การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 188 แผนซ้อนแผน
ชีวิตของหลิวซานเจอกับคนวรยุทธ์สูงส่งเข้าแล้ว ท่าทางชีวิตของเขาจะไม่รอดอย่างแน่นอน
ฮือ ฮือ! เขาก็แค่อยากจับพิรุธของคุณหนูใหญ่เพื่อจะได้ไปขอรางวัลจากหลิวหรงเท่านั้น ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลย
ว่าจะต้องมาจบชีวิตอยู่ที่นี่ เทพเทวดาทั้งหลายโปรดมาช่วยเขาด้วย
หลิวซานอ้อนวอนขอเทวดามาช่วย แต่เขาคงไม่เคยคิดว่าทั้งชีวิตของเขาทำเรื่องชั่วร้ายมาเท่าไร เทวดาที่ไหนจะ
มาช่วยเขาได้ ไม่ลงโทษเขาก็ถือว่าเมตตาขนาดไหนแล้ว
ชุนถาวเห็นท่าทางหลิวซานที่ไม่น่าไว้วางใจ ร้องแหกปากเสียงดังออกมาจนน่ารำคาญ นางจึงเงื้อมือฟาดไปที่
ท้ายทอยของเขา จนหลิวซานสลบลงไป
ชุนถาวจึงเอามือเอามือมาเช็ดที่เสื้อเขา และพูดขึ้นมารำคาญใจ “สงบสักที!”
หลังจากนั้นทั้งสองคนจึงรีบเร่งเดินผ่านสวนดอกไม้ วิ่งเข้าไปในเรือนที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์
ผลักประตูที่ปิดอยู่ให้เปิดออก และส่งสัญญาณให้ชุนถาวเข้ามาได้
เมื่อเดินเข้ามาในห้อง ชุนถาวก็โยนหลิวซานที่สลบไสลลงกับพื้นจากนั้นจึงปัดมือไปหา “เอาล่ะ เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์
ตอนนี้พวกเรามาคุยกันว่าจะจัดการกับเขาอย่างไรดี?”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ถีบไปที่หลิวซานที่นอนอืดเป็นหมูด้วยความชิงชัง “พี่ชุนถาว หลิวซานเป็นเหมือนแขนซ้ายขวาของ
หลิวหรง ที่คอยทำแต่เรื่องชั่วร้ายต่อคุณชายใหญ่และคุณหนู ครั้งนี้พี่ชุนถาวช่วยข้าจัดการได้สาแก่ใจยิ่งนัก!”
ที่จริงนิสัยของชุนถาวค่อนข้างรักสนุก พอได้ยินที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พูดอย่างโกรธแค้น นางจึงพูดอย่างสนุกปาก “เซี่ย
ฉ่าวเอ๋อร์ เจ้าคิดว่าจะช่วยนายหญิงของเจ้าระบายความแค้นอย่างไรดี?”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ครุ่นคิดอยู่สักครู่ ก่อนที่จะยืดอกขึ้น “ซ้อมเขาหนักๆ สักครั้งหนึ่ง…”
ใช่แล้ว จะต้องซ้อมหลิวซานหนักๆ สักครั้งหนึ่ง เพื่อระบายความโกรธแทนคุณหนู นี่เป็นโอกาสที่หาได้ยากที่จะ
จัดการเขาได้
ชุนถาวได้ฟังก็พยักหน้าตอบรับและเตือนขึ้นว่า “ถ้าจะซ้อมเขาและปล่อยให้กลับไป เจ้าอย่าลืมนะว่าเขาได้ยินสิ่ง
ที่พวกพูดและไม่มีทางลืมได้ หรือว่าเจ้าไม่กลัวเขาเอาเรื่องที่ได้ยินไปบอกหลิวหรง?”
ใช่แล้ว หากหลิวซานพบหลิวหรงเข้าจะต้องเอาเรื่องนี้ไปบอกอย่างแน่นอน ถึงตอนนี้คุณหนูจะต้องซวยอย่างหลีก
เลี่ยงไม่ได้
อีกทั้งหลิวซานไม่ใช่หมาแมวที่นึกจะเอาออกไปโยนทิ้งไว้ข้างนอก แล้วจะหาทางกลับจวนไม่เจอ
มือทั้งสองข้างของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กำจนสั่นไปหมด พร้อมใบหน้าซีดขาว “อย่างนั้นลองขู่เขาให้หนัก ไม่แน่ว่าอาจจะ
ฟังอยู่บ้าง?”
ชุนถาวฟังแล้วก็พยักหน้า!
