การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 187 ถูกพบเข้าแล้ว?
ชุนถาวลูบไปที่หัวของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ นางถูกความจงรักภักดีของบ่าวรับใช้พูดจนนางต้องยอมใจ “อย่างนั้นก็ได้ ข้า
จะอยู่ที่นี่อีกสักพัก……เมื่อครู่เจ้าบอกว่าต้องช่วยชีวิต ไม่ทราบว่าช่วยชีวิตของใครกัน?”
ต้วนชิงหมิงเด็กคนนั้นจะถูกคนเล่นงานอีกแล้วหรือ? หลิวหรงนี่ก็ไม่รู้จักหยุดรู้จักหย่อน แม้กระทั่งงานวันเกิดก็ยัง
จะเล่นงานต้วนชิงหมิงอีกหรือ
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เกือบลืมเรื่องหลักที่ต้วนชิงหมิงกำชับไว้
นางมองไปโดยรอบ เมื่อไม่เห็นคนจึงพูดเสียงเบาๆ “พี่ชุนถาว ครั้งนี้คุณหนูช่วยชีวิตองค์ชายสามเอาไว้… ไม่รู้ว่า
เมื่อคืนองค์ชายสามเข้ามาในห้องคุณหนูเมื่อใด…ทั้งยังมีเลือดไหลเต็มตัว จนสลบไสลไม่ได้สติ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้สติ…
วันนี้ก็เป็นงานวันเกิดจึงไม่มีเวลาได้รักษา คุณหนูของบ่าวก็กังวลจนใจร้อนรน โชคดีเสียจริงที่พี่ชุนถาวมาแล้ว…”
อ๋อ ที่แท้จะให้ไปช่วยรักษาองค์ชายสามอย่างนั้นสินะ ชุนถาวรู้สึกจนปัญญาจึงเอามือดีดไปที่หัวของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์
กัดฟันพูดขึ้น “เจ้ากับคุณหนูใหญ่กล้ามาหลอกข้าอย่างนั้นหรือ?”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์คงไม่ได้จะใช้ความเมตตาใจดีของนางมาหลอกลวงกันหรอกกระมัง!
เมื่อชุนถาวรู้ความจริงที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์บอกไป เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จึงได้เพียงขยี้จมูก จากนั้นก็หัวเราะคิกคักขึ้นมา “ดีที่
ได้พบพี่ชุนถาวเข้า……ฉ่าวเอ๋อร์เพียงทำตามคำสั่งของคุณหนูใหญ่ที่กำชับไว้เท่านั้น!” นางยิ้มแหย
ชุนถาวเป็นหมอจึงเหมือนเป็นคนที่ช่วยชีวิตได้ในยามคับขันในตอนนี้ ฉะนั้นเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จึงใช้ทุกวิถีทางเพื่อฉุดรั้ง
ชุนถาวเอาไว้
ในระหว่างบทสนทนาก็มีเสียงกอไผ่สั่นไหวมาจากที่ไกลๆ เหมือนมีเสียงของคนเดินใกล้เข้ามาได้ยินชัดเจนแจ่ม
แจ้ง
ตอนนี้เป็นช่วงฤดูหนาวที่หิมะตกโปรยปรายลงมา ทางเดินจึงต้องเดินตามทางที่ได้เก็บกวาดไว้แล้ว เพราะโดย
รอบมีหิมะพูนสูงไปหมด หากมีคนเหยียบพื้นที่หิมะปกคลุมก็จะมีเสียงดัง “สวบ สวบ”
ชุนถาวหันไปมองทางต้นเสียงเห็นเพียงกิ่งไม้ไผ่สีเขียวที่พลิ้วไหวไปมา หลังกิ่งไม้ไผ่มีเงาเลือนรางของชายคนหนึ่ง
พลันสังเกตได้ถึงคนที่ซุ่มดักฟังบทสนทนาที่ทั้งสองคนได้พูดคุยกัน
ชุนถาวขมวดคิ้วขึ้นและพูดเสียงดุดัน “ใครอยู่ตรงนั้น ออกมาเดี๋ยวนี้!”
