การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 183 งานวันเกิดที่วุ่นวาย (3)
เสียงเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ดังแว่วมาจากภายนอก “คุณหนูเจ้าคะ ฮูหยินเชวียกับคุณหนูรองเชวียมาถึงแล้วเจ้าค่ะ!”
ต้วนชิงหมิงได้ยินจึงลุกขึ้นด้วยความดีใจ “ท่านปั้าเชวียและพี่สาวเชวียมาถึงแล้ว… รีบเชิญพวกนางเข้ามาเร็ว!”
จากนั้นก็ปรายตามองมุ้งในที่ปิดสนิท ต้วนชิงหมิงค่อยๆ ได้สติขึ้น วันนี้เป็นวันเกิดครบรอบสิบปีของนาง ตาม
หลักแล้วนางจะต้องออกไปต้อนรับผู้หลักผู้ใหญ่ที่มาและมิตรสหายของนาง ทว่าตอนนี้ในห้องมีเหยียนหลิ่งอวี๋ที่นอนบาด
เจ็บไม่ได้สติอยู่ นางจึงไม่กล้าให้ใครเข้ามาในห้องอีกเพื่อทำลายชื่อเสียงของนาง!
ทว่าตอนนี้ฮูหยินเชวียและเชวียหนิงหรานเดินมาถึงเรือนนางแล้ว หากจะเชิญให้พวกเขาออกไปก็คงเป็นการเสีย
มารยาท
ในช่วงเวลาคับขันเช่นนี้ แม่นมหนิงสะบัดผ้าเช็ดหน้าของนางออก หันไปหาต้วนชิงหมิง “คุณหนู ตอนนี้ห้องค่อน
ข้างวุ่นวายมากจึงไม่เหมาะที่จะใช้ต้อนรับแขก บ่าวคิดว่าให้คุณหนูเชิญฮูหยินเชวียและคุณหนูรองไปที่ห้องโถงหลักใน
เรือนดีกว่าเจ้าค่ะ!”
ทว่าเตียงภายในมุมที่เหยียนหลิ่งอวี๋นอนอยู่พลันมีเสียงกลับตัว แม้เสียงนั้นจะเบาอย่างมาก แต่ทุกคนต่างได้ยิน
ชัดเจนแจ่มแจ้ง ด้วยความใจร้อนบวกกับเห็นรอยยิ้มของแม่นมหนิง นางจึงรีบเดินออกไปกันแม่ลูกตระกูลเชวียไม่ให้เขา
มาภายในห้อง
นางรีบเดินออกไปจากห้องเพื่อทำความเคารพคนทั้งสอง จากนั้นจึงใช้มือยกกันไม่ให้เชวียหนิงหรานเข้าไปในห้อง
“พี่เชวีย ช่วยชิงหมิงดูหน่อย วันนี้ชิงหมิงแต่งหน้าเป็นอย่างไรบ้าง?”
เชวียหนิงหรานเห็นดวงตาที่ดำขลับเหมือนไข่มุกของต้วนชิงหมิง จึงอมยิ้มขึ้นมา “การแต่งหน้าของเจ้าดีเลยที
เดียว อีกอย่าง ข้ากับท่านแม่รีบออกมาแต่เช้าก็เพื่อมาช่วยเจ้าดูแลความเรียบร้อยของงาน ไม่ได้มาเพื่อมาคอยจับผิดเจ้า
เสียหน่อย!”
ฮูหยินเชวียกุมมือของต้วนชิงหมิงเอาไว้ เอ่ยอย่างอ่อนโยน “หลานชิงหมิงรูปร่างงดงามเกินใคร ยิ่งแต่งตัวก็ยิ่ง
เหมือนเทพเซียนลงมาจากแดนสวรรค์ ใครเห็นเป็นต้องอิจฉา ไหนเลยจะต้องการคำแนะนำอีกเล่า”
สาวน้อยที่อยู่ตรงหน้า แม้อายุจะยังน้อย ทว่าผิวพรรณกลับเรียบเนียนขาวผุดผ่อง ปากกระจับสีชมพูระเรื่อดุจ
ดอกอิงฮวา ดวงตาดำขลับวาววับ ดูแล้วน่าเอ็นดูและดื้อรั้นอยู่ไม่น้อย เสื้อผ้าสีมงคลก็ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวดูโอ่อ่า
และสูงศักดิ์มากขึ้นไปอีก
เมื่อเห็นความงามจับใจของต้วนชิงหมิง ฮูหยินเชวียอดคิดถึงติงโหรวในวัยสาวมิได้ ในตอนนั้นติงโหรวมีสหายข้าง
กายนางอีกคนหนึ่งที่สวยเทียบเคียงกัน แต่น่าเสียดาย เวลาสิบปีผ่านไปอย่างรวดเร็วเพียงแค่พริบตา ต้วนชิงหมิงเติบโต
เป็นผู้ใหญ่แล้ว เพียงแต่ไม่รู้ว่าตอนนี้สหายข้างกายคนนั้นของติงโหรวไปอยู่ที่แห่งใด สุขสบายดีหรือไม่
ฮูหยินเชวียออกปากชม ต้วนชิงหมิงก็หน้าแดงด้วยความเขินอาย “ท่านปั้าชมเกินไปแล้ว ชิงหมิงรับไว้ไม่ได้
เจ้าค่ะ!”
