การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 19 แรกพบเชวียหนิงหราน
การกระทำของต้วนชิงหมิงทำให้ทุกคนต่างหันมามองส่วนสายตานางก็ไม่ว่อกแว่ก เดินต่อไปที่ประตูใหญ่ บน
ร่างกายของนางราวกับมีแสงเจิดจรัสพุ่งออกมารอบกายทำเอาหลายคนไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง
เมื่อครู่ตอนที่เดินขึ้นบันไดประตูใหญ่เซี่ยเฉ่าเอ๋อร์ประคองต้วนชิงหมิงอยู่ตลอดแม้องครักษ์จะปฏิบัติดีกับพวก
นางแต่ก็ยังมีความสงสัยจึงห้ามไว้ “ขออภัยคุณหนูใหญ่ต้วน บ่าวรับใช้ของท่านไม่สามารถติดตามไปได้”
อะไรกัน! นางไม่สามารถติดตามคุณหนูเข้าไปได้อย่างนั้นหรือ? ถ้าเกิดคุณหนูโดนคนข้างในกลั่นแกล้งจะทำยังไง?
อีกทั้งคุณหนูฐานะสูงศักดิ์ ไม่มีคนคอยปรนนิบัติเห็นว่าไม่เหมาะไม่ควร
เซี่ยเฉ่าเอ๋อร์เมื่อถูกปฏิเสธจึงโมโหกระทืบเท้าไปทีทำท่าจะพูดต่อ ทว่าต้วนชิงหมิงส่งสายตาให้นางถอยกลับไป
เซี่ยเฉ่าเอ๋อร์จ้องมองคังซู่ตาขวางจากนั้นจึงเดินกลับไปหาลุงเฉิงที่รอด้านนอกประตูใหญ่ เชอะ! งานเลี้ยงอะไรกันสร้าง
ความลำบากใจไม่พอ ยังไม่อนุญาตให้บ่าวรับใช้ติดตามดูท่าแล้ววันนี้นางคงไม่สามารถติดตามคุณหนูได้แล้ว หวังว่าคุณ
หนูของนางจะไม่โดนใครกลั่นแกล้ง
ต้วนชิงหมิงพูดเบาๆเมื่อเห็นสายตาที่เป็นห่วงของเซี่ยเฉ่าเอ๋อร์ “พอแล้วเซี่ยเฉ่าเอ๋อร์เจ้าไปรอกับลุงเฉิงเถอะ
วางใจได้ ข้าไม่มีทางเป็นอะไรไป! เจ้าดูสิบ่าวรับใช้ของคนอื่นก็ไม่ได้ติดตามเหมือนกันไม่ใช่หรือ?”
เมื่อเซี่ยเฉ่าเอ๋อร์ได้ยินเช่นนั้นก็ทำความเคารพต้วนชิงหมิงจากนั้นก็หันหลังเดินจากไป
คังซู่มานำทางให้ต้วนชิงหมิงเดินเข้าประตูใหญ่ด้วยตนเองเมื่อเซี่ยเฉ่าเอ๋อร์หันหลังกลับต้วนชิงหมิงเห็นว่าชื่อที่นาง
ลงไว้ด้านล่างมีรูปดอกเหมยซึ่งมีไม่กี่คนที่มีในใจของนางกลับรู้สึกแปลกๆ แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมาเดินตามคัง
ซู่ข้ามประตูใหญ่ไป!
คังซู่คนนี้ช่างมีมารยาทไม่น้อยเมื่อเห็นต้วนชิงหมิงจะก้าวข้ามประตูเข้าไปเขายกมือคารวะ “คุณหนูใหญ่ต้วนข้า
น้อยมาส่งท่านได้ถึงตรงนี้ ขอตัวขอรับ” พูดจบก็เดินหันหลังกลับไป
ต้วนชิงหมิงยืนอยู่ด้านข้างพูดออกมาเรียบๆ “ขอบใจมาก”
จากนั้นหันตัวกลับมาก็พบแม่นมหน้าตาดีใจคนหนึ่งมายืนต้อนรับนำทางนางเข้าไปเมื่อหยุดฝีเท้าลงแล้ว มีเกี้ยว
น้อยลวดลายวิจิตรงดงามมารอรับเบื้องหน้าแม่นมผู้นั้นได้เข้ามาประคองต้วนชิงหมิงให้ขึ้นบนเกี้ยวเดินทางไปด้านหลัง
ตำหนักติ้งกั๋วกงโอ่โถงและกว้างใหญ่มากระหว่างทางต้วนชิงหมิงเห็นคนจำนวนมากเดินผ่านไปมาอย่างเป็น
ระเบียบเรียบร้อยไม่มีความวุ่นวายให้เห็น ประตูอู่จิ้นเหมินน่าเกรงขามทำให้คนเคารพยำเกรง
ไม่รู้ว่าเดินไปไกลเท่าไรเกี้ยวจึงหยุดลงมีคนมาประคองต้วนชิงหมิงลงจากเกี้ยว นางจึงรู้ว่าตอนนี้น่าจะอยู่ใกล้กับ
ประตูฉุยฮวาที่มีคนผ่านไปผ่านมาเต็มไปหมดต้วนชิงหมิงมองไปยังสวนที่มีบุปผาผลิบานเรียงรายมีหญิงสาวมากมายทั้ง
ยืนทั้งนั่งดูแล้วสวยสดงดงาม
‘คุณหนูใหญ่จวนต้วนมาถึงแล้ว’ ที่หน้าประตูมีคนคอยขานทันทีเมื่อต้วนชิงหมิงเพิ่งมาถึงทำให้คนในนั้นเกือบทุก
คนต่างหันมามองทุกคนอยากจะเห็นว่าคุณหนูใหญ่จวนต้วนที่หน้าตาอัปลักษณ์ ไร้ความสามารถและไม่เคยย่างกราย
ออกจวนนั้นแท้จริงแล้วหน้าตาเป็นยังไง?
