การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 197 ดอกเหลียนฮวาเบ่งบานในหน้าหนาว
บรรดาฮูหยินและคุณหนูทั้งหลาย ต่างเดินถอยหลังครึ่งก้าวโดยพร้อมเพรียง… ที่แท้คุณหนูใหญ่จวนต้วนเป็นคน
อัปมงคล หากเข้าใกล้นางก็อาจจะพลอยซวยตามไปด้วย
เมื่อเห็นท่าทีของบรรดาฮูหยินและคุณหนูทั้งหลาย หลิวหรงก็แอบกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ… ต้วนชิงหมิง! ครั้งนี้เจ้า
จะต้องตายอย่างแน่นอน
ด้านฮูหยินเนี่ยจู่ๆ ก็ก้าวขึ้นมาพูดกับต้วนเจิ้งว่า “เรื่องของปลาจิ๋นหลี่อวี๋เป็นเรื่องงมงายทั้งเพ ท่านแม่ทัพใหญ่
ออกทำศึกมาทั่วทุกสารทิศคงจะไม่เชื่อเรื่องเหลวไหลเช่นนี้ ยิ่งไปกว่านั้น ลองมองใบหน้าที่งดงามของคุณหนูใหญ่ต้วนดู
เสีย ดูก็รู้ว่าเป็นมงคล”
ฮูหยินเชวียจ้องต้วนอวี้หรานตาไม่กะพริบ จนทำให้นางไม่กล้าส่งเสียงใดออกมา เมื่อฮูหยินเฉียวเห็นเช่นนั้นจึง
หัวเราะร่า “อะไรที่เรียกว่าเรื่องเหลวไหล และอะไรที่เรียกว่าเรื่องจริงกัน… ปลาจิ๋นหลี่อวี๋ลอยตายคือสัญญาณอาเพศ…
หรือว่าเรื่องจวนเสิ่นเมื่อสิบปีก่อน ยังไม่สามารถเป็นบทเรียนให้ได้……ทุกคนจะลังเลใจอะไรกันอยู่?”
หลิวหรงที่อยู่ด้านข้าง เมื่อได้ฟังก็มีท่าทางกล้าๆ กลัวๆ “ฮูหยินเฉียวระวังคำพูดหน่อยเถิด… อย่างไรเสีย คุณหนู
ใหญ่ก็ถือว่าเป็นบุตรสาวภรรยาเอกของจวนต้วน ข้าว่าความเชื่อเรื่องปลาจิ๋นหลี่อวี๋เป็นเรื่องที่สมมติกันขึ้นมาก็เท่านั้น”
ต้วนเจิ้งเห็นหลิวหรงรู้จักมองการณ์ใหญ่จึงมองอย่างชื่นชม “หลิวหรงทำได้ดี…”
หลิวหรงจึงมองต้วนชิงหมิงด้วยตาลุกวาว พร้อมกับยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย “คุณหนูใหญ่อย่าได้เอาเรื่องนี้มาใส่ใจเลย
อี๋เหนียงว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง… ตอนนี้ได้เวลาแล้ว ขอเชิญบรรดาฮูหยินและคุณหนูทั้งหลายกลับไปร่วมงานเลี้ยงกัน
เถอะ”
หลังจากที่หลิวหรงพูดจบลง ต้วนชิงหมิงหันหน้ามามองด้วยท่าทางหยิ่งทะนงในที และพูดด้วยเสียงฟังชัดเจน
แจ่มแจ้ง “อี๋เหนียงพูดเช่นนี้ก็ไม่ถูก ปลาจิ๋นหลี่อวี๋ตายเป็นเรื่องจริง วันนี้เป็นวันเกิดของชิงหมิงก็เป็นเรื่องจริง… จะมาบ
อกว่าไม่ใช่เรื่องจริงได้อย่างไรกัน? หรือว่าอี๋เหนียงกำลังจะบอกว่าฮูหยินและคุณหนูในที่นี้หูหนวกตาบอดกันหมดหรือ?”
คำพูดของต้วนชิงหมิงไม่เบา ไม่ดังจนเกินไป แต่พอที่จะทำให้ทุกคนได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ
ในเมื่อหลิวหรงตั้งใจวางแผนเล่นงานนาง เช่นนั้นแล้วมีหรือที่นางจะต้องไว้หน้าหลิวหรง!
