การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 199 ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก (1)
- Home
- การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง
- ตอนที่ 199 ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก (1)
ในระหว่างนั้น มีฮูหยินระดับชั้นเก้ามิ่งท่านหนึ่งที่สวมชุดกระโปรงยาวสีม่วงพูดขึ้นว่า “ใช่แล้ว! ได้ยินมาว่าคุณหนู
ใหญ่จวนต้วนอายุยังน้อย ก็สามารถเอาชนะเจ้าของโรงนํ้าชา เอาธนูชวนเย่ว์กงมาไว้ในมือจนได้ สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าสติ
ปัญญาและไหวพริบของนางมิใช่เฉกเช่นคนธรรมดาแล้ว”
พอฮูหยินท่านนั้นพูดจบ ได้มีฮูหยินอีกท่านพูดเสริมต่อไปว่า “ใช่แล้ว! ฮูหยินติงโหรวจวนต้วนก็มีชื่อเสียงระบือ
โด่งดังไปทั่วเมืองหลวง ดั่งคำที่ผู้คนมักกล่าวขานว่า แม่เป็นอย่างไรลูกก็จะเป็นอย่างนั้น… เห็นทีจะไม่เกินจริง ทั้ง
ลักษณะท่าทาง สติปัญญา และความสามารถของคุณหนูใหญ่ต้วนก็ช่างละม้ายคล้ายฮูหยินติงโหรวไม่มีผิดเพี้ยน”
ในพริบตาเดียว ทุกคนก็ต่างพูดชื่นชมต้วนชิงหมิงไม่ขาดปาก โดยลืมไปแล้วว่าเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา พวกนางดูถูก
ดูแคลนเด็กสาวตรงหน้าเพียงใด มิหนำซํ้ายังปล่อยนางทิ้งไว้ที่ศาลาอย่างไม่แยแส!
นั่นเป็นเพราะทุกคนต่างทราบดีว่าดอกเหลียนฮวาที่ผลิบานในช่วงฤดูหนาว เคยสร้างชื่อเสียงไปทั่วให้กับฮองเฮา
ของฮ่องเต้องค์ก่อน
ในครั้งนี้ก็คงสร้างความโชคดี มงคล และชื่อเสียงให้ต้วนชิงหมิงไม่น้อยเฉกเช่นเดียวกัน
ต้วนเจิ้งเมื่อได้ยินก็หัวเราะลั่น พลางมองต้วนชิงหมิงด้วยสายตาเอ็นดูมากกว่าเก่า เอ่ยถามกลั้วหัวเราะ “ชิงหมิง
ลูกเคยได้ยินเรื่องการบานของดอกเหลียนฮวามาก่อนไหม?”
เด็กสาวเผยยิ้มสดใสดุจดอกเหมยที่กำลังเบ่งบานก็มิปาน ใช้แววตาที่สดใสมองไปยังผู้เป็นบิดา พลางส่ายหน้า
ตอบช้าๆ “ลูกไม่เคยทราบเรื่องนี้มาก่อนเลยเจ้าค่ะท่านพ่อ!”
“เจ้าจะบอกว่า เรื่องนี้เจ้าไม่เคยรับทราบมาก่อนหรือ?” เขาค่อยๆ คลายคิ้วที่ขมวดลง ส่งรอยยิ้มที่ซ่อนเร้นบาง
สิ่งอยู่
ดอกเหลียนฮวาที่ผลิบานในความหนาวเหน็บ ช่างผิดแปลกไปจากฤดูกาลที่ควรจะเป็น เรื่องนี้ถ้าบอกว่าเป็นฟั้า
ดินลิขิต เขาคงจะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ทว่าในใจส่วนลึกของเขากลับเชื่อมั่นในตัวบุตรสาวว่าคงไม่มีทางหลอกลวงเขาอย่าง
แน่นอน
เด็กสาวมองไปที่ต้วนเจิ้งด้วยแววตาอ่อนโยนและใบหน้าที่ยิ้มแย้ม “ท่านพ่อ เรื่องปลาจิ๋นหลี่อวี๋ที่ลอยตาย ลูกยัง
คงเสียใจไม่น้อย แต่เมื่อครู่ ลูกได้มองเห็นดอกเหลียนฮวาที่กำลังลอยโผล่พ้นนํ้าขึ้นมา ลูกจึงขอให้ท่านพ่ออยู่ต่ออีกครู่
เพื่อดูว่าสิ่งที่ลูกเห็นนั้นจะเป็นเหมือนที่ลูกคิดไว้หรือไม่เท่านั้นเจ้าค่ะ”
