การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 203 ภัยพิบัติของต้วนชิงหมิง
แม้ว่าหน้าตาชิวหรงจะดูธรรมดา ทว่าดวงตาทั้งคู่กลับเป็นประกายสดใสราวกับสายธารบริสุทธิ์ บวกกับท่าทาง
คล่องแคล่วว่องไว ทั้งยังช่างจำนรรจา เมื่อเทียบกับเยวี่ยหวาแล้วถือว่าดีกว่ามาก
ภายในห้องของต้วนอวี้หราน นางไม่ได้รู้สึกกระสับกระส่ายอะไร นางได้นำนํ้าอุ่นมาเช็ดทำความสะอาดตัวให้ต้วน
อวี้หราน จากนั้นก็ช่วยต้วนอวี้หรานเกล้าผมทรงที่ผู้คนกำลังนิยม แล้วปักปินมุกตามด้วยเครื่องประดับเพชร และพวก
เครื่องประดับไข่มุกต่าง ๆ
จากนั้น นางก็ขออนุญาตต้วนอวี้หรานไปเปิดตู้เสื้อผ้าเลือกชุดให้นางอย่างพิถีพิถัน จากนั้นนางก็เปลี่ยนชุดปัก
ลายสีม่วงอ่อนกุ๊นขอบสีทองเข้มให้ต้วนอวี้หราน ส่วนกระโปรงเป็นสีเขียวผิงกั่ว และได้เลือกเสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีขาว
หิมะ ช่วยแต่งตัวไปก็บรรยายแนวทางการแต่งหน้าที่สวยงามทันสมัยให้นางฟังอีก
หลังจากแต่งตัวเสร็จ ชิวหรงก็ปักปินหยกอันหนึ่งที่ผู้คนล้วนชื่นชอบลงบนศีรษะของต้วนอวี้หราน ก่อนจะถอย
หลังไปสองก้าวแล้ววางกระจกลง จากนั้นนางก็มองต้วนอวี้หรานด้วยสายตาที่เป็นประกายพลางเอ่ยชมจากใจจริง “คุณ
หนูรองช่างงดงามยิ่งนัก……”
ต้วนอวี้หรานยืนอยู่หน้ากระจก เดินวนรอบหนึ่งมองตัวเองที่ยืนตระหง่านอยู่กลางกระจก สีม่วงอมชมพูและสี
หิมะที่ขาวสะอาด ทำให้ผิวขาวซีดของต้วนอวี้หราน กลับดูสดใสและดูสะอาดสะอ้านน่าหลงใหล
ส่วนการแต่งหน้าของชิวหรงนั้น ไม่ได้ใช้แปั้งสีแดงอมชมพูอย่างที่พวกเยวี่ยหวาใช้ เพียงแต่ทาผงนํ้าสีชมพูอมม่วง
อ่อนๆ แล้วใช้พู่กันถ่านสีแดงทาหางตาของนางให้ดูยาวขึ้น ทำให้ใบหน้าได้รูปของนางขาวกระจ่างใส ขณะเดียวกันก็ทำ
ให้ดวงตาคู่นั้นดูใหญ่และมีชีวิตชีวามากขึ้น พูดได้ว่าชิวหรงนางมีฝีมือในการแต่งหน้าดี ดูผ่านๆ แล้วแทบไม่เห็นร่องรอย
การแต่งหน้าแม้แต่น้อย ทว่ากลับทำให้ใบหน้างดงามของต้วนอวี้หรานดูโดดเด่นขึ้นมาได้
เมื่อไม่ได้ใช้แปั้งที่มีสีแดงสดแต่ใช้สีม่วงอ่อน ก็ยิ่งทำให้นางดูน่ารัก สดใส และงดงาม การแต่งตัวในครั้งนี้ทำให้ต้
วนอวี้หรานเห็นตัวเองที่ต่างจากเมื่อก่อน พูดได้ว่าทำให้นางรู้สึกดีกับตัวเองไม่น้อย!