แววตาฮูหยินเชวียกลับมาลุกวาวดังเดิม หลังจากที่คิดถึงเรื่องในวันวานอยู่นานสองนาน “เอาล่ะ พวกเราอย่ามัว
ยืนอยู่ตรงนี้เลย วันนี้เป็นวันสำคัญของหลาน หนิงหรานเรียกปั้าให้รีบตื่นแต่เช้า เพื่อจะได้มาช่วยงานที่เรือนหลาน”
ฮูหยินเชวียพูดไปหัวเราะไป “ปั้าก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล หากหลานต้องการให้ปั้าช่วยอะไรก็บอกมาได้เลย”
เชวียหนิงหรานที่ยืนอยู่ด้านข้างก็จับแขนต้วนชิงหมิงแกว่งไปมา “ถูกต้องแล้ว ข้าเห็นเจ้ายุ่งวุ่นวายกับงานวันเกิด
อยู่คนเดียว ไม่เห็นมีคนอื่นมาช่วย ถ้ามีเรื่องอะไรที่ข้าช่วยได้ เจ้าก็ไม่ต้องเกรงใจ”
ฮูหยินเชวียมองหน้าบุตรสาวของตน มองต้วนชิงหมิงด้วยความสงสาร จากนั้นก็ถอนหายใจ นางอายุยังน้อยแต่
ไม่มีท่านแม่จึงเกิดความสงสารจับใจ ยื่นมือออกไปลูบหัวเชวียหนิงหรานอย่างแผ่วเบา “หนิงหราน เจ้าดูชิงหมิงสิ เก็บ
กวาดที่นอนเรียบร้อยตั้งแต่เช้า ไม่เหมือนกับเจ้าที่ไม่รู้จักเก็บกวาดให้เรียบร้อย!!”
เมื่อเชวียหนิงหรานรีบกอดแขนมารดาอย่างแง่งอน “ลูกรู้อยู่แล้วว่าท่านแม่ต้องลำเอียงเข้าข้างชิงหมิง ทุกวันก็
เอาแต่บ่นถึงไม่หยุด ตอนนี้ยังชื่นชมนางไม่ขาดปาก ท่านแม่ตั้งใจจะรับชิงหมิงเป็นลูกสาว แล้วทิ้งลูกสาวคนนี้อีกแล้วสิ
ท่า อย่างนี้ลูกไม่ยอมนะ!”
นางดีว่าอีกฝั่ายกำลังพูดเย้าแหย่นางให้มีความสุข ยิ้มอ่อนๆ ระบายขึ้นบนใบหน้า ทางด้านฮูหยินเชวียจึงเอื้อมมือ
ไปจัดทรงผมของบุตรีให้เข้าทรง
ต้วนชิงหมิงเห็นภาพอบอุ่นเบื้องหน้าพลันรู้สึกอยากร้องไห้ออกมา โบราณว่าลูกเป็นเหมือนแก้วตาดวงใจของผู้
เป็นมารดา ถ้าท่านแม่ยังมีชีวิตอยู่ นางคงไม่ต้องฉลองวันเกิดโดยไม่มีท่านแม่และรับผิดชอบจัดแจงงานวันเกิดเองทุก
อย่างแบบนี้
ข้างนอกประตู เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่สวมชุดสีเขียวได้ยกถาดนํ้าชาเข้ามาให้แม่ลูกตระกูลเชวีย “ฮูหยินเชวียกับคุณหนู
รอง เชิญดื่มชาก่อนเถิดเจ้าค่ะ! นายหญิงของพวกเราต่างบ่นคิดถึงท่านทั้งสองมานานแล้ว ถ้าพวกท่านยังไม่มา คุณหนู
ของบ่าวคงส่งรถม้าไปรับที่จวนแน่แล้วเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงคว้ามือเชวียหนิงหรานเข้ามาจับเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งประคองฮูหยินเชวียไปนั่งที่โต๊ะ ถามท่านปั้า
เชวียที่นั่งอยู่เพื่อถามว่ามีสิ่งใดที่ยังขาดเหลือ จะได้เตรียมการเพิ่มเติมได้ถูกต้อง
ฮูหยินเชวียเกิดรู้สึกเอ็นดูระคนสงสารนางเพิ่มขึ้นไปอีก ในระหว่างนี้ชิวหรงที่เฝั้าประตูอยู่ด้านนอกจู่ๆ เกิดพูด
เสียงดังขึ้น “คารวะนายท่าน คารวะอี๋เหนียง คุณหนูกำลังแต่งตัวอยู่เจ้าค่ะ บ่าวจะไปเชิญคุณหนูให้เจ้าค่ะ!”