หลิวหรงเปลี่ยนสีหน้าเป็นสลดละม้ายว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมทันที เมื่อได้ยินเด็กสาวพูดจบ นางทำท่าถอยไป
หลบด้านหลังของต้วนเจิ้ง โดยไม่กล้าเอ่ยสิ่งใดออกมาอีก
กิริยาของนางทำให้ต้วนเจิ้งเห็นว่าต้วนชิงหมิงเสียมารยาท จึงเอ่ยตำหนินางเสียงตํ่า “ชิงหมิง อี๋เหนียงกำลังช่วย
เจ้าอยู่!”
ต้วนชิงหมิงยกยิ้มเล็กน้อย… อี๋เหนียงช่วยนางให้รีบไปลงนรกเร็วๆ อย่างนั้นเสียมากกว่า
ใบหน้าที่บริสุทธิ์ดุจหยกขาวของต้วนชิงหมิง เผยรอยยิ้มเย็นออกมา “ท่านพ่อเล่า……เชื่อว่าลูกเป็นคนอัปมงคล
อย่างที่พวกเขาพูดกันหรือไม่เจ้าคะ?”
ผู้เป็นบิดาชั่งใจอย่างลังเลอยู่แวบหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า “พ่อเชื่อมั่นในตัวลูกแน่นอน!”
แม้คำพูดจะดูหนักแน่น แต่ไม่มีความเด็ดขาด เห็นได้ชัดว่าต้วนเจิ้งในเชื่อสิ่งที่พวกเขาพูดกันอยู่ไม่น้อย
ต้วนชิงหมิงผ่อนลมหายใจออกมาก่อนจะค่อยๆ เงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟั้า จากนั้นหันหน้ากลับมาพูดอย่าง
ช้าๆ “เช่นนั้น ท่านพ่อให้โอกาสลูกสักประเดี๋ยวได้หรือไม่เจ้าคะ?”
เขาพยักหน้าหลังจากครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ “ได้สิ…”
ไม่มีถ้อยคำใดออกมาจากปากของต้วนชิงหมิง นางทำเพียงผินหน้ามองท้องฟั้าและมองกลับลงมาที่ทะเลสาบ
ทันใดนั้นจะว่าเวลาเร็วก็ไม่เร็ว จะว่านานก็ไม่นาน แต่สำหรับบรรดาฮูหยินและคุณหนูทั้งหลายที่ท้องร้องด้วย
ความหิวอย่างมากก็เหมือนจะทนไม่ไหวแล้ว!
ในศาลา แม้จะมีนํ้าชาและขนมให้ทาน แต่อากาศที่หนาวเหน็บจับใจได้มีลมพัดผ่านมา ไม่นานนักบรรดาฮูหยิน
และคุณหนูทั้งหลายก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป
“คุณหนูใหญ่ต้วน เจ้ามีแผนอะไรก็รีบๆ เอาออกมาใช้ได้แล้ว… ทุกคนต่างเห็นปลาจิ๋นหลี่อวี๋ลอยตายเป็นหลักฐาน
ประจักษ์ต่อสายตาแล้ว เจ้าก็ยอมรับความจริงนี้เสียเถอะ” คุณหนูคนหนึ่งบ่นขึ้นมา
นอกจากนี้ ยังมีคุณหนูที่สวมชุดกระโปรงแดงเดินขึ้นมาด้านหน้า พูดขึ้น “ใช่แล้ว คุณหนูต้วนถ้าอยากจะถ่วงเวลา
ละก็ ก็ให้พวกเราไปรอที่ห้องโถงรับรองแล้วกัน… ขืนอยู่ที่นี่ต่อ มีหวังทุกคนคงจะแข็งตายกันไปก่อน!”
คำพูดโน้มน้าวของคุณหนูชุดแดงมีพลังอย่างมาก เมื่อนางพูดจบคนจำนวนมากก็เริ่มพยักหน้าให้กัน “ถูกต้อง
ที่สุด……ถ้าคุณหนูใหญ่ต้วนมีอะไรจะพูด ก็ให้กลับไปพูดที่ห้องโถงรับรอง จะดีเสียกว่าอยู่ตรงนี้โดยไม่ได้มีประโยชน์อัน
ใด”
“ใช่แล้ว ใช่แล้ว……ปลาจิ๋นหลี่อวี๋เหล่านั้นตายเพราะนาง คิดไม่ถึงว่านางจะให้พวกเรายืนแข็งตายอยู่ตรงนี้… นาง
กำลังรออะไรอยู่ตรงนี้กันแน่?”