สายลมพัดผ่านมาทำให้บุปผาพลิ้วไหวลมเบาๆ พัดมาที่หน้าประตูฉุยฮวาที่มีหญิงสาวหน้าตาสะสวย อายุราวๆ
แปดเก้าปีคนหนึ่งยืนอยู่
เดิมทีบนหัวนางใส่หมวกคลุมหน้าทว่าเมื่อโดนลมพัดชุดสีขาวนั้นก็ทำให้หมวกคลุมหน้าเปิดขึ้นมาเห็นถึงคางที่
เรียวขาวคิ้วโก่งสวยดำขลับเหมือนออกมาจากภาพวาดยิ่งไปกว่านั้นยังเห็นถึงแววตาที่วาววับสดใสคู่นั้นได้รางๆ
พูดได้ว่าเมื่อต้วนชิงหมิงเดินเข้ามาร่างที่ขาวเป็นยองใยและท่าทางที่สงบเสงี่ยม ทำให้สายตาผู้คนในนั้นลุกวาวขึ้น
มา
บนตัวของนางสวมฉางจิ่นอีสีขาวด้านบนปักดอกเหมยสีอ่อนกระจัดกระจายจากช่วงเอวลงไปถึงชายกระโปรง
ด้านล่างเข้ากับชุดเอวรัดด้วยผ้าพอดีตัวผูกกับหยกเขียวมรกต พร้อมชุดคลุมผ้าบางสีม่วงอ่อนเวลาเดินทำให้ผ้าคลุมเลื่อม
สะท้อนแสงสง่างามที่มือใส่กำไลสีขาวนํ้านมสะท้อนแสงเมื่อกระทบแสงตะวัน
ผมของต้วนชิงหมิงยาวสลวยคล้ายกับฮูหยินติงโหรวซึ่งต่างจากคุณหนูตระกูลอื่นที่เต็มไปด้วยปินมุกและปินหยก
เครื่องประดับผมของนางใช้ริบบิ้นไหมสีม่วงขาวร้อยสลับไปมาสวยงามกลิ่นของนํ้ายาสระผมได้ส่งกลิ่นหอมไปตามลมที่
พัดโชยมา
ต้วนชิงหมิงในชาติที่แล้วไม่เคยออกไปข้างนอกหรือร่วมงานเลี้ยงใดมาก่อนบางครั้งเพราะนางดูถูกตัวเองจึงไม่
อยากไปไหนแต่หลายต่อหลายครั้งก็เพราะหลิวหรงไม่คิดจะพานางไปด้วยหลิวหรงไม่ปรารถนาให้ทุกคนรู้ถึงการมีอยู่
ของบุตรสาวคนโตแต่กลับเชิดหน้าชูตาต้วนอวี้หราน
ชาติที่แล้วต้วนชิงหมิงเคยชินกับความเงียบสงบจึงไม่รู้สึกว่าการไม่ได้ออกจากจวนเป็นอะไรที่ไม่ดีแต่เมื่อกลับมา
เกิดใหม่ในชาตินี้ นางจึงเข้าใจว่าหากไม่ออกจากจวนบ้างกว่าทุกคนจะรู้ว่านางมีตัวตนก็คงมีเพียงวันที่แต่งงานออกเรือน
ในเท่านั้น
ไม่……นี่ไม่ใช่สิ่งที่นางต้องการ! สิ่งที่นางต้องการคือใช้ชีวิตให้ดีเพื่อคิดบัญชีเก่ากับหลิวหรงและต้วนอวี้หราน ดัง
นั้นครั้งนี้เมื่อได้รับเทียบเชิญจึงไม่คิดจะปฏิเสธ
ต้วนชิงหมิงคนนี้กลับมาเกิดใหม่แล้ว……ควรจะให้ทุกคนรู้จักข้าเสียที
เหล่าคุณหนูหันหลังกลับมาดูต้วนชิงหมิงอย่างไม่คุ้นหน้ามีเพียงเสียงหนึ่งพูดขึ้นมาเบาๆ “โอ้โห เป็นคุณหนูจวน
ไหนช่างงามเหลือเกิน……”
“ตกตะลึงขนาดนั้นเชียวหรือ? ได้ยินมาว่านางเฉลียวฉลาดทั้งยังสามารถบรรเลงเพลงกว่างหลิงส่าน[1]ที่หาย
สาบสูญได้อีกด้วยและยังประดับธนูชวนเย่ว์กงไว้บนศีรษะ……”
คุณหนูคนนั้นมองมาที่ต้วนชิงหมิงอย่างเป็นมิตรพร้อมยกมือขึ้นมาปิดปากหัวเราะ และพยักหน้ามองไปด้วย
“ซือหลัว เจ้าว่าใช่หรือไม่”
คุณหนูคนนั้นใส่เสื้อแขนสั้นลายกุหลาบสีแดงกระโปรงหร่วนเยียนหลัวสีเขียวอ่อน หน้าตาฉลาดเฉลียว เมื่อพูดไป
ก็ยิ้มไปเรียกได้ว่ามีเสน่ห์งดงามน่าดึงดูด
ได้ยินเสียงคุณหนูคนนั้นที่เรียกคนข้างๆว่า‘ซือหลัว’ ซึ่งกำลังมองมายังต้วนชิงหมิงพลางยกมือปิดปากยิ้ม “โห
หนิงหรานจะให้ข้าพูดก็พูดเถอะเจ้าชมคุณหนูใหญ่ต้วนมากเกินไปแล้ว ใครจะไปรู้ได้เล่าว่านางจะรับคำชมนั้นไหม?ใน
เมื่อเจ้าชมเสียขนาดนี้ ทำไมไม่ลองเข้าไปพูดคุยกับนางดูล่ะ?”
คุณหนูที่ถูกเรียกว่า ‘หนิงหราน’ มองมายังต้วนชิงหมิงยิ้มอย่างเป็นมิตรทั้งยังพูดเป็นนัยว่า “คุณหนูใหญ่ต้วนสง่า
งามเสียขนาดนี้ใครจะไม่ชอบล่ะ? ข้าหมายความเช่นนี้จริงไม่ได้คิดเป็นอื่น!”
เมื่อพูดจบคุณหนูคนนั้นก็เดินเข้ามาจับที่แขนเสื้อของต้วนชิงหมิง ยิ้มอย่างดีใจ “ข้าชื่อเชวียหนิงหราน ปีนี้อายุสิบ
สองแล้วไม่ทราบว่าจะให้เรียกเจ้าว่าอย่างไร”
คุณหนูท่านนั้นแม้อายุจะน้อยแต่แววตากลับมีชีวิตชีวา แก้มอวบอิ่ม ผมยาวดำขลับเกล้าผมเป็นสองวงด้านบน
ประดับด้วยไข่มุกแม้เพียงไม่กี่เม็ดยังดูสะสวยเวลาต้องแสงชุดที่ใส่เมื่อสะท้อนท้องฟั้าเมฆขาวและใบไม้เขียวทำให้ดู
เหมาะสมช่วยขับให้รูปร่างอรชรโดดเด่นออกมายิ่งขึ้น
คุณหนูท่านนี้ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและสนิทสนมตั้งแต่แรกเห็นทำให้นางมีความรู้สึกเช่นเดียวกัน จึงรีบโค้งตัว
ย่อไปด้านหน้าคุณหนูทั้งสองคนพูดอย่างสุภาพว่า “เรียนคุณหนูเชวียข้าชื่อต้วนชิงหมิง ใกล้จะครบสิบปีแล้ว”
ต้วนชิงหมิงตั้งใจพูดให้ดูดีไม่ได้อยากให้ดูขบขัน แต่นางรู้สึกว่าถ้าคุณหนูเหมาะที่จะเป็นสหายจะให้นางดูเป็นตัว
ตลกบ้างก็ไม่เป็นไร
เชวียหนิงหรานหน้ากลมเหมือนดวงจันทร์นางยิ้มเล็กน้อยพลางจับมือต้วนอวี้หราน “ไม่ต้องสนใจว่าใครโตกว่า
หรือเด็กกว่าหรอกข้าโตกว่าเจ้าสองปี เช่นนั้นเรียกข้าว่าพี่สาวแล้วกัน”
…
[1]กว่างหลิงส่าน เป็นบทเพลงโบราณที่มีชื่อเสียงหนึ่งในสิบที่บรรเลงด้วยพิณ