ต้วนอวี้หรานคลี่ยิ้มสดใสเดินวนไปวนมาอยู่หน้ากระจก ไม่นานก็หันไปหยิบปินปักผมเงินจากกล่องเครื่องแปั้ง
ออกมาอย่างไม่ลังเล แล้ววางบนมือของชิวหรง พูดอย่างภูมิใจว่า “นี่ ข้าให้รางวัลเจ้า……”
ชิวหรงมองดูก็เผยรอยยิ้มจนดวงตาคู่นั้นเหลือนิดเดียว สายตาของนางจับจ้องอยู่ที่ปินเป็นเวลานาน ที่จริงปินปัก
ผมนี้นางชอบมาก แต่นางยังคงส่ายหน้า แล้วส่งปินปักผมคืนให้กับต้วนอวี้หรานอย่างอดไม่ได้ “คุณหนูรอง……อันนี้ อัน
นี้มันแพงเกินไป บ่าวไม่กล้ารับไว้หรอกเจ้าค่ะ……”
ต้วนอวี้หรานได้ยินดังนั้น ก็หัวเราะร่วน “เจ้าบ่าวโง่ เจ้าแต่งตัวให้คุณหนูรองอย่างข้าได้สวยเช่นนี้ ข้าแค่ให้รางวัล
เจ้าเอง พี่สาวข้าคงไม่กล้าพูดอะไรมากหรอก”
ชิวหรงหน้าแดง นางเก็บปินปักผมในมือของนางไว้อย่างลำบากใจ แล้วพูดด้วยความลำบากใจว่า
“นี่……บ่าวช่างไม่มีประโยชน์อันใดจริงๆ เจ้าค่ะ……”
ต้วนอวี้หรานจึงพูดแทรก “ฝีมือของเจ้าช่างดีนัก คนก็ซื่อตรง อยากอยู่กับข้า ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ เพียงแต่ว่า
เจ้ายังต้องอยู่เรือนท่านพี่ใหญ่ชั่วคราว……หากนางมีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ เจ้าอย่าลืมมารายงานข้าก็พอ”
เมื่อเห็นดวงตาของชิวหรงที่ฉายแววผิดหวัง ต้วนอวี้หรานยิ้มแล้วพูดอย่างสนิทสนมว่า
“ชิวหรง ฝีมือของเจ้าช่างดีนัก ข้าชอบ เพียงแต่ว่า การจะเอาตัวเจ้ามาต้องมีข้ออ้างที่ดี……เจ้าวางใจเถอะ จากนี้
ไป เจ้าเป็นคนของข้า ส่วนเงินค่าแรงนั้น ที่นี่ก็ยังมีส่วนแบ่งของเจ้าด้วย เป็นอย่างไร”
ชิวหรงได้ยินดังนั้น สีหน้าก็พลันปรากฏความประหลาดใจระคนดีใจขึ้น “คุณหนู……พูดจริงหรือเจ้าคะ”
ใช้ได้ บ่าวรับใช้ผู้นี้เวลาเห็นเงินตาพลันสว่างวาบ อีกทั้งนํ้าเสียงยังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว พอได้ยินว่ามีเงินให้ การ
เรียกสถานะของต้วนอวี้หราน ก็เปลี่ยนจาก “คุณหนูรอง” เป็น “คุณหนู” ไปเสียแล้ว
มีหรือที่ต้วนอวี้หรานหรือจะไม่เข้าใจ นางไม่พูดพรํ่าทำเพลง เอ่ยออกไปตรง ๆ ว่า
“ดังนั้น ตอนนี้เจ้าเป็นคนของพี่สาวข้าเพียงในนาม แต่ความเป็นจริงก็คือคนของข้าแล้ว……เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้า
หมายถึงอะไร” `