บ่าวรับใช้คนนี้อายุยังน้อย ใจยังไม่เด็ดขาดพอ ถ้าปล่อยหลิวซานไว้จะต้องเป็นภัยในภายภาคหน้า ดูท่าแล้วชีวิต
ของหลิวซานไม่ควรจะเก็บเอาไว้ แต่แม้หลิวซานจะเป็นคนชั่วแต่ก็ไม่ได้ถึงกับโฉดชั่วร้ายแรงขนาดนั้น ถ้าจะปลิดชีวิตของ
เขาเห็นทีจะตัดสินเร็วเกินไปหน่อย
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไม่รู้ความคิดของในหัวของชุนถาว นางจึงถามเซ้าซี้ว่าควรจะจัดการหลิวซานอย่างไรดี ถึงจะยังรักษา
ชื่อเสียงของคุณหนูเอาไว้ได้
ชุนถาวขมวดคิ้วขึ้นคิดว่าสุนัขรับใช้อย่างหลิวซานแค่ฟาดไปทีเดียวก็ตายได้โดยง่าย เพียงแต่สิ่งที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พูด
นั้นถูกต้อง คนชั่วอย่างหลิวซานจะต้องให้ตายไปง่ายๆ ได้อย่างไรกัน
ชุนถาวเป็นบ่าวรับใช้ในเรือนตั้งแต่อายุยังน้อย ต่อมาถูกตู้ชิงหลวนช่วยชีวิตเอาไว้ เรื่องฟอนเฟะในเรือนหลังนาง
ย่อมรู้ดีกว่าเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์มากต่อมาก
นางมองอีกฝั่ายพร้อมกับกวักมือให้เข้ามา “ฉ่าวเอ่อร์ เจ้าอยากจะช่วยระบายความโกรธแทนคุณหนูของเจ้าหรือ
ไม่?”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์หยักหน้าตอบรับโดยไม่คิดอะไร “อยากสิ อยากมากด้วย…”
นางนอนคิดอยู่ทุกคํ่าคืนหวังว่าจะมีโอกาสนั้น แต่คิดอย่างไรก็ไม่มีโอกาสทำได้เสียที
ชุนถาวจึงหัวเราะขึ้น จากนั้นหันไปกระซิบข้างหูเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์อย่างแผ่วเบา จากนั้นพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นคนที่ซวย
จะต้องเป็นหลิวหรง และนายหญิงของเจ้าก็จะได้ระบายความแค้นได้ด้วย”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้ฟังแล้ว ดวงตาก็เบิกโพลงขึ้นมา “แต่ว่า……”
แต่ว่าวิธีของพี่ชุนถาวจะเสี่ยงอันตรายอย่างมาก ถ้าทำได้สำเร็จจะช่วยระบายความแค้นแทนคุณหนู ถ้าทำไม่
สำเร็จ คุณหนูและคุณชายใหญ่จะไม่มีวันมีชีวิตอย่างมีความสุขในจวนต้วนอีก
ชุนถาวโบกมือขึ้นปัดไปมาและเอ่ยอย่างไม่ค่อยสนใจ “เจ้าเคยได้ยินไหมว่า ถ้าไม่เข้าถํ้าเสือและจะเอาลูกเสือมา
ได้อย่างไร? ถ้าเจ้าไม่ทำแบบนี้จะทำให้หลิวหรงเสียเปรียบได้ยังไงกัน?”
หึ! หากไม่จัดการหลิวหรงให้รู้จักจำสักครั้ง นางก็คงไม่รู้ว่าใครแตะได้ใครแตะไม่ได้!
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กัดริมฝีปากล่างอย่างแนบแน่น พร้อมกับสายตาที่เปล่งประกายออกมา นางยังพูดขึ้นด้วยความ
กังวล “แต่ว่า ข้ากลัวว่า…”
ชุนถาวตบที่มือของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์อย่างแผ่วเบา พูดปลอบใจ “ไม่ต้องกลัวไป หากเรื่องนี้พวกเราทำได้ดีก็ไม่ต้อง
กลัวว่ามีคนล่วงรู้ ส่วนหลิวหรงถ้ารู้เรื่องขึ้นมาในตอนหลัง ก็ทำอะไรเจ้ากับคุณหนูไม่ได้แล้ว!”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ใช้แรงบิดผ้าเช็ดหน้าในมือบิดไปมา ก่อนที่จะตอบกลับไปว่า “ถ้าได้ระบายความแค้นแทนคุณหนู ข้า
จะเป็นคนทำเอง”
ชุนถาวมองพยักหน้ามองนางด้วยความพอใจ “ดี เช่นนั้นคอยดูท่าทางดิ้นพล่านของหลิวหรงก็แล้วกัน!” พูดจบ
ชุนถาวได้ถีบไปที่หลิวซานเต็มแรง
หลิวซานสะดุ้งเฮือกขึ้นมาจับไปที่ท้ายทอย “ใครกล้ามาเตะข้า…”
พอเขาพูดยังไม่จบประโยคก็เห็นชุนถาวยืนยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่ ความอาจหาญของหลิวซานก็ครู่ก็อันตรธานหายไป
รีบคุกเข่าลงต่อหน้านาง “ปล่อยข้าไปเถอะ ข้ายอมฟังท่านทุกอย่าง…”
ชุนถาวเหล่ตามองพร้อมกับพูดเสียงแข็งขึ้น “หลิวซาน เจ้ารู้หรือไม่ว่ายาที่เจ้ากินไปเมื่อครู่มันคืออะไร… มันเป็น
ยาพิษที่ทำลายลำไส้!”
