การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 186 หลิวซานจอมดักฟัง
ระหว่างนั้นเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไม่ทันได้ตั้งตัว จึงถูกชุนถาวลากมาที่หลังกอไผ่ และยิ่งไปกว่านั้นชุนถาวกลับนางจะร้อง
จึงเอามือปิดปากนางไว้จนแน่น
สายตาของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์มองกลับกลอกซ้ายทีขวาที ไม่รู้ว่าชุนถาวไปเจอใครเข้า แต่ด้วยท่าทางที่ตกใจทำให้นาง
ใช้ปากหายใจแทน โดยไม่กล้าเปล่งเสียงใดออกมาสักเสียงเดียว
ผ่านไปประเดี๋ยว ทางเดินหินก็มีเงาของคนสองคนกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ ชุนถาวและเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่นั่งหลบอยู่
หลังกอไผ่ ได้ยินเพียงเสียงฝีเท้าที่หนักคนหนึ่งและเบาคนหนึ่ง ทำให้รู้ว่าเงาดำนั้นเป็นชายคนหญิงคน
ในระหว่างนั้นเองเสียงของต้วนเจิ้งก็ดังขึ้นมา “หลิวหรง……เจ้าไม่ต้องกักบริเวณแล้ว วันนี้ต้องช่วยให้งานวันเกิด
ชิงหมิงให้ผ่านไปได้ด้วยดี!”
หลิวหรงที่อ่อนโยนแต่กลับตีหน้าซื่อก็ตอบอย่างแบ่งรับแบ่งสู้ “ท่านพี่วางใจได้ ปีเซี่ยจะทำเต็มกำลังความ
สามารถ รับรองว่างานเลี้ยงวันนี้จะไม่มีข้อผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว!”
แน่นอนว่างานเลี้ยงวันเกิดในวันนี้จะต้องไม่มีเรื่องผิดพลาดเกิดขึ้น เพียงแต่มีเรื่องเล็กน้อยบางเรื่องเกิดขึ้นบ้าง
ได้ฟังที่หลิวหรงพูด ต้วนเจิ้งก็พยักหน้าด้วยความพอใจ “ดี ถ้าวันนี้งานวันเกิดผ่านไปด้วยดี เรื่องในอดีตจะไม่ถูก
ขุดขึ้นมาอีกต่อไป!”
เรื่องในอดีตย่อมหมายถึงเรื่องที่หลิวหรงโกหกว่าตั้งท้อง เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ทีไร หลิวหรงก็จะรู้สึกโมโหโกรธาต้วนชิง
หมิงขึ้นมาในทันที แต่ทางด้านต้วนเจิ้ง นางกลับเก็บอารมณ์นี้ซ่อนไว้ข้างใน ได้แต่ตอบรับอย่างพยักพเยิด แต่ด้านหลัง
นางกลับใช้มือบิดผ้าเช็ดหน้าในมือจนเป็นเกลียวไปหมดแล้ว
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้ยินที่หลิวหรงตอบกลับได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอยู่ไปทั่วงาน
เชอะ! ตอบนายท่านว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องในงานวันเกิดอย่างนั้นหรือ! ดูท่าหลิวอี๋เหนียงในตอนนี้กำลังโยนหินถาม
ทางอยู่ มีนางเพียงคนเดียวที่ต้องการทำลายคุณหนู! เมื่อโอกาสดีหยิบยื่นมาจนถึงมือ นางจะต้องหาสารพัดวิธีให้คุณหนู
ทุกข์ทรมานจนพูดไม่ออก
เมื่อเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้ยินได้ฟังจึงโกรธจนลมออกหูอยากจะพุ่งเข้าไปจัดการ แต่ทางชุนถาวกลับดึงนางไว้แน่น อีกทั้ง
ยังใช้สายตามองอย่างเตือนสติ นางจึงยอมผ่อนคลายความโกรธแค้นลง
ต้วนชิงหมิงครุ่นคิดอยู่นานจนไม่ทันได้สังเกตว่าข้างกายมีใครยืนอยู่บ้าง ส่วนหลิวหรงได้แต่สนใจทรัพย์สินภาย
นอกของต้วนเจิ้ง ดังนั้นทั้งคู่จึงมองตรวจตราดูความเรียบร้อยของงาน ก่อนที่จะเดินไปห้องรับรอง
พอชุนถาวไม่เห็นเงาของต้วนเจิ้งและหลิวหรงแล้ว จึงคลายมือที่จับไว้แน่นให้ผ่อนคลายลง เมื่อเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ใช้
โอกาสดิ้นจนหลุดออกจากอ้อมแขนของชุนถาว นางจึงร้องเสียงดังลั่น “พี่ชุนถาว ทำไมมีเเรงเยอะขนาดนี้ ทำข้าหายใจ
แทบไม่ออก!”
