ “เจ้าคิดหรือว่าฮูหยินหลิวที่ดูแลจวนหลิวมากว่าสิบปีจะถูกเล่นงานเอาได้โดยง่าย? เจ้าคิดหรือว่า
หนิวไปั๋ฟังที่เจ้าพูดแล้ว จะไปจัดการหลิงหรงจริง? เจ้าคิดหรือว่าหลิงหรงจะยอมให้หนิวไปั๋ทำอะไรกับนางได้ตามอำเภอ
ใจ?”
ภายใต้แสงเทียนเผยให้เห็นแววตาดุดันจริงจังของเขา “ในโลกนี้มีสิ่งหนึ่งที่ยุติธรรมเท่าเทียมกัน คนฉลาดเฉลียว
จะรู้ว่าตัวเองเฉลียวฉลาด แต่คนโง่เขลามักจะคิดว่าตัวเองปราดเปรื่อง ต้วนชิงหมิง เจ้าเป็นคนแบบหลัง เจ้ามันโง่เขลา
เบาปัญญา ยังคิดว่าตัวเองจะเหยียบพวกที่ปราดเปรื่องให้จมอยู่ใต้ฝั่าเท้า”
ยิ่งเขาพูดสีหน้าของนางก็ขาวซีดเพิ่มขึ้นไปอีก
ภายในเงามืดที่แสงไฟส่องมาไม่ถึง นางกัดริมฝีปาก ไม่ปริปากเถียงเลยสักคำ!
เดิมทีต้วนชิงหมิงก็พอรู้ว่าฮูหยินหลิวร้ายกาจไม่น้อย มิฉะนั้นคงไม่สามารถยืนหยัดดูแลจวนมาได้นานหลายปี อีก
ทั้งหลิวยวนพึ่งจะเข้าจวนทุกอย่างยังนิ่งสงบไม่มีเรื่องอันใด สิ่งที่ฮูหยินหลิววางแผนให้หลิวยวน ยืมมือหนิวไปั๋เข้ามาช่วย
ก็เพื่อจะได้หลุดพ้นการพัวพันขององค์หญิงหลิงหรง แต่นางคงกลับคาดไม่ถึงว่าหลิวยวนจะทำเรื่องที่อยู่นอกแผนการ ให้
บ่าวรับใช้ไปจับหนิวไปั๋และองค์หญิงหลิงหรงถึงบนเตียงคาหนังคาเขา ตอนนี้เรื่องแดงจนถอยกลับไม่ได้แล้ว สำหรับหลิว
ยวนนับว่าเป็นการสร้างเรื่องงามหน้าชิ้นใหญ่แล้ว!
ตอนนี้นางถึงได้รู้ว่า เรื่องนี้จะพึ่งแรงของหลิวยวนฝั่ายเดียวนั้นไม่มีทางทำสำเร็จ!
เหมือนที่เหยียนหลิ่งอวี๋เล่ามาทั้งหมด ภายในจวนเป็นที่ของผู้หญิง รวมกับฮูหยินหลิวดูแลจวนเสนาบดีมากว่าสิบ
ปี มีหรือจะยอมให้หลิวยวนที่เพิ่งเข้ามาจะมาสั่นคลอนได้ ส่วนที่หลิวยวนทำสำเร็จเพราะได้รับความช่วยเหลือจากองค์
ชายสามไม่น้อย
ต้วนชิงหมิงแอบถอนหายใจอย่างแผ่วเบา
นางรู้ดีว่าที่เขายอมช่วยหลิวยวนไม่ใช่เพราะเรื่องฐานะของเขา แต่เป็นการสร้างบุญคุณให้กับนางและหลิวยวน
หากเมื่อใดที่เขาต้องการทวงบุญคุณ ก็สามารถให้ทั้งคู่ทำตามที่เขาปรารถนา
เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่เคยทำอะไรที่ขาดทุน ครั้งนี้ก็เช่นกัน เขาไม่เคยช่วยใครโดยเสียแรงเปล่าอย่างแน่นอน
เด็กสาวค่อยๆ คุกเข่าลงกับพื้น พูดเสียงเบา “เรื่องคืนนี้ขอให้องค์ชายช่วยข้า…”
อีกฝั่ายเบะปากเลิกคิ้วขึ้นพลางพยักหน้าน้อยๆ นางพอจะเดาผลที่จะเกิดขึ้นได้แล้วสินะ?
เขาตั้งใจไปกระแอมออกมาครั้งหนึ่ง “ต้วนชิงหมิง เจ้าเตรียมจะขอบคุณข้าอย่างไร?”
มีบุญคุณต้องชดใช้คือสิ่งที่เขายึดถือเป็นกฎประจำตัว ดังนั้นสายตาที่เขามองต้วนชิงหมิงในเวลานี้จึงไม่มีความ
รู้สึกเก้อเขินอีกต่อไป
นางกัดฟันถาม “ไม่ทราบว่าองค์ชายสามต้องการสิ่งใดเพคะ?”
ในที่สุดนางก็เข้าใจแล้ว เหยียนหลิ่งอวี๋เข้าใจเรื่องทุกอย่างชัดเจนแต่แสร้งทำเป็นโง่ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อจะมาทวงบุญ
คุณจากนาง
เพียงแต่ครั้งนี้ เขาต้องการอะไรจากนางจึงมาถึงที่นี่?
“เรื่องนี้…”
เขาหยิบของชิ้นหนึ่งออกมาจากหน้าอก มองเด็กสาวที่คุกเข่าก้มหน้าอยู่ตรงหน้า “เอาสิ่งนี้ไปทาให้หมด อย่าให้
ข้าเห็นรอยแผลบนมือของเจ้าอีก เรื่องในคืนนี้ก็จะถือว่าแล้วกันไป!”