การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 194 ความซวยจากปลาจิ๋นหลี่อวี๋ (2)
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? เรื่องนี้ต้องเป็นฝีมือของหลิวหรงที่ต้องการให้นางอับอายขายหน้า
ต้วนชิงหมิงยังไม่ตอบคำถาม เงยหน้ามองอีกฝั่ายอย่างไม่เกรงกลัว นางจะรอจนกว่าหลิวหรงเล่นละครฉากนี้ให้
จบเสียก่อน
หลิวหรงและต้วนอวี้หรานมองไปยังมือของบ่าวรับใช้ที่ถือปลาจิ๋นหลี่อวี๋ที่ตายอยู่ หลิวหรงจึงร้องด้วยความตกใจ
เป็นที่สุด “เกิดอะไรขึ้นกัน เป็นปลาจิ๋นหลี่อวี๋ตายจริงๆ ด้วย…”
ปลาจิ๋นหลี่อวี๋เหล่านั้นยังไม่ได้ตายจนหมด ทว่าพวกมันเหมือนว่าถูกวางยา อีกอย่างปลาในมือของบ่าวรับใช้ผู้นั้น
ดูอยากจะดิ้นให้หลุดจากมือเสียด้วยซํ้า ทว่าพวกมันกลับดูไร้เรี่ยวแรง!
ต้วนอวี้หรานจ้องมองสภาพของปลาจิ๋นหลี่อวี๋ ทันใดนั้นก็ร้องเสียงดังขึ้น “วันนี้เป็นวันเกิดของพี่สาว……เหตุใด
ปลาจิ๋นหลี่อวี๋ถึงได้ตายหมด…”
แม้นางจะไม่ได้พูดต่อจนจบ แต่ทุกคนก็ต่างคิดไปต่างๆ นานาเสียแล้ว!
หลิวหรงได้ฟังก็เช็ดนํ้าตาที่รินไหล พูดเสียงไม่ดังและไม่เบา “อวี้หราน วันนี้เป็นวันเกิดของคุณหนูใหญ่ เรื่องบาง
เรื่องอย่าพูดไปเรื่อย… เจ้าจำไม่ได้หรือว่า ท่านพ่อของเจ้ากำชับกำชาให้จัดงานวันเกิดของคุณหนูใหญ่ให้ดี และต้องไม่มี
ข้อผิดพลาดเกิดขึ้น แต่ตอนนี้กลับเกิดเรื่องขึ้นแล้ว…”
เมื่อหลิวหรงพูดจบก็หันไปพูดด้วยความโกรธต่อ “ใครกัน ที่กล้าสร้างเรื่องที่ทะเลสาบ ก่อกวนงานวันเกิดของคุณ
หนูใหญ่…”
คำพูดของหลิวหรงดูเหมือนจะช่วยออกหน้าแทนต้วนชิงหมิง แต่ลับหลังกลับใช้สายตาที่สงสัย จ้องมองมาที่นาง
เนี่ยไฉ่เยวี่ยกับเชวียหนิงหรานต่างมองหน้ากันด้วยความโศกเศร้า
ทุกคนต่างรู้ว่า ในราชวงศ์ต้าเซี่ยปลาจิ๋นหลี่อวี๋ถือเป็นสิ่งมงคล ทว่างานเลี้ยงวันเกิดในวันนี้ พวกมันกลับลอย
เหมือนจะตายแหล่มิตายแหล่ ทำให้ความสงสัยทั้งหมดต่างพุ่งเปั้ามาที่ต้วนชิงหมิง
ทั้งคู่หันหน้ามามองต้วนชิงหมิง กลับเห็นเพียงต้วนชิงหมิงยืนสงบนิ่งไม่เอื้อนเอ่ยวาจา
ต้วนอวี้หรานที่เห็นต้วนชิงหมิงแสร้งทำเป็นนิ่งเงียบ จึงก้าวขึ้นไปข้างหน้าสองก้าว พูดด้วยความโมโห “วันนี้เป็น
วันเกิดของพี่สาว แต่ทำไมปลาจิ๋นหลี่อวี๋พวกนี้ถึงลอยเหมือนจะตายกัน? พี่สาวคิดว่านี่เป็นฝีมือของคนหรือฟั้าลิขิตให้
เป็น?”