ทว่ากลับไม่มีเสียงใดตอบกลับมา
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จึงหันหลังไปมองด้านหลัง เห็นเพียงใบหน้าที่ซีดขาวของชุนถาว อีกทั้งสายตาของชุนถาวก็มองไปยัง
คนสองคนนั้นด้วยความโกรธแค้น เจ็บใจ และชิงชัง
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไม่เคยเห็นสีหน้าแบบนี้ของชุนถาวมาก่อนเลย นางจึงหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดนํ้าตาที่ไหลเอ่อ
ออกมา “พี่ชุนถาวเป็นอะไรไปหรือ?”
ชุนถาวเมื่อได้สติกลับคืนมา นางจึงดึงสายตาที่ทอดออกไปให้กลับมา จากนั้นก็ทิ้งเซี่ยฉ่าวเอ๋ฮร์ไว้คนเดียวแล้วรีบ
เดินจากไป
เมื่อเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เห็นว่าชุนถาวกำลังจะลา นางจึงรีบไปคว้าแขนเสื้อเอาไว้ “พี่สาวชุนถาว……”
ชุนถาวค่อยๆ หันหลังกลับมามองด้วยสีหน้าที่ซีดเซียวขาวราวกับหิมะ ทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกห่อเหี่ยวใจ “เจ้าไป
บอกคุณหนูต้วนว่าข้ามีธุระต้องขอตัวก่อน วันหลังถ้ามีโอกาสค่อยพบหน้ากัน”
ด้วยความตกใจเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จึงรีบเข้าไปคว้ามือชุนถาวด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย “พี่ชุนถาวจะไปจริงๆ หรือ คุณหนู
ยังต้องการให้พี่ชุนถาวช่วยชีวิตอยู่นะ!”
ชุนถาวยิ้มอย่างมีเลศนัยมาทางเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ “ช่วยชีวิตอะไรกัน? เจ้าไม่เห็นหรอกหรือ นายท่านของเจ้ายังกำชับ
ให้หลิวอี๋เหนียงดูแลจัดการงานวันเกิดของคุณหนูให้เรียบร้อย เช่นนั้นเจ้ายังต้องกังวลเรื่องอะไรอีก?”
ชั่วพริบตาเดียว ภายในใจของชุนถาวก็เกิดความรู้สึกผิดหวังอย่างไม่ทันคาดคิดขึ้นมา… อันที่จริงคุณหนูใหญ่จวน
ต้วนก็คงจะมีนิสัยเหมือนอี๋เหนียง ชํ่าชองการแสดงละครปันหน้าปันตา
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้ฟังที่ชุนถาวกล่าวถึงหลิวหรง ก็เบะปากขึ้นมาทันที ก่อนจะพูดออกมาด้วยความคับแค้นใจ “นาง
หรือจะช่วยคุณหนูใหญ่ กลัวว่าจะช่วยสร้างปัญหาให้เสียมากกว่า พี่ชุนถาว พี่ไม่รู้หรอกว่า หลิวอี๋เหนียงคอยแต่แอบ
วางแผนทำร้ายคุณหนูใหญ่มาโดยตลอด”
ชุนถาวได้ยินก็เกิดตกใจที่หลิวหรงวางแผนทำร้ายต้วนชิงหมิงอย่างนั้นหรือ?
แต่ว่าดูแววตาของต้วนเจิ้งก็เหมือนรักและเอ็นดูต้วนชิงหมิงเป็นอย่างมาก หลิวหรงมีหรือจะกล้าทำร้ายต่อหน้า
ต่อตาต้วนเจิ้ง
ชุนถาวใคร่ครวญสักครู่จึงพูดขึ้นว่า “ข้าว่านายท่านต้วนก็เอ็นดูคุณหนูใหญ่มากไม่ใช่หรือ……”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ตอบด้วยความขัดเคือง “นายท่านเอ็นดูจะมีประโยชน์อะไรเล่า? ปกติหนึ่งปีนายท่านอยู่จวนเพียง
สองเดือนเท่านั้น ทำให้ที่จวนมีเพียงหลิวอี๋เหนียงที่ดูแลจัดการ หากนางบอกว่า ‘ไม่ได้’ ก็ไม่มีใครกล้าปริปากพูดสิ่งใด
อีก”
สีหน้าของชุนถาวจึงกลับซีดด้วยความตกใจ จึงพูดแบบหยอกเย้าขึ้นมา “ทำไมกัน หลิวอี๋เหนียงปฏิบัติไม่ดีกับคุณ
หนูหรือ?”
ถ้าไม่พูดถึงหลิวหรงก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าพูดถึงแล้วเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็อดที่จะโกรธจนลมออกหู “ดีสิ…ทำไมจะไม่ดีละ?
นางวางแผนวางยาพิษคุณหนูจนเกือบจะไปยมบาลแล้ว!”
“วางยาพิษ?”
เมื่อชุนถาวได้ยินคำนั้น มือก็เกิดสั่นไปมา ก่อนที่ยื่นมาไปจับที่บ่าของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ พูดเสียงสั่น “ชิงหมิงโดน
วางยาหรือ?”
