การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 182 งานวันเกิดที่วุ่นวาย (2)
ประการที่สองหลังจากที่ฮูหยินติงโหรวเสียชีวิตแม่นมหนิงก็ทำตามคำสั่งเสียสุดท้ายของฮูหยินอย่างอดทนและ
ตั้งใจสุดความสามารถเพื่อดูแลต้วนชิงหมิง ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่คุณหนูจะประดับปินชิ้นนี้ไว้บนหัวเพื่อจะได้ไม่ต้องได้รับ
ความไม่เป็นธรรมต่างๆ นานาและเริ่มชีวิตที่เชิดหน้าชูตาได้อย่างเต็มที่
แน่นอนว่าความหมายที่แม่นมหนิงต้องการจะสื่อยังมีอีกหลายประการ
นอกจากคนจวนต้วนแล้วยังมีเครือญาติจวนติงที่ไม่ได้สนใจไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบของคุณหนูตั้งแต่ติงโหรวเสีย
ชีวิตไป แม่นมหนิงต้องการจะบอกท่านตากับท่านลุงของต้วนชิงหมิงแม้ลูกสาวติงโหรวของพวกเขาจะเสียไปแล้ว แต่
หลานสาวที่พวกเขาไม่เคยสนใจไยดี หลายปีมานี้ได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้วนับจากนี้นางสามารถยืนหยัดได้อย่างภาคภูมิใจ
แล้ว!
สำหรับสาวน้อยอายุสิบปีเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด นางจะเข้าไปอยู่ในกลุ่มผู้สูงศักดิ์ในเมืองหลวงเป็นตัวแทนของ
จวนในการจัดการเรื่องราวต่างๆ ภายใน อีกทั้งนางยังสามารถอวดโฉมความงามได้อย่างเต็มที่ เพื่อจะได้วางแผนเรื่อง
การหาคู่ครองซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่อย่างมากสำหรับหญิงสาวแม่นมหนิงจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าต้วนชิงหมิงจะใช้โอกาสนี้หา
โซ่คล้องใจสำหรับนางเพื่อให้วิญญาณติงโหรวที่มองมาจากสรวงสวรรค์ได้วางใจ!
ความตั้งใจดีของแม่นมหนิง ต้วนชิงหมิงย่อมดูออก
นางจ้องมองแม่นมหนิงด้วยแววตาที่มีนํ้าตาเอ่อคลอแสดงความขอบคุณจากใจจริง เมื่อก่อนนางมัวแต่เอาความ
แค้นมาเป็นแรงผลักดันให้นางได้มีชีวิตอยู่เพื่อเอาคืนจนละเลยหลงลืมความรักและความเชื่อใจ
มีเพียงแม่นมหนิงและเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่หวังดีกับนางอย่างใจจริงดึงนางให้ขึ้นมาจากความสิ้นหวัง ความมืดมิดและ
ความบ้าคลั่งทำให้นางสามารถเผชิญหน้ากับสิ่งต่างๆ ได้ใหม่อีกครั้งอีกทั้งยังรู้ว่าโลกใบนี้ยังมีคนที่เป็นห่วงและมอบความ
อบอุ่นให้นางอยู่
นางกุมมือแม่นมหนิงแน่น นางซาบซึ้งจนหลั่งนํ้าตาอยู่ข้างในความอบอุ่นจากฝั่ามือได้ทำลายกำแพงที่ไร้ชีวิต
จิตใจของนางลงได้
ขอบคุณฟั้าดิน ขอบคุณท่านแม่ นางจะต้องเฉลิมฉลองกับชีวิตที่เหลืออยู่รักษาคนที่ดีกับนางอย่างใจจริงแต่เมื่อ
คิดถึงท่านแม่และเรื่องเลวร้ายในชาติที่แล้ว แววตาของต้วนชิงหมิงเสมือนมีหมอกควันชั้นบางๆมาขวางกั้นไว้ นาง