ด้านนอกมีเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของต้วนเจิ้งเล็ดลอดเข้ามาถึงในห้อง “ชิงหมิง วันนี้เป็นงานวันเกิดของลูก
ลูกตื่นนอนหรือยังเล่า?”
สิ้นเสียงของต้วนเจิ้ง หลิวหรงก็พูดสมทบตามมา “ภายในเรือนมีแสงไฟสว่างไสว ดูท่าคุณหนูคงตื่นนอนแล้ว!
ท่านพี่ใจเย็นๆ รอให้บ่าวไปแจ้งแล้วพวกเราค่อยเข้าไปก็แล้วกัน!”
คำพูดของนางเหมือนต้องการดึงให้ความสัมพันธ์ของพ่อลูกให้เหินห่างกัน
นางถึงกับหน้าซีด ตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก เห็นทีหลิวหรงตั้งใจมาหาเรื่องตั้งแต่ตะวันยังไม่โผล่ขึ้นจากฟั้า
เมื่อเห็นสีหน้าที่ไม่สู้ดีของต้วนชิงหมิง เชวียหนิงหรานก็พลอยถอนหายใจตามไปด้วย จับมือที่เย็นเยียบของนาง
มากุมไว้เป็นการปลอบใจ
เมื่อจู่ๆ มีมืออันอบอุ่นจับกุมเอาไว้ นางได้สติกลับมา บีบมือเชวียหนิงหรานไว้แน่นพร้อมรอยยิ้มฝืน “ท่านปั้ากับ
พี่เชวียรอชิงหมิงที่นี่นะเจ้าคะ ประเดี๋ยวชิงหมิงกลับมา”
ในตอนนี้นอกประตูมีเสียงหัวเราะได้ใจของหลิวหรงผ่านเข้ามา “โอ้! คุณหนูใหญ่แต่งตัวได้รวดเร็วทันใจ ที่จริงปีเซี่
ยกำลังคิดจะไปช่วยคุณหนูใหญ่แต่งตัวอยู่พอดี แต่ในเมื่อคุณหนูใหญ่แต่งตัวเรียบร้อยแล้วก็ดีเลยเชียว!”
สายตาของนางหรี่ลงเล็กน้อย กำลังจะเอ่ยปากพลันได้ยินเสียงหัวเราะของฮูหยินเชวียดังขึ้นมา “หลิวอี๋เหนียงมี
ความตั้งใจดีขนาดนี้เชียว หากหลิวอี๋เหนียงตั้งใจจะมาช่วย ทำไมไม่มาตั้งแต่ก่อนหน้านี้เล่า?”
หลิวอี๋เหนียงไม่รู้ว่าฮูหยินเชวียมาอยู่ในเรือนนี้ตั้งนานแล้ว นางที่อยู่ด้านนอกประตูชะงักไปชั่วครู่ ลมหนาวเหน็บ
พัดหน้าต่างส่ายไปมาจนเกิดเสียงดัง ผ่านไปพักหนึ่ง หลิวอี๋เหนียงจึงพูดด้วยนํ้าเสียงที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม “ฮูหยินเช
วียพูดได้ถูกต้อง งานวันเกิดของคุณหนูใหญ่ ข้าควรจะออกมาช่วยจัดแจงความเรียบร้อยต่างๆ แต่ว่ามีข้อผิดพลาดบาง
ประการจึงโดนกักบริเวณ เพิ่งได้ออกมาวันนี้”