แม้ชิวหรงจะดูซื่อบื้ออยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้โง่ เมื่อต้วนอวี้หรานพูดขึ้น นางก็เข้าใจความหมายของต้วนอวี้หรานทันที
เห็นเพียงแต่นางคุกเข่าลงกับพื้น แล้วก้มหัวให้ต้วนอวี้หราน “ชิวหรงยินดีจะฟังคำสั่งของคุณหนูเจ้าค่ะ”
เด็กสาวมองชิวหรงด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะพยักหน้า “เอาล่ะ ตอนนี้เจ้ากลับไปก่อนเถอะ เรื่องวันนี้อย่าให้ใคร
รู้ เข้าใจหรือไม่”
นางยอบตัวคำนับต้วนอวี้หรานอีกครั้ง จากนั้นจึงเปิดประตูแล้วเดินจากไปเงียบๆ
เมื่อเห็นชิวหรงจากไปแล้ว เยวี่ยหวาก็เดินเข้ามาพร้อมกับโส่วหลู[1] ที่เพิ่งจะเติมถ่านมาใหม่ เมื่อครู่นางยืนอยู่
นอกประตู จึงได้ยินสิ่งที่ต้วนอวี้หรานพูดกับชิวหรง แม้ชิวหรงจะบอกว่านางไม่ได้รับความโปรดปราน แต่เยวี่ยหวารู้ว่า
สาวใช้ของต้วนชิงหมิงล้วนถูกเลือกอย่างพิถีพิถันด้วยตัวเอง ช่วงนี้ อี๋เหนียง คุณหนูรองที่กำลังเผชิญหน้ากับคุณหนูใหญ่
ไม่ว่าพวกนางจะออกอุบายอะไร ก็สู้คุณหนูใหญ่ไม่ได้ ดังนั้นเยวี่ยหวาจึงเกิดคำถามขึ้นในใจ คุณหนูใหญ่คนนี้มีหรือจะ
ปล่อยบ่าวรับใช้ที่อยู่ในเรือน มาอยู่ข้างคุณหนูรองได้
หากคิดย้อนกลับไป บนพื้นนํ้าแข็งวันนี้ก็ถูกคนราดนํ้าไว้ ยิ่งคิดก็ยิ่งแปลก หรืออาจจะเป็นชิวหรงคนนี้ราดนํ้าไว้
ก่อน แล้วค่อยออกมาทำเป็นคนดี
แต่วันนี้ ดูเหมือนว่าคุณหนูจะเชื่อใจชิวหรงมาก เยวี่ยหวาหวังว่า เจ้านายจะระมัดระวังตัวมากขึ้น อย่าหลงกลคน
อื่นเด็ดขาด ใช่……ต้วนอวี้หรานนั้นไม่ดีต่อเยวี่ยหวาเท่าไรนัก ปกติแล้วจะด่าทอ เฆี่ยนตี และทรมานนาง แต่ว่านางเป็น
สาวใช้ขั้นที่หนึ่งข้างกายของต้วนอวี้หราน ในวันหน้าต้วนอวี้หรานแต่งงาน นางจะต้องออกติดตามในฐานะคนสนิท ดัง
นั้นโชคชะตาของนางจึงกล่าวได้ว่า เมื่อต้วนอวี้หรานมีเกียรตินางก็ได้รับเกียรติไปด้วย ถ้าเสียก็ต้องเสียไปด้วย
เยวี่ยหวามองตามหลังชิวหรงที่เดินออกไปอย่างเบิกบานใจ ก็อดไม่ได้ที่จะหันไปพูดกับต้วนอวี้หรานด้วยความ
สงสัย “คุณหนู ตามความเห็นของบ่าวแล้ว ชิวหรงผู้นี้ ไม่เหมือนจะมาอยู่ฝั่ายคุณหนูด้วยใจจริง……”
เด็กสาวได้ยินก็ถลึงตาใส่ทันที พูดอย่างไม่สบอารมณ์ “เยวี่ยหวา ความคิดความอ่านของเจ้าเริ่มตํ่าลงไปตั้งแต่
เมื่อไรกัน หรือเห็นที่ข้าให้ของกับชิวหรง จึงทนดูต่อไปไม่ไหวแล้ว? ลองคิดดูว่าปกติข้าสอนเจ้าอย่างไร?”
