การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 190 เนี่ยไฉ่เยวี่ยผู้มีความสามารถโดดเด่น
- Home
- การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง
- ตอนที่ 190 เนี่ยไฉ่เยวี่ยผู้มีความสามารถโดดเด่น
ในเวลานี้ต้วนอวี้หรานยืนข้างต้วนชิงหมิงพร้อมกับคุยเล่นกับคุณหนูคนอื่นที่มาร่วมงาน บรรดาฮูหยินต่างปราย
ตามองการแต่งตัวของต้วนชิงหมิงอย่างดูถูกดูแคลน
ต้วนชิงหมิงตั้งแต่หัวจรดเท้าแต่งตัวไม่ได้สวยงามและเป็นมงคลกับงานวันเกิดของนาง ไม่รู้เลยว่าทำไมนางถึงกล้า
มายืนต้อนรับแขกได้อย่างหน้าชื่นตาบาน
คนเป็นแม่ก็ย่อมรักลูกของตน ของอะไรอร่อย สิ่งใดที่ดีก็ต่างหยิบยื่นให้ แต่ต้วนชิงหมิงกลับแต่งตัวเชยสะบัดจน
ใครเห็นก็พูดไม่ออก
แต่เนื่องจากวันนี้เป็นวันครบรอบวันเกิดสิบปีของต้วนชิงหมิง ดังนั้นบรรดาแขกที่มาร่วมงาน ต่างก็จับจ้องสายตา
มองและกระซิบกระซาบกันมาที่คุณหนูจวนต้วนทั้งสอง
ต้วนอวี้หรานยิ้มอยู่ในใจคิดว่า แขกทั้งหลายต่างต้องชื่นชมที่นางแต่งตัวได้งดงามกว่าต้วนชิงหมิงเป็นแน่ จึงต่าง
พูดกระซิบกระซาบกันเสียงเบา……เชอะ! ในจวนต้วนแห่งนี้นางต้องเป็นคนที่สวยงามและมีหน้ามีตาที่สุด ส่วนต้วนชิงห
มิงจะเอาอะไรมาเทียบกับนางได้
เด็กสาวหยิ่งผยองในความเหนือกว่าของนาง ใบหน้าจึงเต็มเปียมไปด้วยรอยยิ้ม……มองดูละม้ายว่าต้วนชิงหมิงไม่
ว่าจะเรื่องความงามหรือความเฉลียวฉลาดนั้น ไม่อาจเป็นคู่ปรับของต้วนอวี้หรานได้
ในขณะนั้น ต้วนชิงหมิงพูดคุยทักทายปราศรัยกับคุณหนูสามจวนเนี่ยอยู่
เนี่ยไฉ่เยวี่ยเป็นคุณหนูสามแห่งจวนเนี่ยซึ่งเป็นลูกของฮูหยินเนี่ย โดยปกติแล้วคุณหนูสามร่างกายไม่ค่อยสมบูรณ์
จึงไม่ค่อยได้ออกจากจวน ในฤดูหนาววันนี้อากาศหนาวเย็นจับใจ คุณหนูสามสวมชุดคลุมขนจิ้งจอกสีขาวบริสุทธิ์ยิ่ง
ทำให้ช่วยขับความงามและทำให้ใบหน้าดูผอมเรียวขึ้นไปอีก ตอนนี้คุณหนูสามกำลังยืนอิงฮูหยินเนี่ยพร้อมกับอวยพรต้
วนชิงหมิง
ในชาติที่แล้ว ต้วนชิงหมิงพอได้ยินได้ฟังเรื่องเล่าที่แปลกประหลาดเกี่ยวกับคุณหนูสามจวนเนี่ยมาบ้าง แต่ในชาติ
นี้ยังไม่เคยได้ทำความรู้จักมาก่อน แม้เวลาพูดคุยจะดูเป็นมิตร ทว่ายังมีการสงวนท่าทีไว้ ตอนนี้เองเชวียหนิงหรานเดิน
หัวเราะเข้ามายืนตรงหน้าของคนทั้งสอง