…………………………………………
เสียงบ่นพึมพำของทุกคนเริ่มดังขึ้น และยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้หลิวหรงสีหน้าเริ่มถอดสี และพูดตะกุกตะกักขึ้น
ว่า “คุณหนูใหญ่คงมีเหตุผล นางให้พวกเรารอ พวกเราก็จะรออีกครู่หนึ่งก็แล้วกัน”
ด้านฮูหยินเฉียวพูดอย่างไม่เกรงใจขึ้นมา “นางเป็นคุณหนูใหญ่ลูกภรรยาเอกจวนต้วน แต่ไม่ใช่ของพวกเรา จึง
ไม่มีเหตุอันใดให้พวกเราต้องพลอยลำบากไปด้วย… ไป!!! พวกเรากลับห้องโถงรับรองกันเถอะ”
พูดจบ ฮูหยินเฉียวก็หมุนกลับตัวเดินออกไป
เนี่ยไฉ่เยวี่ยที่ยืนอยู่ข้างต้วนชิงหมิงตลอดเห็นสถานการณ์เป็นแบบนี้ ก็รู้สึกกังวลใจขึ้นมา “ชิงหมิง เจ้ามีอะไรก็รีบ
พูดออกมาเถอะ……ถ้าพวกนางออกไปจากจวนต้วนเมื่อไร มีหวังต้องพูดกันเสียๆ หายๆ อย่างแน่นอน”
เชวียหนิงหรานที่มีนิสัยดื้อรั้น กัดริมฝีปากแน่น พูดขึ้นว่า “เรื่องเล่าพวกนั้น ข้าไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด ข้าจะอยู่เป็น
เพื่อนชิงหมิงที่นี่……” พูดจบก็จับไปที่มือของอีกฝั่าย “ชิงหมิง ยืนเหนื่อยแล้ว พวกเราไปนั่งตรงนั้นกันเถอะ!”
ทว่าต้วนชิงหมิงกลับไม่ขยับเขยื้อนร่างกาย
ในตอนนี้ท้องฟั้ามีหิมะโปรยปรายลงมาแล้ว จากหิมะเม็ดเล็กดูคล้ายชั้นม่านสีขาวก็ค่อยๆ เม็ดใหญ่ขึ้นและเริ่ม
ตกหนักขึ้น
หิมะเหล่านั้น เมื่อโปรยปรายลงบนดอกเหมยเหมือนพวกมันกำลังแข่งกันอวดโฉม และเมื่อโปรยปรายลงบน
ทะเลสาบก็ทำให้มองนํ้าในนั้นได้ไม่ชัดเจน
ท้องฟั้าที่สูงห่างออกไปมีแสงสีเหลืองอร่ามขึ้นมา……ต้วนชิงหมิงเห็นแบบนั้นก็ยิ้มที่มุมปากขึ้นมาช้าๆ… ได้แล้ว!
ด้านฮูหยินเฉียวได้พาคนส่วนใหญ่เดินออกจากศาลาไปแล้ว ศาลาในตอนนี้จึงเหลือเพียงฮูหยินเชวีย ฮูหยินเนี่ย
และคุณหนูทั้งสอง ยังมีต้วนเจิ้ง หลิวหรงและต้วนอวี้หรานที่จะอยากไปตั้งนานแล้ว แต่ถูกหลิวหรงดึงเอาไว้ไม่ให้ไป…
อย่างไรเสีย สิ่งที่นางทำไว้จะต้องไม่ให้ใครพบเข้าอย่างแน่นอน และครั้งนี้นางจะให้ต้วนชิงหมิงตายอย่างไม่ได้ผุดได้เกิด!
ในตอนนี้ต้วนชิงหมิงก็พูดเสียงเบาขึ้นมา “ได้แล้ว!”
ผู้คนตรงนั้นไม่มีใครที่เข้าใจสิ่งที่นางพูดออกมา
ต้วนเจิ้งหันหน้ามองไปที่ใบหน้าเล็กของต้วนชิงหมิง ที่กำลังเเดงระเรื่อขึ้นมา นางชี้ไปที่ทะเลสาบว่างเยวี่ย พูด
เสียงดังลั่น “ท่านพ่อเห็นนั่นหรือไม่เจ้าคะ?”
