การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 198 นี่แค่การเริ่มต้นเท่านั้น
ต้วนชิงหมิงคลี่ยิ้มเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นช่างสดใสและบริสุทธิ์ นางยกมือข้างหนึ่งชี้ขึ้นฟั้า อีกข้างหนึ่งชี้มาที่ตัวนาง
เอง จากนั้นจึงพูดด้วยนํ้าเสียงที่ฟังชัดแจ่มแจ้ง “ข้าไม่ได้เป็นคนทำ นี่เป็นฟั้าลิขิตต่างหาก”
ฟั้าดินช่างมีตา……หลิวหรง ครั้งนี้เจ้าตกใจจนไปไม่ถูกแล้วกระมัง
ผู้คนในที่นั้นมีทั้งอิจฉา ริษยา แปลกใจ ตกใจ ยิ่งไปกว่านั้นคนจำนวนมากต่างเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อต้วนชิงหมิง
ต้วนอวี้หรานตกใจจนไม่อาจปิดบังความริษยาที่มีต่อต้วนชิงหมิงไว้ได้ “ท่านแม่ ท่านแม่ เหตุใดถึงเป็นอย่างนี้ไป
ได้?”
ทำไมเป็นแบบนี้? ทำไมเป็นอย่างนี้ไปได้? ท่านแม่บอกข้าไม่ใช่หรือหากผ่านวันนี้ไป พอเรื่องปลาจิ๋นหลี่ที่ลอยตาย
แพร่สะพัดออกไป ชื่อเสียงของต้วนชิงหมิงก็จะปั่นปีไม่มีชิ้นดี?
แล้วตอนนี้เล่าคืออะไร? หิมะที่โปรยปรายกับดอกบัวที่ผลิบานเต็มทะเลสาบในชั่วพริบตาเดียว มันเกิดขึ้นได้
อย่างไรกัน?
ทำไมแผนการของต้วนชิงหมิงจึงเหนือชั้นกว่าท่านแม่ หรือว่าฟั้าดินกำลังช่วยนางอยู่?
ต้วนอวี้หรานไม่อยากจะเชื่อและไม่ยอมรับสิ่งนี้! นางจึงเขย่าแขนหลิวหรงไปมาเหมือนถามว่าทำไมจึงเป็นแบบนี้
ไปได้!
หลิวหรงตกใจจนอ้าปากค้างมานานแล้วว่า นี่มันเกิดอะไรขึ้น นางอุตส่าห์ทุ่มเทวางแผนอย่างตั้งใจ แต่ในชั่วพริบ
ตากลับกลายเป็นไร้ความหมายในทันที อีกทั้งยังเป็นการช่วยส่งเสริมให้ชื่อเสียงของต้วนชิงหมิงดีงามขึ้นไปอีก
งามหน้าเสียเหลือเกิน! หลิวหรงไม่พอใจสิ่งที่เกิดขึ้น!… แผนการนี้นางเป็นคนวางไว้ทั้งหมด ทั้งบ่าวรับใช้และปลา
จิ๋นหลี่ในบ่อที่ลอยตาย ต่างเป็นแผนที่ถูกวางไว้ทั้งสิ้น ถึงตอนสุดท้าย ต้วนชิงหมิงก็ไม่อาจแก้ตัวและปฏิเสธเรื่องปลาได้
แต่ในทะเลสาบกลับมีดอกบัวเบ่งบานเต็มไปหมด!
นางยอมให้ต้วนอวี้หรานทั้งเหวี่ยงทั้งสะบัดแขน โดยไม่พูดสิ่งใดออกมาเลย
หลิวหรงยืนมองพลางใช้ความคิดอย่างหนัก ในขณะที่ต้วนอวี้หรานกลับร้องเสียงดังจนได้ยินไปทั่วบริเวณ “ไม่ ข้า
ไม่เชื่อเด็ดขาด……ปลาจิ๋นหลี่เป็นสัตว์มงคลแต่กลับลอยตายเหนือนํ้า เห็นได้ชัดว่าพี่สาวเป็นคนนำความอัปมงคลมาสู่
จวนต้วน ต้องเป็นนางอย่างแน่นอน…”
ต้วนเจิ้งได้ฟังที่นางพูดจึงขมวดคิ้วขึ้น ตำหนิไปว่า “อวี้หราน! เจ้าจะเสียมารยาทไม่ได้!”
