การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 195 ความซวยจากปลาจิ๋นหลี่อวี๋ (3)
ฮูหยินเฉียวที่ยืนอยู่ข้างหลิวหรงหัวเราะขึ้นมา “วันเวลาเกิดของคนบางคนเห็นได้ชัดว่าไม่เป็นมงคล จึงทำให้ปลา
จิ๋นหลี่อวี๋ที่เป็นสัตว์มงคลต้องตาย!”
ได้ฟังที่ฮูหยินเฉียวพูด หลิวหรงที่อยู่ด้านข้างพลันเปลี่ยนสีหน้าไปราวกับเป็นห่วงเป็นใย พลางเอ่ยท้วง “ฮูหยิน
เฉียว คำพูดเหล่านี้จะพูดพล่อยๆ ไม่ได้……คุณหนูใหญ่เป็นถึงลูกสาวของภรรยาเอกจวนต้วน……”
คำพูดของนาง หากฟังดูผิวเผินละม้ายช่วยแก้ต่างให้ต้วนชิงหมิง ทว่าความหมายแฝงกลับเหมือนส่งเสริมให้อีก
ฝั่ายพูดต่อไป
ต้วนเจิ้งขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อย สายตาทอดมองไปยังปลาจิ๋นหลี่อวี๋น้อยใหญ่ที่ลอยขึ้นมาอยู่เหนือนํ้าเบื้องหน้า
แน่นอนว่า เขาอดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ว่าเหตุใดปลาพวกนี้ถึงลอยขึ้นมา และเรื่องนี้กับชิงหมิงมันจะเกี่ยวข้องกันอย่างไร?
อีกอย่างเขาเป็นผู้ชายที่ไม่ชอบเรื่องการใช้ภัยธรรมชาติ มาอธิบายสิ่งที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ ดังนั้นต้วนเจิ้งจึงโบกมือและ
หัวเราะขึ้น “อากาศหนาวเหน็บเช่นนี้ บางทีปลาจิ๋นหลี่อวี๋คงทนความเย็นไม่ไหวก็ตายไปเป็นเรื่องธรรมดา อย่าให้เรื่อง
เล็กน้อยมารบกวนงานวันเกิดของชิงหมิงเลย งานเลี้ยงจะได้เวลาแล้ว เชิญฮูหยินทุกท่านไปยังที่ที่จัดเตรียมไว้ให้เถิด!”
บรรดาฮูหยินและคุณหนูทั้งหลายได้ยินที่ต้วนเจิ้งพูด ก็รู้สึกโล่งอกอย่างมาก แต่เวลานี้ฮูหยินเฉียวกลับพูดเสียงไม่
ดังไม่เบาขึ้น “ปลาจิ๋นหลี่อวี๋ในบ่อที่ท่านพี่ของข้าเลี้ยงไว้ แม้ในฤดูหนาวก็ยังคงแหวกว่ายกันอย่างสนุกสนาน ไม่เห็นมี
ตายแม้แต่ตัวเดียว……”
หลิวหรงได้ฟังที่ฮูหยินเฉียวพูดสีหน้าก็ซีดเผือด รีบพูดเตือนเบาๆ “ฮูหยินเฉียว แต่นายท่านของข้าบอกแล้วว่า
ปลาจิ๋นหลี่อวี๋หนาวตาย ก็คือหนาวตาย……”
นํ้าเสียงที่รีบร้อนของหลิวหรงเหมือนอยากปกปิดบางอย่าง แต่ต้วนอวี้หรานได้ฟังก็พูดอย่างไม่ค่อยพอใจ “ท่าน
แม่… ฮูหยินเฉียวเป็นคนมีความรู้กว้างขวาง ฮูหยินเฉียวบอกว่าที่จวนของนางปลาจิ๋นหลี่อวี๋ไม่ได้เป็นอะไรเลย แล้วเหตุ
ใดปลาจิ๋นหลี่อวี๋ที่จวนของเราต่างลอยตายกันจนเกือบหมด ทั้งยังตรงกับงานวันเกิดของพี่สาวอีก เรื่องนี้ถ้าไม่พูดให้
ชัดเจน เกรงว่าจะทำลายชื่อเสียงของพี่สาว!”