เมื่อนางพูดจบจึงค่อยๆ หมุนตัวกลับไปด้านหลัง ยอบกายทำความเคารพทุกคนในที่นั้น “เป็นเพราะชิงหมิงคิด
แต่เรื่องของตัวเอง จนทำให้ทุกคนต้องพลอยลำบากยืนที่ศาลาว่างเยวี่ยเป็นเวลานาน… ชิงหมิงต้องขอโทษทุกท่านในที่นี้
ด้วย”
คำพูดของนางทำให้ทุกคนต่างชื่นชมไม่ขาดปาก โดยส่วนใหญ่จะชื่นชมพฤติกรรมและคุณธรรมของนาง
ต้วนเจิ้งมองนางแล้ว จึงหัวเราะเสียงดังออกมา “ดี ดี ลูกสาวคนเก่งของพ่อ…”
จากนั้นทุกคนจึงเดินออกจากศาลาไปที่ห้องโถงรับรอง ถึงตอนนี้ชื่อเสียงของบุตรสาวคนโตก็สามารถรักษาไว้ได้
แล้ว อีกทั้งยังได้รับคำชื่นชมไม่ขาดปากอีกด้วย เขาเชื่อว่าตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ในเมืองหลวงจะมีเรื่องเล่าอัศจรรย์เกิด
ขึ้นทั้งเรื่องดอกเหลียนฮวาเบ่งบานในหน้าหนาวและปลาจิ๋นหลี่อวี๋ที่ลอยตาย ไม่ว่าเรื่องราวจะมีที่มาที่ไปอย่างไร ก็ไม่มี
ความจำเป็นต้องตามไปสืบเสาะจากที่ใดอีก
เนี่ยไฉ่เยวี่ยกับเชวียหนิงหรานจับมือของต้วนชิงหมิงขึ้นพร้อมกัน หันไปพูดแสดงความยินดีด้วยใบหน้าที่มีความ
สุข เพราะเรื่องดอกเหลียนฮวาบานไม่เพียงทำลายแผนการอันชั่วร้ายของอี๋เหนียงได้จนหมดสิ้น ยังทำให้ชื่อเสียงและ
ความสามารถของต้วนชิงหมิงโด่งดังไปทั่วเมืองหลวงอีกด้วย
ต้วนชิงหมิงไม่มีความจำเป็นต้องแสดงละครต่อหน้าคนทั้งสอง นางเงยหน้าขึ้นมองไปยังดอกเหลียนฮวาที่ผลิบาน
ในช่วงที่หิมะโปรยปราย พลางขมวดคิ้วพูดขึ้น “เรื่องร้ายกลับกลายเป็นดีหรือ?”
เชวียหนิงหรานกับเนี่ยไฉ่เยวี่ยเป็นคนที่มีไหวพริบดี ได้ยินที่ต้วนชิงหมิงพูดทั้งคู่จึงนิ่งเงียบและพูดอะไรไม่ออก
สิ่งที่สำคัญที่สุดของผู้หญิงคือชื่อเสียง แต่หากมีชื่อเสียงที่มากเกินไปก็อาจจะไม่ใช่เรื่องดี
โดยธรรมชาติแล้วคงไม่มีใครอยากเห็นใครเด่นหรือมีชื่อเสียงมากกว่าตน เพราะมันอาจจะนำมาซึ่งความอิจฉา
ริษยาของผู้อื่น จนหาความสงบสุขไม่ได้เลย
อันที่จริงต้วนชิงหมิงหาได้กลัวเรื่องนี้ไม่ ทว่าสิ่งที่นางกลัวคือเรื่องรำคาญใจไม่จบไม่สิ้นที่จะตามมาในกาลข้าง
หน้าต่างหาก
เชวียหนิงหรานฝืนยิ้มและตีเบาๆ ไปที่มือของต้วนชิงหมิง “ชิงหมิงอย่ากังวลไปเลย อย่างน้อยก็ยังมีพวกเราอยู่
เคียงข้างเจ้า ไม่ว่าใครจะมาไม้ไหน พวกเราก็จะช่วยหาทางรับมือ”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยพูดสำทับต่อว่า “ถูกแล้วน้องชิงหมิง แม้ชื่อเสียงในวันนี้จะได้มาอย่างยากลำบาก แต่ก็ยังดีกว่าถูกอี๋
เหนียงเล่นงานจนชื่อเสียงปั่นปีเป็นไหนๆ”
พูดถึงตรงนี้เชวียหนิงหรานก็หัวเราะคิกคัก “ใช่แล้วชิงหมิง เจ้าลองคิดดู ถ้าเจ้ามีชื่อเสียงขึ้นมา อี๋เหนียงจะต้อง
โกรธเจ้าจนลมออกหูแน่ ต่อให้ในภายหน้าจะต้องเจอเรื่องลำบากอีก ข้าว่าเรื่องในครั้งนี้ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว!”