เงาคนที่หลังกอไผ่ขยับเขยื้อนเหมือนพยายามจะถอยหลังออกไป เมื่อดูสถานการณ์แล้ว ชายคนนั้นไม่อยากออก
มาเจอหน้ากลับคิดจะวิ่งหนีไปอีกทาง
เรื่องมีผู้ชายอยู่ในห้องของต้วนชิงหมิง จะต้องถูกคนเอามาทำให้เป็นเรื่องใหญ่ จนต้องทำให้เสียชื่อเสียงอย่าง
แน่นอน ชุนถาวไม่มีทางปล่อยให้ลอยนวลไปแน่ นางจึงตะโกนด้วยความโมโหโกรธาออกมา “ถ้าเจ้ายังไม่ออกมา ข้าจะ
เข้าไปฉีกเจ้าออกเป็นชิ้นๆ”
ชุนถาวพูดไปก็ย่อตัวลงจากนั้นหยิบกิ่งไผ่ที่ยังเขียวขจีขึ้นมา จากนั้นสะบัดกิ่งไผ่ให้พุ่งเข้าไปในกอไผ่จนโดนตัวของ
ชายคนนั้น จนต้อง “โอ๊ย” ด้วยความตกใจ ตามมาด้วยเสียงขอร้องขอชีวิต “นายหญิงโปรดไว้ชีวิตข้าน้อยด้วย ข้าน้อย
ยอมแล้ว!”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์มองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความตกใจ นางถึงวิ่งเข้าไปจับชายเสื้อของชุนถาว ด้วยกลัวว่าชายคนนั้น
จะหาโอกาสหลบหนีและไปทำลายชื่อเสียงของคุณหนู
ยิ่งวันนี้เป็นงานเลี้ยงวันเกิดของคุณหนู มีแขกมีเกียรติมากมายที่มาร่วมงาน หากเรื่องนี้มีคนรู้เข้า ชื่อเสียงของคุณ
หนูทั้งหมดคงจะต้องย่อยยับเป็นแน่แท้…
ชุนถาวจับมือเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่สั่นระริกไปมา พูดอย่างแน่นิ่งเสียงแผ่วเบา “เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ เจ้าวางใจได้ ข้าจะไม่ยอม
ให้ใครมาทำลายชื่อเสียงของคุณหนูเด็ดขาด!”
พอพูดเสร็จจึงพูดอย่างดุดัน “ถ้าเจ้ายังไม่ออกมา ข้าจะฝังเจ้าให้เป็นปุั๋ยอยู่ที่นี่!”
ด้านหลังของกอไผ่ มีเสียงที่สั่นเครือด้วยความกลัวพูดขึ้นว่า “อย่าฆ่าข้าเลย ข้ายอมออกไปแล้ว……”
สิ้นเสียงที่สั่นเครือลงไม่นาน ชายที่ใส่ชุดเทาได้เดินออกมาจากกอไผ่ด้วยความหวาดกลัว ทำให้เห็นใบหน้าที่หื่น
กามและน่าเกลียดน่ากลัวของเขา ที่ใครเห็นเป็นอันต้องสะอิดสะเอียนจนอยากอาเจียน เมื่อเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เห็นเข้าจึงพูด
เสียงตะกุกตะกัก “หลิวซาน เจ้ามาทำอะไรที่นี่?”
ที่จริงคิดว่าเป็นเพียงบ่าวรับใช้ที่เผลอเดินผ่านเข้ามาได้ยินเข้า แต่คาดไม่ถึงเลยว่ากลับเป็นหลิวซานที่รู้หน้าไม่รู้ใจ
บังอาจมาแอบฟังบทสนทนา
ในเวลานั้น แววตาเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เต็มไปด้วยความสิ้นหวังอย่างที่สุด
หลิวซานผู้นี้เป็นหลานชายห่างๆ ของหลิวหรง อีกทั้งยังเชื่อฟังคำพูดของนางเป็นอย่างมาก หลายปีมานี้เขาช่วย
หลิวหรงทำเรื่องเลวร้ายจนนับครั้งไม่ถ้วน เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็เคยเสียท่าถึงได้รับโทษ ตอนนี้หากมีคนอื่นรู้เรื่ององค์ชายสาม
เข้า คุณหนูคงจะต้องยํ่าแย่จนไม่มีที่ยืนในสังคม
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พูดด้วยใบหน้าซีดขาวด้วยเสียงสั่นเครือไป ถามชุนถาวขึ้นว่า “พี่ชุนถาว……อย่างนี้แย่แล้ว พวกเรา
ควรจะทำอย่างไรดี”
ชุนถาวมองสายตาที่ตระหนกของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ออก หลิวซานผู้นี้จะต้องไม่ใช่ธรรมดา
คนอย่างชุนถาวไม่เคยกลัวใครหน้าไหน… เมื่อหลิวซานซวยมาเจอชุนถาวเข้าก็คงรอความตายเอาแล้วกัน จากนั้น
นางพูดเสียงนิ่งขึ้น “เอายังไงดี ถ้าเขาตายไปก็คงพูดอะไรไม่ได้จริงไหม?”
คนตายหรือ?
หญิงคนนี้ที่แท้ฆ่าคนโดยไม่กะพริบตา?
