การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 201 สาวใช้ชิวหรง (1)
แม่นมหนิงยุ่งอยู่กับงานในห้องโถงรับรอง กำลังต้อนรับแขกที่มาร่วมงาน ส่วนสาวใช้ชิวหรงที่ต้วนชิงหมิงได้พูดยํ้า
แล้วยํ้าเล่าว่า หากไม่ใช่เรื่องสำคัญ ห้ามออกจากเรือนไปโดยพลการเป็นอันขาด ทว่าตอนนี้ไม่เพียงเห็นชิวหรงออกมา
จากเรือนเท่านั้น กลับเห็นอีกฝั่ายตรงปรี่มาหานางด้วยสีหน้าที่ร้อนรน ภายในใจของต้วนชิงหมิงจึงคิดขึ้นมาได้เรื่องเดียว
ว่า ในเรือนอาจเกิดปัญหาขึ้นแล้ว
เด็กสาวพยายามสงบสติอารมณ์ ให้เยวี่ยเจียพาเชวียหนิงหรานและเนี่ยไฉ่เยวี่ยไปนั่ง ก่อนจะกึ่งจูงกึ่งลากชิวหรง
ไปทางอื่น แล้วกล่าวถามด้วยสีหน้าจริงจัง “เกิดอะไรขึ้น?”
ชิวหรงหันมองมาทางต้วนชิงหมิง จากนั้นนางก็ก้มหน้าลงกระซิบข้างใบหูของนาง พูดเสร็จแล้วก็ก้มหน้าลงถอย
หลังไปหนึ่งก้าว รอผู้เป็นนายนิ่งไตร่ตรองอยู่เงียบๆ
ต้วนชิงหมิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็รู้สึกโล่งใจในที่สุด พลางผ่อนลมหายใจพยักหน้าเล็กน้อย ครู่หนึ่งก่อน
จะเอ่ยขึ้นมาว่า “เอาล่ะ เรื่องนี้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กับพี่ชุนถาวทำได้ดีแล้ว……ข้ารับทราบแล้ว”
ในที่สุดเรื่องที่กังวลอยู่ในใจของชิวหรงก็ได้ปลดปล่อย นางทำความเคารพต้วนชิงหมิงก่อนจะหันหลังเตรียมจาก
ไป ก้าวเท้าออกไปได้เพียงแค่สองก้าว ต้วนชิงหมิงที่มีสีหน้าครุ่นคิดอยู่ก็เรียกนางขึ้นไว้อีกครา “เอาล่ะ ชิวหรง ในเมื่อ
เซี่ยเฉ่าเอ๋อร์และชุนถาวก็อยู่ในห้องแล้ว เจ้าก็อย่าเพิ่งกลับไปเลย เจ้าเดินกลับไปกลับมาเช่นนี้ เกรงว่าจะทำให้ผู้อื่นสงสัย
ได้……”
ในเมื่อหลิวซานได้บอกเรื่องนี้กับหลิวหรงไปแล้ว เช่นนี้ นางคงรู้เวลาและคงกำลังเริ่มเตรียมการทุกอย่าง หากให้ชิ
วหรงเดินกลับไปที่เรือนตอนนี้ ก็ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่คนของหลิวหรงจะเห็นเข้า เมื่อถึงเวลานั้น เกรงว่าจะมีเรื่องไม่คาด
คิดเกิดขึ้นอีก
ชิวหรงได้ฟังดังนั้น ก็เอ่ยชื่นชม “ก็ยังเป็นคุณหนูที่คิดรอบคอบอยู่เสมอ……เช่นนั้น บ่าวจะอยู่ที่นี่ช่วยแม่นมหนิ
งกับเยวี่ยเจียก็แล้วกันเจ้าค่ะ”
เมื่อพูดจบ ก็ดึงแขนเสื้อขึ้นหมุนตัวกลับหลังเตรียมไปช่วยงานที่ห้องโถงหลัก
“ชิวหรง ไม่ต้องรีบร้อน คนช่วยงานที่นี่เพียงพอแล้ว” ต้วนชิงหมิงดึงนางเอาไว้
อีกฝั่ายเงยหน้าขึ้นมองกลับไปด้วยความประหลาดใจ เห็นเพียงดวงตาเจ้าเล่ห์ของอีกฝั่าย สีหน้าที่แปลก
ประหลาดของผู้เป็นนายเมื่อประสานสายตา ต้วนชิงหมิงคลี่ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเอื้อนเอ่ยอย่างมีลับลมคมใน “ข้าว่า……
ตอนนี้เจ้าไปช่วยข้าไปทำอีกเรื่องหนึ่งก่อนดีกว่า……”
ต้วนชิงหมิงกระซิบกระซาบเสียงเบาสั่งชิวหรง อีกฝั่ายพยักหน้ารับคำก่อนจะโค้งคำนับและถอยจากไป
หันกลับมา ต้วนชิงหมิงมองดูงานเลี้ยงที่เหล่าฮูหยินและคุณหนูทั้งหลายที่กำลังเริ่มรับประทานอาหารด้วยสีหน้า
ยิ้มแย้มเบิกบาน ด้วยท่าทางที่ดูสง่างาม หลิวหรง! ในที่สุดข้าก็เห็นด้วยกับคำพูดคำนั้นของเจ้าแล้ว ‘วันนี้ฟั้าดินช่วยข้า’
เอาล่ะ หลิวหรง ในเมื่อทุกอย่างมาพร้อมกัน วันนี้ข้าจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยไปเสียเลย
*
ต้วนอวี้หรานเดินอย่างโกรธเคืองกลับไปยังเรือนของนาง ทว่าเพิ่งจะเข้าไปในเรือนได้ไม่นาน หลิวหรงก็ส่งแม่นม
หวางเดินตามมา เรียกให้ต้วนอวี้หรานไปที่ห้องโถงรับรองเพื่อนั่งเป็นเพื่อนแขกที่มาร่วมงาน
เด็กสาวได้ยินเช่นนั้นก็ไม่พอใจ บุ้ยปากพูดออกไปอย่างโกรธเคือง “แขกของต้วนชิงหมิง ทำไมต้องให้ข้าไปอยู่
เป็นเพื่อนด้วย?”
แม่นมหวางได้ยินดังนั้นก็เดินเข้าไปเกลี้ยกล่อม “วันนี้เป็นวันเกิดของคุณหนูใหญ่ การออกหน้าช่วยเช่นนี้ ต้อง
ทำให้ดีจนจบ……”
เด็กสาวเบะปาก พูดอย่างไม่พอใจ “ต้องแกล้งทำดีต่อหน้าอะไรอีก เมื่อครู่ที่ข้าทำไปยังไม่พออีกหรือ”
ก่อนหน้านี้นางได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจลงไปมาก ทั้งทำดีทั้งชื่นชม ทว่าสุดท้ายแผนการของหลิวหรงก็ยังไม่สำเร็จ
อีกทั้งตัวนางก็ยังโดนตำหนิไปอีกยก ตอนนี้ต้วนอวี้หรานไม่อยากจะไปเอาใจเลียแข้งเลียขาใครอีกแล้ว
แม่นมหวางเดินเงียบๆ เข้าไปใกล้ต้วนอวี้หราน กล่าวว่า “คุณหนูรอง อี๋เหนียงเชิญท่านไปดูละครฉากหนึ่ง ยัง
กระซิบบ่าวมาอีกว่าครั้งนี้รับรองว่าคุณหนูใหญ่จะต้องเสียชื่อเสียงแน่เจ้าค่ะ”
เมื่อได้ฟังแม่นมหวางพูด ต้วนอวี้หรานก็เบิกตากว้างทันที เอ่ยอย่างดีใจ “แม่นมหวาง ท่านแม่พูดจริงหรือ?”
แม่นมหวางคอยเฝั้าดูต้วนอวี้หรานเติบใหญ่มาตั้งแต่เกิด แม้ว่าหลิวหรงจะโหดเหี้ยมอำมหิต แต่การปฏิบัติต่อนาง
ก็นับว่าไม่เลว นอกจากนี้ นางยังเลี้ยงดูต้วนอวี้หรานมากับมือ ย่อมมีความรู้สึกต่อเด็กสาวตรงหน้าที่ไม่ธรรมดา ใบหน้าที่
เต็มไปด้วยริ้วรอยตามวัยของนางคลี่ยิ้มขึ้นอย่างอ่อนโยนยามเมื่อเอื้อนเอ่ยเจรจากับต้วนอวี้หราน
“แน่นอนเจ้าค่ะ ครั้งนี้มีคนบังเอิญค้นพบจุดอ่อนของคุณหนูใหญ่ เพียงเท่านี้ชื่อเสียงของคุณหนูใหญ่จะถูกทำลาย
ไม่รอดจากหายนะครั้งนี้ได้แน่เจ้าค่ะ”
ใบหน้างดงามราวกับผลท้อพลันเผยความเคียดแค้นออกมา “เชอะ! ต้วนชิงหมิง เจ้าทำให้ข้าขายหน้าต่อหน้า
คุณชายไปั๋ ครั้งนี้ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปแน่”
ใช่แล้ว หากชื่อเสียงของต้วนชิงหมิงถูกทำลายลง หากการหมั้นหมายของจวนตระกูลไปั๋ไม่ถูกยกเลิก สัญญาหมั้น
หมายนั้นก็จะตกเป็นของนางแล้วมิใช่หรือ?
แม้ว่าไปั๋หยวนฮ่าวจะรังเกียจและไม่เต็มใจที่นางเป็นลูกอนุ หากท่านแม่ให้กำเนิดลูกชายก็จะได้เลื่อนตำแหน่ง
กลายเป็นภรรยาเอกหรือฮูหยิน เช่นนั้นต้วนชิงหมิงก็จะไม่ได้เป็นบุตรสาวภรรยาเอกที่มีเกียรติในจวนต้วนอีกต่อไป และ
คงเป็นนางที่จะได้ขึ้นไปอยู่ในฐานะนั้นแทน
เมื่อถึงตอนนั้น ในจวนต้วนก็จะมีท่านแม่คอยหนุนหลังอยู่ ทั้งยังมีน้องชายแท้ๆ คอยช่วยเหลือ หากไปั๋หยวนฮ่าว
ต้องการความช่วยเหลือจากจวนเสนาบดี แน่นอนว่าต้องเลือกต้วนอวี้หรานอย่างไม่มีทางเลือก
ส่วนเรื่องครั้งที่แล้วที่เสียมารยาทนั้น เป็นเพราะตอนนั้นอายุของนางยังเยาว์วัยนัก หากเมื่อเวลาผ่านไป ถึงตอน
นั้นจะยังมีใครจำเรื่องไร้สาระพวกนี้ได้กันเล่า!
ทว่านางจะรับมือต้วนชิงหมิงได้อย่างง่ายดายจริงหรือ?
เมื่อครู่ที่ริมทะเลสาบว่างเยวี่ยถือเป็นเหตุการณ์ที่ชัดเจนมาก นางก็ยังคิดว่าต้วนชิงหมิงคงไม่สามารถหลบเลี่ยง
หายนะนั้นได้ ทว่าในตอนท้ายดอกเหลียนฮวากลับเบ่งบานในทะเลสาบ ยังมีประโยคที่ถูกกล่าวไว้ว่า ‘นอกจากอดีตของ
ฮองเฮาแล้ว มีเพียงวันเกิดครบรอบของนางคนเดียวที่มีดอกเหลียนฮวาบานสะพรั่งทั่วทั้งทะเลสาบ’
เมื่อคิดถึงตรงนี้ นางก็รู้สึกกังวลขึ้นมาทันที “แม่นมหวาง เรื่องครั้งนี้เก้าในสิบมั่นใจเท่าไร อย่าให้เหมือนคราวที่
แล้วอีก สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรกลับมา”
แม่นมหวางกล่าวกลั้วหัวเราะ “คุณหนูรองวางใจเถอะเจ้าค่ะ ครั้งนี้ไม่ได้วางแผนการใดๆ แต่เป็นความบังเอิญ
คุณหนูใหญ่ตอนนี้อยู่ในโถงรับรอง ถูกคนของอี๋เหนียงจับตามองอยู่ นางหนีไม่พ้นหรอกเจ้าค่ะ เกิดเรื่องขึ้นในเรือนของ
นาง จนถึงตอนนี้นางก็ยังไม่รู้ตัวแน่นอนเจ้าค่ะ”
แม่นมหวางมองต้วนอวี้หรานที่ดูเหมือนจะคิดได้ ก็ยกยิ้มขึ้นกล่าวว่า “อี๋เหนียงบอกให้เชิญคุณหนูรองมาด้วย
หากสายไปก็จะไม่เห็นสภาพที่น่าอนาถของคุณหนูใหญ่……บ่าวยังมีธุระ ต้องขอตัวไปก่อนเจ้าค่ะ!”
แม่นมหวางพูดจบก็เดินจากไปด้วยรอยยิ้ม
ต้วนอวี้หรานไม่สามารถนั่งได้อีกต่อไป นางเรียกเยวี่ยหวามา “รีบมาช่วยข้าเปลี่ยนเสื้อผ้า ข้าจะไปดูพี่สาวของข้า
อับอายขายขี้หน้า!”
เยวี่ยหวารีบหยิบเสื้อปักสีชมพูและกระโปรงจีบสีเขียวตัวหนึ่งมาเปลี่ยนให้ผู้เป็นนาย ตามด้วยเสื้อคลุมขนสุนัข
จิ้งจอกสีชมพูอ่อนๆ คลุมทับด้านนอกเสร็จแล้วจึงยื่นมือมาประคองต้วนอวี้หรานเดินออกจากเรือนไป
หลังจากที่ได้ฟังคำสั่งจากแม่นมหวางแล้ว นางก็รีบพาต้วนอวี้หรานไปยังเรือนของต้วนชิงหมิงทันที ทว่าด้วย
ความรีบร้อนจึงทำให้เด็กสาวเดินเร็วเกินไป เยวี่ยหวาจึงโดนทิ้งไว้ด้านหลัง ในฤดูหนาวทางเดินค่อนข้างลื่น บวกกับเด็ก
สาวที่เดินอย่างรวดเร็ว เมื่อนางเดินผ่านศาลาไปหลังหนึ่ง ต้วนอวี้หรานก็ลื่นล้มลงไปกับพื้นอย่างแรงทันที
เดิมทีบนพื้นทางเดินเต็มไปด้วยหิมะ จึงต้องมีการสาดนํ้าร้อนใส่หิมะบนพื้นทางเดินเพื่อให้หิมะที่ทับถมเหล่านั้น
ละลายตัว เมื่อไอร้อนสลายไป นํ้าแข็งก็ถูกก่อตัวแน่นขึ้นอีกครั้ง มีบ้างที่ยังคงเปียกชื้นและมีไอเย็น เด็กสาวสวมเสื้อผ้าตัว
หนา ต่อให้หกล้มก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไร แต่ตอนนี้ร่างกายของนางกลับเต็มไปด้วยขี้โคลนและชุ่มไปด้วยนํ้า เสื้อผ้าที่เพิ่ง
เปลี่ยนมาใหม่นี้จึงเลอะเทอะดูไม่ได้
เยวี่ยหวาที่ตามอยู่ด้านหลังเห็นดังนั้นพลันตระหนกตกใจ จึงรีบเข้าไปพยุงตัวอีกฝั่ายขึ้นมา
เด็กสาวที่นั่งอยู่บนพื้นเงื้อมือออกไปโดยไม่ลังเลและตบหน้าเยวี่ยหวาด้วยความโมโห
เสียงตบดังกึกก้อง ยามเมื่อฝั่ามือกระทบใบหน้า เยวี่ยหวายกมือขึ้นเกาะกุมใบหน้าที่บวมแดงไว้ทันที แต่กลับไม่
กล้าแม้แต่เอ่ยคำพูดใด
ทรงผมของต้วนอวี้หรานหลุดเสียทรง เสื้อผ้าสกปรก นั่งอยู่กับพื้นพลางกล่าวด้วยความโกรธว่า “ไร้ประโยชน์สิ้น
ดี เลี้ยงเจ้าไว้ก็ไม่รู้ว่ามีประโยชน์อันใด……เห็นข้าล้มยังไม่รีบมาช่วยอีก!”