นางนิ่งคิดไตร่ตรองเพียงครู่เดียวก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุขทันที “ดีจริง พวกท่านทั้งสองคงอยากให้ข้าสู้รบ
ตบมือทั้งวัน โดยที่ไม่ต้องทำการทำงานอย่างอื่นเลยเป็นแน่” เชวียหนิงหรานและเนี่ยไฉ่เยวี่ยต่างมองตาอีกฝั่าย พลัน
หัวเราะขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่เชวียหนิงหรานจะเอ่ย
“คบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล เห็นจะจริงแล้ว”
ต้วนชิงหมิงได้ฟังก็แกล้งพูดอย่างขุ่นเคือง “พวกเจ้าหมายความว่า……ไม่น่าจะมาคบกับข้าอย่างนั้นหรือ… ไม่
ได้การแล้ว ข้าจะต้องไปหาฮูหยินเชวียกับฮูหยินเนี่ยเพื่อสอบถามเสียหน่อย สรุปแล้วว่าข้าเป็นคนพาลหรือเป็นบัณฑิต
กันแน่…”
เชวียหนิงหรานได้ยินดังนั้นจึงรีบยกมือขึ้นขอร้อง “ชิงหมิงที่แสนดี ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วยเถอะ เจ้าเป็นบัณฑิต
ส่วนข้าเป็นคนพาลเอง อย่างนี้เจ้าพอใจหรือไม่?”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยแตะไปที่ชายเสื้อของต้วนชิงหมิง พลางทำปากบุ้ยใบ้ไปด้านหน้า “น้องชิงหมิง อี๋เหนียงของเจ้า
เหมือนกำลังรอเจ้าอยู่นั่น”
เมื่อนางเงยหน้าก็เห็นบรรดาฮูหยินและคุณหนูทั้งหลายเดินตามต้วนเจิ้งออกไป ส่วนหลิวหรงกลับยืนนิ่งไม่
ขยับเขยื้อนร่างกายแม้สักกระผีกเดียว ราวกับยืนรอต้วนชิงหมิงเช่นนั้น
นางพอจะรู้อยู่แล้ว หลิวหรงคงทนไม่ไหวแล้วเป็นแน่
ตอนนี้นางจึงให้เนี่ยไฉ่เยวี่ยกับเชวียหนิงหรานเดินไปก่อน ส่วนนางกลับเดินไปตรงหน้าหลิวหรงอย่างเนิบช้า แล้ว
หยุดถามอย่างตรงไปตรงมา “อี๋เหนียงคงจะยังงวยงงว่า ทำไมดอกเหลียนฮวาจึงเบ่งบานในฤดูหนาวได้ ใช่หรือไม่?”
สีหน้าที่บูดเบี้ยวของหลิวหรงจ้องมาที่ต้วนชิงหมิง พูดอย่างเย็นชา “ไม่เลวนี่! วันนี้ข้าตั้งใจจัดการให้เจ้าต้องตาย
แต่คิดไม่ถึงว่าแม้แต่ฟั้าดินก็ยังช่วยเจ้าไว้อีก!”
เป็นที่รู้ว่าในทะเลสาบว่างเยวี่ยไม่เคยปลูกดอกเหลียนฮวาชนิดใดมาก่อน ไม่รู้ว่าดอกเหลียนฮวาที่เบ่งบานในหน้า
หนาววันนี้ เป็นฝีมือของต้วนชิงหมิงหรือว่าฟั้าดินช่วยนางไว้กันแน่?