ที่แท้เชวียหนิงหรานและเนี่ยไฉ่เยวี่ยเป็นเพื่อนที่รู้จักกันมานาน อีกทั้งความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยังแนบแน่นดีด้วย
เมื่อเชวียหนิงหราเห็นเข้าจึงเข้ามาทักทายด้วยความดีใจ จากนั้นนางจึงจับมือของเนี่ยไฉ่เยวี่ยหาเรื่องพูดได้ไม่หยุด
ส่วนฮูหยินเนี่ยก็เห็นฮูหยินเชวียมาแต่ไกล จึงถือโอกาสที่ลูกสาวคุยเล่นกัน เดินเข้าไปทักทายฮูหยินเชวีย ทั้งคู่ต่าง
มองหาที่นั่งและพูดคุยเรื่องราวสัพเพเหระต่างๆ
ทางด้านต้วนอวี้หราน เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงจับกลุ่มพูดคุยกับเชวียหนิงหรานและเนี่ยไฉ่เยวี่ย โดยไม่ได้สนใจนาง
ทั้งยังปล่อยให้นางอยู่คนเดียว จึงทำตาโตยกมือขึ้นปิดปากแสร้งหัวเราะเดินเข้าไปในกลุ่ม
ต้วนอวี้หรานเดินเข้าไปอย่างเป็นมิตร จับมือของต้วนชิงหมิงขึ้นพร้อมกับหันหน้ายิ้มแย้มไปทางเนี่ยไฉ่เยวี่ย “พี่
ชิงหมิงทำไมไม่แนะนำคุณหนูสามเนี่ย ให้น้องสาวรู้จักบ้างล่ะ…”
พอต้วนชิงหมิงเห็นต้วนอวี้หรานเดินแสร้งยิ้มจอมปลอมเข้ามา ในใจของนางเต้นรัวขึ้นมา ไม่รู้ว่าต้วนอวี้หรานจะ
มาไม้ไหน แต่อย่างไรนางก็ยิ้มสู้อย่างมีสติ “คนนี้คือคุณหนูสามจวนเนี่ย… คุณหนูสาม นี่คือน้องสาวรองของจวนต้วน!”
นิสัยของเนี่ยไฉ่เยวี่ยเป็นคนค่อนข้างเงียบ เมื่อได้ยินที่ต้วนชิงหมิงแนะนำ จึงหันไปพยักหน้าให้กับต้วนอวี้หราน
ช้าๆ “ยินดีที่ได้รู้จัก คุณหนูรอง…”
ต้วนอวี้หรานพอเห็นท่าทางที่ค่อนข้างเงียบของเนี่ยไฉ่เยวี่ย จึงโมโหโกรธาขึ้นพร้อมกับมองและถามขึ้น “พี่ชิงห
มิง… ท่านนี้คือคุณหนูสามจวนเนี่ยใช่หรือไม่?”
เมื่อเห็นสีหน้าที่งงงวยของเนี่ยไฉ่เยวี่ยและเชวียหนิงหราน ต้วนอวี้หรานจึงพูดเสริมขึ้น “เมื่อก่อนเคยได้ยินพี่ชิงห
มิงเล่าให้ฟังว่า ในจวนเนี่ยคุณหนูใหญ่ชํ่าชองดนตรี คุณหนูรองเชี่ยวชาญวาดภาพ มีเพียงคุณหนูสามที่ไม่เห็นมีอะไรเสีย
อย่างเดียว…”
ต้วนอวี้หรานพูดแบบนี้ทำให้สีหน้าเนี่ยไฉ่เยวี่ยถึงกับถอดสี จนเชวียหนิงหรานเกือบจะกระโดดถีบ ทั้งคู่จึงมองตา
กันราวกับว่าปากนางนั้นไม่มีหูรูด ไม่รู้จักกาลเทศะ!
ต้วนชิงหมิงมองต้วนอวี้หรานที่มีท่าทางได้ใจเหมือนกระดี่ได้นํ้า จึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะนางในใจขึ้นมา… ต้
วนอวี้หรานเอ๋ย เจ้าคิดว่าการทำแบบนี้ จะยุแยงให้คุณหนูสามจวนเนี่ยเกลียดข้าได้อย่างนั้นหรือ? สงสัยจะต้องทำให้เจ้า
ผิดหวังเสียแล้ว!
