การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 193 ความซวยจากปลาจิ๋นหลี่อวี๋ (1)
ต้วนชิงหมิงหัวเราะไปก็ลอบชำเลืองมองหลิวหรงที่กำลังจับมือกับฮูหยินฉี มีต้วนอวี้หรานยืนอยู่ข้างๆ ทั้งสามคน
ยิ้มและมองตากัน ประหนึ่งว่าแผนที่วางไว้เป็นไปอย่างราบรื่น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งแววตาลุกวาวของต้วนอวี้หรานที่มองไปยังต้วนชิงหมิงนั้นเหมือนกับต้องการจะหาเรื่อง……สื่อ
ความหมายได้ว่า ‘ต้วนชิงหมิงเดี๋ยวเจ้าจะต้องตายอย่างแน่นอน!’ ก็มิปาน
สีหน้าของต้วนชิงหมิงยังคงสงบนิ่งและต้อนรับขับสู้บรรดาแขกเหรื่อต่อไป ทว่าภายในใจกลับครุ่นคิดไม่ตก เหตุ
ใดหลิวหรงจึงเสนอให้ทุกคนมาชมดอกเหมยที่นี่? หรือว่าการมาชมดอกเหมยจะเป็นแผนที่นางตั้งใจวางกับดักไว้?
ใช่แล้ว! เป็นไปได้สูงมาก
แต่ก่อนสวนเหมยในจวนต้วนอยู่ตรงมุมทางตะวันตกเฉียงเหนือ ติดกับทะเลสาบว่างเยวี่ย ทว่าหากมองขึ้นไปก็จะ
เป็นศาลาว่างเยวี่ยและศาลาอื่นๆ กระจายไปทั่วบริเวณ จากตรงนั้นจะมองเห็นกอไผ่และสวนเหมยได้อย่างชัดเจน ยิ่ง
สบายตายามเมื่อลมพัดพาเหล่ากอไผ่ทั้งหลายลู่ลมสีกันไปมา สวยงามจนไม่มีที่ใดเปรียบ
ใช่แล้ว ทะเลสาบว่างเยวี่ย…
ต้วนชิงหมิงจำได้ว่าทะเลสาบว่างเยวี่ยหาใช่ทะเลสาบที่เกิดจากธรรมชาติ หากแต่เป็นทะเลสาบที่เกิดจากฝีมือ
ของคน ในการขุดทำขึ้นมาโดยการสูบนํ้ามาจากด้านนอกเข้ามาเติมจนเต็ม ส่วนอีกด้านหนึ่งก็ผันนํ้าออกจากจวน สลับ
ถ่ายเทไปมา ดังนั้นนํ้าในทะเลสาบแห่งนี้จึงไม่กลายเป็นนํ้าแข็งเช่นทะเลสาบทั่วไป ที่จะเย็นจนจับตัวเป็นนํ้าแข็ง
ถ้าต้วนชิงหมิงจำไม่ผิดละก็ ในทะเลสาบว่างเยวี่ยมีปลาจิ๋นหลี่อวี๋ที่ต้วนเจิ้งเลี้ยงไว้ ทั้งยังชื่นชอบพวกมันเป็นที่สุด
ทว่าหลายปีมานี้ปลาจิ๋นหลี่อวี๋ได้เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเมื่อถึงฤดูร้อนปลาพวกนี้จะสามารถมองเห็นได้ชัดเจน เพราะมีนํ้าใส
ไหลวนเวียนไปมา หากโยนอาหารลงไป พวกมันจะแหวกว่ายมาแย่งอาหารกินกัน บนผิวนํ้าก็จะกลายเป็นสีแดงจากตัว
ปลาจิ๋นหลี่อวี๋ไปหมด
หรือว่าพวกนางจะวางกับดักอยู่ที่ทะเลสาบว่างเยวี่ย? ทว่านํ้าในทะเลสาบที่ไหลอยู่ตลอดทั้งปี จะวางกับดักได้
อย่างไร! ครุ่นคิดอย่างไรต้วนชิงหมิงก็คิดไม่ออก ว่าหลิวหรงจะเล่นงานนางจากตรงไหนได้?
เชวียหนิงหรานได้ฟังที่ต้วนชิงหมิงบรรยายก็รีบคว้ามือนาง เร่งสาวเท้าตามไป “พวกเรารีบไปดูกันเถอะ!”
เด็กสาวทำได้แค่มองหลิวหรงแสยะยิ้มเผยแววตาชั่วร้ายออกมา พลางเอื้อนเอ่ยอย่างเนิบช้า “ถ้าไม่ใช่เพราะอี๋
เหนียงเตือน ชิงหมิงคงลืมไปแล้วว่ายามใดที่หิมะตกโปรยปราย จะทำให้ดอกเหมยบานสะพรั่งเต็มไปหมด เช่นนั้นพวก
เราไปชมกันเถอะ!”