ใบหน้าของต้วนชิงหมิงยิ้มอย่างมีเลศนัย หันไปทางหลิวหรงพร้อมส่ายหน้า “อี๋เหนียง……ไม่ใช่ฟั้าดินลิขิตหรือ
ช่วยข้าไว้ แต่ข้าต้องช่วยตัวข้าเองอย่างไรเล่า”
เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงที่ยิ้มให้อย่างอ่อนโยน นางพลันรู้สึกจุกจนหายใจไม่ออก เอื้อนเอ่ยเสียงหลงออกมาว่า “เจ้า
ช่วยตัวเจ้าเอง……หรือเจ้ารู้มาก่อนว่าข้าวางแผนเล่นงานเจ้า?”
ต้วนชิงหมิงยกยิ้มมุมปาก ยกมือขึ้นปัดเสื้อผ้าที่ไม่มีแม้แต่ฝุั่นติดตัวแม้สักนิด “อี๋เหนียง เหล้าชั้นดีเชียนรื่อเหล่านี้
ไม่ได้มีขายทุกร้านและไม่ใช่ว่าใครก็หาซื้อกันได้ เพียงแค่ข้าเห็นเหล้าเหล่านั้นขนเข้ามาในจวน ข้าก็รู้ได้ในทันทีแล้ว!”
หลิวหรงชะงักนิ่งงันกัดฟันกรอด ไม่เปล่งวาจาตอบโต้… ต้วนชิงหมิง! คนรอบกายข้ามีใครบ้างเป็นคนของเจ้า?
ต้วนชิงหมิงพูดต่อไปโดยไม่สนใจสตรีตรงหน้า “อี๋เหนียงคงทราบดีว่า ในหน้าหนาวปลาไม่ค่อยชอบกินอาหาร ถ้า
ใส่เหล้าชั้นดีเชียนรื่อลงไปในนํ้าวันละเล็ก วันละน้อยในปริมาณที่เหมาะสม ปลาจิ๋นหลี่อวี๋เหล่านี้จะแค่มึนงงและจมไปอยู่
ก้นบ่อโดยไม่ตาย แต่ถ้าใส่ติดกันครึ่งค่อนเดือนปลาจิ๋นหลี่อวี๋เหล่านี้จะต้องมอดม้วยอย่างไม่ต้องสงสัย…”
เด็กสาวหยุดเว้นจังหวะยกยิ้มมุมปาก เลิกคิ้วขึ้นแล้วกล่าวต่ออีกประโยค “แต่ว่าอี๋เหนียงคงไม่รู้ว่า ดอกเหลียนฮ
วาเหล่านี้จะต้องใช้เหล้าชั้นดีเชียนรื่อ จึงจะสามารถเบ่งบานในฤดูหนาวได้……เช่นนั้นแล้ว เรื่องนี้คงต้องขอบคุณอี๋เหนียง
ที่ช่วยข้าอีกแรง!
หลิวหรงได้ฟังดังนั้นก็ฉีกผ้าเช็ดหน้าในมือจนขาด ส่วนต้วนชิงหมิงกลับยิ้มออกมาอย่างสะใจ
ก่อนจะหมุนตัวเพียงครึ่งเดียวแล้วหยุดปรายตามองไปยังอีกฝั่าย พูดเสียงเบาราวกับกระซิบให้ได้ยินเพียงสองคน
“อี๋เหนียง! อันที่จริงจะทำอะไรก็ควรบอกกันก่อน จะได้ไม่ต้องลำบากและเสียแรงเปล่าเช่นวันนี้” พูดจบนางก็คลี่ยิ้ม
สดใส
หลิวหรงโกรธหน้าดำหน้าแดง เซถอยหลังไปหลายก้าว จึงใช้มือยันไปที่เสาศาลาเพื่อพยุงตัวขึ้น พลางกัดฟันพูด
กระแทกเสียงอย่างชิงชัง “ต้วนชิงหมิง!”
ต้วนชิงหมิงยังคงแสยะยิ้มให้ดุจเดิม “อี๋เหนียงต้องดูแลตัวเองให้มากๆ เล่า” พูดจบก็หัวเราะเยาะเย้ย แล้วหมุน
ตัวเดินจากไป
เจ้าอย่าได้คิดว่าเรื่องจะจบเพียงเท่านี้……นี่มันแค่การเริ่มต้น……วันนี้เจ้ามอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้กับข้า หากข้าไม่
ตอบแทนก็คงจะไม่เหมาะไม่งาม เช่นนั้นจงเตรียมตัวรับของขวัญจากข้า! หลิวหรง!