ต้วนอวี้หรานพูดด้วยเสียงที่ดังลั่น จนทำให้คนผู้คนทั้งห้องโถงรับรอง ต่างจับจ้องมาทางนาง
ทางด้านฮูหยินเชวียและฮูหยินเนี่ยที่กำลังพูดคุยกันอย่างถูกคอได้ยินเข้า ทำให้ฮูหยินเนี่ยถึงกับหน้าซีดด้วยความ
โกรธ
โบราณว่า คนเราจะไม่พูดข้อเสียของคนอื่นในที่แจ้ง แต่ต้วนอวี้หรานกลับทำตรงกันข้าม เหมือนกลัวว่าคนอื่นจะ
ไม่รู้ว่าสุขภาพของเนี่ยไฉ่เยวี่ยไม่ได้แข็งแรงดี
ต้วนชิงหมิงมองแสยะยิ้มไปที่ต้วนอวี้หราน “น้องอวี้หรานพูดได้ถูกต้อง คำพูดนี้พี่สาวเคยพูดออกมาจริงๆ… ฮู
หยินเนี่ยดูแลคุณหนูอย่างดี ดูอย่างคุณหนูใหญ่ถนัดดนตรีจนไม่มีใครเปรียบ คุณหนูรองฝีมือการวาดรูปหาตัวจับยาก ชื่อ
เสียงโด่งดัง… ใช่แล้ว ทั้งหมดนี้พี่สาวเป็นคนพูดเอง…”
ใบหน้าต้วนอวี้หรานยิ้มอย่างได้อกได้ใจ… เพียงแต่คำพูดเหล่านี้ ต้วนชิงหมิงพูดกับนางเมื่อไรกัน ตอนนี้นางตั้งใจ
ใช้คำพูดนี้ ทำให้ต้วนชิงหมิงพูดอะไรไม่ออก เพื่อจะได้ผิดใจต่อกัน
ต้วนอวี้หราน! นางยอมทำทุกอย่าง เพียงเพื่อให้ชื่อเสียงของผู้เป็นพี่สาวต่างมารดาย่อยยับพังพินาศจนสิ้น
คำพูดของต้วนอวี้หรานทำให้สีหน้าของฮูหยินเนี่ยเปลี่ยนไป ตั้งแต่ที่ฮูหยินเนี่ยเข้าจวนเนี่ยได้สามปีถึงจะให้กำเนิด
เนี่ยไฉ่เยวี่ย ถัดจากนั้นอีกห้าปีถึงจะมีคุณชายน้อย ดังนั้นคุณหนูใหญ่เป็นลูกของหญิงเต้นกินรำกิน คุณหนูรองเป็นลูก
ของสนมเล็กๆ……เรื่องนี้เป็นความเจ็บปวดของฮูหยินเนี่ย คิดไม่ถึงว่าคุณหนูใหญ่กับคุณหนูรองตระกูลต้วน จะหยาม
เหยียดนางกับไฉ่เยวี่ยต่อหน้า ทำให้ฮูหยินเนี่ยไม่อาจยอมรับได้ เห็นทีการมาร่วมงานในวันนี้จะมาเสียเที่ยวแล้ว!