หลิวหรงยิ้มอย่างชั่วร้ายและได้ใจ “เช่นนั้น เชิญฮูหยินและคุณหนูทุกท่านตามข้ามาทางนี้!”
เมื่อหลายวันก่อน หิมะได้ตกโปรยปรายทำให้ดอกเหมยออกดอกสีเหลืองนวล บานสะพรั่งและพลิ้วไหวไปมาตาม
ลมหนาว อีกทั้งส่งกลิ่นหอมขจรขจายไปทั่ว
ต้วนชิงหมิงจับมือเชวียหนิงหรานและเนี่ยไฉ่เยวี่ย เดินไปสวนดอกเหมยพร้อมกับบรรดาเหล่าฮูหยินและคุณหนู
อย่างมีความสุข
วันนี้หลิวหรงใส่ชุดกระโปรงยาวสีม่วงอ่อน ชุดด้านในเป็นกระโปรงจีบสีม่วงเข้าชุดกัน เส้นผมดำขลับถูกรวบเกล้า
ขึ้นเป็นมวย ด้านบนปักปินอัญมณีเจ็ดอย่าง ทุกก้าวย่างจะเห็นสายระย้าของปินทั้งสองข้างกวัดแกว่งไปมา ระยิบระยับ
ยามเมื่อแสงตกกระทบ
ระหว่างทางที่เดินต้วนชิงหมิงคอยแอบชำเลืองมองมาตลอด เห็นเพียงหลิวหรงเดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เดินตามอยู่
ด้านหลัง
เมื่อถึงสวนเหมย แววตาของเนี่ยไฉ่เยวี่ยได้ลุกเป็นประกายด้วยความดีใจออกมา “โอ้โห! ดอกเหมยที่นี่ช่างงดงาม
เสียจริง!”
การชมดอกเหมยในสมัยราชวงศ์ต้าเซี่ยถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา โดยจะปลูกหลินเหมยและจ้วงเหมยสีแดงซึ่งเป็น
พันธุ์ที่มีมาแต่โบราณ ยิ่งไปกว่านั้นหากได้ดื่มสุราพร้อมกับชมดอกเหมยถือว่าเป็นเรื่องมงคลอย่างมาก แต่ชีผิ่นเหมยที่ได้
มาจากบรรณาการ บรรดาฮูหยินและคุณหนูแต่ละจวนกลับเพิ่งได้ยลโฉมเป็นครั้งแรก!
ฮูหยินเนี่ยเดินตามหลังลูกสาวที่หัวเราะและยิ้มแย้มตลอดทาง จึงอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นว่า “คุณหนูใหญ่จวนต้วน
ช่างเป็นคนที่ยอดเยี่ยม นานแล้วที่ข้าไม่ได้เห็นไฉ่เยวี่ยมีความสุขเช่นนี้!”
ฮูหยินเชวียที่เดินตามหลังฮูหยินเนี่ยได้พูดยิ้มๆ ออกมา “ก็นั่นนะสิ… หนิงหรานมีคุณหนูต้วนเป็นเพื่อน ก็ถือว่า
เรื่องนี้วางใจไปได้มากทีเดียว!”
ฮูหยินทั้งสองเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เยาว์วัย อีกทั้งมาจากตระกูลที่มีชื่อเสียง ฉะนั้นเรื่องการชมความงามของดอก
เหมยจึงเป็นสิ่งที่พวกนางสนอกสนใจเป็นอย่างยิ่ง
ทางด้านต้วนอวี้หรานก็วิ่งเข้าไปรวมกลุ่มกับบรรดาคุณหนูที่นางสนิทสนมด้วย พูดสองสามประโยคก็หัวเราะคิก
คัก ประเดี๋ยวเดียวก็แอบปรายตามองต้วนชิงหมิง
ต้วนชิงหมิง ตอนนี้ที่ข้ายังไม่จัดการเจ้า ไม่ได้หมายความว่าข้าปล่อยเจ้าไป แต่เพราะวันนี้เป็นวันตายของเจ้า ข้า
จึงเมตตาไม่อยากคิดเล็กคิดน้อยกับเจ้า
“ชีผิ่นเหมย ดูสิ!!!” เสียงร้องนั้นได้ดึงดูดสายตาของทุกคนให้จับจ้องไปที่ทุ่งดอกเหมยเบื้องหน้า
หลิวหรงกับฮูหยินเฉียวยืนมองไปอมยิ้มไป เมื่อเห็นทุกคนพูดคุยกันเรื่องดอกเหมย แต่ว่าสายตาของต้วนชิงหมิง
เหลือบไปเห็น หลิวหรงกำลังตบเบาๆ ไปที่เเขนของฮูหยินเฉียว จากนั้นก็พานางไปที่ศาลาว่างเยวี่ย
ศาลาว่างเยวี่ยตั้งอยู่จุดที่สูงที่สุดในทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจวนต้วน ที่นั่นสามารถมองเห็นสวนดอกเหมยได้
ทั้งหมด
หลิวหรงกับฮูหยินเฉียวยืนรออยู่ที่ศาลาว่างเยวี่ย โดยเตรียมของว่างและชาร้อนไว้ต้อนรับบรรดาฮูหยินและคุณ
หนู จากนั้นจึงเริ่มพูดคุยกันเรื่องดอกเหมยกัน
ในระหว่างนั้นจู่ๆ ก็มีคนร้องเสียงดังขึ้นมา “ทุกคนดูนั่นสิ นํ้าในทะเลสาบเหมือนจะยังไหลเวียนอยู่เลย!”
