การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 185 งานวันเกิดที่วุ่นวาย (5)
หลิวหรงยืนอยู่ด้านหลังต้วนเจิ้งแม้จะก้มหัวและมีท่าทางที่เงียบสงบ แต่ว่าสายตาของนางกลับสอดส่องไปทั่ว
เหมือนกำลังมองหาของบางอย่าง
ฮูหยินเชวียมองหลิวอี๋เหนียงด้วยความรู้สึกขยะแขยงยิ่งมองอีกก็ยิ่งรู้สึกขัดหูขัดตา หลังจากที่ทั้งสองฝั่ายนั่ง
เรียบร้อยสายตาของฮูหยินเชวียก็มองไปที่ร่างกายของหลิวหรง แสยะยิ้มพูดขึ้น “หลิวอี๋เหนียงเพิ่งถูกปล่อยจากการกัก
บริเวณคงเพราะงานวันเกิดของคุณหนูใหญ่จึงพลอยได้รับอานิสงส์ไปด้วยดังนั้นน่าจะขอบคุณคุณหนูใหญ่เสียหน่อย
แล้ว”
หลิวหรงไม่คิดมาก่อนเลยว่าฮูหยินเชวียจะพูดจาได้คมคายถึงเพียงนี้ออกมาพูดปกปั้องต้วนชิงหมิงโดยไม่ปิดบัง
แม้แต่น้อย จนทำให้นางหายใจไม่ทั่วท้องได้
ด้านข้างจู่ๆก็มีเสียงหัวเราะของต้วนเจิ้งดังขึ้น “เรื่องของอี๋เหนียงทำให้ขายหน้าฮูหยินเชวียเข้าแล้ว อันที่จริงเรื่อง
นี้เป็นเรื่องเล็กน้อยภายในจวนต้วนแต่ฮูหยินยังให้ความใส่ใจลูกสาวคนโตขนาดนี้ ข้าต้องขอบคุณแทนลูกสาวด้วย”
ฮูหยินเชวียพูดอย่างไม่เกรงใจออกมา “แม้ในจวนต้วนจะไม่มีฮูหยินแต่คุณหนูใหญ่กลับจัดแจงงานวันเกิดด้วย
ตัวนางเองใต้เท้าต้วนก็เลิกกักบริเวณอี๋เหนียง ดูท่าแล้วใต้เท้าคงให้ความสำคัญกับงานวันเกิดไม่น้อยเลยเชียว”
ใบหน้าของต้วนเจิ้งแดงขึ้นมาอย่างไม่ต้องสงสัย
เรื่องการปล่อยหลิวหรงออกมาเป็นความต้องการของเขาเพียงผู้เดียวเพราะอย่างไรเสียงานวันเกิดของต้วนชิงหมิง
เขาตั้งใจเชิญเพื่อนมาร่วมงานเพียงแต่ตอนนี้จวนต้วนยังไม่มีฮูหยินดูแลเรื่องเชิญแขกและต้อนรับแขกจึงเป็นหน้าที่เขา
แทน
ด้านหลิวหรงก็พอเดาใจต้วนเจิ้งออกนางจึงให้คนไปดูเรื่องดีงามของนาง จนในที่สุดต้วนเจิ้งที่ถูกเปั่าหูก็ปล่อยหลิว
หรงออกมาโดยง่าย
อย่างไรเสีย ตอนที่หลิวหรงถูกกักบริเวณจึงมีหลากหลายเรื่องที่ไม่สะดวกไปทำเองดังนั้นนางจะต้องออกมาจาก
เรือน เพื่อดูต้วนชิงหมิงย่อยยับกับไปกับตาของนางเอง
การวางแผนของหลิวหรงมีหรือที่ต้วนชิงหมิงจะไม่รู้?