หลิวหรงฟังก็รีบเอ่ยตำหนิบุตรสาวของตนเองทันที “อวี้หรานอย่าพูดเลอะเทอะ พี่สาวของเจ้าเป็นถึงลูกสาวของ
ภรรยาเอก เรื่องนี้เจ้าไม่มีสิทธิ์พูดแสดงความคิดเห็น!”
เด็กสาวโดนผู้เป็นมารดาตำหนิก็รู้สึกน้อยใจจึงหันหลังด้วยความไม่พอใจ “ลูกทราบดีว่าพี่สาวเป็นลูกภรรยาเอก
ส่วนลูกเป็นลูกอนุ ฉะนั้นท่านพ่อจึงให้ความสำคัญกับพี่สาวมากกว่า……คงไม่เห็นลูกอยู่ในสายตา!”
ทางด้านฮูหยินเชวียกับฮูหยินเฉียวต่างมองหน้าและยิ้มแห้งๆ ให้กัน……ดูท่าทางที่สูงส่งของหลิวหรงกับต้วนอวี้
หราน กับการแต่งตัวที่ธรรมดาของต้วนชิงหมิง จึงดูได้ไม่ยากว่าฐานะของอี๋เหนียงในจวนเป็นอย่างไร จนถึงตอนนี้ต้วนอ
วี้หรานยังใช้พูดแบบนี้มาเป็นข้ออ้าง ถ้าต้วนเจิ้งเชื่อ ก็เท่ากับเขาหูเบาเต็มที!
ต้วนเจิ้งขมวดคิ้วทันทีที่ได้ฟังคำพูดนี้ “อวี้หราน! ลูกไปเอาความคิดแบบนี้มาจากไหน? จวนต้วนของพวกเราแยก
ระหว่างลูกภรรยาเอกกับลูกอนุตั้งแต่เมื่อไรกัน?”
พูดไปก็มองไปที่หลิวหรงอย่างตำหนิ ที่อบรมสั่งสอนต้วนอวี้หรานไม่ดี
ใบหน้าของหลิวหรงเศร้าหมองเหมือนไม่ได้รับความเป็นธรรม ทว่าไม่มีคำพูดใดออกมาจากปากนาง
ฮูหยินเฉียวยิ้มเยาะเย้ยขึ้นมา “ดูท่าฐานะหลิวอี๋เหนียงกับคุณหนูรองก็งั้นๆ แหละ”
ในที่สุดฮูหยินเชวียก็อดทนต่อไปไม่ไหวแล้ว นางจึงเดินไปด้านหน้าพูดขึ้นว่า “ได้ยินมานานแล้วว่าหลิวอี๋เหนียง
กับฮูหยินเฉียวสนิทสนมกัน แต่วันนี้ดูท่าความสัมพันธ์ก็แค่ผิวเผิน คิดไม่ถึงว่าเรื่องจวนของคนอื่นยังจะยื่นมือเข้าไปยุ่ง
อีก…”
ฮูหยินเชวียพูดจบก็เดินไปตรงหน้าต้วนอวี้หรานและพูดอย่างอ่อนโยน “ปินของคุณหนูรองสวยมาก……ปินนี้ ปั้า
เคยเห็นที่ร้านขายอัญมณีรู้สึกเหมือนกันว่างดงาม แต่คนที่มีอายุอย่างปั้าถ้าใส่แล้วคงไม่เข้ากัน เดิมทีปั้าอยากจะซื้อไปให้
เชวียจื่อซวนพี่ชายคนโตของเชวียหนิงหราน เพราะเขายังไม่ได้แต่งงาน แต่เสียดายที่ไม่ได้ซื้อกลับมา……คิดไม่ถึงว่าวันนี้
ปินนี้มาอยู่กับคุณหนูรองได้ ปินนี้ท่านพ่อซื้อให้หรือ?”
ต้วนอวี้หรานเชิดหน้าชูตาด้วยความหยิ่งยโส “ปินนี้ท่านแม่ข้าซื้อให้……”
ร้านขายอัญมณีร้านนี้ปกติราคาสูงลิบลิ่ว แม้ลูกสาวภรรยาเอก หากต้องการได้ไว้ครอบครองจะต้องใช้เงินถึงพัน
ตำลึง แต่วันนี้ลูกสาวอนุจวนต้วนกลับมีปินชิ้นนี้ประดับ นี่หรือที่ว่าต้วนเจิ้งรักลูกสาวภรรยาเอกมากกว่า?