ทุกคนที่ได้ฟังต่างหันหน้ากลับมามองทันที
บนผิวนํ้าของทะเลสาบว่างเยวี่ยดูสงบนิ่ง ทั้งที่มีหิมะตกโปรยปรายอยู่รอบๆ ทว่าเมื่อกระทบกับแสงพลันระยิบ
ระยับแวววับจับตา
บนผิวนํ้าที่เริ่มจับตัวเป็นนํ้าแข็ง อยู่ๆ ก็มีจุดสีแดงปรากฏขึ้นมา พอมองจากที่ไกลๆ กลับไม่รู้ว่าสิ่งนั้นเป็นอะไรกัน
แน่
ต้วนชิงหมิงมองอย่างพินิจ เห็นเพียงหลิวหรงที่ยิ้มออกมาอย่างสบายใจ อีกทั้งเมื่อฮูหยินเฉียวตีเบาๆ ไปที่มือของ
หลิวหรง นางก็แสร้งยิ้มและเอ่ยถามด้วยท่าทางสงสัย “ตรงไหน ตรงไหนหรือ???”
ฮูหยินเฉียวชี้นิ้วไป “อยู่ตรงนั้น…”
หลิวหรงเห็นดังนั้น นางก็ตั้งใจพูดเสียงดังขึ้นพลางชี้นิ้วไปในทะเลสาบ “ทุกคนดูสิ จุดแดงอยู่ตรงนั้นใช่หรือไม่?”
ต้วนชิงหมิงมองไปที่ทะเลสาบว่างเยวี่ยที่ค่อยๆ ปรากฏสีแดงระเรื่อ……นางพอจะรู้แล้วว่าสิ่งนั้นคืออะไร!
เพียงแต่สิ่งที่ต้วนชิงหมิงคิดไม่ถึงก็คือ หลิวหรงตั้งใจเล่นงานนางหนักถึงเพียงนี้เชียวหรือ!
หลิวหรง……เจ้ามันสมควรตาย!
คนในกลุ่มนั้น มีคนถามขึ้นอย่างสงสัย “เป็นกลีบดอกเหมยสีแดงอย่างนั้นหรือ? แต่คงไม่หรอก กลีบดอกเหมยอะ
ไรจะใหญ่เช่นนั้นกัน… ดูเหมือนจะเป็นปลาตายเสียมากกว่า?”
เมื่อคนคนนั้นพูดขึ้น คนส่วนใหญ่ต่างเห็นด้วย ทว่ากลับมีคนแย้งขึ้นมา “ในฤดูหนาวที่หนาวเหน็บถึงเพียงนี้ จะมี
ปลาลอยขึ้นมาตายได้ยังไงกัน?”
ในตอนนี้ฮูหยินเฉียวที่ใจร้อนจึงพูดขึ้น “ไอ๊หยา! พวกเรามัวแต่คาดเดาอยู่ที่นี่ก็ไม่เกิดประโยชน์อันใด ไม่สู้ส่งบ่าว
รับใช้ไปดูเสียให้รู้เรื่อง!”
พูดจบ นางจึงหันไปที่บ่าวรับใช้ของนาง “เจ้าไปดูซิว่า สิ่งที่ลอยอยู่เหนือนํ้านั่น เป็นอะไรกันแน่!”
บ่าวรับใช้คนนั้นตอบรับแล้ว รีบวิ่งด้วยความรวดเร็วฝั่ากองหิมะลงไปที่ริมทะเลสาบ เมื่อถึงริมทะเลสาบนางกวาด
สายตาดูโดยรอบและหากิ่งไม้ลองเขี่ยไปมาอย่างเบามือ จากนั้นรีบวิ่งกลับมารายงานเสียงดังฟังชัด “เรียนฮูหยิน ใน
ทะเลสาบเป็นปลาจิ๋นหลี่อวี๋ลอยตายเจ้าค่ะ!”
เสียงพูดของสาวใช้คนนั้นทำให้ทุกคนได้ยินไปทั่ว พอต้วนชิงหมิงได้ฟังก็แสยะยิ้มเล็กน้อย ส่วนหลิวหรงก็เม้มปาก
อมยิ้มซ่อนความชั่วร้าย
เนี่ยไฉ่เยวี่ยได้ฟัง สีหน้าก็เศร้าหมองลงในทันที นางตกใจจนจับแขนต้วนชิงหมิงไว้แน่น พูดอย่างตกอกตกใจ “ชิง
หมิง นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”