พอดีกับที่ต้วนชิงหมิงก็ต้องการหาโอกาสที่จะทำให้หลิวหรงต้องเสียใจไปตลอดชีวิตเหมือนกัน
ดังนั้นหากหลิวหรงยังถูกกักบริเวณต้วนชิงหมิงก็จะไม่มีโอกาสใช้แผนที่เตรียมไว้ได้ ขอเพียงให้หลิวหรงออกจาก
เรือนนางจะต้องชดใช้ในสิ่งที่นางเคยกระทำต่อต้วนชิงหมิงเป็นร้อยเท่าพันทวี
แม้วิธีการของทั้งคู่จะคล้ายคลึงกันแต่ขั้นตอนนั้นกลับแตกต่างกันอยู่บ้าง หลิวหรงแอบมองต้วนชิงหมิงอย่างได้ใจ
ส่วนต้วนชิงหมิงพอเห็นหลิวหรงก็โล่งใจออกมา
เมื่อเห็นต้วนเจิ้งรู้สึกไม่พอใจในสิ่งที่ฮูหยินเชวียพูดขึ้นมาต้วนชิงหมิงจึงลุกขึ้นมาพูดโดยเอามือประสานกันยอบตัว
ทำความเคารพไปทางฮูหยินเชวีย “ท่านปั้าพูดเกินไปแล้วเจ้าค่ะ ท่านพ่อและอี๋เหนียงดูแลชิงหมิงเป็นอย่างดี ในวันนี้เป็น
วันเกิดของชิงหมิง ท่านพ่อจึงเลิกกักบริเวณอี๋เหนียงเจ้าค่ะ!”
ต้วนชิงหมิงพูดไปก็ดึงแขนเสื้อเชวียหนิงหรานอย่างเบามือทั้งคู่ต่างผลัดกันดันให้อีกคนไปคืนอยู่ด้านหน้า
เชวียหนิงหรานจึงพูดขึ้น “ถ้าท่านแม่ยังช่วยชิงหมิงอยู่ ลูกจะโกรธแล้วนะถ้าโกรธน้อยลูกจะไม่กินข้าวสามวัน ถ้า
โกรธมากลูกจะไม่ลงจากเตียงสองวันเลย!”
แม้คำพูดของเชวียหนิงหรานออกจะดูรุนแรงไปเสียหน่อย แต่เมื่อต้วนชิงหมิงได้ฟังก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ “พี่เช
วียไม่กินข้าวสามวันกับไม่ลงจากเตียงสองวัน อันไหนจะหนักกว่ากัน?”
เชวียหนิงหรานหยักคิ้วหลิ่วตามองต้วนชิงหมิงอย่างได้ใจและหัวเราะคิกคักขึ้นมาว่า “น้องชิงหมิงไม่รู้หรอกหรือ
อีกไม่กี่วันก็เป็นวันเกิดของท่านย่าข้าแล้ว ถ้าข้าไม่กินข้าวสามวันหรือไม่ได้ลงไปคารวะท่านย่าเห็นทีท่านย่าจะต้อง
ลงโทษเป็นแน่!”
ต้วนชิงหมิงได้ฟังจึงอดขำไม่ได้ “เช่นนั้น ถ้าไม่ลงเตียงสักสามวันเล่าจะเป็นยังไงบ้าง?”
เชวียหนิงหรานเบือนปากก่อนจะเอ่ยขึ้น “ถ้าไม่ลงจากเตียงสองวันก็แสดงว่าพี่ปั่วยหนักยังไงเล่า……อีกอย่างวัน
นั้นก็เป็นวันเกิดของท่านย่าพอดิบพอดีน้องว่าในจวนตอนนั้นจะวุ่นกับการช่วยคุณย่าจัดงานวันเกิดหรือยุ่งกับหาหมอมา
รักษาพี่กัน?”