‘ฟั้าดินลิขิต’ คำนี้ต้วนอวี้หรานกัดฟันยืนหยัดในคำนี้ นางแอบชำเลืองมองต้วนชิงหมิงด้วยความสาแก่ใจ
ในที่สุด เนี่ยไฉ่เยวี่ยทนดูต่อไปไม่ไหวแล้ว อีกทั้งนางไม่ชอบคุณหนูรองจวนต้วนเป็นทุนเดิม ในตอนนี้นางจึงเดิน
ไปข้างหน้าหันไปพูดทางต้วนอวี้หราน “คุณหนูรอง ในเมื่อเจ้าพูดว่าไม่รู้ว่าฟั้าลิขิตหรือฝีมือคน ทำไมไม่รีบไปหาต้นสาย
ปลายเหตุกลับจะมาโทษพี่สาวของเจ้าอยู่อย่างนี้… ดูเหมือนว่าคุณหนูรองจะเป็นกังวลเรื่องนี้มากกว่าจะเป็นห่วงพี่สาว
ของเจ้าเสียอีก!”
คำพูดของเนี่ยไฉ่เยวี่ยช่างทิ่มแทงและระคายหูต้วนอวี้หรานเป็นอย่างยิ่ง นางรู้ว่าเนี่ยไฉ่เยวี่ยกำลังเสียดสี ทำให้
นางพลันโกรธจนเลือดขึ้นหน้า “ข้าก็ต้องเป็นห่วงพี่สาวของข้าอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ข้าเป็นห่วงชื่อเสียงของจวนต้วนมากกว่า
เพราะกลัวว่าคนดวงซวยจะมาทำลายตระกูลจนสิ้น……”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยได้ฟังคำพูดนี้ก็ถึงกับโกรธจนลมออกหู!
ความต้องการในใจของลูกอนุคนนี้ช่างชัดเจนแจ่มแจ้งยิ่งนัก ดูท่าแล้วนางคงไม่ปล่อยให้ต้วนชิงหมิงรอดไปได้
ถึงแม้ว่าเนี่ยไฉ่เยวี่ยจะเป็นลูกภรรยาเอกและจะดูสูงส่ง แต่ท่านพ่อกลับไม่เอ็นดูนาง อี๋เหนียงจึงจองหองพองขน
ทำให้นิสัยของนางค่อนข้างเด็ดขาด เพียงแต่ความเด็ดขาดนั้นถูกซ่อนไว้ในส่วนลึก จนคนอื่นมองไม่เห็นแค่นั้นเอง!
เนี่ยไฉ่เยวี่ยหันไปยิ้มให้กับเชวียหนิงหราน “พี่เชวียได้ยินหรือไม่? คุณหนูรองต้วนปกปั้องชื่อเสียงของจวนต้วน
อย่างเต็มที่… แต่ไม่รู้ว่าในครั้งนี้จะแตกต่างหรือเหมือนกับครั้งก่อนที่ตำหนักติ้งกั๋วกงฝูั่หรือไม่?”