หลิวซานได้ฟังถึงกับเข่าทรุดลงกับพื้น จนไม่อาจยืนขึ้นมาได้
หญิงคนนี้เพียงสะบัดกิ่งไผ่ก็สามารถทำให้เขาบาดเจ็บได้ถึงเพียงนี้ หากต้องการปลิดชีพของเขาก็คงเป็นเรื่องง่าย
ยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก
ตอนนี้ในใจของหลิวซานเศร้าอย่างสุดขีด…เดิมทีเขาเห็นเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ลับๆ ล่อๆ พาหญิงคนหนึ่งมาในสวนดอกไม้
โดยคิดว่าจะต้องมีความลับที่ไม่อาจบอกใครได้ แต่ดูท่าในเวลานี้ชีวิตของเข้ามิอาจรอดไปได้แล้วกระมัง!
ในวันที่หนาวเหน็บถึงเพียงนี้ ร่างกายของหลิวซานกลับมีเหงื่อแตกพล่านไปทั้งตัว เมื่อเห็นเขาเข่าทรุดคุกเข่าลง
กับพื้นโดยหันไปคำนับชุนถาวกับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไม่หยุด “พี่หญิงท่านนี้ พี่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย ข้าเพียงแค่ผ่าน
มาตรงนี้พอดี ไม่ได้ยินอะไรแม้แต่นิดเดียว!”
หลิวซานผู้นี้พูดอ้อนวอนและคำนับหัวไม่หยุด เพียงแต่สายตาของเขากลับมองไปโดยรอบอย่างรวดเร็ว ดูท่าทาง
เหมือนจะหวังให้มีคนที่ผ่านไปมาผ่านมาช่วยเขา ไม่ก็คงหาโอกาสเพื่อหนีเอาตัวรอด
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์แม้ว่าจะกลัวอย่างมาก แต่เมื่อเห็นชุนถาวอยู่ข้างกายคอยดูหลิวซานไม่ให้หนีไปไหน เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จึง
มีความกล้ามากขึ้น โดยหันไปมองหลิวซานก่อนจะพูดด้วยความเกลียดชังเป็นหนักหนา “หลิวซาน เจ้าอย่าคิดจะตีสนิท
ข้าเลย คนอย่างเจ้าความชั่วมากมี ความดีไม่ปรากฏ……ที่สำคัญข้าไม่มีน้องชายสารเลวอย่างเจ้าหรอก”
เมื่อได้ยินที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ด่าทอ ชุนถาวถึงกับกลั้นหัวเราะออกมาไม่อยู่……บ่าวรับใช้ข้างกายต้วนชิงหมิงน่ารักรู้
ความไม่น้อย
ในเวลานี้มีเสียงเท้าคนเดินมาแต่ไกลเหมือนจะผ่านทางเดินตรงนี้ เพื่อเดินไปทางห้องโถงรับรอง
พอหลิวซานได้ยินเช่นนั้นก็รีบตะโกนด้วยความดีใจ “ช่วยข้าด้วย…”
แต่ชุนถาวเดินเร็วกว่าเขาหนึ่งก้าว
ชุนถาวพุ่งตัวยื่นมือไปบีบปากของเขาให้เปิดออก แล้วโยนยาขมเข้าไปหนึ่งเม็ด ด้วยความตกใจหลิวซานพยายาม
ขัดขืนจะคายออก แต่เมื่อบ้วนออกมาก็มีเพียงนํ้าลายที่ออกมา ไร้ซึ่งวี่แววของยาเม็ดปริศนาเมื่อครู่
หลิวซานกลัวจนตัวสั่น รีบเอามือล้วงคอหวังจะอาเจียนยานั่นออกมา ทางด้านชุนถาวมือข้างหนึ่งจับตัวหลิวซาน
ยกขึ้น อีกมือหนึ่งก็จับมือเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เดินออกจากที่นั่น
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์หันไปพยักหน้าให้กับชุนถาว จากนั้นชี้ไปทางขวามือ พูดด้วยความเร่งรีบ “เร็วเข้าพี่ชุนถาว พวกเรา
ไปทางโน้น ตรงนั้นมีเรือนร้างอยู่!”
หลิวซานในตอนนั้นตกใจจนตัวสั่นเพิ่มขึ้นไปอีก… แย่แล้ว ครั้งนี้ต้องไม่รอดแน่
สรุปแล้วหญิงคนนี้ให้เขากินยาอะไรเข้าไป ไม่ว่าจะอาเจียนเท่าไรก็ไม่ยอมออกมา
หลิวซานเคยได้ยินมาว่า มีคนที่เก่งกาจไม่น้อยที่ไม่เพียงจะมีวรยุทธ์สูงส่ง ทั้งยังสามารถทำยาพิษที่สามารถปลิด
ชีพได้เพียงแค่ปลายนิ้วเท่านั้น