เมื่อเชวียหนิงหรานพูดถึงตรงนี้ ด้านฮูหยินเชวียกลับยังไม่เข้าใจว่าต้วนชิงหมิงเล่นละครรับส่งกับเชวียหนิงหรานอ
ยู่
ทันใดนั้นฮูหยินเชวียก็เข้าใจในทันทีหากให้นางออกหน้าพูดแรงๆ แทนต้วนชิงหมิงเกรงว่าภายภาคหน้าต้วนชิงหมิ
งอาจจะต้องโดนหลิวหรงเล่นงานเอาได้
แต่ต้วนชิงหมิงเป็นเด็กที่มีความคิดเป็นของตัวเองสูงดูท่าทางหลิวอี๋เหนียงคงไม่ใช่คู่ปรับของนาง!
ฮูหยินเชวียถอนลมหายใจจากนั้นจึงเปลี่ยนเรื่องสนทนา
ในเวลานี้เองเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่อยู่ด้านนอกได้เดินเข้ามาในห้องโดยทำความเคารพต้วนเจิ้งและฮูหยินเชวีย จากนั้น
เดินเข้าไปกระซิบข้างหูต้วนชิงหมิงเบาๆ “คุณหนู… คุณหนูชุนถาวมาแล้วเจ้าค่ะ!”
ต้วนชิงหมิงได้ยินก็พลันดีใจขึ้นมาพูดขึ้นอย่างรีบร้อน “อยู่ที่ไหนหรือ?”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์มองซ้ายทีขวาทีจึงตอบว่า “อยู่ที่ห้องโถงรับแขกด้านหน้าเจ้าค่ะ คุณหนู!”
นางจึงตอบเสียงเบา “เจ้ารีบหาวิธีรั้งเขาไว้……จากนั้นค่อยหาโอกาสพานางมาหาข้า!”
เมื่อต้วนชิงหมิงส่งสัญญาณที่ตาให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็เข้าใจในทันที นางจึงรีบพยักหน้าอย่างเข้าใจ “คุณหนูวางใจได้
บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ!”
พูดเสร็จก็ถอยหลังไปอย่างระมัดระวัง
ทางด้านต้วนเจิ้งเมื่อได้ยินบทสนทนาของลูกสาวกับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์และท่าทีที่บ่าวใช้ออกไปอย่างรีบร้อน เขาจึง
ขมวดคิ้วถามขึ้นด้วยความสงสัย “ชิงหมิงมีแขกมาอย่างนั้นหรือ?”
ต้วนชิงหมิงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ออกมา “ใช่แล้วท่านแล้ว ครั้งที่ชิงหมิงไปวัดศักดิ์สิทธิ์จิ่วฮว๋าเพื่อไปทำบุญไหว้พระ
อุทิศบุญให้ท่านแม่ บังเอิญเจอเพื่อคนหนึ่งวันนี้นางได้เดินทางมาหาร่วมงานวันเกิดด้วยลูกจึงให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไปต้อนรับ
แล้วเจ้าค่ะ!”
พอได้ยินที่ต้วนชิงหมิงพูดดวงตาของหลิวหรงก็กลอกกลับไปมา ก่อนที่จะพูดเสียงอ่อยขึ้น “ท่านพี่ วันนี้เป็นวัน
เกิดของคุณหนูใหญ่ท่านพี่น่าจะเชิญฮูหยินไปที่ห้องโถงรับแขกด้านหน้าถึงจะเหมาะเจ้าค่ะ!”
ได้ฟังดังนั้นต้วนเจิ้งก็คิดขึ้นได้ในทันใด “ชิงหมิงพ่อจะไปดูก่อนว่ามีแขกมางานแล้วหรือยัง อีกสักครู่ลูกก็เชิญฮู
หยินไปที่ห้องโถงรับรองด้านหน้าด้วยแล้วกัน!”
ต้วนชิงหมิงยิ้มน้อยๆ ออกมา “ลูกรับทราบเจ้าค่ะ!”