คิดไม่ถึงเลยว่าสาวน้อยคนนั้นจะถูกหลิวหรงวางยาพิษได้ มิน่าเล่า เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จึงขอร้องอ้อนวอนให้ช่วยชีวิต
คุณหนู
เพียงแค่ได้ยิน ชุนถาวก็คว้ามือเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ “ไปกัน พวกเราไปหาคุณหนูของเจ้าตอนนี้เลย!”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เห็นชุนถาวตกใจอย่างมาก จึงอธิบายว่า “พี่ชุนถาว นี่เป็นเรื่องเมื่อก่อนแล้ว สมัยนั้นหลิวอี๋เหนียงให้
แม่นมเถียนเอายาพิษใส่ลงไปในยา แต่ตอนหลังคุณหนูกลับรู้ทัน พิษจึงยังไม่ได้แพร่กระจายไปมาก แต่นับจากนั้น
ร่างกายของคุณหนูก็เจ็บปั่วยมาตลอด มีอะไรนิดเดียวก็จะไม่สบายและร้อนในง่ายมาก จนหมอบอกว่าไม่สามารถรักษา
ให้หายขาดได้!”
แววตาของชุนถาวมีความรู้สึกหนักอึ้งขึ้นมา
สาวน้อยอายุเพียงไม่กี่ปี หากถูกวางยาพิษเข้า เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ผิวพรรณก็จะเหลืองซีด รูปโฉมก็จะผิดรูปผิด
ร่างจนน่าเกลียดน่ากลัว มีเพียงการคลอดลูกถึงจะทำให้หน้าตาผิวพรรณดีขึ้น แต่พิษนั้นจะถ่ายทอดไปสู่ลูกซึ่งจะทำให้
มีอายุไม่เกินสิบปี!
อีกทั้งยาพิษจะทำลายการทำงานของระบบอวัยวะ สิ่งที่น่าหวาดกลัวที่สุดก็คือ หากไม่ได้การรักษาอย่างทันท่วงที
เกรงว่าร่างกายของต้วนชิงหมิงจะต้องเป็นโรคนี้ติดตัวไปตลอดชีวิต
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เห็นท่าทางชุนถาวที่เดี๋ยวเป็นห่วงเดี๋ยวเย็นชา จึงพอจะทายอย่างบางอย่างได้ว่าต้องมีต้นสายปลาย
เหตุอะไรเป็นแน่ นางจึงขอร้องอย่างน่าสงสาร “พี่ชุนถาวไม่รู้หรอกว่า คุณหนูของข้าลำบากมากเพียงใด……”
นางหยุดเว้นจังหวะหายใจ เอื้อนเอ่ยนํ้าเสียงน่าสงสารต่อไป “แม่นมเถียนที่เลี้ยงดูคุณหนูใหญ่มาตั้งแต่เกิดถูก
หลิวอี๋เหนียงซื้อตัวไปเป็นพวกยังไม่พอ หัวหน้าบ่าวของคุณหนูก็เช่นกัน ส่วนแม่นมหนิงก็เกือบถูกไล่ออกจากจวน ตัวข้า
ก็ถูกโบยจนแทบขาดใจ… คุณหนูใหญ่ไม่ค่อยจะมีเพื่อนเสียเท่าไร พอทราบว่าพี่ชุนถาวมาหาจึงดีอกดีใจเป็นเสียยกใหญ่
รีบกำชับให้รั้งพี่ชุนถาวเอาไว้ ถ้าคุณหนูมาแล้วพบว่าพี่ชุนถาวไม่อยู่จะต้องเสียใจเป็นแน่”
แววตาของชุนถาวยังกลับกลอกไปมาไม่หยุดและได้ถอนหายใจในที่สุด ต้วนชิงหมิงเอ๋ย… ทำไมเจ้าทำให้คนเป็น
ห่วงได้มากขนาดนี้……แต่ถ้าคุณหนูของนางรู้เข้าว่านางอยู่ที่นี่นานคงจะต้องโกรธขึ้นอีกเป็นแน่
เฮ้อ… ช่างลำบากใจอะไรขนาดนี้!
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์มองออกว่าคำพูดของนาง พูดแทงเข้าไปในใจของชุนถาวแล้ว จึงจับมือขอร้องนางอีกครั้ง “พี่ชุนถาว
ทราบหรือไม่ว่า คุณหนูใหญ่มีชีวิตที่ช่างขมขื่นอย่างมากและไม่มีท่านแม่คอยดูแลอีก บ่าวตัวเล็กๆ อย่างข้าก็ไม่อาจช่วย
อะไรได้มาก… พี่ชุนถาวคงจะไม่ทิ้งให้คุณหนูเป็นอะไรไปโดยไม่สนใจหรอก……”
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ฝากความหวังทั้งหมด เพื่อให้ชุนถาวตอบ “อืม” เป็นการตกลง
ชุนถาวลูบไปที่หัวของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ นางถูกความจงรักภักดีของบ่าวรับใช้พูดจนนางต้องยอมใจ “อย่างนั้นก็ได้ ข้า
จะอยู่ที่นี่อีกสักพัก……เมื่อครู่เจ้าบอกว่าต้องช่วยชีวิต ไม่ทราบว่าช่วยชีวิตของใครกัน?”