พอหลิวหรงเห็นฮูหยินเชวียเดินเข้ามาใกล้ต้วนอวี้หราน จึงเกิดความรู้สึกไม่สบายใจ อ้าปากเรียกบุตรสาวขึ้นใน
ทันที “อวี้หราน…”
ทว่าฮูหยินเชวียได้ใช้ร่างกายบังสายตาของหลิวหรง และพูดชมต่อไปอีก “ยังมีกำไลทอง……ชุดกระโปรง… ของ
แต่ละอย่างของคุณหนูรองช่างเป็นของชั้นดีไปเสียหมด”
ฮูหยินเชวียเอ่ยถามต้วนอวี้หรานด้วยแววตาที่อ่อนโยน “คุณหนูรอง นี่เป็นของที่อี๋เหนียงจัดเตรียมไว้ให้ใช่หรือ
ไม่?”
เมื่อต้วนอวี้หรานได้ยินคนชมนางว่าสวย จึงรีบหันขวับไปมองต้วนชิงหมิงด้วยความรู้สึกสูงส่งกว่า “ฮูหยินพูดได้
ถูกต้องเจ้าค่ะ ของทั้งหมดนี้ท่านแม่ได้เตรียมไว้ให้…”
ในตอนนั้นเองฮูหยินเชวียก็เข้าใจได้ในทันที นางคลี่ยิ้มน้อยๆ กล่าววาจา “ท่านแม่ของคุณหนูรอง ช่างรักและ
เอ็นดูคุณหนูเป็นอย่างมากจริงๆ……”
คำพูดของฮูหยินทำให้ทุกคนเหมือนฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้!
เชวียหนิงหรานอมยิ้มและจับไปที่มือของต้วนชิงหมิง พูดออกมาว่า “ท่านแม่ดูสิ อี๋เหนียงรักคุณหนูรองมากมาย
ขนาดไหนกัน ของพวกนี้ลูกยังไม่มีเลย…”
พูดจบก็หันไปสบตากับต้วนชิงหมิง “น้องชิงหมิง ในกล่องเครื่องประดับของเจ้า ข้าไม่เห็นมีของราคาสูงเลย… ถ้า
มีก็เพียงของเก่าที่ฮูหยินเหลือทิ้งไว้……หรือว่าอี๋เหนียงจวนต้วนดูแลไม่เท่าเทียมหรือ?”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยมองยิ้มๆ อยู่ด้านข้าง พูดเสริมขึ้น “ใช่สิ ท่านแม่ข้าจะให้เครื่องประดับคุณหนูใหญ่ คุณหนูรองและข้า
เหมือนกันหมดโดยไม่มีความลำเอียง และไม่แบ่งแยกว่าเป็นลูกภรรยาเอกหรือลูกอนุ…”
บทสนทนาของฮูหยินเชวียและเชวียหนิงหรานที่พูดรับส่งกันไปมา ทำให้หลิวหรงหน้าถอดสีไปถนัดตา จนพูดไม่
ออก
ต้วนอวี้หรานทำหน้าเจื่อนลง คลับคล้ายเข้าใจบางอย่างแล้ว นี่คือแผนของฮูหยินเชวีย จึงทำได้เพียงกระทืบเท้า
เบาๆ ใบหน้าบึ้งตึงไม่เปล่งวาจาใดออกมาอีก
ต้วนเจิ้งมองหลิวหรงด้วยสีหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์… ความลำเอียงของหลิวหรงมากเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้
ต้วนชิงหมิงจึงเดินขึ้นไปก้าวหนึ่ง พูดยิ้มน้อยๆ “อี๋เหนียงดูแลจวนต้วนด้วยความเสมอภาค เพียงแต่ชิงหมิงไม่
ค่อยจะชอบของพวกนี้ ดังนั้นจึงไม่ค่อยได้ซื้อ… อีกอย่าง มีของเก่าที่ท่านแม่เก็บไว้ให้ ภายในใจก็มีความสุขเหลือล้นแล้ว
เจ้าค่ะ!”
