การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 180 เหยียนหลิ่งอวี๋บาดเจ็บ
ต้วนชิงหมิงถึงกับตกตะลึง
ขวดใบน้อยที่ทำจากอัญมณีสีม่วงที่อยู่ในมือของเหยียนหลิ่งอวี๋สะท้อนแสงระยิบระยับไปมา
มือของเขายื่นออกมาเพียงครึ่งเดียว “ข้าช่วยเจ้า เจ้าก็ติดหนี้บุญคุณข้าอีกแล้ว ฉะนั้นเอาสิ่งนี้ทาที่มือเจ้าอย่าให้
เหลือรอยแผลเป็น!”
เหยียนหลิ่งอวี๋พูดไปก็เปิดขวดอัญมณีสีม่วงออก ในนั้นมียาทาเนื้อขาวบริสุทธิ์และส่งกลิ่นหอมฟุั้งกระจายไปทั่ว
“ข้าเคยได้ยินมาว่าในวังหลวงมีจิ๋วจ่วนอวี้หลานเย่ซึ่งเป็นตำรายาของหมอเทวดา สามารถรักษารอยแผลเป็นได้
เพียงแต่ไม่มีปัญญาจะไปเอาได้เท่านั้นเอง!” ที่วัดศักดิ์สิทธิ์จิ่วฮว๋า ชุนถาวเคยพูดถึงพืชชนิดนี้ว่าเป็นยาที่สามารถใช้รักษา
แผลได้
ต้วนชิงหมิงตกใจจนถอยหลังไปครึ่งก้าว มือลูบไปที่แผลเป็นที่ปูดขึ้นมาพร้อมกับส่ายหัว “ของชิ้นนี้ ข้ารับไว้ไม่
ได้!”
สิ่งของในวังหลวงเป็นสิ่งที่หาได้ยาก ไม่อย่างนั้นชุนถาวจะไม่พูดว่าสิ่งนี้หาได้ยากลำบาก ทว่าตอนนี้กลับอยู่ในมือ
เหยียนหลิ่งอวี๋ นางไม่รู้จริงๆ ว่าเขาเสียแรงไปมากแค่ไหนกว่าจะได้สิ่งนี้มา ดังนั้นนางจึงไม่สามารถรับความปรารถนาดีนี้
ไว้ได้!
เหยียนหลิ่งอวี๋เลิกคิ้วขึ้น นัยน์ตาดำขลับเสมือนท้องฟั้าในยามราตรีมองไปที่นาง “เจ้าจะเบี้ยวข้าอย่างนั้นหรือ?”
เด็กสาวยิ้มแหยออกมา “ข้าไม่ได้อยากจะเบี้ยว… แต่ว่าของชิ้นนี้ลํ้าค่าเกินไป ข้ารับไว้ไม่ได้!”
สีหน้าของเด็กหนุ่มเริ่มไม่สบอารมณ์ “ต้วนชิงหมิง……ข้าเคยพูดว่าชีวิตของเจ้าเป็นของข้า… ของชิ้นนี้ข้าขอสั่งให้
เจ้ารับไว้!”
เมื่อพูดจบก็โยนของนี้ให้นาง จากนั้นก็กลับตัวไปนั่งลงบนเก้าอี้อย่างโมโห
ขวดแก้วที่ทำจากอัญมณีสีม่วงตกไปอยู่ในมือของนางเรียบร้อย ตัวขวดยังมีความอบอุ่นจากมือของเหยียนหลิ่งอวี๋
อยู่ “ได้ ข้าจะรับสิ่งนี้ไว้……และจดจำไว้ในใจก็แล้วกัน!”
อารมณ์ที่ผันผวนของเขาช่างยากจะเดาเสียจริง ตอนนี้ยังเป็นเวลายามวิกาล นางอยากให้เขารีบออกไปจากที่นี่
โดยเร็ว เพื่อจะไม่ได้เป็นขี้ปากของคนอื่น
เด็กหนุ่มไม่ได้ลืมตาขึ้น เพียงแต่ตอบ “อืม” ออกมาคำเดียว
ต้วนชิงหมิงออกไปที่นอกหน้าต่างพร้อมกับจับขวดแก้วในมือไว้แน่น ชี้นิ้วไปนอกหน้าต่าง “ตอนนี้ดึกมากแล้ว
เชิญองค์ชายสาม…”
กลางคํ่ากลางคืนดึกๆ เช่นนี้ เขาจะสามารถออกไปได้ใช่ไหม
เหยียนหลิ่งอวี๋นั่งเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้ เอ่ยอย่างเกียจคร้าน “ข้าเหนื่อยแล้ว คืนนี้คงเดินไม่ไหว สงสัยจะต้องพักที่
นี่คืนหนึ่ง”
“อะไรนะ?”
สิ่งนี้ทำให้ต้วนชิงหมิงถึงกับอ้าปากค้างได้สำเร็จ!