เมื่อเยวี่ยหวาถูกต้วนอวี้หรานตำหนิใส่ เดิมทีใบหน้าที่บวมแดงก็ยิ่งกลายเป็นดูไม่ได้ นางส่งโส่วหลูในมือให้ต้วนอ
วี้หราน แล้วถอยหลังไปสองก้าว ก้มหน้าลงไม่กล้าพูดอะไรอีก
ต้วนอวี้หรานรับโส่วหลูในมือของเยวี่ยหวามา เยื้องย่างไปทางเรือนของต้วนชิงหมิงด้วยรอยยิ้ม……หึ! ต้วนชิงหมิง
ไหนเจ้าว่าในเรือนของเจ้า เหมือนกับถังนํ้าที่ไม่มีรูรั่วมิใช่หรือ? ตอนนี้ข้ากำลังจะเจาะรูถังนํ้าของเจ้าแล้ว รอไปก่อนเถอะ
ต่อไปนี้ไม่ว่าการเคลื่อนไหวใดของเจ้า ก็จะอยู่ในสายตาของข้า
ในบริเวณเรือนของต้วนชิงหมิง ด้านในด้านนอกเงียบสงัด คนที่ไม่รู้คงคิดว่าไม่มีใครเฝั้าประตู แต่ความเป็นจริง
ภายในห้องที่ปิดสนิท กลับเป็นเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ผู้ที่มักจะพูดเสียงดังโหวกเหวก กำลังเดินไปเดินมาในห้องอย่างร้อนรน
เมื่อเห็นเช่นนั้น ชิวหรงจึงไปแจ้งคุณหนูใหญ่ถึงแผนการของนางกับชุนถาว แต่ว่าการที่ชิวหรงต้องเดินทางจากที่นี่
ไปและกว่าจะเดินกลับมาอีก คิดไปคิดมาก็เท่ากับเวลานั่งกินข้าวมื้อหนึ่งได้เสร็จ
แต่จนถึงตอนนี้ ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของชิวหรง เหมือนว่าหลังจากที่นางได้ไปแจ้งคุณหนูใหญ่ ก็ไม่เห็นกลับมาอีก
เลย ดังนั้น ในตอนนี้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จึงกังวลเป็นอย่างมาก หากแผนการนี้คุณหนูใหญ่รู้เข้าก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าคุณหนูใหญ่ไม่รู้
ล่ะ! เมื่อถึงเวลานั้น ไม่ใช่ว่ามันจะยุ่งเหยิงหรอกหรือ เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียใจ ทำไมคนที่วิ่งไปหาคุณหนูในตอนนั้น
ไม่ใช่นาง แต่เป็นชิวหรงที่พึ่งพาไม่ได้! ดูสิ พอได้ไปแล้วก็เหมือนนกที่โบยบินไปแล้วไม่ย้อนกลับมา!
เนื่องจากเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กังวลใจ ดังนั้นนางจึงไม่สามารถนั่งลงได้ นางเปิดประตูออกครู่หนึ่ง มองออกไปนอกประตู
ถูมือไปมาไม่หยุด พูดพึมพำว่า “ชิวหรงคนนี้ เจ้าอดทนได้อย่างไรกัน……แต่ว่าความอดทนอดกลั้นของเจ้า กำลังทำให้ข้า
ร้อนใจจนจะบ้าตายแล้ว เจ้าไม่คิดดูว่านี่ไม่ใช่แค่คำพูดลมปากเพียงประโยคเดียว แต่เป็นแผนการใหญ่ที่วางแผนอย่าง
รัดกุมเลยทีเดียว……หากเจ้าได้พบคุณหนูใหญ่อย่างราบรื่น แล้วบอกกล่าวต้นสายปลายเหตุของเรื่องราวแล้ว แต่ทำไม
กลับไม่มีคนมาส่งข่าวมาส่งข่าวเลยสักนิด……ตอนนี้นี่มันเรื่องอะไรกัน บอกข้ามา คุณหนูใหญ่รู้เรื่องนี้แล้วหรือยัง เฮ้อ ข้า
จะเป็นบ้าอยู่แล้ว……”
…
[1] โส่วหลู หรือเตาอุ่นมือ มักใช้ให้ความอบอุ่นในมือในหน้าหนาวสมัยโบราณ ขนาดมีตั้งแต่ขนาดเล็กเท่าผลส้ม
ไม่ก็ประมาณแตง ทำเป็นแบบมีหูหิ้วหรือเป็นทรงธรรมดามีฝาปิด สามารถพกติดตัวหรือซุกไว้ในแขนเสื้อ