ต้วนเจิ้งมองตามมือของต้วนชิงหมิงไป ทันใดนั้นเขาก็พูดอะไรไม่ออก!
เหลียนฮวา ดอกเหลียนฮวาขนาดใหญ่ กำลังคายนํ้าออกมาอย่างรวดเร็ว เบ่งบานรับหิมะที่โปรยปราย
แต่ไหนแต่ไรมา เขาไม่เคยเห็นภาพที่อัศจรรย์แบบนี้มาก่อน จึงรู้สึกเหมือนหยุดหายใจไป!
ดอกเหลียนฮวาในทะเลสาบเบ่งบานในหน้าหนาวท่ามกลางหิมะ… นี่มันเรื่องอัศจรรย์อะไรกัน!
เมื่อต้วนชิงหมิงร้องเรียกขึ้นมา ต้วนอวี้หรานก็พลอยร้องด้วยความตกใจ ส่วนเนี่ยไฉ่เยวี่ยถึงกับยกมือขึ้นมา
ปิดปากและร้องอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง “เหลียน……เหลียน……ฮวา”
นอกจากคำพูดนี้ นางก็พูดอะไรไม่ถูก
ส่วนฮูหยินเชวียและฮูหยินเนี่ยที่มีความรู้กว้างขวาง ก็ถึงกับตะลึงงันเมื่อมองไป!
บรรยากาศเงียบงันในตอนนั้นมีเพียงเสียงของหิมะที่ตกลงกระทบพื้น ราวกับว่าเวลาได้หยุดเดินลงเสียอย่างไร
อย่างนั้น!
ส่วนฮูหยินเฉียวที่เดินนำหน้าไป พอได้ยินเสียงร้องตกใจจากศาลาว่างเยวี่ย จึงหัวเราะเยาะขึ้น “เชอะ! ไม่รู้ว่าคุณ
หนูใหญ่ต้วน จะใช้ไม้ไหนพูดเอาใจคนอีก……”
ฮูหยินและคุณหนูในกลุ่มนั้นมีคนหันหลังกลับไปมอง จากนั้นก็ร้องด้วยความตกใจต่อๆ กันมา… คนที่หันไปมอง
ทะเลสาบทุกคนต่างตกตะลึงไปในทันที!
ที่แท้ทะเลสาบที่ใสราวกับแก้ว เมื่อมีหิมะตกลงมาได้ละลายหล่อรวมไปกับนํ้า… วิธีการที่แยบยลของต้วนชิงหมิง
ทำให้ดอกเหลียนฮวาจำนวนมากที่อยู่ปริ่มนํ้า ได้โผล่พ้นนํ้าออกมาเหนือทะเลสาบว่างเยวี่ย ปิดบังปลาจิ๋นหลี่อวี๋ที่ลอย
ตายอยู่จนสิ้น
ดอกเหลียนฮวาในทะเลสาบแห่งนี้ หากเทียบกับในช่วงเวลาออกดอกปกติกลับมีขนาดที่ใหญ่กว่ามาก อีกทั้งสีสัน
ก็สดใสชัดเจนกว่า หลังจากดอกเหลียนฮวาที่ตูมเต็มที่ได้พ่นนํ้าออกมา จึงค่อยๆ เบ่งบานกลีบใบให้สะพรั่ง เวลานี้กลิ่น
หอมของดอกเหลียนฮวาได้ขจรขจายไปทั่วทุกสารทิศภายใต้หิมะที่ร่วงหล่นโปรยปราย ทุกคนที่มองเห็นภาพตรงหน้า
ต่างถูกดึงดูดให้ตกตะลึงไปตามๆ กัน
ดอกเหลียนฮวา?
อันที่จริงดอกเหลียนฮวาจะเบ่งบานในช่วงฤดูร้อน แต่นี่กลับผลิบานในช่วงฤดูหนาว มิหนำซํ้ายังมีหิมะตกลงมา
อีก
เชวียหนิงหรานกอดแขนต้วนชิงหมิงไว้แน่น พูดเสียงดังขึ้น “สวย สวยเหลือเกิน… ชิงหมิง เจ้าทำได้อย่างไรกัน?”