ทางด้านฮูหยินเชวียพอเห็นฮูหยินเนี่ยเกิดความไม่พอใจเข้า จึงกดมือนางเอาไว้ พร้อมกับพยักหน้าห้ามเล็กน้อย
ฮูหยินพอจะรู้นิสัยใจคอของต้วนชิงหมิงดี ไม่ว่านางจะพูดจาหรือทำอะไรก็จะรู้จักประมาณ ฉะนั้นคำพูดที่ไร้
มารยาทเช่นนี้จะต้องไม่ใช่คำพูดของนาง ยิ่งไปกว่านั้นคุณหนูใหญ่กับคุณหนูรองจวนเนี่ย ก็ไม่ได้มือชื่อเสียงในวงสังคม
คุณหนูในเมืองหลวงมากมายขนาดนั้น
ต้วนชิงหมิงจ้องไปที่ต้วนอวี้หรานด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนและเป็นมิตรอย่างมาก นางพยักหน้าพร้อมกับพูดตำหนิ
“น้องรอง……พี่เคยบอกแล้วไม่ใช่หรือว่า เจ้ามีนิสัยหัวรั้นไม่เชื่อฟังใคร ไม่ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ไม่จริงจังกับการเย็บปักถัก
ร้อยอีก… น้องรองยังจำคำพูดที่พูดต่อหรือไม่ว่า คุณหนูใหญ่กับคุณหนูรองจวนเนี่ยมีชื่อเสียงเรื่องดนตรีและการวาดภาพ
ก็เพราะได้รับคำแนะนำการคุณหนูสามถึงประสบความสำเร็จได้มากขนาดนี้”
ต้วนชิงหมิงพูดประโยคนี้ออกมา ทำให้ต้วนอวี้หรานถึงกลับไปไม่ถูก
ด้านฮูหยินเชวียก็คลายมือที่กดฮูหยินเนี่ยออกมา จากนั้นหันหน้าไปพูดข้างหูของฮูหยินเนี่ย ฮูหยินเนี่ยจึงจ้อง
เขม็งไปที่ต้วนอวี้หรานที่เสียหน้าจนไปถูก
คงเป็นอี๋เหนียงอบรมบ่มนิสัยออกมา……จึงช่างไม่รู้จักกาลเทศะเสียจริง กล้าพูดจาว่าร้ายคุณหนูใหญ่ต่อหน้า
เนี่ยไฉ่เยวี่ยจับมือต้วนชิงหมิงไว้แนบแน่น พร้อมกับนํ้าตาที่เอ่อขึ้นมาจนพูดไม่ถูก
ในจวนเนี่ยนั้น คุณหนูใหญ่โดดเด่น คุณหนูรองก็มีชื่อ มีเพียงแต่นางที่ร่างกายอ่อนแอจึงไม่ได้ออกจากจวนตั้งแต่
อายุยังน้อย อีกทั้งท่านพ่อไม่ชอบลูกสาวที่ร่างกายอ่อนแอ ดังนั้นต่อให้เนี่ยไฉ่เยวี่ยจะมีความสามารถมากมายเพียงใด จึง
ถูกเก็บซ่อนอยู่ในส่วนลึกจนไม่มีผู้ใดรู้……คุณหนูใหญ่ชํ่าชองดนตรี คุณหนูรองเชี่ยวชาญวาดภาพ ถึงแม้นางจะไม่ได้ไป
แนะนำกับมือ แต่ความรู้ความสามารถของนางเหนือกว่าคุณหนูทั้งสองท่านอย่างแน่นอน!
ในระหว่างนั้นภายในกลุ่มฮูหยินก็มีคนพูดเยาะเย้ยขึ้นมา “คุณหนูสามจวนเนี่ยไม่เคยได้เยื้องย่างออกจากจวน
เนี่ยแม้แต่ก้าวเดียว นางมีความสามารถหรือไม่นั้น คุณหนูต้วนรู้มาได้อย่างไร?”
เมื่อต้วนชิงหมิงหันหน้ากลับมา ก็เห็นฮูหยินจวนฉีซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของหลิวหรง ฮูหยินผู้นี้ได้เลื่อนจากอี๋เหนียง
เป็นภรรยาเอกหรือฮูหยินจากความช่วยเหลือของหลิวหรง จึงมีความสัมพันธ์แนบแน่นกัน ดูท่าทางคงจะมาช่วยต้วนอวี้
หรานให้รอดพ้นสถานการณ์นี้
ฮูหยินจวนฉีผู้นี้มองมาทางต้วนชิงหมิง พูดเหน็บแหนบเสียดสี “หรือว่าในสายตาของคุณหนูใหญ่ต้วน มีเพียงลูก
ของภรรยาเอกเท่านั้นหรือ ที่จะมีความสามารถโดดเด่น?”
ฮูหยินจวนฉีผู้นี้เป็นนางรำมาก่อน เมื่อพูดสิ่งใดก็จะไม่สนว่าคำพูดของนาง ได้ล่วงเกินคนไปไม่น้อย
บรรดาฮูหยินและลูกสาวภรรยาเอกภายในห้องโถงรับรอง ต่างจ้องมองด้วยความเดือดดาล