หัวเราะให้กับชีวิตที่อเนจอนาถของนาง
เรื่องราวในอดีตชาติย้อนกลับมาในความทรงจำของนางอีกครั้งหนึ่งนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป นางจะเปลี่ยนตัวเป็นคน
ใหม่!นางยิ้มให้กับตัวเองพร้อมกับจับปินชิ้นใหม่ที่พึ่งเสียบไว้ พูดกับแม่นมหนิงเสียงเบา “แม่นมจัดทรงผมเรียบร้อย ยัง
เหลือแต่งหน้านะ”
ทรงผมเป็นสิ่งที่แสดงความเป็นผู้ใหญ่ของผู้หญิงส่วนการแต่งหน้านับเป็นหน้าเป็นตาและภาพลักษณ์ของผู้หญิง
เช่นกันผู้หญิงคนหนึ่งหากมีแต่ท่าทางไม่มีภาพลักษณ์อาจไม่เพียงพออีกอย่างเครื่องแปั้งที่ใช้ประทินโฉมมีไว้เพื่อปกปิด
ความเขินอายภายในใจไม่ให้ใครเห็น
แม่นมหนิงตอบรับอย่างเข้าใจ รู้ว่าคุณหนูกลัวว่านางจะเสียใจจึงพยายามเปลี่ยนหัวข้อสนทนาแม่นมรีบเช็ดไม้เช็ด
มือซับนํ้าตาของตน ช่วยผัดแปั้งอย่างพิถีพิถัน ภายใต้ความตั้งใจของแม่นมหนิงได้เปลี่ยนโฉมหญิงสาวที่ไม่ได้พักผ่อน
ตลอดทั้งคืน ให้กลับมาเต็มไปด้วยชีวิตชีวาเปล่งปลั่งด้วยความงาม
เป็นความงามที่เมื่อใครได้เห็นเป็นต้องมีใจปฏิพัทธ์คะนึงหาจนยากจะตัดใจ
นับต่อแต่นี้ไป ต้วนชิงหมิงได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่และเปลี่ยนเป็นคนใหม่แล้ว
ต้วนชิงหมิงยิ้มให้กระจกทองเหลืองที่อยู่เบื้องหน้าหางตาของนางมีนํ้าใสไหลซึมออกมา นางรู้การเกล้าผมขึ้นเป็น
ทรงที่กำลังนิยมในตอนนี้หญิงสาวน้อยใหญ่ในเมืองหลวงต่างอยากทำทรงนี้ด้วยกันทั้งสิ้นแม่นมหนิงที่ไม่เคยทำทรงผม
สมัยใหม่แบบนี้จึงไปเรียนรู้กับชิวหรงกับเยวี่ยเจีย นางจึงทำเป็นในที่สุด
หรือไม่แม่นมหนิงก็เดาออกมาตั้งนานแล้วว่าต้วนชิงหมิงเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับคนอย่างมาก วันที่สำคัญใน
ชีวิตของนางยังให้แม่นมหนิงมาช่วยแต่งตัวให้แสดงถึงสิ่งที่ต้วนชิงหมิงตั้งใจเตรียมไว้ให้กับแม่นมหนิง ซึ่งบ่งบอกถึง
สถานะที่ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจเป็นอย่างมาก
หน้าต่างกระดาษทางตะวันออกได้เปลี่ยนกระดาษใหม่เรียบร้อยแล้ว
ใบหน้าที่ได้รับการประทินโฉมจนสวยสะพรั่งดุจตะวันสาดแสงเรืองรองไปทั่วทุกพื้นที่`
แม่นมหนิงที่อายุมากเหมือนต้นไม้ที่ใกล้ร่วงโรยอมยิ้มน้อยๆ ขณะมองไล่ไปตามเส้นผมดำขลับนุ่มสลวยของเด็ก
สาวเบื้องหน้า “คุณหนูแต่งหน้าเรียบร้อยแล้วคุณหนูงามเหลือเกินเจ้าค่ะ!”
ความงามของต้วนชิงหมิงได้รับมาจากฮูหยินติงโหรวแทบจะเรียกว่ามากกว่าฮูหยินติงโหรวเสียอีก
ความงามของนางดุจต้นนํ้าที่สร้างสายธาราขาวใสบริสุทธิ์
ต้วนชิงหมิงลุกยืนขึ้นยืน มองไปมารอบตัวก่อนจะพูดยิ้มๆ ขึ้น “แม่นม ข้าเหมือนกับท่านแม่ในตอนนั้นหรือไม่?”