ดอกบัวในทะเลสาบเบ่งบานในหน้าหนาวที่หิมะโปรยปราย สิ่งนี้ทำให้ต้วนเจิ้งโล่งใจอย่างมากเรื่องงานวันเกิดของ
ต้วนชิงหมิงในวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำพูดของฮูหยินเชวียฝังลึกลงไปในใจของเขาอย่างแรง! พอเห็นปินที่ติงโหรวเหลือ
ไว้ให้นางปักอยู่บนหัว ต้วนเจิ้งก็ไม่เชื่อว่าจะมีสิ่งอัปมงคลเกิดขึ้นกับลูกสาวคนโตอีก!
ต้วนอวี้หรานดูหลิวหรงที่ผงะตกตะลึงจนตัวแข็งทื่อ สายตาของเด็กสาวมองไปเห็นใบหน้าที่ได้ใจของต้วนชิงหมิง
สุดท้ายมองไปที่สายตาอันสงบนิ่งของต้วนเจิ้ง ครั้นเมื่อนางรู้สึกถึงการไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงร้องไห้เสียงดัง “ฮือ
ฮือ” จากนั้นก็กระทืบเท้าวิ่งจากไป
เชวียหนิงหรานมองตามแผ่นหลังของต้วนอวี้หรานที่วิ่งออกไป จากนั้นใบหน้าที่ไร้เดียงสากลับปรากฏรอยยิ้ม
นางมองด้วยสายตาเย็นชาไปที่หลิวหรงและพูดแฝงความหมายบางอย่างออกไป “ชิงหมิง เจ้ารอดพ้นจากความเป็น
ความตายมาได้แล้ว แต่ทำไมดูท่าทางน้องสาวของเจ้าเหมือนจะไม่ดีใจอย่างนั้นเล่า!”
ต้วนชิงหมิงอมยิ้มขึ้น จากนั้นจึงหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา เช็ดไปตามร่างกายที่ไม่มีฝุั่นจับแม้แต่น้อย ราวกับปัด
กวาดความน่ารังเกียจในใจของคนไม่ให้เข้าใกล้ และพูดเสียงนิ่งเรียบขึ้น “น้องสาวอายุยังน้อย กลัวว่าตอนนี้อาจจะยังมี
นิสัยดื้อรั้นอยู่บ้าง!”
เมื่อบรรดาฮูหยินและคุณหนูทั้งหลายได้ฟังที่นางพูด จึงตีความได้ในทันทีว่าในใจของต้วนอวี้หรานชั่วร้ายเพียงใด
ในขณะเดียวกันก็เริ่มชื่นชมคุณหนูใหญ่ที่แม้อายุยังน้อย แต่มีจิตใจที่กว้างขวางและมีความอดทนอดกลั้นที่สูง!
สายตาที่ลุกวาวของต้วนชิงหมิงกวาดมองแขกเหรื่อจนทั่ว จนสุดท้ายใช้สายตาที่ไร้ความรู้สึกมองไปที่ร่างของหลิว
หรง และจู่ๆ นางก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย “อี๋เหนียงเป็นอะไรไป หรือว่าเป็นเพราะอากาศหนาวเหน็บจนรู้สึกไม่สบาย ใช่
หรือไม่?”
ต้วนเจิ้งจึงเหลือบตามองหลิวหรงที่หน้าซีดขาวไร้รอยแดงฝาดจากเส้นเลือด เขาขมวดคิ้วถามขึ้น “หลิวหรงเป็น
อะไรไป ไม่สบายตรงไหน?”
เมื่อมองไปที่สายตาดุดันของต้วนเจิ้ง หลิวหรงก็หน้าซีดขาวขึ้นไปอีกด้วยความลนลาน นางพยายามไอกลบ
เกลื่อนและพูดอย่างอ่อนแรงว่า “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ อาจเพราะปีเซี่ยต้องลมหนาวอยู่นานจนรู้สึกไม่ค่อยสบายนัก…”
หลิวหรงถือโอกาสที่ต้วนเจิ้งมองไม่เห็น กระแอมไอมองค้อนไปที่ต้วนชิงหมิงอย่างแรง……ต้วนชิงหมิงรู้ว่านางรู้สึก
ไม่พอใจเป็นอย่างมากจึงพูดเหน็บแนมออกมา… ต้วนชิงหมิง… อย่าคิดว่าจะชนะข้าได้เชียว!