ได้คืบจะเอาศอกอย่างนั้นหรือ?
“องค์ชายสาม พรุ่งนี้จะเป็นวันเกิดของข้า ในเรือนหนิงซูเยี่ยนจะมีคนเข้าออกเต็มไปหมด หากมีคนพูดเรื่องที่
ท่านพักอยู่ที่นี่จะเป็นที่ครหา……ออกไป เช่นนั้น……จะให้ข้าเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?”
เหมือนว่าเหยียนหลิ่งอวี๋จะเหนื่อยล้าจริงๆ เขาไม่ตอบอะไรกลับมาสักคำเดียว
ต้วนชิงหมิงขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย ภายใต้แสงเทียน ใบหน้าที่ขาวหมดจดของเหยียนหลิ่งอวี๋ดูโทรมไม่น้อย
แม้กระทั่งริมฝีปากรูปกระจับก็ไม่มีแม้แต่สีเลือด
หน้าต่างที่ยังไม่ได้ปิดสนิททำให้ลมหนาวยามราตรีเล็ดลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้อง จนเกิดเสียงตึงตัง
นางเดินไปปิดหน้าต่างให้สนิท กระถางไฟสีแดงที่กำลังลุกโชนขับไล่ความหนาวเหน็บ ความอบอุ่นภายในห้องเพิ่ม
ขึ้นทีละน้อย
ต้วนชิงหมิงรู้ว่าไม่ว่าจะพูดอย่างไรอีกฝั่ายก็คงไม่มีทางไป เช่นนั้นก็ให้เขานอนที่นี่ พรุ่งนี้เช้าค่อยไล่เขาไป
เมื่อนางตัดสินใจเช่นนั้นจึงเดินไปหยิบผ้าห่มในตู้เสื้อผ้าออกมาวางไปที่ตั่งยาว จากนั้นก็เดินไปสะกิดเหยียนหลิ่งอ
วี๋อย่างเบามือ “องค์ชายสาม นอนตรงนี้ไม่ได้ เดี๋ยวจะไม่สบายเอานะเพคะ!”
คนที่ถูกสะกิดไม่ได้ขยับเขยื้อนตัวแม้แต่น้อย
นางจึงเข้าไปเขย่าตัวก็ยังคงไม่มีเสียงตอบรับใด!
กระทั่งนางจนปัญญา นางจึงหยิบผ้าห่มไปคลุมให้เขา พอดีกับที่หน้าของนางอยู่ใกล้กับคิ้วดกดำ ใบหน้าที่ขาว
บริสุทธิ์ ดวงหน้าเรียวของเหยียนหลิ่งอวี๋ ภายใต้แสงเทียนที่เดี๋ยวสว่างเดี๋ยวริบหรี่ นางเห็นคิ้วที่ขมวดได้คลายลงและผิว
พรรณที่เรียบเนียนของเขา
รูปร่างภายนอกของเขาดูหล่อเหลาจนน่าหลงใหล และตอนนี้เขากำลังนอนหายใจอย่างแผ่วเบาอยู่ที่นี่
จู่ๆ ภายในห้องก็มีกลิ่นคาวเลือดบางเบาลอยคละคลุ้ง นางรีบดึงมือกลับมา พบว่าฝั่ามือของนางเปียกชื้น เมื่อ
ส่องไฟดูพลันตื่นตระหนก
เลือด……เลือดเต็มมือนางไปหมด
ทั้งยังมีความอุ่นจากกายของเขา ความอบอุ่นนั้นทำให้ต้วนชิงหมิงร้อนใจเหมือนถูกไฟเผา
ใจของนางพลันทรมานยิ่งกว่าถูกมีดแทง นางหันไปมองเขาด้วยร่างกายที่สั่นเทิ้ม
องค์ชายสามได้รับบาดเจ็บ
แต่ตอนที่เขาเข้าห้องมากลับไม่พูดถึงเรื่องนี้แม้แต่คำเดียว ยอมให้นางทุบตีอยู่ตั้งนาน หมัดของนางจะต้องตีไป
โดนบาดแผลของเขา
ทว่า… เขากลับไม่ขมวดคิ้วแม้แต่น้อย
“ท่าน… เหยียนหลิ่งอวี๋”
การเขย่าตัวของนางทำให้คนที่สลบไสลร่วงจากเก้าอี้ตกลงมาที่พื้นราวกับท่อนไม้ท่อนหนึ่ง
โชคดี ผ้าห่มที่นางคลุมตัวให้ได้หล่นลงมาที่พื้นรองรับเขาไว้ก่อนที่เขาจะตกลงมา เพียงแต่เมื่อบาดแผลได้รับการก
ระทบกระเทือน ก็ยิ่งทำให้เลือดไหลออกมาเร็วยิ่งขึ้น สัมผัสเหนอะหนะซึมไปที่ผ้าด้านหลัง
เขาจะมีชีวิตรอดได้อย่างไร ในเมื่อเลือดไหลมากมายขนาดนี้
ขณะนั้นนางถึงกับลนลานทำอะไรไม่ถูก!