สายตาของแม่นมหนิงมองอย่างสะท้อนใจครู่หนึ่งจากนั้นก็หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาซับนํ้าตาที่อยู่รอบดวงตาอีก
ครั้งหนึ่ง เอ่ยปากอย่างตะกุกตะกัก “ความงามของคุณหนูเหมือนฮูหยินเมื่อปีนั้น งดงามราวกับเทพเซียนลงมาจุติลงบน
โลกมนุษย์เลยเจ้าค่ะ!”
เทพเซียน?
เทพเซียนที่ลงมาจุติบนโลกมนุษย์จะต้องพบเจอกับสุขทุกข์ สรรเสริญ นินทา และความลำบากนานัปการ
นํ้าตาของนางพลันหลั่งออกมาเป็นสายยาวก่อนจะซึมหายไปในแปั้งที่ผลัดไว้ “ชิงหมิงเทียบกับท่านแม่ไม่ได้
เทียบไม่ได้แม้แต่เศษเสี้ยวเพียงหนึ่งส่วนของท่านแม่!”
แม่นมของท่านแม่ไม่เพียงทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้ยังช่วยเลี้ยงดูและภักดีต่อลูกสาวของฮูหยินให้เติบใหญ่มากว่า
สิบปี
บุญคุณของติงโหรวมากมายเหลือคณา แม้ตอนนี้ตัวคนจะไม่อยู่ในแล้วแต่บุญคุณยังคงอยู่ แม่นมหนิงใช้ชีวิตที่
เหลืออยู่เพื่อตอบแทนบุญคุณโดยจะช่วยปูทางให้ต้วนชิงหมิงได้เดินไปบนทางที่ราบเรียบไร้อุปสรรคขวากหนาม
หากถือความจงรักภักดีของแม่นมหนิงเพียงสิ่งเดียวสำหรับนางก็สิ่งที่เกินความคาดหมายไว้แล้ว
แม่นมหนิงไม่เหมือนกับบ่าวรับใช้คนอื่นที่เลือกที่จะหักหลังจนทำให้นางต้องประสบชะตากรรมถึงแก่ความตาย
บิดาที่หูเบาอี๋เหนียงที่ไร้คุณธรรม ลูกอนุแสนโอหัง ทำให้บุตรสาวภรรยาเอกอย่างนางไร้หนทางจนต้องเดินเข้าสู่กองเพลิง
ความอ่อนแอของนางเปิดโอกาสให้คนอื่นเข้ามาทำร้าย ซึ่งแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับติงโหรวที่เวลาทำอะไรมักจะเด็ดขาด
จริงจัง
ฉะนั้นนางจึงไม่อาจเทียบกับติงโหรวได้
ติงโหรวเหมือนเป็นส่วนผสมของแม่นมกับต้วนชิงหมิงที่ประสบสิ่งต่างๆ มากมายจนทำให้แข็งแกร่งขึ้น
เมื่อมาถึงตรงนี้ หนึ่งเด็กสาวหนึ่งหญิงชราต่างมองตากับยิ้มๆ
ชุดในวันนี้ของนางก็เป็นแม่นมหนิงที่กำกับดูแลเสื้อตัวนอกเป็นชุดลายเมฆาคล้อยสีม่วง ด้านในเป็นกระโปรงจีบ
พับสีแดงชาด เผยทรวดทรงองค์เอวให้เห็นอย่างชัดเจนวันนี้เป็นวันเกิดครบรอบสิบปี ที่คอจึงสวมไว้ด้วยสร้อยอัญมณี
เรืองรองจับสายตา
ต้วนชิงหมิงมองอัญมณีบนลำคอของตน พลันคิดถึงติงโหรวผู้เป็นเจ้าของด้วยความเศร้าสร้อยแม่นมหนิงก็อดไม่
ได้ที่จะหยิบผ้าขึ้นมาซับนํ้าตาอีกครั้ง