เมื่อเขาได้ฟังก็ไม่ทันได้สนใจเลือดที่ไหลออกมาตรงขา ได้แต่ร้องไห้โฮขึ้นมา “ปล่อยข้าไปเถอะ ข้าเป็นถึงแค่คน
ธรรมดา ไม่เคยทำเรื่องเลวร้ายอะไร…ข้ากับท่านไม่เคยรู้จักกันจะมีความแค้นต่อกันได้อย่างไร!”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์แม้มีท่าทีที่กังวลใจอยู่บ้าง แต่เมื่อเห็นท่าทางคำพูดของหลิวซานจึงอดส่ายหน้าไม่ได้ จึงพูดเตือนสติ
เขาขึ้นมา “หลิวซาน เจ้าแสดงละครได้เก่งไม่น้อย……เจ้าเอาแต่ร้องตะโกนวิงวอน แต่ทำไมไม่เห็นนํ้าตาของเจ้ารินไหล
แม้แต่หยดเดียว!”
ชุนถาวหัวเราะ “หึหึ” ขึ้นมา เมื่อได้ยินคำเสียดสีของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์
ขณะที่หลิวซานได้ฟังก็มองออกว่าทั้งเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์และชุนถาวมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน เขาจึงวัดใจด้วยการไป
ขอร้องชีวิตจากชุนถาวซึ่งมีโอกาสรอดสูงกว่า
แต่ประเดี๋ยวเดียว หลิวซานก็หันไปคำนับที่พื้นพร้อมกับพูดขอร้องชีวิตอย่างน่าสงสาร “น้องฉ่าวเอ๋อร์ พี่หลิวซาน
ดีกับเจ้ามาโดยตลอด… น้องจะต้องช่วยพี่นะ ถ้าน้องช่วยพี่ละก็ พี่ชายคนนี้จะจำฝังใจไม่ลืมเลือน”
ด้านเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กลับมองไปอีกทางอย่างไม่ตั้งใจ……ดีจริง! คำหนึ่งก็พี่ชาย คำหนึ่งก็น้องสาว คำเรียกชื่อของหลิว
ซานช่างเปลี่ยนรวดเร็วทันใจเสียจริง
แต่น่าเสียดายที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไม่อยากเป็นน้องสาวหรือพี่สาวของหลิวซาน เพราะกลัวว่าชีวิตของนางจะไม่ยืดยาว
ชุนถาวมองที่ใบหน้าไร้ความรู้สึกของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ จากนั้นจึงหันหน้าไปยิ้มเยาะเย้ยหลิวซาน “หลิวซาน เจ้า
อยากจะมีชีวิตอยู่ต่ออีกหรือไม่?”
หลิวซานได้ยินก็ตอบอย่างไม่ลังเล “อยากสิ อยากมากๆ”
ชีวิตของคนเราอยู่ไม่เกินร้อยปี ยังไม่ทันได้กิน เที่ยวและใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ จะด่วนตายไปก่อนได้อย่างไร
ดังนั้นหลิวซานตัดสินใจแน่วแน่แล้ว หากสามารถรักษาชีวิตไว้ได้ เขาก็ยอมทำทุกอย่าง แม้จะให้นั่งคุกเข่าที่นี่ทั้ง
วันก็ยอม!
ชุนถาวค่อยๆ เดินเข้าไปตรงหน้าของหลิวซาน ยื่นมือไปดึงกิ่งไผ่ที่เสียบอยู่ตรงขาของเขาออก ทำให้เลือดไหล
ออกมาจำนวนมาก หลิวซานจึงเอามือที่สั่นทั้งสองข้างกดแผลที่ต้นขาไว้
“โอ๊ย โอ๊ย!!!”
ภายในห้องว่างเปล่าที่กว้างขวาง มีเสียงหลิวซานที่ร้องทุรนทุรายเหมือนหมูที่ถูกเชือด… เจ็บเหลือเกิน เจ็บไป
หมดแล้ว!