คำพูดของเด็กสาวยิ่งทำให้หลิวหรงหน้าซีดขาวไร้สีเลือดขึ้นไปอีก ส่วนต้วนเจิ้งก็ยิ่งชื่นชมในความใจกว้างของบุตร
สาวคนโต เขายืนนิ่งมองต้วนชิงหมิง พลางผงกศีรษะหงึกหงักตามที่นางพูด ด้วยความเอ็นดู
ในระหว่างนั้นจู่ๆ ก็ได้ยินเสียงฮูหยินเฉียวหัวเราะ “ทุกท่าน เรากำลังพูดถึงเรื่องปลาจิ๋นหลี่อวี๋มิใช่หรือ เหตุใดถึง
ไปพูดถึงเรื่องเสื้อผ้าและเครื่องประดับได้เล่า…”
นางตั้งใจหยุดพูดครู่หนึ่ง ก่อนที่จะพูดเสียงแผ่วเบาต่อ “ข้าเคยได้ยินมาว่า ปลาจิ๋นหลี่อวี๋เป็นสัตว์มงคล หากจวน
ไหนมีเรื่องดีก็จะแหวกว่ายล้อมวนไปมา หากมีเรื่องไม่ดีก็จะตายเป็นจำนวนมาก… ดูท่าทางแล้ว ในจวนต้วนคงจะมีคน
อัปมงคลจึงทำให้เกิดเรื่องที่ไม่ดีเช่นนี้…”
คำพูดร่ายยาวของฮูหยินเฉียว ทำให้ทุกคนต่างมองหน้ากันด้วยความตระหนก… สำหรับพวกผู้ดีสูงศักดิ์ทั้งหลาย
การติดต่อพูดคุยคบค้าสมาคมกับคนอัปมงคลเป็นเรื่องที่ต้องหลีกให้ห่าง……ทว่าตอนนี้ทุกคนต่างมองต้วนชิงหมิงด้วย
สายตาที่เปลี่ยนไป
ในกลุ่มคนไม่รู้ว่าใครพูดขึ้นมาประโยคหนึ่ง “ใช่แล้ว มีเรื่องเล่าเมื่อสิบปีก่อนที่นอกเมืองหลวงว่า ผู้ดีตระกูลเยี่ยน
ตระกูลหนึ่ง มีปลาจิ๋นหลี่อวี๋ตายจำนวนมากในชั่วข้ามคืน พอตกดึกคนในตระกูลเยี่ยนกว่าร้อยชีวิตต่างเสียชีวิตจนหมด!”
ฮูหยินเฉียวได้พยักหน้ากับประโยคที่ส่งผลดีต่อนาง “ใช่แล้วๆ จวนของข้าปลาจิ๋นหลี่อวี๋แหวกว่ายไปมากันอย่างดี
ดังนั้นที่จวนจึงมีเรื่องมงคลเกิดขึ้นมากมาย…”
สำหรับฮูหยินเฉียวแล้ว เรื่องมงคลที่นางหมายถึงก็คือ ลูกที่เกิดจากอนุของนายท่านเฉียวเป็นบุตรชาย อันที่จริง
เป็นเรื่องต้องห้าม แต่นางกลับบอกว่าเป็นเรื่องมงคล ตอนนี้ทุกคนจึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะเย้ยนาง!
ต้วนเจิ้งเลิกคิ้วจ้องไปที่ฮูหยินเฉียว พูดอย่างไม่ค่อยจะสบอารมณ์ “ฮูหยินระวังคำพูดด้วย!”
อีกฝั่ายจึงอ้าปากตอบกลับละม้ายคล้ายเยาะเย้ย “แม่ทัพต้วน เรื่องจริงบางเรื่องอาจฟังแสลงหู ถ้าท่านไม่เชื่อก็
ปล่อยผ่านไปก็เท่านั้นเอง ข้าเพียงแค่อยากจะทำหน้าที่คนดีคอยบอกกล่าว!”
คนดีอย่างนั้นหรือ? ดูเหมือนว่าจะมาสร้างความวุ่นวายเสียมากกว่า
ในตอนนี้ จู่ๆ ฮูหยินเนี่ยก็หัวเราะเสียงเบา นางกับคนในจวนต้วนไม่ได้สนิทสนมกัน จึงไม่เหมาะที่จะพูดขัดขึ้น
แต่ฮูหยินเชวียไม่ได้สนใจสิ่งนี้ พูดแทรกขึ้นมาว่า “วันนี้เป็นงานเลี้ยงวันเกิดของคุณใหญ่ ไม่ทราบว่าฮูหยินเฉียวมาที่นี่
เพื่อแสดงความยินดีหรือว่ามาเพื่อสร้างความวุ่นวายกันแน่?”