นางคว้ากรรไกรมาตัดเสื้อของเหยียนหลิ่งอวี๋ออก ร่างกายท่อนบนจึงปรากฏรอยแผลยาวบนหน้าอก ทั้งยังมีเลือด
ไหลออกมาไม่หยุด ร่างกายของเขาเย็นเฉียบราวกับแช่อยู่ในก้อนนํ้าแข็งยักษ์ ความร้อนในตัวลดน้อยลงเรื่อยๆ ร่างกาย
เริ่มเย็นจนนางไม่คิดว่าเขาจะมีชีวิตต่อไปได้อีก
ใจของต้วนชิงหมิงกลับรู้สึกร้อนรนขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
นางอยากอุ้มเหยียนหลิ่งอวี๋ขึ้นมา แต่นางตัวเล็ก มีแรงเพียงน้อยนิด แม้แต่จะลากคนหนึ่งคนก็ยังลำบาก
ติ๋ง ติ๋ง… เลือดสีเข้มยังคงไหลออกจากบาดแผลจนเสื้อที่ถูกแหวกออกซึมซับเลือดไม่ไหว หยดลงพื้นทีละน้อย
ต้วนชิงหมิงกัดฟันเรียกชื่อเขาเบาๆ “เหยียนหลิ่งอวี๋ รีบลุกขึ้น……ท่านลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้!”
ชายหนุ่มที่เมื่อครู่มีแรงต่อปากต่อคำกลับหายใจรวยรินอยู่กับพื้น ต้วนชิงหมิงเขย่าเขาไปมาอีกหลายที
นางคิดอะไรบางอย่างได้ก็รีบวิ่งออกไปที่ห้องด้านนอก ใช้นํ้าชาที่เย็นชืดสาดไปที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์หวังให้นางตื่นขึ้น
จากนั้นก็ลากนางเข้ามาในห้อง
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เห็นเลือดของเหยียนหลิ่งอวี๋ไหลนองเต็มพื้นก็ร้องอย่างตกใจ ต้วนชิงหมิงถลึงตาใส่ พลางยกนิ้วชี้
แตะไปที่ปาก ประหนึ่งให้เงียบเสีย อีกฝั่ายจึงรีบปิดปากตัวเองอย่างรวดเร็ว
ต้วนชิงหมิงไม่รู้จะทำอย่างไรดี “เรื่องนี้ห้ามให้คนอื่นรู้เด็ดขาด… ตอนนี้ช่วยกันพยุงเข้าขึ้นมาบนเตียง!”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์รับปาก จากนั้นช่วยต้วนชิงหมิงพยุงเขาขึ้นไปนอนบนเตียงอย่างระมัดระวัง
นางใช้กรรไกรตัดเสื้อของเขาที่เหลือออกทีละชั้นทีละชั้น พบว่าบนตัวของเหยียนหลิ่งอวี๋มีบาดแผลที่ลึกมากอีก
สองสามรอย มีแผลที่หนึ่งถูกแทงที่หน้าท้อง แผลที่สองเป็นรอยฟันตั้งแต่หน้าอกลงมาถึงท้องน้อย แผลสุดท้ายตรง
หน้าอกถูกเสียบเป็นรอยทั้งยาวและลึก
รอยแผลทั้งสามยังคงมีเลือดไหลออกมาไม่หยุด ผ้าห่มของนางเปียกชุ่มไปด้วยเลือดของเขา
ต้วนชิงหมิงกัดฟันสั่งให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ตัดเสื้อผ้าที่เหลือออกให้หมด หลังจากนั้นนางก็วิ่งไปหยิบกล่องยา หายาห้าม
เลือดอย่างรวดเร็ว
ไม่ว่าจะเป็นยาห้ามเลือดแบบผง แบบเม็ดหรือแบบทา… อันไหนกินได้ก็รีบกรอกปาก อันไหนทาได้ก็ทาที่แผล
จนสุดท้ายจึงหยิบผ้าพันแผลมาพันแผลรอบตัวเขาไว้จนหมด
ยาเหล่านี้ต้วนเจิ้งให้คนนำมาให้ตอนที่หัวโขกจนเป็นแผล จนถึงตอนนี้ต้วนชิงหมิงยังไม่เคยได้ใช้เลยสักขวด ตอน
นี้ถือว่าใช้ได้ทันการพอดี
กว่าจะทำแผลจนเรียบร้อย เวลาก็ล่วงเลยไปถึงยามโฉ่วแล้ว
เช็ดเหงื่อตรงหน้าผากก่อนที่จะถอนหายใจอย่างโล่งอก จากนั้นให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไปเอานํ้าร้อนมาเช็ดใบหน้าของ
เด็กหนุ่มที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง