การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 202 สาวใช้ชิวหรง (2)
เยวี่ยหวากุมใบหน้าของนาง แม้ว่าจะเจ็บปวดแต่ก็ไม่กล้าส่งเสียง ยิ่งไม่กล้าที่จะเถียง ทำได้เพียงเคียดแค้นในใจ
‘บ่าวอยากพยุงอยู่แล้ว แต่คุณหนูเดินเร็วมากและทิ้งบ่าวไปเองไม่ใช่หรือเจ้าคะ’
แน่นอนว่าคำพูดนี้ทำได้เพียงคิดในใจเท่านั้น ไม่อาจเอื้อนเอ่ยออกมาได้เป็นอันขาด มิฉะนั้นด้วยนิสัยของต้วนอวี้
หราน ไม่รู้ว่าจะลงโทษนางอย่างไรอีก
ต้วนอวี้หรานนั่งอยู่บนพื้นในใจรู้สึกหงุดหงิด แต่ก็ไม่อยากให้เยวี่ยหวามาพยุง นางมองเสื้อผ้าที่เพิ่งจะเปลี่ยนใหม่
สลับกับมองนํ้าโคลนที่ค่อยๆ แข็งตัวอยู่เต็มพื้น พลันรู้สึกโกรธจนท้องของนางเจ็บแปลบ ถ้าให้นางรู้ว่าใครเป็นคนทำ
เรื่องชั่วร้ายนี้ นางสาบานว่าจะต้องถลกหนังของมันออกมาให้จงได้
แม้เยวี่ยหวาจะรู้สึกแย่แต่ก็ไม่กล้าเพิกเฉย นางเดินเข้าไปหาต้วนอวี้หรานเอ่ยเสียงเบา “คุณหนู ให้บ่าวช่วยพยุง
ท่านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่เถอะเจ้าค่ะ”
เด็กสาวกวัดแกว่งผ้าเช็ดหน้าในมืออย่างรุนแรง พูดอย่างโมโห “ไปให้พ้น……ข้าไม่ต้องการให้เจ้ามาช่วย”
เยวี่ยหวาไม่กล้าก้าวไปข้างหน้าอีก ทำได้เพียงก้มหน้าลง เดินไปเก็บเตาอุ่นที่หล่นจากมือไปอยู่บนพื้น ไม่กล้าพูด
อะไรแม้สักคำ
ต้วนอวี้หรานโกรธจัด แต่ก็หาข้ออ้างระบายอารมณ์ไม่ได้ นางทุบพื้นอย่างแรง จนรู้สึกถึงความหนาวเย็นที่แผ่
ออกมาจากพื้นดินซํ้าแล้วซํ้าเล่า โกรธจนพูดไม่ออกอีกครั้ง……ฟั้าดินมีปัญหาอะไรกับนางหรือ ยังไม่ทันได้จัดการต้วนชิง
หมิงเลย ทำไมนางถึงต้องหกล้มก่อนด้วยเล่า?
ในตอนนั้นเอง ที่มองเห็นเพียงแต่ทางเดินข้างหน้ากลับมีเงาสีเขียวอ่อนวูบไหวอยู่ เด็กสาวที่ดูไม่คุ้นตาคนหนึ่งก็
เดินเข้ามา นางเห็นต้วนอวี้หรานที่นั่งอยู่บนพื้น ก็รีบวิ่งเข้าไปหา แล้วช่วยพยุงต้วนอวี้หรานขึ้นมาอย่างระมัดระวัง
ท่าทางที่เต็มไปด้วยความเคารพ พลางพูดด้วยความรู้สึกเจ็บแทนขึ้นว่า “โอ๊ย คุณหนูรอง เหตุใดท่านถึงล้มลงกับพื้นได้
ล่ะเจ้าคะ……พื้นนี้เย็นมาก ถ้าท่านเป็นหวัดขึ้นมาคงไม่ดีแน่……เจ็บหรือไม่เจ้าคะ แต่ไม่เป็นไรแค่พักผ่อนสักครู่ก็ดีขึ้น
แล้ว……”
บ่าวรับใช้คนนั้นพูดพล่ามไปมากมาย ทว่านางไม่ได้รู้สึกรำคาญหูแม้แต่น้อย แต่กลับรู้สึกสนิทสนมขึ้นมาแทน
สาวใช้คนนี้ดูท่าแล้วเป็นคนที่มีความเป็นห่วงเป็นใยคนอื่น ไม่เหมือนกับเยวี่ยหวา ที่ทำเป็นแค่ปันหน้าปันตา คอยฟังว่า
นางพูดอะไร จากนั้นก็คอยตอบเอาใจ!
บ่าวรับใช้ก้มหน้าใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดคราบนํ้าและเศษนํ้าแข็งบนมือนาง เห็นผิวของนางกลายเป็นสีแดงระเรื่อ ก็
ถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วพูดว่า
“คุณหนูรองเจ้าคะ บรรดาฮูหยินและคุณหนูทั้งหลายที่อยู่ในห้องโถงรับรองกำลังจะเดินออกมาแล้ว บอกว่าจะไป
เยี่ยมเรือนของคุณหนูใหญ่เจ้าค่ะ ยังไงคุณหนูรองก็รีบตามบ่าวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ก่อนเถอะเจ้าค่ะ!”
เดิมทีต้วนอวี้หรานอยากสะบัดมือไม่สนใจสาวใช้คนนี้แล้ว แต่เมื่อนางได้ยินว่าเหล่าฮูหยินและคุณหนูทั้งหลายจะ
ไปเยี่ยมเรือนของต้วนชิงหมิง ในใจก็รู้ว่าต้องเป็นท่านแม่ที่ทำให้คนเหล่านี้ไปที่เรือนของต้วนชิงหมิงแน่นอน เพื่อรอให้อีก
ฝั่ายทำเรื่องขายหน้า ดังนั้นละครดีฉากนี้ก็ไม่ควรพลาดสินะ!
ดังนั้น ต้วนอวี้หรานจึงจับมือของสาวใช้ผู้นั้นแล้วลุกขึ้นมา ถามอย่างหยิ่งยโสว่า “เจ้าเป็นสาวใช้ในเรือนไหน?”
บ่าวรับใช้ผู้นั้นได้ยินดังนั้น ก็รีบก้มหน้าลงอย่างลำบากใจ “บ่าวเป็นสาวใช้ในเรือนคุณหนูใหญ่เจ้าค่ะ……”
ต้วนอวี้หรานกลอกตามองไปที่สาวใช้คนนั้นที่ดูซื่อๆ แต่หน้าตากลับไม่โดดเด่นเท่าไรนัก จึงเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน
ว่า “โธ่เอ๋ย เจ้าเป็นสาวใช้ในเรือนของท่านพี่หรือ ทำไมถึงไม่คอยปรนนิบัติข้างกายท่านพี่เล่า มาทำอะไรที่นี่” เป็นบ่าว
รับใช้ของต้วนชิงหมิงไม่ใช่หรือ ทำไมถึงมาสนใจนางได้ หรือว่า ได้รับคำสั่งจากต้วนชิงหมิงให้มาดูนางขายหน้า
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ในใจของต้วนอวี้หรานก็อดที่จะระแวดระวังไม่ได้ นางแอบถอยหลังไปครึ่งก้าว ราวกับต้องการ
ออกห่างจากบ่าวรับใช้แปลกหน้าคนนี้
เมื่อสาวใช้คนนั้นได้ยินคำพูดของต้วนอวี้หราน ศีรษะที่เดิมทีก้มตํ่าอยู่แล้วก็ยิ่งก้มตํ่าลงไปอีก เห็นเพียงมือที่หยาบ
กระด้างทั้งสองข้างของนางลูบไปมาอย่างไม่สบายใจ “คุณหนูใหญ่ไม่จำเป็นต้องให้สาวใช้ที่เพิ่งเข้ามาใหม่อย่างพวกบ่าว
คอยปรนนิบัติ……ตั้งแต่เข้ามายังเรือนของคุณหนูใหญ่ บ่าวก็ได้แต่ทำงานเก็บกวาด ขอพูดอย่างไม่กลัวคุณหนูรองหัวเราะ
เยาะ บ่าวเองก็รับใช้มานานขนาดนี้แล้ว แม้แต่ห้องนอนของคุณหนูใหญ่ก็ยังไม่เคยได้เข้าไปเลยเจ้าค่ะ”
นางพูดพลางเงยหน้าเอ่ยด้วยสีหน้าร้อนรนว่า “บ่าวได้ยินคนพูดบ่อยๆ ว่า คุณหนูรองชอบตกรางวัลให้บ่าวรับใช้
ดังนั้นบ่าว……บ่าว..”
ถึงอย่างไรก็เป็นบ่าวรับใช้คนใหม่ ความกล้าก็ไม่ได้มากนัก พูดไปพลางร้อนใจจนนํ้าตาคลอ แต่กลับพูดอะไรไม่
ออกสักอย่าง ต้วนอวี้หรานได้ยินดังนั้นก็หัวเราะเบาๆ “ความหมายของเจ้าคือ อยากเข้ามาอยู่เรือนของข้า มาเป็นสาวใช้
ของข้าใช่หรือไม่” `
ตกรางวัลใหญ่นั้นแน่นอนอยู่แล้ว มีคำกล่าวที่ว่าเงินสามารถซื้อได้ทุกอย่างดั่งใจหมาย ท่านแม่ได้สอนไว้นานแล้ว
เงินคือของตาย คนคือของเป็น คนที่ควรซื้ออาจต้องเสียเงินก้อนโตเสียหน่อย ดูเหมือนว่าสาวใช้คนนี้จะถูกต้วนชิงหมิงม
องข้ามจึงรู้สึกคับแค้นใจ ดังนั้นนางควรลองทดสอบดูสักหน่อย ดูว่านางมีเบื้องหลังเช่นไรบ้าง!
“คุณหนูรองไม่รังเกียจที่บ่าวหน้าตาอัปลักษณ์หรือเจ้าคะ?” นางก็เงยหน้าขึ้นมาทันที พูดขึ้นอย่างดีใจ
ยังพูดไม่ทันจบ สาวใช้ผู้นั้นก็ก้มหน้าลงอย่างหวาดกลัว “คุณหนูรอง บ่าวพูดผิดไปแล้ว จวนต้วนซื้อตัวบ่าวมา
บ่าวก็ไม่มีอำนาจที่จะเลือกเจ้านายได้ เจ้านายคนไหนเลือกแล้ว ก็ต้องติดตามเจ้านายคนนั้น แต่โชคร้ายที่ชะตาของชิวห
รงไม่ดีเอง”
ต้วนอวี้หรานที่ยืนอยู่ก้มมองลงมา “เจ้าชื่อชิวหรงหรือ?”
นางรีบพยักหน้าพลางเร่งเร้า “คุณหนูรอง เรื่องของบ่าวไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย เรื่องของเจ้านายเป็นเรื่องใหญ่
กว่า……บรรดาฮูหยินและคุณหนูทั้งหลายใกล้จะมาถึงแล้ว คุณหนูรองรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเร็วเข้า หากแขกที่มาร่วมงานไม่
เห็นคุณหนูรองก็จะนำท่านไปพูดในทางเสียๆ หายๆ ได้”
พูดจบก็พยุงต้วนอวี้หรานจากไป
เป็นที่รู้กันว่าในจวนต้วน ตั้งแต่ต้วนชิงหมิงเลือกบ่าวรับใช้ด้วยตัวเองนั้น ในเรือนหนิงซูย่วนก็ไม่มีข่าวคราวความ
เคลื่อนไหวเล็ดลอดออกมาแม้แต่น้อย ทว่าตอนนี้บ่าวรับใช้ที่ไม่ได้รับความสนใจจากต้วนชิงหมิงอย่างชิวหรง จึงกำลังจะ
ถูกต้วนอวี้หรานดึงมาเป็นพวก
นางอดไม่ได้ที่จะมองสาวใช้ข้างกายผู้นี้อีกครั้ง “คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะมีสายตาแหลมคม”
ชิวหรงหน้าแดงขึ้นมา “เพราะว่าบ่าวหน้าตาอัปลักษณ์ อีกทั้งยังไม่ค่อยเฉลียวฉลาดนัก ดังนั้นในเรือนของคุณหนู