เรื่องที่ตำหนักติ้งกั๋วกงฝูั่ในวันนั้น แม้ว่าเนี่ยไฉ่เยวี่ยจะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่ก็เคยได้ยินได้ฟังเชวียหนิงหรานบ
อกเล่ามา ดังนั้นในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ นางจึงต้องพูดเพื่อช่วยต้วนชิงหมิงไปก่อน
เชวียหนิงหรานถือว่าเก่งไม่เบา ที่พูดถึงเรื่องตำหนักติ้งกั๋วกงฝูั่โดยกลั้นหัวเราะไว้ได้ “ใช่แล้ว เรื่องในครั้งนั้นข้ายัง
จำได้แม่นยำ ไม่ทราบว่าคุณหนูรองยังจำได้หรือไม่…”
เมื่อทั้งคู่เอ่ยปากพูดขึ้น คนที่นั่นจึงหวนคิดถึงเหตุการณ์ที่ต้วนชิงหมิงถูกใส่ความที่ตำหนักติ้งกั๋วกงฝูั่ ทำให้สายตา
ของคนต่างมองต้วนอวี้หรานด้วยความดูถูกดูแคลน
ฮูหยินเนี่ยและฮูหยินเชวียได้แต่ขมวดคิ้วยืนฟังอยู่ด้านหลัง เพื่อมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่พูดสิ่งใด
ลูกสาวของฮูหยินทั้งสองต่างมีพวกนางคอยปกปั้องซึ่งแตกต่างกับต้วนชิงหมิง ที่จะต้องคอยระแวดระวังภัยจาก
ทุกรอบด้านจากอี๋เหนียง ตอนนี้ต้วนชิงหมิงมีภัย ฮูหยินทั้งสองจึงหวังว่าลูกสาวของพวกนางจะช่วยเด็กสาวเบื้องหน้า
อย่างเต็มกำลัง
ทางด้านต้วนอวี้หราน ได้ฟังเนี่ยไฉ่เยวี่ยกับเชวียหนิงหรานเอาเรื่องเสื่อมเสียของนางมาเปิดโปง จึงอับอายจน
โกรธจัด “ครั้งนั้นเป็นเพราะพี่สาวเอารูปของข้าไป อีกทั้งยังร่วมมือกับองค์ชายสามใส่ร้ายนางอีก พวกเจ้าเห็นกับตาหรือ
ว่าข้าขโมยภาพวาดของพี่สาว?”
บรรดาฮูหยินและคุณหนูทั้งหลายได้ฟัง ถึงกับมองต้วนอวี้หรานด้วยสายตาดูถูก
เหตุการณ์ในวันนั้นคุณหนูทั้งหลายต่างเห็นเป็นสายตาเดียวกัน เมื่อพวกนางกลับไปที่เรือนของตน แน่นอนว่าจะ
ต้องเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้กับท่านแม่ได้ฟัง แต่เวลานี้ต้วนอวี้หรานกลับชี้กวางเป็นม้า ใส่ร้ายต้วนชิงหมิง หรือนางคิดว่า
คนในที่นั่นตาบอดจนแยกแยะถูกผิดไม่เป็น?
หลิวหรงเห็นว่าเรื่องนี้เริ่มจะโยงไปไกลถึงเรื่องอื่น อีกทั้งเห็นชัดเจนว่าต้วนอวี้หรานกำลังเสียเปรียบ จึงรีบ
กระแอมไอ พูดขึ้น “อวี้หรานเสียมารยาทไม่ได้… วันนี้เป็นวันเกิดของพี่สาว ต่อให้ลูกเคยขโมยภาพ แต่ก็ไม่ควรเอามา
พูดไปเรื่อย!”
เมื่อหลิวหรงพูดแบบนั้น เชวียหนิงหรานทนไม่ไหวจึงพูดขัดขึ้นมา “เห้อ! คนบางคนคิดว่าคุณหนูทั้งหลายเป็นคน
ตาบอดหูหนวก แต่คิดไม่ถึงว่า นางกลับกล้าบอกว่าองค์ชายสามตาบอดหูหนวก แยกแยะถูกผิดไม่ได้ ดูท่าแล้วหากข้า
กลับไปจะต้องบอกพี่ชายคนโต พี่ชายคนรองไปสอบถามข้อเท็จจริงจากองค์ชายสาม เพื่อดูว่าความจริงเป็นเช่นไรกัน
แน่…”
พูดถึงตรงนี้ เชวียหนิงหรานก็มองไปที่ต้วนชิงหมิงพูดอย่างทนไม่ไหว “องค์ชายสามแต่ไหนแต่ไรเป็นคนแยกแยะ
ดีชั่ว หากรู้ว่ามีคนใส่ร้ายจะจัดการกับคนนั้นอย่างไรนะ?”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยได้ฟังจึงรีบหัวเราะออกมา “พี่เชวีย ถ้าจะต้องพูดถึงเรื่องนี้อย่าลืมบอกให้พี่ชายบอกองค์ชายสามว่า
เรื่องนี้คุณหนูทุกคนต่างเห็นเป็นสิ่งเดียวกัน ถึงตอนนั้นจะได้ไม่ต้องมาพูดว่าฟังความด้านเดียว”
หลิวหรงฟังที่เชวียหนิงหรานพูดถึงกับผงะตกใจยกใหญ่ นางลืมไปสนิทเลย พี่ชายทั้งสองคนของเชวียหนิงหราน
เป็นเพื่อนอ่านหนังสือขององค์ชายสาม หากเรื่องนี้ไปถึงหูขององค์ชายสามเกรงว่าจะไม่ใช่เรื่องดี!