ทางด้านเชวียหนิงหรานปรายตามองหลิวหรง พลางหัวเราะเยาะออกมา “ดูไม่ออกเลยว่าสุขภาพร่างกายของ
หลิวอี๋เหนียงจะอ่อนแอเพียงนี้”
ต้วนชิงหมิงจึงหัวเราะสำทับไปอีก “สงสัยเป็นเพราะอี๋เหนียงทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อจัดงานวันเกิดให้ชิงหมิง…
ต้องขอบคุณที่อี๋เหนียงยอมลำบากขนาดนี้!”
คำพูดที่นิ่งเรียบกับนํ้าเสียงเชือดเฉือน ทำให้หลิวหรงยิ่งโกรธเกลียดนางขึ้นเป็นทวีคูณ… แต่ตอนนี้มีต้วนเจิ้งยืนอยู่
ที่นี่ นางจึงไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม ภายในใจแม้จะกัดฟันกรอดๆ แต่ตอนนี้ทำได้เพียงปันหน้าฝืนยิ้มออกมา “ปีเชี่ยไม่
ลำบากเลยแม้แต่น้อย……”
ฮูหยินเฉียวที่ยืนอยู่ด้านข้างหลิวหรงกำลังมองดอกบัวที่เบ่งบาน ตอนนี้นางและหลิวหรงมีสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ
เรื่องตรงหน้า… นี่มันเป็นเรื่องผิดวิสัยที่ดอกบัวในทะเลสาบเบ่งบานในหน้าหนาว มันเป็นแบบนี้ได้อย่างไร และทำไมต้อง
เกิดกับต้วนชิงหมิงด้วย?
ฮูหยินเฉียวมองดอกบัวในทะเลสาบพลิ้วไปมาตามลมและหิมะที่โปรยปราย “นี่มัน……ช่างบังเอิญอะไรขนาดนี้!”
เชวียหนิงหรานหันหน้ากลับมามองฮูหยินเฉียวจอมสร้างเรื่อง พูดเหน็บแนมไปว่า “ฮูหยินเฉียวพูดแบบนี้ไม่แปลก
ไปหน่อยหรือ……ทำไมปลาจิ๋นหลี่ลอยตายอย่างไร้สาเหตุ ไม่เห็นพูดเลยว่าเป็นเรื่องบังเอิญ มิหนำซํ้ายังพยายามช่วย
ทำลายชื่อเสียงของชิงหมิง แต่ตอนนี้เรื่องมงคลอย่างดอกบัวในทะเลสาบเบ่งบานประชันโฉม ฮูหยินกลับคิดว่าเป็นเรื่อง
บังเอิญ ถ้าไม่ใช่ว่าฮูหยินกับต้วนชิงหมิงไม่รู้จักกันมาก่อน คนอื่นจะคิดเอาได้ว่าจงใจหาเรื่องต้วนชิงหมิง…”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยที่ยืนอยู่ด้านข้าง ยกมือขึ้นมาปั้องปากที่แอบยิ้มน้อยๆ “ฮูหยินเฉียวกับน้องชิงหมิงไม่มีเรื่องบาดหมาง
กันมาก่อน เพียงแต่ฮูหยินเฉียวกับหลิวอี๋เหนียงค่อนข้างจะสนิทสนมกัน… ไม่รู้ว่าที่ฮูหยินเฉียวจงใจหาเรื่องต้วนชิงหมิง
เป็นเพราะอาจมีคนบงการอยู่เบื้องหลังหรือไม่?”
ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นต่างเข้าใจความหมายที่ต้องการสื่อว่าหมายถึง “หลิวหรง” อย่างแน่นอน!แต่ว่าทั้งคู่ต่างคอย
พูดรับส่งเหน็บแนมและใส่ร้ายต้วนชิงหมิง ดูท่าแล้วพวกนางหาจุดอ่อนไม่พบ
ฮูหยินเฉียวอยากโต้เถียงกลับไป แต่พออ้าปากก็กลับพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
ตั้งแต่ต้นจนจบ ฮูหยินเฉียวช่วยเหลือหลิวหรงเล่นงานต้วนชิงหมิงมาโดยตลอด จนถึงตอนนี้เรื่องคับขันจวนตัว
ทำให้นางอยากจะกลับลำก็ไม่ทันเสียแล้ว…
เมื่อได้ฟังที่เนี่ยไฉ่เยวี่ยพูดขึ้น หลิวหรงก็หันหน้าไปมองต้วนเจิ้งพร้อมกับพูดเสียงอ่อย “ท่านพี่ ปีเชี่ยไม่เคยมี
ความคิดเช่นนี้ ขอท่านพี่ทวงคืนความยุติธรรมให้ปีเชี่ยด้วย”
ต้วนเจิ้งยังไม่ทันจะได้อ้าปากกล่าวสิ่งใด เนี่ยไฉ่เยวี่ยก็พูดต่อไปอีก “เฮ้อ! ไฉ่เยวี่ยแค่พูดลอยๆ เท่านั้น แต่ทำไม
หลิวอี๋เหนียงยอมรับแล้ว… หรือว่าต้องการปกปิดความจริงบางอย่าง?”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยพูดด้วยนํ้าเสียงราบเรียบทว่าเปียมไปด้วยพลัง เมื่อหลิวหรงได้ฟังก็ถึงกับชะงักงัน เพิ่งรู้ว่านางหลุดพูด
ออกไปแล้ว
ทางด้านต้วนชิงหมิงตบเบาๆ ไปที่ฝั่ามือของเนี่ยไฉ่เยวี่ย ยิ้มอ่อนๆ “ไฉ่เยวี่ยคิดมากไปแล้ว อี๋เหนียงดูแลชิงหมิง
เป็นอย่างดี ท่านแม่ที่อยู่บนสวรรค์ก็เห็นด้วยกับชิงหมิงเหมือนกัน……”
เป็นอีกหนึ่งครั้งที่ต้วนชิงหมิงพูดถึงฮูหยินติงโหรว ทำให้สีหน้าของหลิวหรงกลายเป็นซีดเซียว ไม่เปล่งวาจา!
ภาพดอกบัวที่เบ่งบานทำให้ในศาลาว่างเยวี่ยกลับมาคึกคักอีกครั้ง บรรดาฮูหยินและคุณหนูทั้งหลายต่างมองไปที่
ทะเลสาบ และเริ่มพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
ฮูหยินเชวียกับฮูหยินเนี่ยต่างสบตากัน และก้าวไปข้างหน้าอย่างพร้อมเพรียง ได้ยินเสียงฮูหยินเชวียพูดด้วยความ
ตื่นเต้น “ดอกบัวที่เบ่งบานในหน้าหนาวเคยเกิดขึ้นสมัยฮองเฮาของฮ่องเต้องค์ก่อน… ตอนนั้นก็เป็นวันครบรอบพระราช
สมภพของมเหสีของฮ่องเต้องค์ก่อน ทะเลสาบที่หนาวเย็น ปลาจิ๋นหลี่มอดม้วยสิ้น ดอกบัวกลับเบ่งบาน ประชันโฉม
กัน……ยินดีด้วยท่านแม่ทัพต้วน ในจวนของท่านมีผู้มีบุญอยู่แล้ว…”
ฮูหยินเนี่ยได้ยินก็แอบอมยิ้มและพูดรับต่อไป “ฮูหยินเชวียพูดได้ดีจริง… ฮองเฮาของฮ่องเต้องค์ก่อนมีความ
ซื่อสัตย์จงรักภักดีเป็นแบบอย่างให้กับสตรีในต้าเซี่ย และนับจากนั้นดอกบัวที่เบ่งบานในหน้าหนาวก็ไม่เคยได้ปรากฏอีก
คิดไม่ถึงเลยว่าวันนี้จะมีบุญตาได้เห็นอีกครั้ง……”
บรรดาฮูหยินและคุณหนูทั้งหลายที่พาเดินกันกลับมาศาลา ต่างพูดคุยกันหลังจากที่ได้ฟังคำพูดของฮูหยินเนี่ย
“ใช่แล้ว ใช่แล้ว ดูท่าจวนต้วนจะมีผู้มีบุญแล้ว…”
“ก็ใช่นะสิ ข้าเคยพูดมานานแล้วว่าคุณหนูใหญ่ต้วนมีท่าทางงดงาม ต้องไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน…”
นิสัยของคนมักจะเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์……เมื่อมีคำชมออกมาประโยคหนึ่ง คนที่เหลือก็ต่างพูดชื่นชม
คุณหนูใหญ่ต้วนไม่ขาดปาก!