ต้วนเจิ้งพยักหน้าด้วยความพอใจจากนั้นจึงเดินออกไปพร้อมกับหลิวหรง
ฮูหยินเชวีนมองหลิวหรงเดินจากไปแล้วจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก นางจับมือต้วนชิงหมิงลูบไปมาและตีอย่าง
เบามือ “ลำบากเลยนะ!”
ใบหน้าต้วนชิงหมิงเปลี่ยนเป็นความตกใจและตาแดงกํ่าออกมา นางจึงรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับและพูดกลบ
เกลื่อนขึ้น “ท่านปั้าพวกเราไปห้องโถงรับรองกันเถอะเจ้าค่ะ!”
ต้วนชิงหมิงรู้ดีว่าเหยียนหลิ่งอวี๋ยังอยู่ในห้องของนาง หากเขาส่งเสียงออกมาแม้แต่น้อย ชื่อเสียงของนางก็ต้อง
ย่อยยับจนสิ้น
วันนี้เป็นงานวันเกิดของต้วนชิงหมิงจึงเชิญแขกเหรื่อเข้ามาร่วมงาน ทำให้ไม่สามารถอยู่ในเรือนได้ตลอด… ฮูหยิน
เชวียพยักหน้ารับวางถ้วยนํ้าชาด้วยท่าทางที่งดงามอรชร หลังจากนั้นนางกับเชวียหนิงหรานก็เดินตามต้วนชิงหมิงไปที่
ห้องโถงรับรอง
*
ทางด้านมุมหนึ่งของห้องโถงรับรองเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็ได้คะยั้นคะยอให้ชุนถาว เดินไปที่เรือนของต้วนชิงหมิง
ชุนถาวที่ถูกเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พูดคะยั้นคะยอก็หัวเราะขึ้นมาว่า “เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ทำไมเจ้าช่างหัวดื้อเหมือนนายหญิงเจ้า
ไม่มีผิด? ข้าบอกแล้วยังไงว่าวันนี้ข้ามาส่งของขวัญแทนนายหญิงของข้าก่อนออกจากเรือนนายหญิงกำชับกำชาให้มอบ
ของเรียบร้อยก็ให้ออกจากจวนต้วน!”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์มองไปโดยรอบจึงส่ายหัวพูดขึ้น “นายหญิงของบ่าวสั่งมาว่าถ้าเจอพี่ชุนถาวก็อย่าให้ไปไหนเป็นอัน
ขาดเพราะว่าคุณหนูมีเรื่องที่อยากสอบถามพี่ชุนถาวมากมาย!”
สีหน้าชุนถาวพลันเกิดความอึดอัดจนทำหน้าไม่ถูก
ต้วนชิงหมิงรู้ดีว่าเดิมทีตู้ชิงหลวนไม่อยากจะมาร่วมงานแบบนี้อยู่แล้วแต่ว่าที่วัดศักดิ์สิทธิ์จิ่วฮว๋า นางก็ไม่ได้รํ่าลา
สักคำอีกทั้งต้วนชิงหมิงยังยอมเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยงเพื่อปกปั้องตู้ชิงหลวน ดังนั้นตู้ชิงหลวนชิงเตรียมของขวัญวันเกิดชิ้น
ใหญ่ในวันเกิดให้
ชุนถาวไม่ทราบมาก่อนเลยว่าเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ทำหน้าที่ต้อนรับแขกยิ่งไปกว่านั้นเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็พยายามลากนางไปที่
เรือนต้วนชิงหมิง
ระหว่างที่ยื้อกันว่าคนหนึ่งจะให้อยู่ต่ออีกคนอยากจะกลับไปนั้น จู่ๆที่ด้านหลังกอไผ่ก็มีเงาชายหญิงคู่หนึ่งแวบ
ผ่านไป
เมื่อเห็นเงาที่วูบไปมานั้นชุนถาวก็รีบคว้าเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ถอยหลัง ไปหลบที่หลังกอไผ่