นางจึงแสร้งยิ้มหน้าบาน “อวี้หรานอายุยังน้อยเกรงว่าจะจำเรื่องผิดพลาดไปบ้าง!”
ครั้งนี้ทุกคนต่างสงสัยเริ่มสงสัยในธาตุแท้ของหลิวหรง ที่ปกปั้องลูกสาวอนุที่เกิดจากนาง แต่กลับลดค่าลูกสาว
ภรรยาเอก อี๋เหนียงทำเช่นนี้ถือว่าเป็นเรื่องผิดมหันต์
ส่วนต้วนชิงหมิงกลับมองเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นอย่างสงบนิ่ง ไม่ว่าพวกนางพูดเรื่องใด ต้วนชิงหมิงก็เอาแต่
ยิ้มอย่างสงวนท่าทีโดยไม่ปริปากพูดสิ่งใด
ถ้าจะเทียบกันแล้ว ความใจกว้างของลูกสาวภรรยาเอกทำให้คนยอมรับนับถือ ส่วนความรู้สึกต่อหลิวหรงและต้
วนอวี้หรานกลับแย่ลงไป
หลิวหรงไม่กล้าที่จะต่อความยาวสาวความยืดในเรื่องนี้ให้มากความ เพราะเปั้าหมายที่แท้จริงอยู่ที่ปลาจิ๋นหลี่อวี๋
แต่พอต้วนอวี้หรานร่วมผสมโรงก็ทำให้ทุกคนต่างมีอคติ เห็นทีเรื่องปลาจิ๋นหลี่อวี๋จะต้องให้คนอื่นเป็นคนยกประเด็นขึ้น
มาแล้ว
เรื่องในวันนี้หลิวหรงได้เตรียมการไว้ล่วงหน้าจนหมดแล้ว ดังนั้นนางจึงให้บ่าวรับใช้ไปตามต้วนเจิ้งมา นางเชื่อว่า
หากต้วนเจิ้งมาถึง นางมีวิธีพูดให้ต้วนชิงหมิงไม่อาจแก้พูดแก้ตัวได้อีก!
ในตอนนี้เอง มีเสียงตํ่าลอยมาจากด้านหลัง “เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
เมื่อเห็นต้วนเจิ้งปรากฏตัวขึ้น ต้วนอวี้หรานก็โผเข้าไปกอดเหมือนผีเสื้อโผบิน “ท่านพ่อ แย่แล้ว ปลาจิ๋นหลี่อวี๋
ตายหมดแล้วเจ้าค่ะ…”
ต้วนเจิ้งฟังแล้วก็ตกใจไปครู่หนึ่ง
เมื่อครู่นี้ เขากำลังรับแขกอยู่ที่หน้าห้องโถงรับรอง จู่ๆ มีคนมารายงานว่าคุณหนูเกิดเรื่องที่สวนดอกเหมยแล้ว
ต้องการให้เขารีบเร่งมาดู เขาจึงรุดมาอย่างรวดเร็ว แต่นึกไม่ถึงจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น
หลิวหรงเดินขึ้นไปข้างหน้าทำความเคารพ จากนั้นพูดด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล “คุณหนูใหญ่พาบรรดาฮูหยินและ
คุณหนูทั้งหลายมาชมดอกเหมย คิดไม่นึกว่าจะเห็นปลาจิ๋นหลี่อวี๋ลอยตายแหล่มิตายแหล่อยู่ที่ทะเลสาบ……อันที่จริง
ปลาจิ๋นหลี่อวี๋เป็นสัญลักษณ์แห่งความมงคล อีกทั้งวันนี้เป็นวันเกิดของคุณหนูใหญ่… นายท่านว่าควรจะทำอย่างไรดีเจ้า
คะ?”