ใหญ่จึงไม่เคยมีใครเห็นบ่าวอยู่ในสายตา ถ้าคุณหนูรองไม่รังเกียจ ก็ถือเป็นวาสนาของชิวหรงแล้วเจ้าค่ะ……”
ในตอนที่กำลังจะเดินจากไป เห็นเยวี่ยหวายืนก้มหน้าอยู่ข้างๆ ใบหน้าข้างหนึ่งบวมแดง ไม่ต้องพูดก็รู้ได้ทันทีว่า
จะต้องถูกคุณหนูรองลงโทษอย่างแน่นอน ชิวหรงหันหน้าไปพูดเสียงเบาว่า “คุณหนูรอง บรรดาฮูหยินและคุณหนูทั้ง
หลายกำลังจะมากันแล้ว……” พูดจบก็มองไปที่เยวี่ยหวา
ถ้าบรรดาฮูหยินและคุณหนูทั้งหลายมาถึง จะต้องเห็นสภาพที่น่าสังเวชของต้วนอวี้หราน และท่าทางหมดอาลัย
ตายอยากของเยวี่ยหวา แม้ว่าต้วนอวี้หรานจะโกรธ แต่ก็ยังคงอดกลั้นอารมณ์เอาไว้ พูดอย่างเย็นชาว่า “ยังไม่รีบลุกขึ้น
อีก น่าขายหน้าสิ้นดี……ลุกขึ้น”
ใบหน้าของเยวี่ยหวายิ่งดูไม่ได้มากขึ้นเป็นเท่าตัว นางพยายามลุกขึ้น ชิวหรงก้าวไปข้างหน้าสองก้าว ค่อยๆ พยุง
เยวี่ยหวาขึ้นมา นางพูดเสียงแผ่ว “พี่สาวท่านนี้ ปรนนิบัติผู้สูงศักดิ์อย่างคุณหนูรองต้องระมัดระวังเป็นเท่าตัว จิตใจของ
คุณหนูรอง เจ้าดูสิ แม้จะล้มจนมีสภาพแบบนี้ คุณหนูรองยังลงโทษเจ้าสถานเบา……เจ้ายังสามารถติดตามคุณหนูรองได้
อยู่ ช่างโชคดีเสียจริง”
ขณะที่พูดไปก็มองต้วนอวี้หรานพลางถอนหายใจอย่างไม่พอใจ “ชิวหรงไม่มีวาสนาเช่นนั้น……”
เมื่อได้ยินคำพูดของชิวหรง ริมฝีปากของเยวี่ยหวาอดไม่ได้ที่จะกระตุก วาสนาเช่นนี้ เจ้าต้องการจริงหรือ?
สายตาเหลือบมองไปที่ต้วนอวี้หรานที่ยืนอยู่ข้างๆ ทำให้เยวี่ยหวาไม่กล้าพูดอะไรออกมา ได้แต่ก้มหน้า หันไปพู
ดกับต้วนอวี้หรานว่า “ขอบคุณคุณหนูที่ให้อภัย……เยวี่ยหวาสำนึกผิดแล้ว” นางโค้งคำนับต้วนอวี้หราน
ชิวหรงที่พยุงต้วนอวี้หรานเดินกลับไปที่เรือนเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า ทำให้ตลอดทางเด็กสาวได้ยินชิวหรงบ่นพึมพำถึง
ความใจร้ายของต้วนชิงหมิง ในใจจึงคิดจะดึงสาวใช้นางนี้เข้ามาเป็นพวกและคอยสนับสนุน
เด็กสาวพยายามล้วงเรื่องราวภายในเรือนหนิงซูย่วน พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะดึงตัวชิวหรงมาเป็นพวกของ
ตน
แน่นอนว่าถ้าจะพูดเรื่องนี้ต่อหน้าเยวี่ยหวาคงจะไม่ดีเท่าไรนัก ดังนั้นหลังจากที่ถูกชิวหรงต่อว่าไม่กี่คำ ก็ถูกต้วนอ
วี้หรานใช้ให้ออกไปเติมฟืนในเรือน